13/05/2026
🌾วันพืชมงคล 13 พฤษภาคม 2569
วันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีเก่าแก่มาแต่โบราณ เพื่อความเป็นสิริมงคล และเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรให้เกิดความมั่นใจในการเพาะปลูก พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งเป็นพิธีทางศาสนาพุทธ และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีทางศาสนาพราหมณ์
13/04/2026
นางสงกรานต์ประจำปี 2569 คือนางรากษสเทวี (ออกเสียง ราก - สะ - สะ - เทวี) มีลักษณะดังนี้ ทรงพาหุรัด (เครื่องประดับแขน) ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์ประดับด้วยแก้วโมรา (แก้วมรกต) ภักษาหาร (อาหาร) คือโลหิต (เลือด) พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนูศรเสด็จยืนเหนือหลังวราหะ (สุกรหรือหมูป่า) เป็นพาหนะ
วันมหาสงกรานต์ หรือ วันอาทิตย์สงกรานต์ ตรงกับวันอังคารที่ 14 เม.ย.2569 เวลา 10 นาฬิกา 34 นาที 35 วินาที ตามเวลาท้องถิ่นไทย ตามจันทรคติตรงกับวันอังคาร แรม 12 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย
ปีนี้เนื่องจากวันมหาสงกรานต์ตรงกับวันอังคาร จึงเป็นนางรากษสเทวี คำทำนายหรือเกณฑ์สำคัญประจำปีตามโหราศาสตร์ไทย มีดังนี้
เกณฑ์ธัญญาหาร วิบัติ (ได้เศษ 2) ข้าวกล้าในภูมินาจะเกิดกิมิชาติ (แมลง ด้วง หรือศัตรูพืช) ได้ผลผลิตกึ่งเสียกึ่ง เกษตรกรควรเฝ้าระวังการระบาดของแมลงศัตรูข้าว
เกณฑ์ธาราธิคุณ (น้ำ) ตกราสีเตโช (ธาตุไฟ) น้ำน้อยลง ฝนตกไม่ทั่วถึง
เกณฑ์ฝน (พิรุณศาสตร์) ฝนตก 500 ห่า แบ่งเป็นตกในโลกมนุษย์ 50 ห่า มหาสมุทร 100 ห่า ป่าหิมพานต์ 150 ห่า เขาจักรวาล 200 ห่า นาคให้น้ำ 3 ตัว แสดงถึงฝนตกแต่ไม่สมดุล
เกณฑ์โดยรวม จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้ในบางพื้นที่ ประชาชนควรเตรียมการด้านสุขภาพและการเกษตรให้ดี
ข้อมูลจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และฝ่ายโหรพราหมณ์ กองพระราชพิธี สำนักพระราชวัง
แล้วนางสงกรานต์มีที่มาอย่างไร ? แต่ละปีมีการเลือกอย่างไร ? เบื้องหลังเทศกาลแห่งความสุขนี้มีเรื่องราวตำนานแบบใดซ่อนอยู่ ไทยพีบีเอสขอพาทุกคนมารู้จักจุดเริ่มต้นตำนานในวันสงกรานต์ และนางสงกรานต์ทั้ง 7
👇 อ่านต่อในช่องคอมเมนต์
#สงกรานต์ #สงกรานต์2569
13/04/2026
วันสงกรานต์ ตรงกับวันที่ 13 เมษายนของทุกปี คำว่า "สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า การเคลื่อนที่ หรือการเคลื่อนย้าย หมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่งสู่อีกราศีหนึ่ง คือวันขึ้นปีใหม่นั่นเอง ตามความหมายในภาษาสันสกฤตสงกรานต์จึงเกิดขึ้นทุกเดือน ส่วนระยะเวลาที่คนไทยเรียก "สงกรานต์” นั้น เป็นช่วงที่พระอาทิตย์เคลื่อนย้ายจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ นับว่าเป็นมหาสงกรานต์ เพราะเป็นวันและเวลาตั้งต้นปีใหม่ตามสรุยคติ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ วันที่ 13-14-15 เมษายน โดยเรียกวันที่ 13 เมษายน ว่าวันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 เมษายน เป็นวันเนา วันที่ 15 เมษายน เป็นวันเถลิงศก
สมัยก่อนถือวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย ตรงกับช่วงหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวพืชพันธุ์ธัญญาหาร คนสมัยโบราณจึงคิดทำกิจกรรมเพื่อเป็นการพักผ่อนหลังจากทำงาน และเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้พบกันและเล่นสาดน้ำกัน เพื่อคลายความร้อนในเดือนเมษายน
ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงให้พิธีสงกรานต์นั้นเป็นเทศกาลสงกรานต์ ในพิธีสงกรานต์จะใช้ น้ำ เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นองค์ประกอบหลักของพิธี แก้กันกับความหมายของฤดูร้อน ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ในวันนี้จะใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น มีการขอพรจากผู้ใหญ่ มีการรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ ต่อมาในสังคมไทยสมัยใหม่เกิดเป็นประเพณีกลับบ้านในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นับว่าวันสงกรานต์เป็นวันครอบครัว อีกทั้งยังมีประเพณีที่สืบทอดมาตั้งแต่ดั้งเดิม อย่าง การสรงน้ำพระที่นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล เพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข
การสรงน้ำพระ การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การเล่นสาดน้ำในคนรุ่นราวคราวเดียวกัน หรือเยาว์กว่า เป็นความงดงามของประเพณี การสืบทอดจรรโลงประเพณีสงกรานต์จึงน่าจะช่วยกันรักษาคุณค่าทางใจ ความมีน้ำใจ การมีสัมมาคารวะและกตัญญู การช่วยเหลือเกื้อกูลต่อธรรมชาติต่อสิ่งแวดล้อม
เชื่อว่า คนไทยทุกคนรู้จัก "นางสงกรานต์" แต่เราอาจจะยังไม่รู้ว่า นางสงกรานต์ มีที่มาจากไหน
โดยตำนานเกี่ยวกับนางสงกรานต์นั้น ได้มีปรากฏในศิลาจารึกที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือ วัดโพธิ์ ท่าเตียน โดยย่อว่า เมื่อวันสงกรานต์ตรงกับวันใดในแต่ละปี ก็จะมีนางสงกรานต์ประจำวันนั้นๆ
มื่อวันสงกรานต์ตรงกับวันใดในแต่ละปี ก็จะมีนางสงกรานต์ประจำวันนั้นๆ ตรงกับวันอาทิตย์ จะชื่อ “ทุงษเทวี” ตรงกับจันทร์ ชื่อ “โคราดเทวี” ตรงกับวันอังคาร ชื่อ”รากษสเทวี” ” ตรงกับวันพุธ ชื่อ”มัณฑาเทวี” ตรงกับวันพฤหัสบดีชื่อ “กิริณีเทวี” ตรงกับวันศุกร์ ชื่อ “กิมิทาเทวี” ตรงกับวันเสาร์ ชื่อ”มโหทรเทวี”
ธรรมบาลกุมาร เป็นเทพบุตรที่พระอินทร์ประทานให้ลงไปเกิดในครรภ์ภรรยาเศรษฐี เมื่อโตขึ้นก็ได้เรียนรู้ภาษานก และเรียนไตรเภทจบเมื่ออายุได้เพียง 7 ขวบ จึงได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่างๆ แก่คนทั้งหลาย จนวันหนึ่ง ท้าวกบิลพรหม ได้ลงมาถามปัญหากับธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ โดยถ้าธรรมบาลกุมารตอบได้ก็จะตัดเศียรบูชา แต่ถ้าตอบไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสียเอง โดยธรรมบาลกุมารได้ขอตอบคำถามใน 7 วัน
เมื่อถึงเวลา ท้าวกบิลพรหม ก็มาตามสัญญาที่ให้ไว้ ธรรมบาลกุมารจึงนำคำตอบที่ได้ยินจากนกไปตอบกับท้าวกบิลพรหม ทำให้ท้าวกบิลพรหมแพ้ในการตอบคำถามครั้งนี้ และก่อนจะตัดเศียร ท้าวกบิลพรหม ได้เรียก ธิดาทั้ง 7 องค์ ซึ่งเป็นนางฟ้า ให้เอาพานมารองรับ เนื่องจากเศียรของท้าวกบิลพรหมเป็นที่รวมแห่งความไม่ดีทั้งปวง ถ้าวางไว้บนแผ่นดินไฟจะไหม้โลก ถ้าโยนขึ้นไปบนอากาศฝนจะแล้ง ถ้าทิ้งลงในมหาสมุทรน้ำจะแห้ง
ธิดาทั้ง 7 จึงมีหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันดูแลเศียรของท้าวกบิลพรหม และในทุกๆ ปี ก็จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาทำหน้าที่อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม แห่ไปรอบเขาพระสุเมรุ เป็นเวลา 60 นาที แล้วประดิษฐานไว้ในถ้ำคันธุลี ในเขาไกรลาศ จึงเป็นที่มาของ นางสงกรานต์ โดยแต่ละนางจะทำหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันตามวันมหาสงกรานต์นั่นเอง
คติความเชื่อของไทยถือว่าในวันสงกรานต์ถ้าหากได้มีการปล่อยนกปล่อยปลาแล้ว จะเป็นการล้างบาปที่ทำไว้ และเป็นการสะเดาะเคราะห์ร้าย ให้คงไว้แต่ความสุขความเจริญในวันขึ้นปีใหม่ การปล่อยนกปล่อยปลาที่ทำเป็นพิธีและติดต่อกันทุกๆปี จะเห็นได้ที่ปากลัดที่มีขบวนแห่ที่สวยงาม และเอกเกริกในตอนเย็น ตอนกลางคืนจะมีการละเล่นต่างๆ เช่น การเล่นสะบ้า คนหนุ่มสาวจะมีโอก่าสได้ใกล้ชิดกัน
วันที่เกี่ยวข้องกับวันสงกรานต์คือวันตรุษไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ซึ่งถือว่าเป็นวันสิ้นปีเก่าขึ้นปีใหม่ของไทยในสมัยโบราณคู่กับวันสงกรานต์ ที่เรียกว่า “ตรุษสงกรานต์” ตรุษ แปลว่า ยินดี หมายถึงยินดีที่มีชีวิตยั่งยืนจนถึงวันนี้ จึงจัดพิธีแสดงความยินดี โดยการทำบุญ ไม่ให้ประมาทในชีวิต ปกติจะจัด 3 วัน วันแรก คือแรม 14 ค่ำ เป็นวันจ่าย วันกลาง คือแรม 15 ค่ำ เป็นวันทำบุญ มีการละเล่นจนถึงวันที่ 3 คือขึ่น 1 ค่ำ เดือน 5 ปัจจุบันนิยมรวบยอดมาทำบุญและเล่นสนุกสนานในวันสงกรานต์ช่วงเดียว
10/12/2025
10 ธันวาคม "วันรัฐธรรมนูญ"
วันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับแรกของประเทศไทย
ซึ่งรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการ กระทำใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือ การกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้
26/11/2025
📣กลุ่มสาระสังคมศึกษาฯ โรงเรียนบางระจันวิทยา
ขอแสดงความยินดีกับนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน
“โครงการตอบปัญหากฎหมาย“
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
1. นางสาวกนกพร ชูวงษ์ ม.5/2
2. นางสาวศรัณย์พร ชื่นอุรา ม.4/1
ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 🥉✨️
โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 3 รอบ ได้แก่ รอบปรนัย (อาญาและแพ่ง), รอบโต้วาที และรอบแสดงวิสัยทัศน์ทางกฎหมาย รวมทั้งสิ้น 44 ทีม
คุณครูผู้ควบคุมทีม
ครูกชกร รักชูช่วง
25/10/2025
24 ตุลาคม 2568
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
สถิตในดวงใจปวงชนตลอดไป
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้ากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
โรงเรียนบางระจันวิทยา
13/10/2025
13 ตุลาคม วันนวมินทรมหาราช
วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียนและผู้ปกครองโรงเรียนบางระจันวิทยา
28/09/2025
"28 กันยายน" วันธงชาติไทย 🇹🇭
28 กันยายน ของทุกปี คือ วันพระราชทานธงชาติ ไทย เนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว บัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติธง พุทธศักราช 2460 โดยมีสาระสำคัญ คือ การประกาศให้ธง "ไตรรงค์" เป็นธงชาติไทยสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งได้มีการประกาศไว้ ณ วันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2460 #วันธงชาติไทย
25/09/2025
ประกาศปิดการเรียนการสอน
ภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2568
และเปิดการเรียบการสอน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568
24/09/2025
[ ๒๔ กันยายน “วันมหิดล” ]
๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในรัชกาลที่ ๘ และรัชกาลที่ ๙ และเป็นอัยกาในรัชกาลที่ปัจจุบัน
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ และสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ภายหลังดำรงพระอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า” เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ ๑ มกราคม ๒๔๓๔ (ตามการนับศักราชเก่า) ณ พระตำหนักสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชเทวี ภายในพระบรมมหาราชวัง
หลังจากประสูติครบ ๑ เดือน รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีการสมโภชเดือนตามขัตติยราชประเพณีที่พระตำหนักสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชเทวี พร้อมทั้งพระราชทานนามว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช” และได้รับการออกพระนามลำลองว่า “ทูลกระหม่อมแดง”
เมื่อพระชนม์ได้ ๑๒ พรรษา รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้มีพระราชพิธีมหามงคลโสกันต์ และโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนาขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมมีพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์”
พระองค์ได้เสด็จไปศึกษาต่อที่ยุโรป โดยเข้าศึกษาที่โรงเรียนแฮร์โรว์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จนถึงปี ๒๔๕๐ ได้ย้ายไปศึกษาต่อในวิชาทหารบกที่โรงเรียนนายร้อยชั้นต้น เมืองพ็อทซ์ดัม ประเทศเยอรมนี และโรงเรียนนายร้อยชั้นสูงทหารบกที่โกรส-ลิชเทอร์เฟ็ลเดอ เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี
ในปี ๒๔๕๗ เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ ขึ้นเป็นผลให้พระองค์ต้องออกจากกองทัพเรือเยอรมัน และเสด็จนิวัตกลับประเทศไทย พระองค์เข้ารับราชการในกระทรวงทหารเรือ โดยได้รับพระราชทานยศเป็น “นายเรือโท” และย้ายไปรับตำแหน่งในกองอาจารย์นายเรือ แผนกแต่งตำรา กรมยุทธศึกษาทหารเรือในเวลาต่อมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ทรงเขียนถึงช่วงเวลาที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงรับราชการทหารเรือ ตอนหนึ่งว่า
“...ท่านทรงโปรดราชการทหารเรืออย่างยิ่ง แต่ท่านอยากจะทรงบังคับการเรือตอร์ปิโดและอยากออกทะเล บังเอิญทางราชการเห็นว่า ไม่สมควรที่เจ้าฟ้าจะทรงทำเช่นนั้น ท่านจึงไม่ได้บังคับเรือแต่อย่างใดหรือออกทะเลตามลำพังพระองค์เลย ท่านจึงเกิดเบื่อหน่ายเป็นอันมาก...”
ต่อมา พระองค์ลาออกจากราชการในกระทรวงทหารเรือ เมื่อทรงลาแล้ว พระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ ได้เสด็จไปชักชวนให้มาช่วยโรงพยาบาลศิริราช โดยพระองค์เจ้ารังสิตประยูรศักดิ์ ได้ทูลเชิญทูลกระหม่อมให้แวะที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อทอดพระเนตรเห็นโรงคนไข้มีสถานที่คับแคบไม่พอที่จะรองรับคนไข้ได้อย่างเพียงพอทำให้คนไข้ต้องไปนั่งรอที่โคนต้นไม้ นอกจากนี้โรงพยาบาลยังขาดแคลนอุปกรณ์ทางแพทย์ พระองค์ทรงสลดพระทัยเป็นอย่างยิ่งและทรงตกลงพระทัยที่จะช่วยในการปรับปรุงการแพทย์ไทย แต่พระองค์มีพระดำริว่า
“...ก่อนจะทรงช่วยเหลือจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ จึงตั้งพระทัยจะเสด็จไปทรงศึกษาด้านการแพทย์เสียก่อน...”
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร อธิบายถึงเหตุผลที่ชักชวนทูลกระหม่อมให้มาช่วยเหลืองานด้านการแพทย์และสาธารณสุขไทยว่า
“...เพราะสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงเป็นเจ้าฟ้าชั้นสูง ถ้าเข้ามาทรงจัดการเรื่องนี้แล้วจะทำให้กิจการแพทย์เด่นขึ้น มีผู้โดยเสด็จช่วยเหลืองานนี้มากขึ้น อนึ่งทูลกระหม่อมทรงมีรายได้สูง แต่พอพระทัยจะใช้ในการบำเพ็ญพระกุศลสาธารณะ และประการสำคัญที่สุด ทรงเป็นเจ้าฟ้าที่มีพระปัญญาหลักแหลม มีความเพียรกล้า จะทรงทำอะไรก็ทำจริงไม่ย่อท้อ กิจการแพทย์จะเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว...”
พระราชกรณียกิจประการแรก เมื่อเสด็จกลับมาเมืองไทยก็คือพระราชทานทุนให้นักเรียนออกไปศึกษา ๑๐ ทุน ในสาขาที่เกี่ยวกับการแพทย์ พระองค์มีความเห็นว่านักเรียนแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศจะได้ศึกษาเพียงเฉพาะโรคที่เกิดขึ้นในเขตนั้นเท่านั้น เมื่อกลับมาประเทศไทยควรจะศึกษาต่ออีก ๑ ปี เพื่อจะให้ได้รับความรู้และความชำนาญโรคของประเทศไทย แต่ทางการก็มิอาจทำได้ดังพระราชประสงค์ เป็นเหตุให้ไม่ทรงพอพระราชหฤทัย ดังนั้นพระองค์จึงเปลี่ยนพระราชหฤทัยจากจะทรงทำงานในโรงพยาบาลศิริราช มาเป็นเสด็จไปโรงพยาบาลแมคคอร์มิค จังหวัดเชียงใหม่ พระองค์เสด็จถึงจังหวัดเชียงใหม่
พระองค์มีความเอาใจ่ใส่ในการรักษาประชาชนอย่างมาก ชาวเมืองเชียงใหม่จึงขนานพระนามของพระองค์ว่า “หมอเจ้าฟ้า” พระองค์ได้ประทับทีเมืองเชียงใหม่ประมาณ ๓ สัปดาห์ ก็ต้องเสด็จกลับกรุงเทพมหานครในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ เนื่องในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช หลังพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพแล้ว พระองค์มีพระราชประสงค์จะเส