11/05/2026
'หมอเปรมศักดิ์' จี้กลางสภา! แก้ปมพยาบาลภาระงานล้น-สมองไหล เสนอตั้ง 'กรมการพยาบาล' ดูแลวิชาชีพ
ดร.นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถึงแนวทางการส่งเสริมความก้าวหน้าและคุณภาพชีวิตของพยาบาลวิชาชีพ ชี้ปัญหาใหญ่พยาบาลทำงานหนักเกินมาตรฐานจนถึงแก่ชีวิต แต่ความก้าวหน้ากลับ "ไม่เลื่อนไหล" เหมือนอาชีพอื่น
พยาบาลแบกหลังแอ่น ทำงานเกิน 60 ชั่วโมง/สัปดาห์
นพ.เปรมศักดิ์ เปิดเผยข้อมูลสถิติปี 2568 พบว่าพยาบาลวิชาชีพเป็นบุคลากรกลุ่มใหญ่ที่สุดของกระทรวงสาธารณสุข (68.4%) แต่กลับเผชิญภาวะขาดแคลนและภาระงานหนักหน่วง โดยพยาบาลกว่าครึ่งต้องทำงานมากกว่า 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เกินกว่ามาตรฐานที่สภาการพยาบาลกำหนดไว้ที่ 48 ชั่วโมง ส่งผลต่อทั้งสุขภาพและขวัญกำลังใจ
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาความไม่มั่นคงในอาชีพ โดยมีพยาบาลจำนวนมากที่ยังอยู่ในสถานะ "ลูกจ้างรายวัน" หรือ "พนักงานกระทรวง" ซึ่งไม่มีสวัสดิการเทียบเท่าข้าราชการ จนนำไปสู่ภาวะพยาบาลสมองไหลออกจากระบบอย่างต่อเนื่อง
จี้ระบบ "เลื่อนไหล" และเสนอตั้ง "กรมการพยาบาล"
ในประเด็นความก้าวหน้า นพ.เปรมศักดิ์ เรียกร้องให้กระทรวงฯ ปรับระบบการเลื่อนตำแหน่งจากชำนาญการเป็นชำนาญการพิเศษให้เป็นแบบ "เลื่อนไหล" เช่นเดียวกับข้าราชการครูหรือตำรวจ เพื่อลดขั้นตอนการประเมินที่ซับซ้อน
พร้อมกันนี้ได้เสนอให้มีการจัดตั้ง "กรมการพยาบาล" ขึ้นในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้คนในวิชาชีพพยาบาลได้บริหารจัดการและดูแลสิทธิประโยชน์ของตนเองโดยตรง "พยาบาลเป็นคนส่วนใหญ่ แต่กลับไม่มีกรมดูแล ในขณะที่วิชาชีพอื่นมีกรมรองรับเกือบทั้งหมด" นพ.เปรมศักดิ์กล่าว
รมว.สธ. รับลูก เตรียมงบ 3 พันล้านซ่อมบ้านพัก-เพิ่มค่าตอบแทน
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า กระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและมีมาตรการช่วยเหลือดังนี้:
• การบรรจุ: เตรียมบรรจุพยาบาลเพิ่มกว่า 8,000 อัตรา และเร่งรัดตำแหน่งว่างเพื่อรองรับนักศึกษาจบใหม่
• ค่าตอบแทน: มีการปรับขึ้นค่าตอบแทนเวรผลัด และอยู่ระหว่างเสนอ ก.พ. เพื่อขอปรับเพิ่มเงิน พ.ต.ส. และเงินตอบแทนพิเศษอื่นๆ ให้เหมาะสมกับค่าครองชีพ
• คุณภาพชีวิต: จัดสรรงบประมาณปี 2569 จำนวน 3,000 ล้านบาท เพื่อซ่อมแซมและสร้างบ้านพักพยาบาลกว่า 3,000 ห้องทั่วประเทศ
• โครงสร้างหน่วยงาน: ในเรื่องการตั้ง "กรมการพยาบาล" รัฐมนตรีระบุว่าไม่ขัดข้อง แต่ต้องพิจารณาในเรื่องความซ้ำซ้อนของภารกิจตามข้อกฎหมายต่อไป
https://youtu.be/G3YiDfhKziM?si=lNrHyxvb6NpVjqUa
07/05/2026
วันนี้ (๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙) เวลา ๐๙.๓๐ น. สุภัทร กิจเวช เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดหนองบัวลำภู (ก.ธ.จ. หนองบัวลำภู) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาลของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมทั้งพิจารณาแนวทางการสอดส่องและประเมินผลโครงการภาครัฐให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
โดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาและมีมติเห็นชอบผลการสอดส่องโครงการของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดหนองบัวลำภู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จำนวน ๕ โครงการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการติดตาม ตรวจสอบ และเสนอข้อคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ เพื่อให้การใช้งบประมาณและการบริหารราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของภาครัฐ อันจะนำไปสู่การพัฒนาระบบราชการที่โปร่งใส เป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในระยะยาว
07/05/2026
วันนี้ (๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙) ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ “ผนึกกำลังผ่าทางออกวิกฤตฝุ่น PM2.5 การคุ้มครองสิทธิและก้าวต่อไปของกฎหมายอากาศสะอาด” ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ในการนี้ ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร มอบหมายให้ ประทีป เจริญกัลป์ เข้าร่วมการเสวนา พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการจัดการปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อย่างยั่งยืน
การเสวนาแบ่งออกเป็น ๒ ช่วงสำคัญ ได้แก่
ช่วงที่ ๑ “ความก้าวหน้าและความท้าทายในการแก้ไขปัญหาฝุ่นและไฟป่าในประเทศไทย” ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์ปัจจุบัน อุปสรรคในการบริหารจัดการ และผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน
และช่วงที่ ๒ “เจาะลึกทางออกวิกฤตฝุ่นและทิศทางร่างกฎหมายอากาศสะอาดในอนาคต” ที่มุ่งหารือแนวทางพัฒนากฎหมายและมาตรการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงอากาศสะอาด
ทั้งนี้ การจัดเวทีเสวนาครั้งดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา ผลกระทบ และแนวทางแก้ไขวิกฤตฝุ่น PM2.5 ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง โดยข้อเสนอและความคิดเห็นที่ได้รับจะนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับใช้เป็นแนวทางในการกำหนดมาตรการและกฎหมายด้านอากาศสะอาดของประเทศในอนาคต
นอกจากนี้ การดำเนินงานดังกล่าวยังสะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาชน ในการผลักดันการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วม อันจะนำไปสู่การสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนอย่างยั่งยืน
07/05/2026
วันนี้ (๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙) เวลา ๑๕.๐๐ น. ชลิต พุกผาสุข เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บุคคลสำคัญของโลก ประธานก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เพื่อถวายเป็นพระกุศลและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ในการนี้ ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร มอบหมายให้ กอบเพชร หาญพัฒนพานิชย์ เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมาก
พิธีบำเพ็ญกุศลจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เนื่องในวโรกาสคล้ายวันประสูติ ๖ พฤษภาคม เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อมูลนิธิฯ และเยาวชนผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ตลอดพระชนม์ชีพ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายในการปฏิบัติพระกรณียกิจด้านการศึกษา การสาธารณสุข และการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดคุณูปการสำคัญแก่สังคมไทย และได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก”
พิธีดังกล่าวจึงมิได้เป็นเพียงศาสนพิธีเพื่อถวายพระกุศลเท่านั้น หากยังสะท้อนถึงพลังแห่งความจงรักภักดีและความกตัญญูของทุกภาคส่วน ที่พร้อมใจกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมสืบสานพระปณิธานในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่เยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ เนื่องในวโรกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี โดย หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร เป็นผู้ประสานการก่อตั้งมูลนิธิฯ และดำรงตำแหน่งประธานกรรมการดำเนินงานคนแรก เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั่วประเทศ
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน มูลนิธิฯ ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือระหว่างผู้มีจิตศรัทธาผู้สนับสนุนทุนการศึกษา กับเยาวชนผู้รับทุน พร้อมติดตามและส่งเสริมพัฒนาการของเยาวชนทั้งด้านการศึกษา คุณธรรม จริยธรรม และการดำรงชีวิต เพื่อปลูกฝังให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ มีจิตสำนึกต่อสังคม และเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคตอย่างยั่งยืน
07/05/2026
วันนี้ (๖ พฤษภาคม ๒๕๖๙) เวลา ๑๐.๓๐ น. ปริญ รื่นภาควุฒิ พร้อมด้วย อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ร่วมเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนโครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย “พัฒนาคลองเปรมประชากร” ณ อาคารเอนโก้ เทอร์มินอล เพื่อเร่งบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการฟื้นฟูคลองเปรมประชากร แก้ไขปัญหาน้ำเสีย น้ำท่วม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนริมคลองอย่างเป็นรูปธรรม
ในการประชุมครั้งนี้ มี ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร พร้อมด้วย ธีรภัทร ประยูรสิทธิ ยงยุทธ สุทธิชื่น ศิรินทร เดชาภิวุฒิ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมติดตามความก้าวหน้าและร่วมกำหนดแนวทางการดำเนินงานอย่างบูรณาการ
ที่ประชุมได้หารือแผนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลาในการพัฒนาคลองเปรมประชากร ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาชุมชน โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนริมคลองอย่างรอบด้าน อาทิ การพัฒนาสาธารณูปโภค การจัดทำสวนสาธารณะ ลานกีฬา พื้นที่สีเขียว การจัดระเบียบที่อยู่อาศัย การบริหารจัดการขยะและการจราจร รวมถึงการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์และระบบบำบัดน้ำเสีย เช่น ถังดักไขมัน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ยังมีการบูรณาการแผนงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและการสนับสนุนจากภาคเอกชนหลายภาคส่วน อาทิ บีเจซี บิ๊กซี ปตท. ช.การช่าง ตลอดจนภาคเอกชนและเครือข่ายชุมชนที่ร่วมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับคลองเปรมประชากรที่ผ่านมา ประสบปัญหาการรุกล้ำลำคลองจากสิ่งปลูกสร้าง การทิ้งขยะ และปัญหาน้ำเสีย ส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลงและเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน การดำเนินโครงการครั้งนี้จึงมุ่งฟื้นฟูคลองทั้งระบบ ตั้งแต่การขุดลอกคลอง เพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ การบำบัดน้ำเสีย การจัดระเบียบชุมชนและวางผังที่อยู่อาศัยใหม่ ตลอดจนการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและแหล่งเรียนรู้ของชุมชน
ทั้งนี้ การดำเนินงานเป็นไปตามแนวพระราชดำริในการฟื้นฟูแหล่งน้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนควบคู่กัน โดยมุ่งสร้างความสมดุลทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การอยู่อาศัย การคมนาคม และการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้คลองเปรมประชากรกลับมาเป็นแหล่งน้ำที่มีคุณภาพ สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน และนำไปสู่การสร้างชุมชนที่สะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่ในระยะยาว
07/05/2026
นายกรัฐมนตรี ประชุมคณะกรรมการ GECC ขับเคลื่อนมาตรฐานบริการภาครัฐ มุ่งอำนวยความสะดวกประชาชนทั่วประเทศ
—
วันนี้ (๗ พฤษภาคม ๒๕๖๙) เวลา ๑๐.๐๐ น. ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการศูนย์ราชการสะดวก (GECC) ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบบริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น
ในการประชุมครั้งนี้ มี ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคณะกรรมการและเลขานุการ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณากรอบแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ราชการสะดวก ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ พร้อมแต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านวิชาการ และคณะอนุกรรมการตรวจประเมินมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการตรวจประเมิน และรับรองมาตรฐานการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐตามมาตรฐาน GECC อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ มาตรฐาน GECC ถือเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับคุณภาพการบริการของหน่วยงานภาครัฐ โดยมุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดขั้นตอน เพิ่มการเข้าถึงบริการ และปรับบทบาทภาครัฐให้เป็น “ผู้ให้บริการเพื่อประชาชน” อย่างแท้จริง
ปัจจุบัน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๙ มีหน่วยงานที่ผ่านการคัดกรองเอกสารและอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจประเมิน จำนวน ๖๓๑ ศูนย์ ขณะที่ผลการรับรองมาตรฐาน GECC ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๘ มีหน่วยงานผ่านการรับรองรวมทั้งสิ้น ๘๒๘ ศูนย์ แบ่งเป็น ระดับเป็นเลิศ (สีทอง) จำนวน ๔ ศูนย์ ระดับก้าวหน้า (สีเงิน) จำนวน ๑๓๐ ศูนย์ และระดับพื้นฐาน (สีฟ้า) จำนวน ๖๙๔ ศูนย์
นอกจากนี้ ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GECC ครบอายุการรับรอง ๓ ปี จำนวนทั้งสิ้น ๑,๔๔๕ หน่วยงาน สะท้อนถึงความตื่นตัวของหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาคุณภาพการบริการประชาชนอย่างต่อเนื่อง
04/05/2026
รัฐบาลจัดงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันฉัตรมงคล ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๙
วันนี้ (4 พ.ค. 69) เวลา 19.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันฉัตรมงคล ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีคณะผู้บริหารประเทศ ข้าราชการ และผู้แทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ภายในงานมีพิธีถวายพระพรชัยมงคล บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี และการเลี้ยงรับรองตามธรรมเนียม เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความสามัคคีของทุกภาคส่วน
ทั้งนี้ รัฐบาลเชิญชวนพสกนิกรชาวไทยร่วมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวันฉัตรมงคลโดยพร้อมเพรียงกัน
#ข่าว
#ข่าวด่วน