Thaithanthee I ไทยทันที

Thaithanthee I ไทยทันที พื้นที่สำหรับแบ่งปันความรู้ และเผยแพร่ผลงานนักเรียนผ่านการจัดการเรียนการสอน

21/04/2026

📜 กลบท” มนต์เสน่ห์แห่งการเล่นแร่แปรธาตุคำ ✨

หากจะกล่าวถึงความวิจิตรของภาษาไทย "ร้อยกรอง" คือหนึ่งในจุดสูงสุดที่แสดงให้เห็นถึงความละเมียดละไม แต่ทราบกันหรือไม่ว่า ในโลกของกวีไทยยังมีศาสตร์ที่ล้ำลึกยิ่งกว่าการแต่งบทกลอนทั่วไป นั่นคือการสร้างสรรค์สิ่งที่เรียกว่า “กลบท” นั่นก็คือ การ "เล่นแร่แปรธาตุ" คำประพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน หรือร่าย ให้มีความซับซ้อน พิสดาร และท้าทายภูมิปัญญาของทั้งผู้แต่งและผู้อ่านมากขึ้น 🔥🧠

การแต่งกลบทปรากฏให้เห็นมาตั้งแต่สมัยโบราณ แทรกอยู่ในวรรณกรรมสำคัญอย่าง ลิลิตโองการแช่งน้ำ หรือ มหาชาติคำหลวง และในตำราต่างๆ อาทิ

จินดามณี แบบเรียนเล่มแรกของไทยที่มีการรวบรวมชนิดของกลบทไว้ (เน้นไปที่โคลงกลบท) แม้จะไม่ใช่ตำรากลบทโดยตรง แต่ก็เป็นรากฐานสำคัญ

ศิริวิบุลกิตติ์ ผลงานของหลวงศรีปรีชา (เซ่ง) ซึ่งถือเป็นมาตรฐานชั้นครูของ "กลอนกลบท"

ประชุมจารึกวัดพระเชตุพนฯ ในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยพระองค์ทรงระดมเหล่ายอดกวีให้ช่วยกันแต่งและจารึกกลบทลงบนแผ่นศิลาและสมุดไทย เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา เป็นคลังปัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง 📚🏛️

ความยากในการแต่งกลบทนั้นอยู่ที่การแต่งให้ได้ทั้ง คำ และ ความ เพราะกลบทที่ดีต้องมีรสสัมผัสที่ไพเราะ มีความหมายที่ลึกซึ้ง และยังคงความถูกต้องตามกฎที่ตั้งไว้ได้อย่างแนบเนียน ชนิดที่ว่าอ่านแล้วต้องทึ่งในไหวพริบของกวี ✍️🎭

ในปัจจุบัน แม้ความนิยมใน "กลบท" จะไม่ได้อยู่ในกระแสหลักเหมือนในยุคทองของวรรณคดี แต่ต้องยอมรับว่ากลบทกำลังกลับมามีชีวิตชีวาในรูปแบบที่น่าสนใจและทันสมัยมากขึ้น โดยเปลี่ยนสถานะจาก "แบบเรียนที่ยาก" มาเป็น "งานอดิเรกที่ท้าทาย" (Challenge) สำหรับกลุ่มคนที่รักภาษาไทยและผู้ที่ต้องการหาเอกลักษณ์ใหม่ๆ ในงานสร้างสรรค์ ถึงจะไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนแต่งได้ แต่กลบทก็ยังคงมีมนต์เสน่ห์ที่เป็น "ลายเซ็น" เฉพาะตัวของไทยที่หาใครเลียนแบบได้ยาก

#กลบท
#ภาษาไทย
#วรรณคดีไทย
#ศิลปะภาษา
#ร้อยกรอง

#ในรั้วในวัง

28/03/2026

“ปลาอานนท์” ปลาที่เกิดขึ้นสมัยสร้างโลก ในอดีตเชื่อว่าเป็นเหตุ “แผ่นดินไหว”
คนโบราณเชื่อว่าปลาอานนท์เกิดขึ้นมาตั้งแต่สร้างโลกใหม่ ๆ มีขนาดใหญ่มาก เชื่อว่ามีความยาวเป็นพัน ๆ โยชน์ มีภาระอันหนักหนาคือ แบกน้ำหนักโลกไว้ และก็มีความเชื่อโบราณว่าเมื่อใดที่ปลาตัวนี้พลิกตัวจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหว
ในอดีต คนบนโลกยังไม่มีความรู้เรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรที่ผิดแปลกไปก็จะเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือผู้สร้างโลกเป็นคนกระทำ เช่นเดียวกับความเชื่อเรื่องแผ่นดินไหว คนไทยในอดีตเชื่อว่าเป็นเพราะ “ปลาอานนท์” เมื่อยตัว เพราะแบกโลกเป็นเวลานาน
เมื่อปลาดังกล่าวพลิกตัว จึงเกิดภัยพิบัติธรรมชาติตามมา นั่นคือแผ่นดินไหว
ถือเป็นหนึ่งความเชื่อที่คนไทยเคยเชื่อ ก่อนที่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์จะเข้ามา ทำให้ทราบว่าแผ่นดินไหวเกิดจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก หรือการปรับสมดุลตามธรรมชาติของเปลือกโลก เพื่อปล่อยความเครียดที่สะสมไว้ออกมาอย่างฉับพลัน
ภาพ : 4 มหาสมุทรที่ล้อมเขาพระสุเมรุ มีปลาอานนท์อยู่ที่ฐาน (จาก สมุดภาพไตรภูมิ)
#ปลาอานนท์ #แผ่นดินไหว #ศิลปวัฒนธรรม

24/03/2026
12/03/2026

คืนที่พระมหาปราสาทองค์หนึ่งหายไปจากพระบรมมหาราชวัง...

หลังการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในปี พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างหมู่พระราชมณเฑียรและพระมหาปราสาทขึ้นในพระบรมมหาราชวังใหม่ หนึ่งในนั้นคือ พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท ซึ่งเริ่มก่อสร้างในช่วงต้นรัชกาล และแล้วเสร็จราว พ.ศ. 2327 ก่อนจะใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเต็มรูปแบบของรัชกาลที่ 1 ใน พ.ศ. 2328 หลังบ้านเมืองเริ่มตั้งมั่นเป็นราชธานีใหม่ของสยามแล้ว

ในช่วงเวลานั้น พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาทไม่ได้เป็นเพียงอาคารหลังหนึ่งในพระบรมมหาราชวัง หากยังเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการสร้าง “พระนครใหม่” ขึ้นบนแผ่นดินที่เพิ่งผ่านสงคราม การเสียกรุง และการเปลี่ยนราชธานีมาไม่นาน มหาปราสาทองค์นี้จึงมีความหมายทั้งในทางสถาปัตยกรรม พระราชพิธี และภาพลักษณ์ของราชอำนาจในกรุงรัตนโกสินทร์ยุคแรก

แต่น่าเสียดายที่พระที่นั่งองค์นี้อยู่ได้ไม่นานนัก

หลักฐานที่กล่าวถึงประวัติของ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลาต่อมาระบุตรงกันว่า พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาทเดิม ถูกฟ้าผ่าและไฟไหม้จนหมด ในปี พ.ศ. 2332 หรือ ค.ศ. 1789 ก่อนที่รัชกาลที่ 1 จะทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระมหาปราสาทองค์ใหม่ขึ้นแทนบนพื้นที่เดิม นั่นคือพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้แหล่งข้อมูลสมัยหลังจะยืนยันผลของเหตุการณ์ไว้ชัดเจนว่า “ฟ้าผ่าและไฟไหม้” แต่รายละเอียดของคืนนั้นกลับไม่ได้ปรากฏแพร่หลายเท่ากับผลลัพธ์ที่ตามมา เราจึงรู้แกนหลักของเหตุการณ์ว่าเกิด เหตุฟ้าผ่า → เพลิงไหม้ → และสูญเสียพระมหาปราสาท แต่ไม่อาจบรรยายได้อย่างมั่นใจเต็มที่ว่าเปลวเพลิงลุกลามอย่างไรจึงทำให้พระมหาปราสาทมอดไหม้ไปทั้งหลัง

อย่างไรก็ตาม คำถามที่น่าคิดยิ่งกว่าเหตุไฟไหม้เอง คือ
เมื่อพระมหาปราสาทองค์หนึ่งหายไป เหตุใดพระราชสำนักแห่งกรุงรัตนโกสินทร์จึงไม่ได้สร้างของใหม่กลับขึ้นมาแบบเดิมทุกประการ?

ข้อสังเกตหนึ่งที่น่าจะเป็นไปได้คือ ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ การก่อสร้างในพระบรมมหาราชวังอาจไม่ได้มีความหมายเพียงการ “ซ่อมของเก่า” แต่เป็นการ จัดระเบียบราชธานีใหม่อยู่ตลอดเวลา พระมหาปราสาทไม่ใช่เพียงอาคาร หากเป็นสถาปัตยกรรมที่สื่อถึงพระราชอำนาจ พระราชพิธี และความสมบูรณ์ของราชสำนัก ดังนั้นการสร้างองค์ใหม่ขึ้นแทนจึงอาจเป็นการ “นิยามพื้นที่เดิมในแบบใหม่” ให้เหมาะกับภาพลักษณ์ของพระนครที่กำลังก่อตัว มากกว่าจะเป็นการทำสำเนาของเดิมอย่างเคร่งครัด

อีกข้อสังเกตหนึ่งคือ เหตุไฟไหม้อาจทำให้ราชสำนักต้องทบทวนทั้งเรื่อง วัสดุ ความมั่นคง และความหมายเชิงสัญลักษณ์ ของพระมหาปราสาทหลวง ว่าพื้นที่สำคัญระดับนี้ควรได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในรูปแบบใดจึงจะสง่างาม สมพระเกียรติ และเหมาะกับการเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมของราชสำนักใหม่ ในแง่นี้ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทที่ถือกำเนิดขึ้นภายหลังจึงไม่ใช่เพียง “อาคารทดแทน” แต่เป็นผลของการตัดสินใจเชิงประวัติศาสตร์ ว่าพื้นที่เดิมควรมีความหมายใหม่อย่างไรในราชธานีใหม่

เพราะฉะนั้น ไฟไหม้ครั้งนั้นอาจถูกมองได้สองแบบพร้อมกัน
ด้านหนึ่ง มันคือความสูญเสียของสถาปัตยกรรมหลวงในยุคแรกของกรุงเทพฯ แต่อีกด้านหนึ่ง มันกลับเปิดทางให้พระมหาปราสาทองค์ใหม่ถือกำเนิดขึ้น และทำให้ความทรงจำของผู้คนค่อย ๆ เคลื่อนจาก “อมรินทราภิเษกมหาปราสาท” ไปสู่ “ดุสิตมหาปราสาท” แทน

คำถามที่น่าคิดคือ เมื่ออาคารสำคัญของรัฐสูญหาย การสร้างขึ้นใหม่ควรมีเป้าหมายเพื่อ “รักษาของเดิม” หรือเพื่อ “สร้างความหมายใหม่” ให้เหมาะกับยุคสมัยมากกว่ากัน?

#พระบรมมหาราชวัง #ดุสิตมหาปราสาท #รัตนโกสินทร์ #สถาปัตยกรรมไทย #ประวัติศาสตร์ไทย

27/02/2026

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ดำเนินการผลิตและเผยแพร่วีดีทัศน์ "เสน่ห์ความเป็นไทย สร้างความประทับใจทั่วโลก" จำนวน ๘ ตอนดังนี้

ตอนที่ ๑ กรุงเทพมหานคร... The City of Angels มหานครที่ไม่เคยหลับใหล
ตอนที่ ๒ เสน่ห์อาหารไทย Thai-(De)Licious
ตอนที่ ๓ เสน่ห์หนังไทย สร้างจากใจสู่สากล
ตอนที่ ๔ แม่ไม้มวยไทย ตำนานที่มีชีวิต : Muay Thai : A Living Legacy
ตอนที่ ๕ นวดไทย ตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
ตอนที่ ๖ Thai Iconic ผสานมรดกแห่งการทอผ้า กับความงามเหนือกาลเวลา
ตอนที่ ๗ Rhythm of Heart ท่วงทำนองแห่งหัวใจ สายใยวัฒนธรรม
ตอนที่ ๘ ภูมิสังคมวัฒนธรรมไทย ดินแดนแห่งความอุดมสมบูรณ์

สามารถรับชมได้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ตาม QR code ที่ปรากฏ

ผลงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ท 30202 วรรณกรรมเพื่อการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ ของนักเรียนโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศ...
14/02/2026

ผลงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ท 30202 วรรณกรรมเพื่อการสร้างสรรค์ภาพยนตร์ ของนักเรียนโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษด้านศิลปศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ลิงก์สำหรับดูภาพยนตร์สั้น สามารถติดตามได้จากรูปภาพครับ

02/02/2026

สหัสเดชะ เป็นยักษ์ตนเดียวที่พิเภกบอกเลยว่า ถ้ารบแบบสงคราม ฟูลพาวเวอร์ ทัพลิงสู้ไม่ได้แน่นอน

สหัสเดชะเป็นพญารากษส เจ้าเมืองปางตาล เป็นพี่ชายของมูลพลัม สหายทศกัณฐ์ ร่างกายใหญ่มหึมา เก่งกล้าสามารถขนาดทศกัณฐ์ยังต้องยำเกรง นับถือเป็นพี่ชาย

ถ้าถามว่าเกรงใจขนาดไหนก็ที่พอเชิญสหัสเดชะมาแล้วสหัสเดชะเข้าไม่ได้ ก็ยอมพังประตูเมืองให้รถของสหัสเดชะผ่าน

"เมื่อนั้น
ท้าวยี่สิบกรยักษี
นำเสด็จเชษฐาธิบดี
ถึงที่ปราการลงกา
แลดูพิชัยรถทรง
ขององค์พญายักษา
ใหญ่สูงกว่าช่องทวารา
จึ่งบัญชาสั่งมโหทร
จงเร่งไปรื้อกำแพงเมือง
ข้างเบื้องทักษิณเสียก่อน
ให้ราบรื่นจนพื้นดินดอน
รถพระภูธรจะเข้าไป ฯ"

หลังจากสหัสเดชะมาถึงเมือง และกินเลี้ยงเหล้ายาปลาปิ้งกันอย่างสนุกสนานแล้ว สหัสเดชะก็ทำในสิ่งที่หลายคนอยากให้ฝั่งยักษ์ทำมานาน

ก็คือการไปกันให้หมดนี่แหละ ทศกัณฐ์ มูลพลัม สหัสเดชะ ขนไปทีเดียวกับกองทัพเกือบร้อยสมุทรไปเลย

ปรากฏว่ารถทศกัณฐ์โดนฟ้าผ่า สหัสเดชะเห็นก็ห่วงน้อง เลยบอกกลับเมืองไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่เอาชัยชนะมาฝากเอง

"อันเจ้าลงกานี้เคราะห์ร้าย
แม้นไปจะตายด้วยไพรี
ให้หยุดรถแล้วกล่าวสุนทร
ดูก่อนอนุชาเรืองศรี
บัดนี้เหตุใหญ่บังเกิดมี
เจ้าพี่จงกลับเข้าพารา
แต่เราสองทัพจะชิงชัย
ด้วยมนุษย์กับไอ้ลิงป่า
ให้สิ้นพวกมันที่ยกมา
อนุชาอย่าได้อาวรณ์ ฯ"

สหัสเดชะมั่นใจมากกว่าจัดการลิง 77 สมุทรพร้อมมนุษย์รามลักษณ์ได้ในไม่ถึงนาทีแน่นอน ถึงทศกัณฐ์จะบอกสเกลพลังแล้ว ว่ามันเก่งขนาดไหน แล้วตายไปมันก็ชุบกันได้รัวๆ แต่สหัสเดชะก็บอกไหว

"จงเตรียมจตุรงค์ทวยหาญ
คชาธารรถรัตน์หัตถี
กูจะไปปราบราชไพรี
แต่นาทีเดียวให้พร้อมกัน ฯ"

ปรากฏว่าพอการศึกจริงเริ่ม พิเภกบอกว่าปะทะซึ่งหน้าแบบฟูลออฟชั่น ไม่มีลิงไหนสู้สหัสเดชะได้แน่นอน มีแค่พระรามที่มีโอกาสชนะ พระรามเลยนำทัพยกพลลิงไป 40 สมุทร

แล้วก็เกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

"วานรครั้นเห็นกุมภัณฑ์
ตัวสั่นตกใจเป็นที่สุด
ให้เข็ดขามคร้ามกลัวฤทธิรุทร
วิ่งหนีอุตลุดวุ่นไป ฯ
๏ เหลือแต่สุครีพหนุมาน
องคตชมพูพานทหารใหญ่
ทั้งสิบแปดมงกุฎวุฒิไกร
พิเภกผู้ไวปัญญา ฯ"

สหัสเดชะปล่อยฮาคิราชันย์! กวาดลิงลูกกระจ๊อกสติแตกหนีไปหมดกองทัพ!

พิเภกมาอธิบายต่อว่าเป็นเพราะสหัสเดชะได้พรจากพระพรหม ใครที่จะทำสงครามด้วย ถ้าไม่เก่งพอ ก็จะเกรงกลัวคุมสติไม่อยู่ วิ่งหนีไปอย่างเสียสติ

พระรามเลยให้สุครีพเดอะแฟลซ หนุมาน และพวกสิบแปดมงกุฏไปตามพลลิงสี่ร้อยล้านล้านตัวกลับมาก่อน

หลังจากนั้นก็เป็นศึกมูลพลัม แล้วเมื่อพระลักษมณ์ปราบมูลพลัมได้ พระรามก็ถามต่อว่าจะเอาไงกับสหัสเดชะดีเนี่ย

พิเภกเลยบอกไป

"อันสหัสเดชะยักษี
ฤทธีฟากฟ้าดินไหว
แม้นรู้ว่าน้องบรรลัย
จะโกรธาบ้าใจขุนมาร
ก็จะยกจตุรงคโยธา
แสนสุรเสนาทวยหาญ
กลับมาต่อกรรอนราญ
เห็นจะรำคาญพระบาทา
ด้วยเพื่อนนั้นมีอาวุธ
เดชาฤทธิรุทรแกล้วกล้า
แม้นว่าชี้ต้นก็มรณา
ชี้ปลายเป็นมาได้ดั่งใจ
ถ้าจะละให้กุมภัณฑ์
มันยกมานั้นเห็นไม่ได้
บรรดาโยธีกระบี่ไพร
จะบรรลัยไม่ทันต่อตี"

นั่นแหละครับ สหัสเดชะเก่งมากๆ ไม่มีทางเอาชนะได้เลย ต่อให้ไม่สติแตกจากฮาคิราชันย์ คทาสหัสเดชะก็สามารถยิงกวาดแม็ปได้ และทุกคนที่โดนยิง ตายแน่ๆ น่าจะตายแบบฟื้นไม่ได้ด้วย

ตอนแรกเห็นพระรามมีโอกาสชนะ แต่ตอนนี้ดูใหม่แล้ว หน้างาน ไม่มีทางเอาชนะสหัสเดชะได้เลย ในการต่อสู้แบบสงครามเต็มกำลัง

วิธีเอาชนะสหัสเดชะได้ มีเพียงทางเดียวเท่านั้น!

นั่นคือการส่งคนไปลอบชิงคทามาก่อน แต่พญารากษสก็ไม่ปล่อยคทาจากตัวอีกนั่นแหละ

หนุมานจึงใช้อุบาย แปลงร่างเป็นลิงน้อยหนีทัพ บอกโดนพระรามโขกสับมา ทำตัวน่าสงสาร สหัสเดชะก็สงสาร เห็นใจ พาขึ้นรถไปด้วย บอกไม่เป็นไร เราจะดูแลเจ้าต่อเอง

ลิงน้อยก็อ้อนไปเรื่อย จนพญารากษสใจอ่อน บอกจะเอาไปเลี้ยงอย่างดีเลย
"เอ็งจะทุกข์ใจไปไยมี
ตัวกูจะเลี้ยงวานร
ให้ถาวรเป็นสุขเกษมศรี
จงขึ้นนั่งหน้ารถมณี
ไปยังที่รบด้วยกัน ฯ"

แล้วให้ถือคทาไว้ เท่านั้นแหละ ลิงน้อยก็กลับร่างเป็นหนุมาน แปลงร่างซูเปอร์วานร สี่หัวแปดมือ ถีบพญารากษสทันที

"สี่พักตร์สูงตระหง่านเวหา
แปดกรสำแดงฤทธา
วานรโถมถีบอสุรี ฯ"

สหัสเดชะถึงกับร้อง ตูโดนลิงสแกมเมอร์หลอกเอาคทาไปแล้ว! มาหลอกให้รักให้เอ็นดู แล้วเอาของวิเศษไปงี้ได้ไง ไม่เป็นลูกผู้ชายเลย หนุมานบอกนี่สงคราม เรื่องหลอกลวงมันปกติปะ

"อันกลณรงค์สงคราม
จะถือเอาความสัจกระไรได้
สุดแต่ใครดีก็มีชัย
อย่าด้านหน้าว่าไปไอ้พาลา"

ว่าแล้วก็หักกระบองทิ้ง โยนคืนให้ กระบองวิเศษก็เลยโดนทำลายไป

หลังปะทะกันไปจนทหารที่ใช้ไปรุมหนุมานตายหมด สหัสเดชะก็เลยยิงศรสู้

"จึ่งจับศรสิทธิ์ฤทธิรงค์
อันทรงเดชากล้าหาญ
พาดสายหมายมุ่งจะรอนราญ
ขุนมารก็ผาดแผลงไป ฯ
๏ มืดคลุ้มกลุ้มทั่วอากาศ
เป็นศรเกลื่อนกลาดไม่นับได้
ต้องกายหนุมานชาญชัย
เต็มไปทุกเส้นโลมา ฯ"

ขนลิงตัวหนึ่งก็มีประมาณล้านเส้น การยิงปักทั่วทุกขุมขน แปลว่ายิงธนูไปเป็นล้านลูก

ก็เก่งอยู่นะ สแปมศรได้ขนาดนั้น แต่พอดีความทนทานหนุมานมันทะลุหลอดไปแล้ว!

"บัดนั้น
วายุบุตรวุฒิไกรใจกล้า
ต้องศรพญาอสุรา
วานรไม่ระคายอินทรีย์
สี่กรถอนชักหักเล่น
โลดเต้นเยาะเย้ยยักษี
แล้วเผ่นโผนไปด้วยฤทธี
เข้าไล่ราวีกุมภัณฑ์ ฯ"

แต่สหัสเดชะก็โต้ตอบกลับ ฟาดหนุมานเจ็บจนเซไปอยู่

"เมื่อนั้น
ท้าวสหัสเดชะยักษา
สองพันกรแกว่งสาตรา
อสุรารุกโรมโจมตี ฯ
๏ เท้าซ้ายเหยียบเข่าวานร
หวดด้วยคันศรยักษี
ต้องกายหนุมานหลายที
ขุนกระบี่หันเหเซไป ฯ"

ถึงจะไม่แรงจนสลบเหมือนอินทรชิตฟาด แต่ก็ทำให้หนุมานร่างสี่พักตร์แปดกรเซไปได้ หนุมานเจอแบบนั้นก็สวนกลับด้วยความเร็วที่มากขึ้น แย่งอาวุธสหัสเดชะมาทำลายหมด แม้สุดท้ายสหัสเดชะจะยกภูเขามาทุ่ม หนุมานก็หยุดไว้ได้ แล้วก็จับสหัสเดชะมัดด้วยหาง เอากลับไปยังกองทัพ

ก็เรียกว่าถ้าฟูลออฟชัน รบแบบสงครามก็เก่งจนเอาชนะไม่ได้ แต่ดันมาเจอแอสซาซินล้วงหลัง ปลดอาวุธก่อนซะงั้น พอไม่มีอาวุธสุดโหด ก็เลยแพ้ไปตามระเบียบ

ป.ล. ภาพประกอบสองช่องหลัง ใช้ GEMENI ทำ เลียนแบบจาก The Avengers : Infinity War

ที่อยู่

สุราษฎร์ธานี

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Thaithanthee I ไทยทันทีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท