กวดวิชา Genius

กวดวิชา Genius

แชร์

โรงเรียนกวดวิชาเสริมความรู้จีเนีย?

Photos from ครูเฟิร์ส thegurufirst's post 04/07/2019
20/06/2019
16/06/2019

คำถามประจำวันหยุดครับ 😊😊

13/06/2019

เทคนิคการเรียน คณิตและ วิทย์ให้เก่ง ตอนที่ 1

วันนี้ครูเฟิร์สจะเล่าวิธีการเรียน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ให้เก่ง

ครูเฟิร์สกำลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง ชื่อ a MIND for NUMBERS แต่งโดย ดร. BARBARA OAKLEY มีเนื้อหาในหนังสือมีที่น่าสนใจเยอะมาก ครูเฟิร์สจะค่อยๆ เล่าให้ฟังไปเป็นตอนๆ นะครับ วันนี้เป็นตอนที่ 1 ครับ

วันนี้จะเล่าเรื่องการทำงานของสมองในด้านการคิด ซึ่งแบ่งได้เป็นสองวิธี คือ

1.Focused- mode thinking (คิดแบบมุ่งเน้น) วิธีนี้เป็นวิธีการสำคัญมากในการเรียน คณิตศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ ที่สิ่งเกี่ยวข้องกับการแก้ไขโจทย์ปัญหา โดยใช้การคิดแบบมีเหตุผล คิดเป็นลำดับขั้นตอน และการวิเคราะห์ การจะคิดแบบนี้ได้ เราต้องมีสมาธิ จดจ่อ หาวิธีการคิดให้ได้ เราก็รู้ว่าถ้าเราไม่ตั้งใจคิดแก้ไขโจทย์ปัญหา เราก็คงทำโจทย์ไม่ได้ แต่บางคนบอกว่า ตั้งใจแล้วก็ยังคิดไม่ได้ แล้วจะทำอย่างไร
ถ้าเราคิดไม่ได้ ก็มาอีกวิธีที่จะช่วยทำให้เราแก้ไขโจทย์ปัญหาได้

2. Diffuse-mode thinking (คิดแบบกระจาย) ก่อนจะอธิบาย ว่าคืออะไร ขอกลับไปที่วิธีแรก คือ Focused-mode thinking ก่อนครับ การคิดแบบวิธีแรก เราจะใช้สมองส่วนหน้า ที่เรียกว่า Prefrontal cortex (ไม่ต้องสนใจคำศัพท์ก็ได้ สนว่าเป็นสมองแถวๆ หน้าผากเราก็แล้วกัน) วิธีแรกจะใช้เพียงส่วนเดียวในการคิด ส่วนวิธีที่สอง Diffuse-mode thinking เราจะใช้สมองทั้งหมดคิด

แล้วเราจะใช้สมองเราแบบนี้ได้อย่างไร ครูเฟิร์สจะอธิบายเพิ่มเติมให้นะครับ ก่อนอื่น อยากให้นึกตามครูเฟิร์สนะครับ เราเคยไหมครับที่บ้างครั้งเวลาเราตั้งใจคิดอะไรแล้วเราคิดไม่ออก ไม่ว่าจะเป็นโจทย์ปัญหาคณิต วิทย์ หรือแม้แต่เรื่องในชีวิตประจำวันที่เรา คิดเท่าไร ก็คิดไม่ออกว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่พอเราทำตัวสบายๆ ไปอาบน้ำ ไปเดินเล่น ขับรถเล่น ทำอะไรเพลินๆ ไม่นึกถึงปัญหา ปรากฏว่าอยู่ดีๆ ก็มีไอเดียปิ๊งๆ ขึ้นมาทันที และทำให้เราสามารถแก้ไขปัญหาได้

นั้นแหละครับคือ Diffuse-mode thinking วิธีที่เราจะทำให้เกิดการคิดแบบนี้ได้ เราจะต้องไม่สนใจกับปัญหาเดิมที่เราคิด เช่น การออกกำลังกาย เดินเล่น อาบน้ำ รวมทั้งการเล่นเกมส์ (หนังสือเขียนไว้อย่างนี้จริงๆ ) และอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้เราเพลินๆ

และแน่นอน น้องๆ หลายคนอาจจะยิ้มในใจจะได้ไปอ้างกับผู้ปกครองว่า “ครูเฟิร์สบอกว่าพอคิดไม่ออกให้เล่นเกมส์ หุ หุ”

แต่เดี๋ยวก่อน ครูเฟิร์สยังอธิบายไม่จบ การที่เราจะใช้ Diffuse-mode thinking ได้นั้น เราจะต้องตั้งใจทำโจทย์ที่เราทำไม่ได้ให้มากๆๆๆ (เน้น!!) ทำจนสมองเราทำการสร้างเซลล์ประสาท เชื่อมโยงความคิดแก้ไขปัญหาให้แข็งแรงก่อน ไม่ใช้พอทำโจทย์แล้วพอคิดไม่ได้ก็หาข้ออ้างไปทำอย่างอื่นนะครับ แบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไร สุดท้ายแล้ว เราก็คิดไม่ออกอยู่ดีและเราก็จะสอบไม่ผ่านด้วย นะคร้าบๆๆ

ดังนั้นโดยสรุปเราต้องตั้งใจเรียนมากๆ ก่อนครับ ถ้าเราอยากจะเรียนเก่ง ไม่อย่างนั้นแล้ว Diffuse-mode thinking ก็ไม่ได้ช่วยอะไร

เพื่อไม่ให้เนื้อหายาวมาก วันนี้ ครูเฟิร์ส ขอจบไว้ตรงนี้ก่อนแล้วกัน วันหน้าจะมาสรุปเนื้อหาส่วนอื่นเพิ่มเติมให้ ทั้งทำอย่างไรให้เราจำได้ดี ฝึกทำโจทย์อย่างไรทำให้เราจำวิธีทำได้ และแก้ไขปัญหาได้ทุกโจทย์ปัญหา การแก้ไขการผัดวันประกันพรุ่ง เป็นต้น

สำหรับน้องๆ และท่านผู้ปกครองคนไหนสนใจหนังสือเล่มนี้สามารถหาซื้อมาอ่านได้ก่อนนะครับ แต่ยังไม่เห็นเล่มแปลครับ พอดีครูเฟิร์สอ่าน e-book ใน kindle ครับ แล้วพบกันตอนต่อไปนะครับ

12/06/2019
06/06/2019
06/06/2019

วันนี้ ครูเฟิร์ส ขอ review หนังสือ เซเปียนส์ (Sapiens) ที่อ่านจบไปนะครับ

หนังสือเล่มนี้ ได้กล่าวถึง การพัฒนาการของ มนุษย์ตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบันจะขอกล่าวบางส่วนเพื่อเป็นน้ำจิ้ม สำหรับน้องๆ และท่านผู้ปกครองที่สนใจครับ

1. หนังสือได้กล่าวถึง สายพันธุ์ของมนุษย์ ที่เป็น สุกล (Genus) เดียวกัน เรียกว่า โฮโม (Homo) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ที่แยกย่อย เรียกว่าสปีชีส์ (species) ยกตัวอย่างสปีชีส์ เช่น โฮโมรูดอล์ฟเฟนซิส โอโมอีเร็กตัส โฮโมนีแอนเดอร์ธัลเลนซิล และสปีชีส์ของเรา เรียกว่า โฮโมเซเปียส์ ( ถ้างงๆ ว่า สปีชีส์คืออะไร ง่ายๆ ครับ คือ เสือลายพาดกลอน สิงโต เสือดำ เป็น สกุล เดียวกัน แต่เป็นคนละสปีชีส์ ) หนังสือได้พูดถึงสาเหตุใด ทำไมถึงเหลือสายพันธ์เรา โฮโมเซเปียส์ สายพันธุ์เดียว

2. ทำไมเราได้ถึงได้มีการจัดระบบระเบียบสังคมแบบในปัจจุบัน ในอดีตเป็นอย่างที่เราเป็นไหม คนเมื่อ อดีต 10,000 ปีแล้ว 5,000 ปีที่แล้ว มีความคิดอย่างไร เพื่อเป็นการทำนายว่า อนาคตของเราจะเป็นอย่างไร

3. อะไรคือภาษาเขียนภาษาแรกของโลก และวิวัฒนาการมาได้อย่างไร มีหลักฐานว่าจริงๆแล้ว ภาษาที่เราใช้ในปัจจุบันน่าจะมาจากรากฐานภาษาเดียวกันที่ได้สูญหายไปแล้ว

4. เงินตราเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีผลต่อการพัฒนาการสังคมของมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอย่างไร ทำไมเราถึงให้คุณค่าของ ทองคำ

5. ทำไมถึงเกิดศาสนาขึ้น และทำไมศาสนาแต่ละศาสนาถึงได้มีความรุ่งเรืองในปัจจุบัน แต่บางศาสนาโบราณ ได้สูญหายไป และรูปแบบการดำเนินชีวิตทางสังคมในปัจจุบันสามารถถือเป็นอีกศาสนาได้หรือไม่

6. สาเหตุใดวิทยาศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถึงได้มีพัฒนาแบบก้าวกระโดด เป็นเพราะนักวิทยาศาสตร์เองได้ค้นพบ หรือ เป็นเพราะความต้องการของ จักรวรรดิต่างๆ ทางยุโรป ที่ต้องการขยายดินแดนไปทั่วโลกเป็นสิ่งเร้าทำให้มีการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์

7. อนาคต มนุษย์ จะเป็นอย่างไร สามารถอยู่ได้เป็นอมตะได้หรือไม่

8. และอื่นๆ อีกมากมาย ไม่ได้กล่าวถึง

เนื้อหาในเล่มสนุกและแฝงด้วยการอ้างอิงเชิงวิทยาศาสตร์ ทำให้ทึ่งว่า วัฒนธรรมบ้างอย่างได้เกิดขึ้นเป็น หมื่นปีแล้ว และวิวัฒนาการมาเป็นปัจจุบัน ความรู้เล่มนี้สามารถใช้อ้างอิงในเชิงการศึกษาได้ดี มีการลงเอกสารอ้างอิง (เชิงอรรถ) ไว้ท้ายเล่มเพื่อใช้ศึกษาต่อด้วยครับ ถ้าใครสนใจเนื้อหาทำนองนี้ แนะนำเลยครับ 😊😊

31/05/2019
23/04/2019

รู้หรือไม่ อียิปโบราณ ก็มีการใช้เศษส่วน
เห็นแล้วเข้าใจการเขียนไหมครับ 😁😁

18/04/2019

"6 วิธีอ่าน หนังสือภาษาอังกฤษ ได้แบบเท่ ๆ "
วันนี้ ครูเฟิร์ส จะนำเอาเทคนิคจากประสบการณ์จริงในการฝึกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษดูเหมือนเด็กจบนอกแบบเท่ๆ มาแนะนำครับ

ครูเฟิร์สชอบอ่านหนังสือมาแต่เด็ก ตอนเด็กๆ คุณแม่จะพาไปร้านหนังสือประจำ ทำให้ชอบอ่านหนังสือเป็นนิสัย พอโดขึ้นก็ซื้อมาอ่านเอง บ้างก็เป็นหนังสือแปลมาจากภาษาอังกฤษบ้าง พออ่านได้สักพัก เราก็อยากจะฝึกอ่านเป็นภาษาอังกฤษเลยจะได้อ่านได้เร็วๆ ไม่ต้องรอคนอื่นแปลและจะได้เข้าถึงผู้แต่งได้โดยตรง

ครูเฟิร์สเลยตัดสินใจมาฝึกอ่านเป็นภาษาอังกฤษ เป็นเรื่องเป็นราวสักเลย วันนี้ครูเฟิร์สเลยมานึกย้อนดูว่าทำไมเราถึงสามารถอ่านเป็นภาษาอังกฤษได้คล่องพอประมาณ ทั้งๆที่ตอนเด็กๆ เราก็ไม่ได้เก่งอังกฤษ มาฝึกอ่านจริงๆ ตอนลูกครูเฟิร์สเรียนอนุบาล ย้ำ อนุบาล 😆😆😆

ครูเฟิร์สขอสรุปวิธีการเป็นข้อๆดังนี้นะครับ

1. ต้องมีจุดมุ่งหมายว่า เราต้องบอกตัวเองให้ได้ว่าทำไมต้องอ่านได้ เพราะถ้าไม่มีจุดมุ่งหมาย เราก็ไม่มีความพยายาม อาจจะเป็นอยากได้ความรู้เพิ่มเติม อยากเท่ เพราะเวลาเราถือหนังสือเป็นภาษาอังกฤษแล้วมาคุยกับเพื่อนแล้วเท่ อยากๆๆๆ... ส่วนของครูเฟิร์ส นอกจากอยากอ่านหนังสือได้เยอะๆแล้ว ยังมีความอยากเท่ ด้วยเหมือนกัน อิ อิ

2. ถามตัวเองว่า ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับอะไร เพราะจะได้อ่านให้ตรงกับความต้องการของเรา เพราะถ้าอ่านที่ไม่อยากอ่าน เราก็จะเบื่อ พาลไม่อยากอ่านไป

3. ต้องรู้ศัพท์เยอะๆๆๆ เพราะถ้าไม่เข้าใจความหมาย เราก็แปลไม่ออก ใช่ไหมครับ แล้วจะทำอย่างไร หนังสือที่อ่านก็ไม่มีศัพท์แปลให้เลย เทคนิคครูเฟิร์ส ครูเฟิร์สเริ่มจากซื้อหนังสือนิยายของซีเอ็ดที่มีคำแปลข้างๆ และจะแบ่งเป็น ระดับความยาก ง่าย ให้ (อันนี้ครูเฟิร์สไม่ได้ค่าโฆษณา แต่ถ้าซีเอ็ดติดต่อมายินดีเสมอครับ อิ อิ ) โดยให้เราไปเลือก ระดับที่เรารู้สึกว่าอ่านแล้วไม่ยาก ไม่ง่ายเกินไปนะครับ ไม่จำเป็นต้อง ระดับง่ายที่สุด บางคนคิดว่าก็เราไม่เก่งอะ เริ่มจากง่ายๆ ไปเลย ครูเฟิร์สว่าไม่จำเป็นครับ เพราะจะทำให้เราไม่สนุกครับ เลือกอันที่ท้าทายความสามารถเราหน่อยๆ ก็ดี แต่ต้องไม่ยากเกินไปนะครับ หนังสือแต่ละระดับจะมีหลายแนว ส่วนใหญ่เป็นนิยายครับ แต่ศัพท์ที่อ่านเจอบ่อยๆ จะทำให้เราสะสมศัพท์ได้เยอะขึ้น พอเริ่มชินกับศัพท์ระดับที่เราซื้อมาอ่านแล้ว ก็ปรับความยากขึ้นไปเรื่อยๆ ครับ ของครูเฟิร์สอ่านจนถึง ระดับยากสุดครับ แต่ไม่จำเป็นต้องอ่านครบทุกเล่มในแต่ระดับนะครับ เอาเพียงว่า ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่าเริ่มคล่อง ก็ปรับระดับความยากเลยครับ

4. ลุยเลย !!! พอเราทำข้อ 3 ได้คล่องพอสมควร ตามระดับที่เราคาดหวังไว้ เราก็ลุยเลย ซื้อหนังสือที่มีแต่ภาษาอังกฤษล้วนๆ ที่เราอยากอ่านมาอ่าน ชอบนิยาย ก็ซื้อนิยาย ชอบแนวพัฒนาตนเอง ก็ซื้อแนวพัฒนาตนเอง ชอบวิทยาศาสตร์ก็ซื้อหนังสือวิทยาศาสตร์ สิ่งสำคัญ อย่าลืมใช้เทคโนโลยีช่วยด้วยครับ ศัพท์ไหนถ้าเราไม่คุ้น เราก็ใช้ app แปลภาษา มาช่วยแปลคำที่เรายังไม่รู้จัก ทำให้เราอ่านได้ง่ายขึ้นด้วย

5. ทบทวนศัพท์ เมื่อก่อน ครูเฟิร์สมักจะลืมศัพท์ที่พึ่งเปิดเจอเป็นประจำครับ บางครั้งเปิดซ้ำกัน มากกว่า 10 ครั้งกว่าจะจำได้ และแสดงว่าคำนี้ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษด้วย ไม่งั้น เราคงไม่ต้องเปิดหาหลายครั้ง ... วิธีการทบทวนของครูเฟิร์สคือ เปิดประวัติการค้นหาใน app ที่เราใช้หาความหมาย และใช้เวลาว่างๆ ท่องทบทวนครับ

6. ฝึกอ่านอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าหมายว่า เดือนหนึ่งเราจะอ่านสักกี่เล่มดี อาจจะเดือนละเล่ม หรือ สองเดือนเล่มก็ๆได้นะ อิ อิ นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังเป็นการทบทวน ภาษาอังกฤษของเราไปในตัว

จากที่สรุปมาทั้งหมด เป็นวิธีการที่ครูเฟิร์ส สรุปจากประสบการณ์จริงๆ ที่ใช้ในการฝึกอ่านหนังสือภาษาอังกฤษได้คล่องพอสมควร บางคนอาจจะมีวิธีการแตกต่างหรือดีกว่าครูเฟิร์สก็ได้ครับ ลองนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกันได้ครับ

อ่านถึงตรงนี้แล้ว ก็ซื้อหนังสือมาฝึกอ่านกันเลยครับ หลังๆ ครูเฟิร์สมักจะซื้ออ่านทาง kindle ของ amazon.com แต่ถ้าใครไม่สะดวก ก็ซื้อจากร้านหนังสือทั่วไป หรือสั่งผ่าน online ให้มาส่งที่บ้านได้ครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านหนังสือกันนะครับ 😊😊😊

15/04/2019

💡“นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร” อาจารย์ ศิลป์ พีระศรี

ครูเฟิร์สชอบคำนี้ของ ท่าน อาจารย์ ศิลป์ พีระศรี มากเลยครับ

ครูเฟิร์สเชื่อว่า เราจะรู้อะไรอีกเยอะจากการอ่านครับ

ถ้าเราอยากเรียนเก่ง เราก็ต้องอ่านหนังสือเรียน 📖.

และถ้าเราอยากจะมีความรู้ที่มากกว่าในห้องเรียน
ก็ต้องหาหนังสือดีๆ 📚 อ่านเพิ่มเติมครับ

ครูเฟิร์สเชื่อว่า การอ่านจะทำให้เราได้รับอะไรใหม่ๆ
รู้อะไรดีๆ มากขึ้นครับ

วันนี้ลองเข้าห้องสมุด หรือร้านหนังสือ แล้วลองเลือก
หนังสือดีๆ มาอ่านกันนะครับ 😁 … #ครูเฟิร์ส

14/04/2019

คำถาม หนุกๆ ประจำวันหยุดครับ ลองดูว่าใส่เครื่องหมายใดแล้วค่าประมาณหลักหน่วย
เท่ากับ 12 ครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Amphoe Ban Pong?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


205/1 ต. บ้านโป่ง อ. บ้านโป่ง จ. ราชบุรี
Amphoe Ban Pong
70110