เพจนี้ปิดใช้งานแล้วคะ
โรงเรียนท่าช้างราษฏร์บำรุง
เพจเด็ก ท.ร.
โรงเรียนที่มีคำว่า "ราษฏร์บำรุง" คือ โรงเรียนที่ประชาชนส่วมร่วมในการส่งเสริมการศึกษา.
คำขวัญ : ปัญญาดี มีวินัย จงทำตนให้เป็นประโยชน์และมีค่าต่อสังคม
ปรัชญา : ประพฤติดี มีการศึกษา พาสู่คุณธรรม
ทร.คือบ้านที่อบอุ่น ขอบคุณในมิตรไมตรีที่มีให้เสมอมา #เกษียณอายุราชการ
07/09/2021
รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์เป็นคุณสมบัติของคนไทย #รำลึกวีรกรรมท่านท้าวสุรนารี♥️♥️
17/05/2020
https://www.facebook.com/382259508518059/posts/2873320389411946/
การจัดการศึกษาทางไกลโทรทัศน์ระบบดิจิตอลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)" โดยความร่วมมือระหว่าง กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เริ่มออกอากาศ 18 พฤษภาคม 2563
20/03/2020
ประกาศ...!!
เรื่อง การรับสมัครนักเรียนผ่านช่องทางออนไลน์
ระดับชั้น ม. 1 และ ม.4 โรงเรียนท่าช้างราษฎร์บำรุง
ม.1 คลิ๊ก wow.in.th/6C6P
ม.4 คลิ๊ก wow.in.th/N87h
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์โทรศัพท์ : 044 300 504 ,081 8768049 และ 092 9091950
Line Official : (อย่าลืม @ข้างหน้านะครับ)
18/03/2020
“อาพาธพินาศ” พระราชพิธีโบราณ
“พระราชพิธีอาพาธพินาศ” ซึ่งพระราชพิธีที่เคยมีมาแต่โบราณ และคนส่วนใหญ่ในสมัยนั้นก็เชื่อถือ แม้ว่าจะไม่มีผลทางการแพทย์ แต่ก็จึงช่วยระงับความกังวลใจให้แก่ประชาชนในยามทุกข์ได้บ้าง
ชื่อว่า “โรคระบาด” เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ย่อมมีผู้ป่วยจำนวน แพร่กระจายในหลายพื้นที่ เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สูง ในการบันทึกความเสียหายในที่เกิดจากโรคระบาดนั้น พระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ ๒ ที่เรียบเรียงโดยเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ เกี่ยวกับการระบาดของอหิวาตกโรคทำให้ “เห็นภาพ” ความรุนแรงของโรคระบาดได้ดีมากสถิติตัวเลขในปัจจุบันนัก เจ้าพระยาทิพากรวงศ์บันทึกไว้ดังนี้
“...ณ วันศุกร์ ขึ้น ๖ ค่ำเดือน ๗ ไปถึงวันเพ็ญคนตายทั้งชายหญิง ศพที่ป่าช้าแลศาลาดินในวัดสะเกษ วัดบางลำพู [วัดสังเวชวิศยาราม] วัดบพิตรพิมุข วัดประทุมคงคา และวัดอื่นๆ ก่ายกันเหมือนกองฟืน ที่เผาเสียก็มากกว่ามาก แลที่ลอยในแม่น้ำลำคลองเกลื่อนกลาดไปทุกแห่ง จนพระสงฆ์ก็หนีออกจากวัด คฤหัสน์ก็หนีออกจาบ้าน น่าอเนจอนาถนัก ถนนหนทางก็ไม่มีคนเดิน ตลาดไม่ได้ออกซื้อขายกัน ต่างคนต่างรับประทานแต่ปลาแห้งกับเกลือเท่านั้น น้ำในแม่น้ำก็กินไม่ได้…”
ในครั้งนั้นรัชกาลที่ ๒ โปรดฯ ให้จัด “พระราชพิธีอาพาธพินาศ” ขึ้น ซึ่งตามพระราชพงศาวดารรัชกาลที่ ๒ บันทึกไว้ว่า
“...วันจันทร์ เดือนเจ็ด ขึ้น ๑๑ ค่ำ ยิงปืนใหญ่รอบพระนครคืนยันรุ่ง แล้วเชิญพระแก้วมรกตแลพระบรมธาตุทั้งพระราชาคณะออกแห่โปรยทรายประน้ำปริตทั้งทางบกทางเรือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงศีล ทั้งพระราชวงศานุวงศ์ที่มีกรมหากรมมิได้ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายหน้าฝ่านใน ก็โปรดสั่งมิให้เฝ้า ให้งดกิจราชการสียมิให้ว่ามิให้ทำ ให้ตั้งใจทำบุญสวดมนต์ให้ทาน
บรรดาไพร่ซึ่งนอนเวรประจำซองรักษาพระราชวังชั้นในและชั้นนอก ก็ให้เลิกปล่อยไปบ้านเรือน โดนทรงพระเมตตาว่า ประเพณีสัตว์ทั่วกัน ภัยมาถึงก็ย่อมรักชีวิต บิดามารดาภรรยาแลบุตรญาติพี่น้องก็เป็นที่รักเหมือนกัน จะได้ไปรักษาพยาบาล…คนโทษที่ต้องเวรจำอยู่นั้นก็ปล่อยสิ้น เว้นแต่พม่าข้าศึก บรรดาประชาราษฎร์ทั้งปวง มีรับสั่งห้ามมิให้ไปเที่ยวฆ่าสัตว์ตัดชีวิต...”
พระราชพิธีอาพาธพินาศยังมีกล่าวใน “พระราชพิธีสิบสองเดือน” ที่รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ได้กล่าวถึงการจัดพระราชพิธีอาพาธพินาศในสมัยรัชกาลที่ ๒ เมื่อเกิดการเจ็บป่วยจำนวนมากอย่าง ไข้ทรพิษ หรืออหิวาตกโรคว่า
“...เมื่อจะคิดเสาะแสวงหาเหตุผลว่าเกิดขึ้น ด้วยอันใด ก็ไม่สามารถที่จะทราบได้ใยเวลานั้น ด้วยมิได้เคยทดลองสังเกตสังกามาแต่ก่อน ยาที่จะกินนั้นเล่าก็ต้องเปนยาเดาขึ้นใหม่ทั้งสิ้น กินยาก็ต้องเปนการลองไปในตัว คนจึงได้ตายมาก จนลงเห็นกันว่าเปนไม่มียาอันใดจะแก้ไขได้ ความคิดที่เชื่อพระผู้สร้างโลก เชื่อผีผู้ดีคือเทวดา เชื่อผีพี่คือปิศาจ ก็เข้าครอบงำความคิดคนทั้งปวงในเวลานั้นตามแต่ใครจะถนัดทางใด...”
พระราชพิธีสิบสองเดือน ยังอธิบายถึง “อาฏานาฏิยสูตร” ที่ใช้ในพระราชพิธีอาพาธพินาศว่า
“...เมื่อภัยเกิดขึ้นเช่นนี้..ก็ไม่มีอะไรเหมาะยิ่งกว่าอาฏานาฏิยสูตร ซึ่งกล่าวมาว่าสำหรับปราบปรามพวกภูตปิศาจไม่ให้ทำร้ายมนุษย์ จึ่งได้คิดตั้งพระราชพิธีให้มีการสวดอาฏานาฏิยปริต แต่ตั้งชื่อว่าอาพาธพินาศตามความต้องการ ให้เปนการที่เย็นใจของชนทั้งปวงซึ่งนับถือพระพุทธศาสนา
แต่การพระราชพิธีนั้นเปนการคาดคเนทำขึ้น มิใช่พระพุทธเจ้าได้ตรัสสั่งสอนไว้ให้ทำสำหรับแก้ไขโรคภันเช่นนี้ จึ่งได้คิดขับไล่ผีเปนการผิดอิกขั้นหนึ่งด้วย เพราะโรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นด้วยผี เกิดขึ้นด้วยดินฟ้าอากาศ แลความประพฤติที่อยู่กินของมนุษย์ ซึ่งเปนสิ่งที่ไม่มีวิญญาจะขับไล่ได้…”
การพระราชพิธีอาพาธพินาศพอจะสรุปได้ดังนี้ การเชิญพระแก้วมรกตมาตั้งที่พระมณฑลพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในวันแรม ๑๕ ค่ำ เวลาเช้า มีสรงพระมรุธาภิเศกที่ด้านตะวันออกของพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย แล้วแบ่งพระสงฆ์เป็นกลุ่ม มีกระบวนแห่พระพุทธรูปในฝั่งตะวันออก ๓ กระบวนด้วยกัน คือ กระบวนพระแก้ว, กระบวนพระไชย, กระบวนพระห้ามสมุท ข้ามไปฝั่งตะวันตก ให้กรมพระราชวังหลังเป็นผู้จัดกระบวน แต่ละกระบวนมีแห่คล้ายๆ และพระราชาคณะประน้ำมนต์โปรยทราย รวมทั้งกระบวนใช้คน ๑,๑๔๓ คน, พระสงฆ์ ๖๔ รูป
รัชกาลที่ ๕ ทรงบันทึกถึงคำบอกเล่าในการพระราชพิธีทีทำนี้ว่า
“...มีเรื่องราวอันเปนที่พฤกพึงกลัวเปนอันมาก เปนต้นว่าคนที่เข้ากระบวนแห่แลหามพระพุทธรูป และพระสงฆ์เดินไปกลางทางก็ล้มลงขาดใจตาย ที่กลับมาถึงบ้านแล้วจึ่งตายก็มีมาก แลตั้งแต่ตั้งพิธีแล้วโรคนั้นก็ยิ่งกำเริบร้ายแรงหนักขึ้น…คนทั้งปวงก็พากันลงว่าเพราะการพิธีนั้นสู้ผีไม่ได่ ผีมีกำลังกล้ากว่า ตั้งแต่ทำพิธีอาพาธพินาศในปีมะโรงโทศกนั้น ไม่ระงับโรคประจุบันได้ ก็เปนอันเลิกกันไม่ได้ทำอิกต่อไป...”
ที่มา
- เจ้าพระยาทิพากรวงศ์. พระราชพงศาวดาร รัชกาลที่ ๒ , คุรุสภา ๒๕๐๔
- พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว. พระราชพิธีสิบสองเดือน, พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปดรเกล้าฯ ให้พิมพ์เปนของพระราชทานในงานพระศพ พระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์เจ้าเจริญศรีชนมายุ ปีวอก พ.ศ. ๒๔๖๓
- ลิงก์ https://www.silpa-mag.com/featured/article_46346
18/03/2020
ระมัดระวังและดูตัวเองให้ปลอดภัย
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
เบอร์โทรศัพท์
ที่อยู่
Chalermprakiet
Amphoe Chakkarat
30230
14/09/2021