สอนภาษาจีนบางใหญ่ นนทบุรี Pasajeenkrujib-ครูจิ๊บ

สอนภาษาจีนบางใหญ่ นนทบุรี Pasajeenkrujib-ครูจิ๊บ

แชร์

สนใจติดต่อ Line:jib.yubing

Photos from สอนภาษาจีนบางใหญ่ นนทบุรี Pasajeenkrujib-ครูจิ๊บ's post 12/03/2026

สวัสดีค่ะ 🥰วันนี้เหล่าซือจิ๊บขอมานำเสนอความรู้เกี่ยวกับร้านอาหารริมทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวที่ไปประเทศจีนมักจะพบเห็นได้เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป แทบทุกเมืองในประเทศจีน ร้านค้าหรือร้านอาหารริมทางที่เรียกกันว่า 大排档 (dà páidàng) มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตามซอยเล็ก ๆ หรือในชุมชนที่มีผู้คนเดินผ่านไปมาคึกคัก😁

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่าซือมีโอกาสได้กลับไปที่ประเทศจีนอีกครั้ง และยังคงพบเห็นร้านอาหารริมทางลักษณะนี้อยู่มากมายเหมือนเดิม เรียกได้ว่า 大排档 ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตชาวจีนก็ว่าได้ เพราะไม่เพียงเป็นสถานที่สำหรับรับประทานอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ผู้คนมาพบปะสังสรรค์ พูดคุย และใช้เวลาพักผ่อนหลังเลิกงานอีกด้วย 😊
โดยทั่วไปแล้ว ร้าน 大排档 มักจะเปิดในช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืน บางร้านอาจเปิดถึงดึกมาก ภายในร้านจะมีโต๊ะและเก้าอี้แบบเรียบง่าย บรรยากาศเป็นกันเอง ลูกค้าสามารถนั่งทานอาหารพร้อมพูดคุยกันได้อย่างสบาย ๆ เสน่ห์สำคัญของร้านประเภทนี้คืออาหารที่ปรุงสดใหม่ กลิ่นหอมจากการผัดในกระทะไฟแรง และราคาที่ไม่แพง ทำให้ได้รับความนิยมทั้งจากคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

เมนูอาหารของ 大排档 ก็มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลผัดกระเทียม กุ้งผัดพริกเกลือ หอยผัดซอสเต้าเจี้ยว รวมไปถึงเมนูยอดนิยมอย่าง 炒面 (chǎo miàn) บะหมี่ผัด และ 炒饭 (chǎo fàn) ข้าวผัด นอกจากนี้ ในบางพื้นที่ยังมี 烧烤 (shāokǎo) หรือปิ้งย่างสไตล์จีนที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงเวลากลางคืน

นอกจากนี้ 大排档 ยังมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน โดยมีการกล่าวกันว่ามีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัย ราชวงศ์ซ่งใต้ (南宋) ในอดีตขุนนางและเจ้าหน้าที่ราชสำนักที่ต้องเข้าเวรรับใช้จักรพรรดิ จะมีการตั้งโต๊ะจัดอาหารเลี้ยงกันเป็นแถว ๆ เพื่อรับประทานร่วมกัน จนเกิดเป็นวัฒนธรรมที่เรียกว่า “排当” ต่อมาคำนี้ได้แพร่เข้าสู่สังคมทั่วไปของประชาชน และเมื่อมีการตั้งโต๊ะเก้าอี้จำนวนมากเรียงกันเพื่อขายอาหาร จึงค่อย ๆ เรียกกันว่า “排档” ซึ่งพัฒนามาเป็นคำว่า 大排档 ในปัจจุบัน👏

อย่างไรก็ตาม ร้าน 大排档 ส่วนใหญ่มักตั้งอยู่บริเวณหน้าร้านหรือริมทาง และบางแห่งอาจไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการเฉพาะสำหรับร้านลักษณะนี้ แม้บางร้านจะมีใบอนุญาตร้านอาหาร แต่กฎหมายในบางพื้นที่ก็ไม่ได้อนุญาตให้ตั้งโต๊ะขายนอกอาคาร เนื่องจากอาจก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น การใช้พื้นที่สาธารณะ การเกิดมลพิษทางอากาศ การทิ้งขยะไม่เป็นที่ เสียงรบกวน รวมถึงปัญหาด้านสุขอนามัย

ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการจาก มหาวิทยาลัยเกษตรจีน (中国农业大学) รองศาสตราจารย์ 范志红 (Fàn Zhìhóng) ได้กล่าวว่า การรับประทานอาหารที่ 大排档 ไม่ได้เป็นสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป หากแต่ควรใส่ใจเรื่องโภชนาการและความสมดุลของอาหาร เช่น ควรควบคุมปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ และเลือกทานอาหารให้หลากหลายเพื่อสุขภาพที่ดี
เมนูยอดนิยมอย่าง 串烧หรือ烧烤 โดยเฉพาะ 羊肉串 (yángròu chuàn) หรือเนื้อแกะเสียบไม้ย่าง เป็นอาหารที่พบได้บ่อยใน 大排档 แต่บางครั้งผู้ขายอาจใส่สารปรุงแต่งจำนวนมาก และหากย่างจนไหม้เกรียม ก็อาจทำให้เกิดสารอันตราย เช่น 苯并芘 (benzopyrene) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง อีกทั้งควันจากการย่างยังอาจก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศได้
ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า หน่วยงานภาครัฐควรมีการจัดระเบียบและดูแลร้าน 大排档 ให้มีมาตรฐานด้านสุขอนามัยมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเลือกรับประทานอาหารอย่างปลอดภัยและเหมาะสมต่อสุขภาพ

🖇️คำศัพท์ภาษาจีนเกี่ยวกับร้านอาหารริมทางที่เจอบ่อย📌

大排档dà páidàng ร้านอาหารริมทาง / ร้านอาหารข้างทาง
路边摊lùbiān tān แผงลอยข้างถนน
夜市yèshì ตลาดกลางคืน
炒面 chǎo miàn บะหมี่ผัด
炒饭 chǎo fàn ข้าวผัด
烧烤shāokǎo ปิ้งย่างสไตล์จีน / บาร์บีคิว
海鲜hǎixiān อาหารทะเล
啤酒píjiǔ เบียร์
菜单càidān เมนูอาหาร
价格便宜jiàgé piányí ราคาถูก / ราคาไม่แพง
味道很好wèidào hěn hǎo รสชาติอร่อยมาก
人很多 rén hěn duō คนเยอะ / คนพลุกพล่าน
老板lǎobǎnเจ้าของร้าน
服务员fúwùyuán พนักงานเสิร์ฟ

ตัวอย่างประโยคง่าย ๆ
我们晚上去大排档吃饭吧。
Wǒmen wǎnshang qù dà páidàng chīfàn ba
พวกเราไปกินข้าวที่ร้านอาหารริมทางตอนเย็นกันเถอะ
这家大排档的炒面很好吃。
Zhè jiā dà páidàng de chǎomiàn hěn hǎochī
บะหมี่ผัดของร้านนี้อร่อยมาก
大排档的价格很便宜。
Dà páidàng de jiàgé hěn piányí
อาหารของร้าน大排档ราคาถูกมาก

และในครั้งนี้ เหล่าซือจึงถือโอกาสเก็บภาพบรรยากาศของ 大排档 จากมณฑล 福建 (Fújiàn) หรือที่คนไทยรู้จักกันว่า “ฮกเกี้ยน” มาฝากทุกคนค่ะ บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่มานั่งทานอาหาร พูดคุย และใช้เวลาร่วมกันอย่างคึกคัก สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์ของวัฒนธรรมการกินอยู่แบบเรียบง่ายของชาวจีนได้เป็นอย่างดีค่ะ👍

资料来源:大排档(聚集排列的小吃摊)—百度百科

11/03/2026

สวัสดียามบ่ายค่ะ🙏🏻วันนี้เหล่าซือขอมาแชร์ตัวอย่างชุดข้อสอบพาร์ทการฟัง ของHSK ระบบใหม่เวอร์ชั่น3.0ค่ะ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสอบระบบใหม่พร้อมกันในเดือนมิถุนายนนี้นะคะ🥰我们一起加油👏

想知道自己中文听力有多厉害🤩?沉浸式体验HSK1-9级听力考试,挑战一下吧💪💪!建议赶紧先收藏,没事常翻出来多听听多练习,有助于提升你的听力水平。
🧐How good is your listening ability? Dive into an immersive HSK 1-9 listening challenge and find out now! Mark it now! Regular listening and practice will level up your listening level.

📍Get them NOW - HSK1-9 listening test videos: https://youtube.com/playlist?list=PLHXUZOTDMKlGBD2jXiBKMtiQBwNWgsHo2

24/02/2026

สวัสดีค่ะ บ่ายนี้เหล่าซือจิ๊บขอมานำเสนอคำคุณศัพท์ซ้ำในภาษาจีน หรือที่เรียกกันว่า 重叠式形容词 ซึ่งสามารถพบเจอในข้อสอบA level และHSK
คำคุณศัพท์ซ้ำ (重叠式形容词) ในภาษาจีน คือการนำคำคุณศัพท์มาซ้ำรูปแบบต่าง ๆ เพื่อ เน้นระดับความเข้มข้น หรือ ทำให้ภาพพจน์ชัดเจนและมีชีวิตชีวา มากขึ้น
รูปแบบการซ้ำหลักและตัวอย่าง
1️.แบบ AA (คำพยางค์เดียวซ้ำกัน)
ใช้กับคำคุณศัพท์พยางค์เดียว เพื่อเน้นระดับ มักเติม “的” เมื่อต้องการทำหน้าที่ขยายคำนาม
ตัวอย่าง小小的 → เล็กนิดเดียว / เล็กมาก (เน้นความเล็ก)
红红的 → แดงสดมาก (เน้นสีแดงชัด)
ตัวอย่างประโยค
红红的苹果 → แอปเปิลสีแดงสด
小小的声音 → เสียงเบา ๆ เล็ก ๆ
2️.แบบ AABB (คำสองพยางค์ซ้ำทั้งคำ)
นำคำคุณศัพท์สองพยางค์มาซ้ำทั้งคำ แสดงว่าระดับชัดเจนหรือเข้มขึ้น
ตัวอย่าง
明明白白 → ชัดเจนมาก
清清楚楚 → ชัดแจ้งมาก
ตัวอย่างประโยค
他说得清清楚楚。
เขาพูดได้อย่างชัดเจนมาก
房间收拾得干干净净。
ห้องถูกเก็บอย่างสะอาดหมดจด
3️.แบบ ABAB (ซ้ำแบบสลับสองพยางค์)
มักใช้กับคำบอกลักษณะหรือสภาพ เพื่อเน้นแต่ไม่รุนแรงเกินไป
ตัวอย่าง
笔直笔直 → ตรงเป๊ะ
碧绿碧绿 → เขียวสดจัด
ตัวอย่างประโยค
马路笔直笔直的。
ถนนตรงมาก
草地碧绿碧绿的。
สนามหญ้าเขียวสดมาก
4️.แบบ A里AB (รูปแบบแทรก “里”)
เป็นโครงสร้างตายตัว มักมีความหมายเชิงลบหรือแสดงความไม่พอใจ
ตัวอย่าง
古里古怪 → แปลกประหลาด
马里马虎 → สะเพร่า ไม่ละเอียด
糊里糊涂 → งง ๆ เลอะเลือน
ลักษณะเด่น
มักมีความหมายตำหนิหรือเชิงลบ
เป็นรูปแบบคงที่ เปลี่ยนคำไม่ได้

ลักษณะทางความหมาย
1. การเน้นระดับ (程度强化)
รูปแบบ AA, AABB และ ABAB ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของความหมาย
เช่น高 → สูง
高高 → สูงมาก
2. แนวโน้มด้านอารมณ์
คำที่มีความหมายเชิงบวกมักซ้ำได้ เช่น
高高兴兴 (ดีใจมาก)
คำเชิงลบบางคำไม่ค่อยซ้ำ เช่น
痛苦 ❌ (ไม่ค่อยใช้ “痛苦痛苦”)
รูปแบบ A里AB มักมีความหมายเชิงลบ
หน้าที่ทางไวยากรณ์
1️ ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายคำนาม (定语)
ต้องเติม “的”
红红的苹果 → แอปเปิลสีแดงสด
2️ ทำหน้าที่เป็นกริยาวิเศษณ์ (状语)
ใช้ขยายกริยา 慢慢地说 → พูดช้า ๆ
3️ ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็ม (补语)
收拾得干干净净 → เก็บอย่างสะอาดหมดจด
ข้อจำกัด
❌ ไม่ใช้ร่วมกับคำวิเศษณ์บอกระดับ
× 非常高高 (ผิด)
✅ หากทำหน้าที่เป็นประธาน มักใช้ “都” ร่วมด้วย
句句都真 → ทุกประโยคเป็นความจริง
วันนี้เหล่าซือขอยกตัวอย่างคำศัพท์ ที่ซ้ำในรูปแบบ AABB ที่เจอบ่อยในภาษาจีน
กลุ่มคำ AABB และความหมาย
鬼鬼祟祟 → ลับ ๆ ล่อ ๆ มีพิรุธ
熙熙攘攘 → พลุกพล่าน จอแจ
战战兢兢 → ตัวสั่นด้วยความกลัว / ระมัดระวังมาก
兢兢业业 → ขยันขันแข็ง ตั้งใจทำงาน
沸沸扬扬 → เอิกเกริก อื้ออึง / ข่าวลือแพร่สะพัด
林林总总 → มากมายหลากหลาย
支支吾吾 → อ้ำอึ้ง พูดตะกุกตะกัก
吞吞吐吐 → พูดอึกอัก ลังเล
浩浩荡荡 → ยิ่งใหญ่อลังการ / เคลื่อนขบวนอย่างยิ่งใหญ่
影影绰绰 → เลือนราง เห็นราง ๆ
密密麻麻 → หนาแน่นเต็มไปหมด
疏疏朗朗 → โปร่ง โล่ง ไม่หนาแน่น
朝朝暮暮 → เช้าเย็น ทุกวันทุกคืน
日日夜夜 → ทุกวันทุกคืน
浑浑噩噩 → มึนงง สับสน ใช้ชีวิตเลื่อนลอย
风风雨雨 → ผ่านร้อนผ่านหนาว / อุปสรรคมากมาย
风风火火 → รีบร้อน กระตือรือร้นรวดเร็ว
堂堂正正 → อย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา
偷偷摸摸 → แอบ ๆ ซ่อน ๆ
轰轰烈烈 → ยิ่งใหญ่ ครึกโครม เร้าใจ
朦朦胧胧 → เลือนลาง ไม่ชัดเจน
隐隐约约 → ราง ๆ เลือน ๆ
迷迷糊糊 → งัวเงีย มึน ๆ
心心念念 → คิดถึงตลอดเวลา ใฝ่ฝันอยู่เสมอ
挨挨挤挤 → เบียดเสียดกันแน่น
勤勤恳恳 → ขยันและจริงจัง
踉踉跄跄 → เดินโซเซ สะดุดไปมา
原原本本 → ครบถ้วนตามต้นฉบับ
形形色色 → หลากหลายรูปแบบ นานาชนิด
口口声声 → พูดซ้ำ ๆ ย้ำอยู่เสมอ
และในช่วงนี้เป็นช่วงปีใหม่จีน เหล่าซือยกตัวอย่างประโยค ที่มีคำคุณศัพท์ซ้ำ ดังนี้
“春节的夜晚,城市上空轰轰烈烈的烟花秀,把夜空装点得格外绚烂。”
Chūnjié de yèwǎn, chéngshì shàngkōng hōnghōnglièliè de yānhuā xiù, bǎ yèkōng zhuāngdiǎn dé géwài xuànlàn.
ในคืนวันตรุษจีน การแสดงดอกไม้ไฟสุดตระการตาได้ส่องสว่างท้องฟ้าทั่วเมือง ทำให้ท้องฟ้ายามค่ำคืนงดงามเป็นพิเศษ

#เรียนภาษาจีน #สอบจีน #ติวเตอร์จีนบางใหญ่ #ภาษาจีนบางใหญ่ #เรียนภาษาจีนนนทบุรี

13/02/2026

สวัสดีค่ะวันนี้เหล่าซือจิ๊บขอมาอธิบายวิธีการแยกแยะประเภทของคำบุพบท (介词)และคำกริยา (动词)ในภาษาจีน ซึ่งปัญหาการแยกระหว่างคำบุพบทและคำกริยาไม่ออกนี้เกิดขึ้นกับผู้เรียนภาษาจีนหลายคน หากไม่สามารถจำแนกคำทั้งสองประเภทนี้ได้ ก็จะทำให้การอ่านเพื่อเข้าใจบทความภาษาจีนหรือแปลภาษาจีน ถูกคลาดเคลื่อนหรือทำให้ความหมายจริงๆที่ประโยคต้องการจะสื่อบิดเบือนไปได้ ก่อนอื่นเรามาดูประเภทของ คำบุพบท ขออธิบายคร่าวๆ 介词
ตามหน้าที่ทางไวยากรณ์ คำบุพบทที่ใช้บ่อยสามารถแบ่งออกได้เป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้:
1. แสดงเวลา สถานที่ และทิศทาง
从、 自、 自从、 打、 到、 往、 在、 当、 朝、 向、 顺着、 沿着、 随着、 由、 至、 趁、 临 เป็นต้น

2. แสดงวิธีการ วิธีปฏิบัติ หลักเกณฑ์ หรือเครื่องมือ
按、 按照、 依照、 本着、 经、 经过、 通过、 根据、 据、 以、 凭、 用、 拿、 靠 เป็นต้น

3. แสดงสาเหตุหรือจุดมุ่งหมาย
因、 由于、 因为、 为、 为了、 为着、 鉴于 เป็นต้น

4. แสดงผู้เกี่ยวข้อง ขอบเขต หรือความสัมพันธ์
对、 对于、 关于、 跟、 和、 与、 同、 替、 给、 向、 把、 被、 叫、 让、 由、 连 เป็นต้น

5. แสดงการเปรียบเทียบ
比、 和、 同、 较 เป็นต้น

6. แสดงการยกเว้น
除、 除了、 除去、 除非 เป็นต้น

7. แสดงรูปกรรมวาจก/ถูกกระทำ (被动)
被、 叫、 让、 给、 由 เป็นต้น
คำบุพบทเหล่านี้มักใช้ร่วมกับคำนาม สรรพนาม หรือวลีที่มีลักษณะเป็นคำนาม เพื่อประกอบกันเป็น “โครงสร้างบุพบท” (介词结构) ใช้แสดงความหมายทางไวยากรณ์ เช่น เวลา สถานที่ วิธีการ สาเหตุ วัตถุประสงค์ ผู้ถูกกระทำ การเปรียบเทียบ

การแยกแยะคำบุพบท (介词) กับคำกริยา (动词) หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำความเข้าใจความแตกต่างเชิงระบบในด้านหน้าที่ทางไวยากรณ์ ลักษณะทางรูปคำ และบทบาททางความหมาย เกณฑ์หลักในการพิจารณาว่าคำหนึ่งเป็นคำบุพบทหรือคำกริยา สามารถเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปน้อยได้ดังนี้:
สังเกตว่า ในภาษาจีนสมัยใหม่ คำบุพบทจำนวนมากมีพัฒนาการมาจากคำกริยาในภาษาจีนโบราณที่เกิดกระบวนการ “การเปลี่ยนหน้าที่ของคำทางไวยากรณ์” (语法化) ดังนั้น บางคำสามารถทำหน้าที่ได้ทั้งเป็นคำกริยาและคำบุพบท ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากบริบทของประโยค เช่น “在”、“给”、“比” อาจจัดอยู่ในชนิดคำที่แตกต่างกันในแต่ละประโยค
การแยกแยะคำบุพบท (介词) กับคำกริยา (动词) หัวใจสำคัญอยู่ที่การทำความเข้าใจความแตกต่างเชิงระบบในด้านหน้าที่ทางไวยากรณ์ ลักษณะทางรูปคำ และบทบาททางความหมาย เกณฑ์หลักในการพิจารณาว่าคำหนึ่งเป็นคำบุพบทหรือคำกริยา สามารถเรียงลำดับความสำคัญจากมากไปน้อยได้ดังนี้
1. สามารถทำหน้าที่เป็นภาคแสดง (谓语) ได้โดยลำพังหรือไม่ (เกณฑ์สำคัญที่สุด)
คำกริยา: สามารถทำหน้าที่เป็นภาคแสดงได้โดยลำพัง แสดงการกระทำหรือสภาพ
ตัวอย่าง:
他在家。 “在” เป็นคำกริยา ทำหน้าที่เป็นภาคแสดงโดยอิสระ
คำบุพบท: ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นภาคแสดงได้โดยลำพัง ต้องใช้ร่วมกับคำนามเพื่อสร้างวลีบุพบท ทำหน้าที่เป็นส่วนขยาย (状语)、ส่วนขยายคำนาม (定语) หรือส่วนเสริม (补语)
ตัวอย่าง:
他在家学习。 → “在” เป็นคำบุพบท ใช้บอกสถานที่ของการกระทำ ไม่สามารถตั้งเป็นประโยคได้โดยลำพัง
ดังนั้น หากคำหนึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นภาคแสดงได้เอง ให้จัดเป็นคำกริยา มิฉะนั้นให้จัดเป็นคำบุพบท

2. สามารถรับคำช่วยแสดงลักษณะกาล “着、了、过” ได้หรือไม่
คำกริยา: สามารถรับคำช่วยแสดงลักษณะกาล เพื่อบอกความต่อเนื่อง ความเสร็จสิ้น หรือประสบการณ์
ตัวอย่าง:
吃了饭、看着书、想过这个问题
คำบุพบท: ไม่สามารถรับคำช่วยดังกล่าว
ตัวอย่างที่ไม่ถูกต้อง:
在了教室、把了作业、为了了理想
หมายเหตุ: ในคำว่า “为了” และ “为着” ตัว “了” และ “着” เป็นเพียงส่วนประกอบของคำ ไม่ใช่คำช่วยแสดงลักษณะกาล จึงไม่ถือเป็นหลักฐานว่าคำบุพบทสามารถรับ “了”

3. สามารถซ้ำคำ (重叠) ได้หรือไม่
คำกริยา: ส่วนใหญ่สามารถซ้ำคำได้ เพื่อแสดงความหมายเชิงทดลอง ระยะสั้น หรือโทนผ่อนคลาย
ตัวอย่าง:
看看、想想、休息休息
คำบุพบท: ไม่สามารถซ้ำคำได้
ตัวอย่างที่ไม่ถูกต้อง:
在在教室、把把作业、比比他高
การซ้ำคำเป็นลักษณะสำคัญทางรูปคำของคำกริยา ซึ่งคำบุพบทไม่มีคุณสมบัตินี้

4. สามารถถูกขยายด้วยคำวิเศษณ์ได้หรือไม่
คำกริยา: สามารถถูกขยายด้วยคำวิเศษณ์ เช่น คำปฏิเสธ “不” หรือคำแสดงระดับ “很” (ใช้ได้เฉพาะกริยาทางจิต)
ตัวอย่าง:
不吃饭、很爱她、马上出发
คำบุพบท: ไม่สามารถถูกขยายด้วยคำวิเศษณ์
ตัวอย่างที่ไม่ถูกต้อง:
不从这里、很在教室、不把作业
การรับคำวิเศษณ์เป็นคุณสมบัติทางไวยากรณ์สำคัญของคำกริยา ซึ่งคำบุพบทไม่มี

5. ระดับความเป็นรูปธรรมทางความหมาย
คำกริยา: มีความหมายชัดเจน เป็นรูปธรรม แสดงการกระทำ พฤติกรรม หรือสภาพ
เช่น “给” หมายถึงการมอบให้ “比” หมายถึงการเปรียบเทียบ
คำบุพบท: มีความหมายค่อนข้างนามธรรม ทำหน้าที่นำเข้าส่วนขยาย เช่น เวลา สถานที่ ผู้เกี่ยวข้อง วิธีการ เป็นต้น
เช่น “给” ใช้นำผู้รับ (给我一支笔)
“比” ใช้นำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ (比我高)
คำบุพบทจำนวนมากพัฒนามาจากคำกริยาเดิมผ่านกระบวนการ “การทำให้เป็นคำหน้าที่” (虚化) ยิ่งความหมายเป็นนามธรรมมากเท่าใด ก็ยิ่งมีแนวโน้มเป็นคำบุพบทมากขึ้น

ตัวอย่างคำที่เป็นได้ทั้งคำกริยาและคำบุพบท

1.在
他在家。 กริยา แปลว่า อยู่ ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง แสดงการมีอยู่
他在家学习。 บุพบท แปลว่า ที่..............(บอกสถานที่) ทำหน้าที่เป็นส่วนขยาย
2.给
我给了他一本书。 เป็นคำกริยา แปลว่า ให้ สามารถเติม “了” ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง
给他打电话。 เป็นคำบุพบท ไม่สามารถเติม “了” ได้
3.比
我们来比一比。 เป็นกริยา แปลว่า เปรียบเทียบ (ซ้ำคำได้ ทำหน้าที่เป็นภาคแสดง)
他比我高。 เป็นคำบุพบท แปลว่า เปรียบเทียบกับ..............( ไม่สามารถซ้ำคำ)

Photos from สอนภาษาจีนบางใหญ่ นนทบุรี Pasajeenkrujib-ครูจิ๊บ's post 11/02/2026

สวัสดีค่ะ บ่ายนี้เหล่าซือจิ๊บขอมานำเสนอข่าวที่ประเทศจีนในช่วงนี้ เกี่ยวกับวันตรุษจีน ซึ่งในปีนี้วันตรุษจีนตรงกับวันที่ 17 กพ 2569 ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ประชาชนจะกลับบ้านและออกมาซื้อของเพื่อใช้ไหว้หรือใช้ประกอบอาหาร รวมไปถึงของขวัญที่แจกให้ญาติ หรือเพื่อนบ้านต่างๆ รวมๆที่เรียกกันว่า 年货 กันเป็นจำนวนมาก สองวันนี้ในคอลัมน์ข่าว China.com หรือ 中华网 และ 人民日报 มีหัวข้อข่าวที่น่าสนใจ ที่มีชาวเน็ตกดให้ความสนใจอยู่ 2 หัวข้อ

หัวข้อแรกคือ “有家的地方就是年,下一站、团圆” แปลเป็นภาษาไทยว่า สถานที่ที่มีบ้านคือปีใหม่ สถานีถัดไป “การพร้อมหน้าพร้อมตากัน” ซึ่งให้ความหมายว่า การกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวหรือคนที่คุณรักนั่นหมายถึงการได้ฉลองปีใหม่ที่แท้จริง คนจีนมีวัฒนธรรมเรื่องความกตัญญู เนื่องจากการแข่นขันเรื่องการทำงาน และความกดดันในสังคมจีน มีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะจากบ้านจากครอบครัวมาทำงานต่างมณฑล หรือต่างประเทศ แต่เมื่อถึงปีใหม่จีน หรือวันตรุษจีน คนจีนเหล่านี้ก็เลือกที่จะกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัว เพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยกัน ช่วงตรุษจีนส่วนใหญ่จะหยุดงานกันมากถึง 10 วัน เนื้อหาในข่าวมีดังนี้
กล่าวถึงบรรยากาศช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้เข้ามา ผู้คนต่างเดินทางกลับบ้านเพื่อไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว แม้ในชีวิตประจำวันสมาชิกครอบครัวอาจกระจัดกระจายทำงานอยู่ต่างถิ่น หรือบางครั้งอาจมีความห่างเหินกันบ้าง แต่ความคิดถึงและความผูกพันในครอบครัวยังคงฝังลึกอยู่ในใจเสมอ
ในยุคปัจจุบัน รูปแบบของการ “团圆” (การอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา) มีความหลากหลายมากขึ้น บางคนต้องทำงานในช่วงเทศกาล บางครอบครัวให้พ่อแม่เดินทางมาอยู่กับลูกในเมืองใหญ่ บางคนรีบกลับบ้านเพื่อชดเชยเวลาที่เคยห่างหาย การพัฒนาด้านคมนาคม ระบบวันหยุด และบริการสาธารณะ ทำให้การกลับบ้านสะดวกและอุ่นใจมากขึ้น
ตราบใดที่ในใจยังมีความรัก ความผูกพัน และความทรงจำทางวัฒนธรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด การพร้อมหน้าพร้อมตากันก็ยังคงเป็นสิ่งที่รอคอยได้เสมอ บทความจบลงด้วยคำอวยพรปีใหม่ ขอให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ และได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวอย่างอบอุ่น

หัวข้อข่าวที่ 2 “春节第一社交‘硬通货’又涨价了:坚果炒货价格飙升”
แปลว่า “สินค้ายอดนิยมอันดับหนึ่งในวงสังคมช่วงตรุษจีนขึ้นราคาอีกแล้ว: ราคาถั่วและของคั่วพุ่งสูง”

坚果炒货作为年货中的“社交硬通货”,今年却因价格大幅上涨引发关注,部分品类单价甚至超过猪肉,成为名副其实的“年货贵族”。
Jiānguǒ chǎohuò zuòwéi niánhuò zhōng de “shèjiāo yìng tōnghuò”, jīnnián què yīn jiàgé dàfú shàngzhǎng yǐnfā guānzhù, bùfèn pǐnlèi dānjià shènzhì chāoguò zhūròu, chéngwéi míngfùqíshí de “niánhuò guìzú

ถั่วและของคั่วซึ่งถือเป็น “สินค้ายอดฮิตทางสังคม” ในบรรดาของไหว้ปีใหม่ กลับกลายเป็นประเด็นร้อนในปีนี้จากการปรับราคาขึ้นอย่างมาก บางประเภทมีราคาต่อหน่วยสูงกว่าเนื้อหมูเสียอีก จนถูกขนานนามว่าเป็น “ของไหว้ชนชั้นสูง” อย่างแท้จริง

ในข่าวนี้เราเจอศัพท์ที่ใช้กันในช่วงตรุษจีน คือ คำว่า “硬通货” แปลว่า สินค้ายอดฮิต สินค้ายอดนิยม หรือ บางบริบทแปลว่า สินค้าที่มีค่ามากจนสามารถแลกเป็นเงินได้
ซึ่งคนจีนชอบกินถั่วในวันตรุษจีน เพราะมีทั้งความหมายเชิงสัญลักษณ์ วัฒนธรรม และบรรยากาศทางสังคมประกอบกัน
花生 (ถั่วลิสง) เรียกอีกชื่อว่า “长生果” แปลว่า “ผลไม้แห่งอายุยืน” สื่อถึงสุขภาพและอายุยืน
瓜子 (เมล็ดทานตะวัน) มีความหมายถึงการมีลูกหลานมาก (เพราะคำว่า “子” แปลว่าลูก)
开心果 (พิสตาชิโอ) แปลตรงตัวว่า “ถั่วแห่งความสุข” สื่อถึงความรื่นเริง
ถั่วหลายชนิดมีลักษณะ “เปลือกแตกออก” หมายถึงการเปิดโชค เปิดทรัพย์ในปีใหม่ตรุษจีนเป็นช่วงเริ่มต้นปีใหม่ การกินของที่มีความหมายดีจึงถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย

资料来源:百度新闻

Photos from สอนภาษาจีนบางใหญ่ นนทบุรี Pasajeenkrujib-ครูจิ๊บ's post 06/02/2026

สวัสดีค่ะ บ่ายนี้เหล่าซือจิ๊บขอมาแจ้งข่าวการสอบวัดระดับภาษาจีน HSK เวอร์ชั่น 3.0 ซึ่งเป็นระบบใหม่ล่าสุด มีการจัดการทดลองสอบเวอร์ชั่นนี้ในระดับ1-6 ตามสถานที่สอบบางแห่งในกรุงเทพเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 มค 2569 ที่ผ่านมา และจะเริ่มการสอบระบบใหม่อย่างเป็นทางการทุกที่ทั่วไทยในช่วงครึ่งปีหลัง (กำหนดการคือตั้งแต่เดือนมิ.ย.69เป็นต้นไป) ทั้งนี้ การสอบวัดระดับระบบใหม่นี้ มีบังคับสอบการพูด HSKK เริ่มที่ระดับ 3 ดังนั้นผู้ที่สนใจจะสอบระดับ HSK 3-HSK6 จะต้องสอบในส่วนพาร์ทการพูดด้วยค่ะ

ในHSKเวอร์ชั่น 3.0 นี้ จะมีจำนวนคำศัพท์และไวยากรณ์เพิ่มขึ้นมาจากระบบเก่าเยอะเลยทีเดียว ดังนั้นเนื้อหาที่อยู่ในแบบเรียนเวอร์ชั่นเก่าอาจจะไม่เพียงพอต่อการเตรียมตัวสอบในข้อสอบเวอร์ชั่นใหม่ ตอนนี้เหล่าซือจิ๊บมีการอัพเดทหนังสือที่ใช้ในการเรียนการสอนในครอสHSK+HSKK แล้วทั้งหมด ซึ่งใช้หนังสือ ที่มีการตีพิมพ์ขึ้นเพื่อการสอบวัดระดับHSK version3.0โดยแฉพาะมีเนื้อหาที่สามารถตอบโจทย์ผู้เรียนได้เป็นอย่างดี สามารถทำให้การเตรียมตัวสอบHSK ระบบใหม่นี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจต่อผู้เรียนในการสอบวัดระดับHSKระบบใหม่ในปีนี้ได้มากขึ้นค่ะ

#ติวเตอร์จีนบางใหญ่ #เรียนภาษาจีน #สอบจีน #สอนจีนบางใหญ่ #เรียนภาษาจีนกลาง #ติวสอบhsk #ติวสอบเอกจีน #สอบเอกจีน #เรียนจีนบางใหญ่

05/02/2026

สวัสดีค่ะ บ่ายนี้เหล่าซือจิ๊บขอมาอธิบายไวยากรณ์ภาษาจีน ในรูปประโยคถามย้อน หรือ 反诘句 บางที่เรียกว่า 反问句 ซึ่งเป็นรูปประโยคที่มีคนจีนใช้ในชีวิตประจำวันกันอย่างแพร่หลาย และยังพบเจอในข้อสอบHSK ระดับ 5-6 อยู่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว

การใช้ประโยคย้อนถาม ต้องมีความระมัดระวัง เพราะบางครั้งหากผู้พูดใช้ประโยคเหล่านี้ไม่ถูกต้อง ก็จะสื่อความหมายผิดพลาด สุดท้ายอาจจะเกิดความเข้าใจผิดกันได้ เพราะการใช้ประโยคย้อนถามเหล่านี้บางทีเป็นการถามเพื่อไม่ต้องการคำตอบ แต่เพื่อที่จะสื่อความเห็นเชิงยืนยัน หรือการเน้นย้ำความหมาย หรือรวมไปถึงการโต้แย้งประชดประชัน ดังนั้นผู้ที่เรียนภาษาจีน จึงมีความจำเป็นที่ต้องเรียนรู้รูปประโยคย้อนถามเหล่านี้ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักความหมายของประโยคถามย้อนกันค่ะ
ประโยคย้อนถาม (反问句) เป็นหนึ่งในกลวิธีทางวาทศิลป์ โดยใช้รูปประโยคคำถามเพื่อแสดง ความเห็นเชิงยืนยัน คำตอบถูกแฝงอยู่ในตัวประโยคคำถามเอง และมักให้ระดับน้ำเสียงที่รุนแรงหรือหนักแน่นกว่าประโยคบอกเล่า

ในภาษาจีนโบราณ ประโยคชนิดนี้เรียกว่า “反诘句” การตีความต้องยึดหลัก “相反见意” กล่าวคือ ใช้รูปประโยคเชิงยืนยันเพื่อสื่อความหมายเชิงปฏิเสธ หรือใช้รูปประโยคเชิงปฏิเสธเพื่อสื่อความหมายเชิงยืนยัน
ประโยคคำถามเชิงโต้แย้งมักมีคำบ่งชี้ เช่น “难道” “怎么” และคำช่วยแสดงน้ำเสียงอย่าง “呢” “吗” ตอนท้ายประโยคมักใช้เครื่องหมายคำถาม และในบริบทพิเศษอาจใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์แทน
รูปประโยคชนิดนี้มีรากฐานทางประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในเอกสารยุคก่อนฉิน ตัวอย่างเช่น ใน คัมภีร์ซือจิง บท “行露” วลีว่า “岂不夙夜?” ได้รับการอธิบายในคำอรรถของเหมา (毛传) ว่ามีความหมายเชิงยืนยัน และใน จั๋วจ้วน (《左传》) การอธิบายประโยค反诘句ก็ยึดหลัก “กล่าวกลับเพื่อสื่อความหมายตรงข้าม” เช่นกัน

1.วัตถุประสงค์ของการใช้รูปประโยคย้อนถาม
ใช้เพื่อแสดงการยืนยันหรือการปฏิเสธ
-ยืนยัน (肯定):
“难道这件事不是他做的吗?”
เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนทำหรอกหรือ? (ความหมายจริง: เขาเป็นคนทำ)
“这难道不是最好的选择吗?”
นี่ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดหรอกหรือ? (ความหมายจริง: เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด)
-ปฏิเสธ (否定):
“难道我们不应该遵守规则吗?”
พวกเราไม่ควรปฏิบัติตามกฎจริง ๆ เหรอ? (ความหมายจริง: ควรปฏิบัติตามกฎ)
“这难道不是浪费时间吗?”
นี่ไม่ใช่การเสียเวลาเหรอ? (ความหมายจริง: เป็นการเสียเวลา)

2.รูปประโยคย้อนถามที่ใช้บ่อย
1.难道.......(?) Nándào.......
难道你不知道今天是周末吗?
Nándào nǐ bù zhīdào jīntiān shì zhōumò ma?
เธอไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์หรอกหรอ?
2.这不是......(吗?)
这道题不是很简单吗?
Zhè dào tí bùshì hěn jiǎndān ma?
คำถามนี้ง่ายมากไม่ใช่เหรอ?
3.怎么能(不).........zěnme néng (bù)......
你怎么能不相信我呢
Nǐ zěnme néng bù xiāngxìn wǒ ne
ทำไมคุณถึงไม่เชื่อฉันล่ะ?
4.岂不是........?qǐ bùshì.......?
他这样做岂不是在开玩笑吗?
Tā zhèyàng zuò qǐ bùshì zài kāiwánxiào ma?
เขาทำแบบนี้ไม่เท่ากับล้อเล่นหรอกเหรอ?
5.谁……呢?Shéi...........ne?
谁不想拥有健康的身体呢?
Shéi bùxiǎng yǒngyǒu jiànkāng de shēntǐ ne?
ใครบ้างไม่อยากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง?

#เรียนภาษาจีนบางใหญ่ #เรียนภาษาจีน ่

03/02/2026

สวัสดียามบ่ายค่ะ วันนี้เหล่าซือขอมาแนะนำสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์จีน ซึ่งหลายคนที่ได้ไปเที่ยวปักกิ่งน่าจะเคยได้ไปสัมผัสความงามของสถานที่แห่งนี้กันมาบ้างแล้ว นั่นก็คือ 天坛 เทียนถาน หรือ หอสักการะฟ้า หรือบางที่เรียกว่า พลับพลาบวงสรวง ซึ่งหอสักการะฟ้า “เทียนถาน” แห่งนี้ สามารถใช้วลีที่ว่า “坛而不屋,设屋而祭为庙”มาอธิบายโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมจีน(建筑学)ได้ดังนี้

เทียนถาน (天坛) และหลัก “坛而不屋,设屋而祭为庙”
วลีว่า “坛而不屋,设屋而祭为庙” เป็นหลักการสำคัญของสถาปัตยกรรมพิธีกรรมจีนโบราณ สะท้อนความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของชาวจีนโบราณต่อพื้นที่ประกอบพิธี ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และระเบียบจักรวาล
1. ความหมายของ “坛而不屋” (แท่นบูชาไร้หลังคา)
“坛而不屋” หมายถึง การประกอบพิธีบนแท่นบูชากลางแจ้ง โดยไม่สร้างอาคารครอบคลุม ใช้สำหรับบูชา ฟ้า ดิน ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ซึ่งเป็นเทพเจ้าทางธรรมชาติ แสดงถึงการสื่อสารโดยตรงระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ และการเคารพต่อสภาพดั้งเดิมของจักรวาล
ตัวอย่างสำคัญคือ “สี่แท่น” รอบกรุงปักกิ่ง ได้แก่
-เทียนถาน (天坛) : ใช้ประกอบพิธีบูชาฟ้าในวันเหมายัน ศูนย์กลางคือ -แท่นหยวนชิว (圜丘坛) เป็นแท่นหินกลมสามชั้น ไม่มีหลังคา ฮ่องเต้ประกอบพิธีกลางแจ้ง แสดงแนวคิด “ฟ้ากับมนุษย์สัมพันธ์กัน”
-ตี้ถาน (地坛) : ใช้บูชาดินในวันครีษมายัน แท่นเป็นรูปสี่เหลี่ยม สื่อความหมายว่า “ดินเป็นสี่เหลี่ยม”
-รื่อถาน (日坛) : ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเมือง ใช้บูชาดวงอาทิตย์ในวันวสันตวิษุวัต
-เยวี่ยถาน (月坛) : ตั้งอยู่ทางตะวันตก ใช้บูชาดวงจันทร์ในวันศารทวิษุวัต
แท่นทั้งหมดนี้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ไม่มีอาคารครอบคลุม สอดคล้องกับหลัก “坛而不屋”
2. ความหมายของ “设屋而祭” (บูชาในอาคาร)
“设屋而祭” หมายถึง การประกอบพิธีในอาคารที่มีหลังคา ใช้สำหรับบูชา บรรพบุรุษ ปราชญ์ หรือเทพเจ้าทางมนุษยธรรม เน้นความสำคัญของสายเลือด จริยธรรม และระเบียบของสังคมมนุษย์
ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ
ไท่เมี่ยว (太庙) : ศาลบรรพชนของจักรพรรดิ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของพระราชวังต้องห้าม เป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมแบบ “ศาล (庙)”

3. สถาปัตยกรรมหลักของเทียนถาน
3.1 แท่นหยวนชิว (圜丘坛) — ศูนย์กลางพิธีบูชาฟ้า
แท่นหยวนชิวตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทียนถาน เป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชาฟ้าในวันเหมายัน
โครงสร้าง: แท่นหินกลมสามชั้น ไม่มีหลังคา
ระบบตัวเลข:ใจกลางคือ “ศิลาหัวใจฟ้า”จำนวนแผ่นหินและราวกั้นใช้เลข 9 เป็นฐาน วงนอกสุดมี 72 แผ่น ราวกั้นรวม 360 ชิ้น สื่อถึงจำนวนองศาของจักรวาล
ความหมายเชิงสัญลักษณ์: วงกลมแทนฟ้า เลขเก้าแทนพลังหยางสูงสุดและเก้าชั้นฟ้า

3.2 หอฉีเหนียน (祈年殿) — อาคารที่ยังคงจิตวิญญาณของ “แท่น”
แม้หอฉีเหนียนจะเป็นอาคารมีหลังคา แต่ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่แท่นพิธี เดิมชื่อ ต้า ซื่อ เตี้ยน (大祀殿) ใช้บูชาฟ้าและดินร่วมกันในสมัยราชวงศ์หมิง ตั้งอยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง ไม่ใช่อาคารปิดแบบศาลบรรพชน ปัจจุบันใช้สำหรับพิธีขอพรให้พืชผลอุดมสมบูรณ์ในฤดูใบไม้ผลิ

4. พัฒนาการทางประวัติศาสตร์
ในปี ค.ศ. 1420 (รัชสมัยหย่งเล่อ) กรุงปักกิ่งสร้างเสร็จ จักรพรรดิหมิงเฉิงจู่มีรับสั่งให้สร้าง “เทียนตี้ถาน” ทางตอนใต้ของเมือง
สถานะ: หนึ่งในสถานที่ประกอบพิธีระดับสูงสุดของรัฐ รูปแบบเดิม:ผังสี่เหลี่ยม หลังคาสามชั้น
กระเบื้องสามสี (ฟ้า เหลือง เขียว) แทน ฟ้า–ดิน–มนุษย์
ความหมายทางการเมือง: ใช้สถาปัตยกรรมพิธีกรรมยืนยันความชอบธรรมของราชวงศ์
ในปี ค.ศ. 1751 (สมัยเฉียนหลง) อาคารถูกปรับให้ใช้กระเบื้องสีน้ำเงินและยอดทองทั้งหมด และเปลี่ยนชื่อเป็น หอฉีเหนียน ใช้เฉพาะพิธีขอพรพืชผล

资料和图片来源:百度百科

Photos from สอนภาษาจีนบางใหญ่ นนทบุรี Pasajeenkrujib-ครูจิ๊บ's post 27/01/2026

สวัสดีค่ะ บ่ายนี้เหล่าซือจี๊บขอมานำเสนอความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมจีน เรื่อง ”ปลา“เกี่ยวข้องกับสัญลักษณ์มงคลจีนอย่างไร ในสำนวน 年年有鱼 nián nián yǒuyú ที่แปลว่า มีเหลือกินเหลือใช้ทุกปี หรือ มีความอุดมสมบูรณ์ตลอดทุกปี ซึ่งเป็นสำนวนคนจีนมักจะใช้พูดอวยพรในวันตรุษจีน วันนี้เรามาหาคำตอบด้วยกันค่ะ
“年年有鱼” เป็นสำนวนดั้งเดิมของจีน มักใช้เพื่ออวยพรให้ผู้คนได้รับโชคดีและความอุดมสมบูรณ์ในช่วงปีใหม่หรือในโอกาสอื่น ๆ
สำนวนนี้มีที่มาจากวัฒนธรรมเกษตรกรรมของจีน ตามความเชื่อดั้งเดิม ผู้คนเชื่อว่าหากเลี้ยงปลาไว้ในบ้านช่วงก่อนและหลังเทศกาลตรุษจีน จะช่วยให้ความเป็นสิริมงคลและความมั่งคั่งของครอบครัวเพิ่มพูนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ดังนั้นผู้คนจึงนิยมเลี้ยงปลาไว้ในบ้าน เพื่อสื่อถึงความหวังว่าจะมีโชคดี ความร่ำรวย และความสุขในปีใหม่

ตำนานนี้ยังถูกนำมาใช้ในเชิงนัยถึงทัศนคติเชิงบวกต่ออนาคต และความคาดหวังต่อความอุดมสมบูรณ์ ในวัฒนธรรมจีน คำว่า “ปลา” (鱼 yú) มีเสียงพ้องกับคำว่า “余” (yú) ซึ่งมีความหมายว่า “เหลือใช้” หรือ “ความมั่งคั่ง” ดังนั้นคำว่า “年年有鱼” จึงเป็นสัญลักษณ์ของความหวังว่าทุกปีจะมีทั้งทรัพยากรทางวัตถุและจิตใจอย่างอุดมสมบูรณ์ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่งคั่งและมีความสุข
ตำนานนี้ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในเขตชนบทของจีน และมักปรากฏอยู่ในของประดับตกแต่งและสัญลักษณ์มงคลในช่วงเทศกาลตรุษจีนและงานเฉลิมฉลองอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงปลาจริง ๆ หรือการนำเสนอผ่านลวดลาย ภาพวาด หรือศิลปะรูปแบบต่าง ๆ “年年有鱼” ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ที่สื่อถึงความคาดหวังและคำอวยพรต่ออนาคตอันสดใสของผู้คน
องค์ประกอบ “ปลา” ในภาพพิมพ์ปีใหม่ มักปรากฏในรูปแบบ “เด็กนั่งบนปลา” และ “เด็กอุ้มปลา” โดยใช้เทคนิคทางศิลปะเชิงขยายเกินจริงขยายขนาดปลาคาร์พธรรมดาให้มีขนาดใหญ่เท่ากับเด็กอายุประมาณสามถึงสี่ขวบ เพื่อสื่อถึงความหมายมงคลตามวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมว่า “ลูกหลานเต็มบ้าน ความมั่งคั่ง (หรือความเป็นสิริมงคล) เต็มเรือน”
ลวดลายรูป “ปลา” ปรากฏมาตั้งแต่ยุคหิน และถูกใช้ตกแต่งอย่างแพร่หลายบนเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเคลือบ และภาชนะต่าง ๆ จนถึงปัจจุบัน โดยรูปแบบโครงสร้างและสไตล์ลวดลายสอดคล้องกับรสนิยมทางสุนทรียะของแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่การบันทึกแหล่งอาหารอย่างเรียบง่ายของชนเผ่าดึกดำบรรพ์ ไปจนถึงการยกระดับความงามทางศิลปะในสังคมศักดินา “ปลา” ยังคงเป็นหัวข้อสำคัญที่ปรากฏอย่างต่อเนื่องในงานออกแบบศิลปะทั่วแผ่นดินจีน และเหตุผลในการใช้ลวดลายปลาก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
ยกตัวอย่างเช่น “โถลายปลาและพืชน้ำเคลือบห้าสี สมัยราชวงศ์หมิง รัชศกเจียจิ้ง” ซึ่งใช้ “ปลา” เป็นองค์ประกอบหลัก ได้แก่ “鲭鱼、鲌鱼、鲤鱼、鳜鱼、鲢鱼”,ปลาแมคเคอเรล ปลาป๋อ ปลาไน ปลากุ้ย และปลาซิลเวอร์คาร์พ โดยเสียงพ้องของชื่อปลาทั้งห้าชนิดนี้ สื่อถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมแบบจีนดั้งเดิม ได้แก่ “ความบริสุทธิ์ (清) ความซื่อสัตย์ (白) มารยาท (礼) ความสูงศักดิ์ (贵) และความซื่อตรง廉洁 (廉)” อีกทั้งยังประดับด้วยลวดลายดอกบัว พืชน้ำ และต้นกล้วย ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์มงคล ช่วยเสริมความหมายของความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภให้เด่นชัดยิ่งขึ้น

资料和图片来源:百度百科
文章:设计符号学视域下中国谐音文化的含义变迁/徐智,肖梦钰 2024

Photos from สอนภาษาจีนบางใหญ่ นนทบุรี Pasajeenkrujib-ครูจิ๊บ's post 24/01/2026

สวัสดีค่ะ วันนี้เหล่าซือจิ๊บมีเนื้อหาของข้อสอบวัดระดับภาษาจีนสำหรับเด็ก หรือ YCT ระดับ 1 มาฝากค่ะ และขอมาอธิบายเกี่ยวกับการสอบYCT ดังนี้

การสอบวัดระดับภาษาจีนสำหรับนักเรียนระดับประถมและมัธยม (YCT)
YCT (Youth Chinese Test) เป็นการสอบวัดความสามารถทางภาษาจีนตามมาตรฐานสากล
มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความสามารถของนักเรียนระดับประถมและมัธยมที่ไม่ได้ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาแม่ ในการใช้ภาษาจีนในชีวิตประจำวันและการเรียน

1. โครงสร้างการสอบ
การสอบ YCT แบ่งออกเป็น การสอบข้อเขียน และ การสอบปากเปล่า ซึ่งเป็นการสอบแยกจากกันอย่างอิสระ
การสอบข้อเขียน ประกอบด้วย
YCT ระดับ 1
YCT ระดับ 2
YCT ระดับ 3
YCT ระดับ 4
การสอบพูด ประกอบด้วย
ระดับต้น
ระดับกลาง
โดยการสอบพูดใช้รูปแบบการสอบด้วยการบันทึกเสียง

2. ระดับการสอบ
ระดับของ YCT มีความสอดคล้องกับ มาตรฐานความสามารถทางภาษาจีนสากล (International Chinese Language Proficiency Standards) รวมถึง HSK และ HSKK โดยมีความสามารถในแต่ละระดับดังนี้

ผู้สอบผ่าน YCT ระดับ 1
สามารถเข้าใจและใช้คำศัพท์และประโยคภาษาจีนที่ใช้บ่อยที่สุดได้ และมีความพร้อมในการเรียนภาษาจีนในระดับที่สูงขึ้น

ผู้สอบผ่าน YCT ระดับ 2
สามารถเข้าใจและใช้คำศัพท์และประโยคภาษาจีนที่ง่ายมากได้บางส่วน และสามารถตอบสนองความต้องการในการสื่อสารในสถานการณ์เฉพาะได้

ผู้สอบผ่าน YCT ระดับ 3
สามารถใช้ภาษาจีนสื่อสารในหัวข้อชีวิตประจำวันที่คุ้นเคยได้อย่างเรียบง่ายและตรงประเด็น มีความสามารถทางภาษาจีนระดับต้นขั้นสูง

ผู้สอบผ่าน YCT ระดับ 4
สามารถใช้ภาษาจีนทำภารกิจการสื่อสารพื้นฐานในชีวิตและการเรียนได้ และเมื่อเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจีน สามารถรับมือกับสถานการณ์การสื่อสารส่วนใหญ่ที่พบได้

3. หลักการของการสอบ
การสอบ YCT มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้าง ความมั่นใจและความภาคภูมิใจในการเรียนภาษาจีน ให้แก่ผู้สอบ
ยึดหลักการ “การสอบควบคู่กับการเรียนการสอน” โดยการออกแบบข้อสอบสอดคล้องกับสภาพการเรียนการสอนภาษาจีนของนักเรียนระดับประถมและมัธยมในระดับนานาชาติ รวมถึงสอดคล้องกับตำราเรียนที่ใช้จริง
ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการสอนผ่านการสอบ (สอบเพื่อส่งเสริมการสอน และสอบเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้)

4. วัตถุประสงค์การใช้ผลสอบ
การสอบ YCT รูปแบบใหม่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนระดับประถมและมัธยมที่ไม่ได้ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาแม่ โดยผลสอบสามารถนำไปใช้ดังนี้
1.ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงให้ผู้สอบเข้าใจและพัฒนาความสามารถทางภาษาจีนของตนเอง
2.ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนของสถานศึกษา
3.ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการประเมินผลการเรียนการสอนหรือการฝึกอบรมของหน่วยงานและสถาบันสอนภาษาจีน
4.ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการเตรียมความพร้อมสำหรับการสอบ HSK

5. รายงานผลสอบ
ผลสอบ YCT เป็นหลักฐานรับรองความสามารถทางภาษาจีนของนักเรียนระดับประถมและมัธยมอย่างเป็นทางการ
ผู้สอบสามารถตรวจสอบผลสอบได้ภายใน หนึ่งเดือนหลังวันสอบ ผ่านเว็บไซต์บริการสอบภาษาจีน www.chinesetest.cn
และสามารถติดต่อศูนย์สอบที่สมัครสอบ ภายในหนึ่งเดือนหลังประกาศผล เพื่อขอรับ รายงานผลสอบ YCT ซึ่งออกโดยสำนักงานใหญ่สถาบันขงจื่อ / สำนักงานฮั่นปั้นแห่งชาติ

6.ผู้เรียนจะได้เรียนรู้อะไรบ้าง?
แต่ละชุดตำราใช้เวลาเรียนนานเท่าใด?
1.เรียนจบตำรา YCT 1
ผู้เรียนจะสามารถเรียนรู้คำศัพท์ได้ประมาณ 80 คำ
ใช้เวลาเรียนประมาณ 35–45 ชั่วโมงเรียน
2.เรียนจบตำรา YCT 2
ผู้เรียนจะสามารถเรียนรู้คำศัพท์ได้ประมาณ 150 คำ
ใช้เวลาเรียนประมาณ 35–45 ชั่วโมงเรียน
3.เรียนจบตำรา YCT 3
ผู้เรียนจะสามารถเรียนรู้คำศัพท์ได้ประมาณ 300 คำ
ใช้เวลาเรียนประมาณ 50–60 ชั่วโมงเรียน
4.เรียนจบตำรา YCT 3 และ YCT 4
ผู้เรียนจะสามารถเรียนรู้คำศัพท์ได้ประมาณ 300 คำ
ใช้เวลาเรียนประมาณ 50–60 ชั่วโมงเรียน

#สอบภาษาจีน #เรียนภาษาจีนบางใหญ่ #เรียนจีนกลาง

23/01/2026

เปิดทดลองเรียนรอบแรก
เสาร์31 มค และ 1กพ นี้
รายละเอียดใต้โพสต์ค่ะ

Photos from สอนภาษาจีนบางใหญ่ นนทบุรี Pasajeenkrujib-ครูจิ๊บ's post 22/01/2026

สวัสดีค่ะ วันนี้เหล่าซือจิ๊บขอมานำเสนอคำสันธาน (คำเชื่อม) ที่พบเจอบ่อยในพาร์ทการอ่านของ HSK ระดับ 4 ซึ่งระดับ 4 นี้จะเริ่มมีไวยากรณ์ที่เข้มข้นมากขึ้นแทรกเข้ามามากกว่าระดับ 3 เยอะพอสมควรเลย ในส่วนของพาร์ทนี้เราเจอคำสันธานเยอะมาก ถ้าเราสามารถแปลและรู้จักวิธีการใช้คำสันธานระดับตันได้ก็จะสามารถทำให้ข้อสอบพาร์ทนี้ง่ายขึ้นและสามารถทำข้อสอบได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้นค่ะ
ในภาพจะสังเกตว่าในHSK ระดับ 4 ส่วนของ 阅读部分 第二部分พาร์ทการอ่าน พาร์ทที่ 2 จะเป็นการเรียงลำดับประโยค 3 ส่วนที่ให้มา มีประโยค A B C
ยกตัวอย่างเช่น

A:还是从材料的质量上看
B:无论从价格方面看
C:这种盒子都是值得考虑的
สังเกตได้จาก 3 ส่วนนี้ของประโยค มีคำสันธานเชื่อมประโสคอยู่ 2 ตัว คือ无论 แปลว่า ไม่ว่าจะ ...........(ส่วนใหญ่คำนี้จะอยู่หน้าประโยค)
และ 还是 ซึ่งแปลว่า หรือ.......
นอกจากนี้ยังมีกริยาวิเศษณ์ ในประโยค C คือคำว่า 都 ที่แปลว่า ล้วน
ถ้าแปลคำศัพท์ทั้งหมดไม่ได้แต่สามารถรู้ตำแหน่งของคำสันธานก็สามารถพอจับจุดได้ว่าประโยคนี้จะหมายถึง ไม่ว่าจะ.....หรือ ......ก็ล้วนแต่.......
ดังนั้น มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะเรียงแบบนี้ B A C คือ 无论从价格方面看,还是从材料的质量上看,
这种盒子都是值得考虑的。
ซึ่งคำตอบที่ถูกต้องของข้อนี้คือ B A Cจริงๆค่ะ เรามาแปลประโยคทั้ง 3 ส่วนกันค่ะ
无论从价格方面看,还是从材料的质量上看,
这种盒子都是值得考虑的。
ไม่ว่าจะดูจากราคา หรือจากคุณภาพของวัสดุ กล่องนี้ล้วนคุ้มค่าต่อการพิจารณา(ซื้อ)

นอกจากนี้ยังมีคำสันธานที่พบเจอบ่อยๆ เหล่าซือจิ๊บขอมาสรุปให้
1.虽然............但是...........ถึงแม้ว่า.........แต่.........
2.因为............所以...........เพราะว่า.........ดังนั้น.........
3.尽管............还是...........ถึงแม้ว่า.........แต่ก็ยัง.........
4.不仅............而且...........ไม่เพียงแต่.........แต่ยัง.........
5.不但............而且..........ไม่เพียงแต่.........แต่ยัง.........
6.................可是..........อย่างไรก็ตาม.........
7.................所以..........ดังนั้น.................
8.由于............因此..........เนื่องจาก.........ดังนั้น.........

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Amphoe Bang Yai?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Amphoe Bang Yai
11140