16/04/2025
ผมได้อ่านหนังสือเลี้ยงลูกอย่างไรให้ใช้สมองทั้ง 2 ด้าน (The whole- brain Child) แล้วเจอประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสมองชั้นบนกับชั้นล่าง⁉️ ที่เกี่ยวกับการอาละวาดของลูกๆ ยาวหน่อยแต่มีประโยชน์มากๆครับ 🙂
ปกติเราจะได้ยินบ่อยๆแค่สมองซีกซ้ายกับซีกขวา....
ให้เราลองจินตนาการว่าสมองเป็นบ้าน 2 ชั้น ประกอบด้วยชั้นบนกับชั้นล่าง...🏠
🐶สมองชั้นล่าง อยู่ตรงส่วนล่างของสมอง ตั้งแต่ต้นคอไปจนถึงสันจมูก รับผิดชอบการทำงานพื้นฐาน (เช่นการหายใจ การกระพริบตา) การตอบสนองและการกระตุ้นตามธรรมชาติ (เช่น ต่อสู้ หนี ) และอารมณ์ที่รุนแรง (เช่น โกรธ กลัว) เช่นสัญชาตญานในการหลบลูกบอลที่กระเด็นมา หรืออารมณ์โกรธ เมื่อพบเจอสิ่งที่ไม่พอใจ แสดงว่าสมองชั้นล่างกำลังทำงาน
🦝สมองชั้นบน ประกอบขึ้นจากเปลือกสมอง โดยเพาะส่วนที่อยู่ด้านหลังหน้าผากโดยตรง รับผิดชอบกระบวนการทางสมองที่ซับซ้อน เช่น การคิด การจินตนาการ การวางแผน การคิดวิเคราะห์ การเข้าใจตนเองและความรู้สึกของผู้อื่น คุณธรรม วุฒิภาวะ คิดก่อนทำ
โดยสมองส่วนล่าง พัฒนาตั้งแต่เกิดและเร็วกว่าสมองส่วนบน เหมือนบ้านที่ต้องสร้างชั้นล่างให้เสร็จก่อนจึงจะสร้างชั้นบนต่อได้ สมองส่วนบนจะไม่เจริญเต็มที่จนกว่าเราจะอายุยี่สิบกลางๆ ‼
จากข้อมูลข้างบน ทำให้พ่อแม่ต้องเข้าใจว่า พฤติกรรมดีๆที่เราต้องการและคาดหวังให้ลูกๆแสดงออก เช่น คิดก่อนทำอะไร ควบคุมอารมณ์และความรู้สึกได้ มีคุณธรรม เป็นต้นนั้น ขึ้นอยู่กับสมองชั้นบนที่กำลังพัฒนายังไม่สมบูรณ์ ทำงานได้ไม่เต็มที่ ด้วยเหตุนี้เด็กๆจึงมักติดอยู่ชั้นล่าง ไม่สามารถใช้สมองชั้นบนได้ จึงโมโหง่าย น้อยใจ ร้องไห้ คุมอารมณ์ไม่ได้ พูดไม่คิด ไม่เข้าใจว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ ตัวเองเป็นศูนย์กลาง เป็นต้น
🌷อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ อะมิกดาลา ซึ่งอยู่ในสมองส่วนล่าง มีหน้าที่ประมวลผลและแสดงอารมณ์อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอารมณ์โกรธและกลัว เหมือนเป็นยามของสมอง เมื่อสัมผัสถึงอันตรายมันจะเข้าควบคุมสมองส่วนบนแบบเบ็ดเสร็จทันที ส่งผลให้ทำก่อนที่จะคิดทันที ซึ่งมีทั้งข้อดีและเสีย เช่น หยุดหรือวิ่งเมื่อเจออันตรายแบบไม่ต้องเสียเวลาประมวลผลคิดซึ่งไม่ทันการ หรือยื่นมือกลับจากสิ่งอันตราย หรือตะโกนออกไปเมื่อตกใจโดยอัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งนี่เป็นข้อดี กับอีกแบบคือ เด็กระเบิดอารมณ์โกรธออกมา ขว้างปาข้าวของ พูดคำหยาบคาย ไม่ใช่ไม่คิด แต่ไม่สามารถคิดได้ เพราะสมองส่วนบนโดนควบคุม โดนปล้นแล้ว กับอีกตัวอย่างนึงคือ เด็กที่ไม่กล้าปั่นจักรยานเพราะกลัวเจ็บ หรือเด็กบางคนไม่กล้าเหยียบน้ำทะเล เหยียบทราย แล้วกรีดร้องด้วยความกลัว ก็เพราะอะมิกดาลาทั้งนั้น ซึ่งนี่ก็เป็นข้อเสียของมัน 🤔
🌻เมื่อเข้าใจเรื่องนี้แล้ว ก็จะมาดูกันเรื่องการตอบสนองต่อความโกรธ ความนอย การอาละวาด ของลูกๆ
ในหนังสือบอกว่าการอาละวาดของลูก มี 2 แบบ คือ
1.อาละวาดแบบห้องชั้นบน อาละวาดแบบมีสติ คิดและ ตั้งใจโกรธ ร้องไห้ ตั้งใจทำลายข้าวของ เพื่อเอาชนะ เพื่อให้พ่อแม่ยอม ในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ และลูกก็สามารถหยุดได้ทันทีที่ต้องการ สิ่งที่พ่อแม่ต้องทำคือใจเย็นและเด็ดขาด ไม่ให้ ไม่ยอม และคุยด้วยเหตุผล ลูกก็จะเรียนรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ได้ผล และจะไม่ทำอีก อาละวาดแบบนี้น่าตีมาก 😄
2.อาละวาดแบบห้องชั้นล่าง ต่างกับชั้นบนอย่างสิ้นเชิง เพราะอะมิกดาลาเข้าควบคุม ไม่ได้คิด อารมณ์ชั่ววูบ ไม่ได้อยากทำ และมีฮอร์โมนความเครียดที่ออกมาจากในร่างกายผสมด้วย ลูกควบคุมตัวเองไม่อยู่ ไม่สามารถใช้สมองคิดได้ อาละวาดแบบนี้น่าสงสารมาก😢 พ่อแม่ใช้ความรุนแรง ดุ ด่า ตี หรือพูดอธิบายเหตุผล ก็ไม่ช่วยให้ลูกดีขึ้น วิธีการที่พ่อแม่ต้องทำคือ เน้นการใส่ใจ และปลอบประโลม ให้ลูกสงบลงก่อน ด้วยสัมผัสแห่งรัก กอด อุ้ม และน้ำเสียงอ่อนโยน ถ้าเกิดลูกเป็นมากจนกลัวจะทำร้ายตัวเองหรือคนอื่น ให้กอดลูกแน่นๆ แล้วปล่อยให้ลูกสงบลงแล้วพาลูกออกไปจากสถานการณ์ ยังไม่จำเป็นต้องพูดถึงเหตุและผลหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม พูดไปก็ซึมซับไม่ได้ รอจนกว่าลูกจะสงบลง อะมิกดาลาสงบลง สมองส่วนบนจะเริ่มเปิด แล้วเราจึงค่อยสอนเรื่องเหตุและผล 👍
หวังว่าคงมีประโยชน์ในการเผชิญปัญหาลูกอาละวาด สิ่งสำคัญคือเราต้องแยกให้ออกก่อนว่า อาละวาดแบบไหนแล้วจึงจะจัดการลูกได้ถูกครับ 😁
คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนสนใจลองหามาอ่านเพิ่มนะครับ ดีมากๆ Link กับ เรื่อง EF ได้ดีทีเดียว 😊
#ดีต่อลูก