19/08/2026
❤️❤️❤️✅✅✅❤️❤️❤️
รู้ไหมครับว่า ูก ไม่ได้เติบโตเพราะเราสอนลูกทุกอย่าง แต่จะเติบโต...จากการที่ #สมองของลูกได้ลงมือบริหารจัดการชีวิตของตัวเองซ้ำๆ
ถ้าพ่อแม่ทำทุกอย่างให้หมด เช่น เตรียมกระเป๋าให้ เตือนการบ้านตลอด จัดตารางให้ แก้ปัญหาให้ ตัดสินใจแทน เก็บของให้ หรือรีบเข้าไปช่วยทันทีที่ลูกติดขัด สิ่งที่เกิดขึ้นคือ EF ของพ่อแม่กำลังทำงานแทน EF ของลูก 😱
ลูกเราจึงกำลังเสียโอกาสฝึกทักษะสำคัญของชีวิต เช่น
◾️Working memory — จำได้ว่าต้องทำอะไร
◾️Inhibitory control — หยุดตัวเอง รอ และควบคุมแรงกระตุ้นหรือความอยากของตัวเอง
◾️Cognitive flexibility — เปลี่ยนวิธีเมื่อวิธีเดิมไม่ได้ผล
◾️Planning & organization — วางแผนและจัดลำดับความสำคัญสิ่งต่างๆ ในชีวิต
◾️Self-monitoring — ตรวจสอบตัวเองว่า จัดการสิ่งที่ตัวเองจำเป็นต้องทำครบหรือยัง
ประเด็นสำคัญที่พ่อโต้งอยากจะย้ำกับคุณพ่อคุณแม่ทุกคน ก็คือ อย่าสับสนระหว่าง #การช่วยลูก กับ #การทำแทนลูก 🤔
เด็กยังต้องการ Scaffolding และ Co-regulation จากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กเล็ก เราช่วยในสิ่งที่เขายังทำไม่ได้ แต่ต้องค่อย ๆ ถอนความช่วยเหลือในสิ่งที่เขาเริ่มทำได้แล้ว
บางคนอาจจะงง แล้ว Scaffolding และ Co-regulation มันคืออะไร 😅
◾️คำว่า Scaffold แปลตรงตัวว่า นั่งร้านครับ เวลาที่เราสร้างตึก เราตั้งนั่งร้านเพื่อช่วยตอนตึกยังสร้างไม่เสร็จ แต่เมื่อตึกแข็งแรงแล้ว เราก็เอานั่งร้านออก
การเลี้ยงลูกก็เหมือนกันครับ เราจะช่วยในสิ่งที่ลูกยังทำเองไม่ได้ในตอนนี้ แต่ก็ค่อย ๆ ลดความช่วยเหลือลง เมื่อลูกเริ่มทำได้แล้ว ✅️
◾️ส่วน Co-regulation คือ การช่วยลูกในการกำกับตนเอง
เพราะเด็กเล็กยังควบคุมอารมณ์ ความคิด ความสนใจ และพฤติกรรมตัวเองได้ไม่ดี เพราะสมองส่วนหน้า EF ยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
ดังนั้นในช่วงแรก เด็กจึงต้อง ยืมการกำกับดูแลตัวเองจากผู้ใหญ่ก่อน หรือ ผู้ใหญ่ต้องช่วยกำกับดูแลชีวิตของลูกก่อน แล้วก็ ค่อยๆ ถอยออกมาเมื่อลูกเริ่มกำกับดูแลตัวเองได้
ดังนั้นหลักง่าย ๆ สำหรับเราพ่อแม่ ก็คือ
#อย่าทำให้ลูกในสิ่งที่ลูกสามารถฝึกทำเองได้
เช่น ลูกยังจัดกระเป๋าไปโรงเรียนเองไม่ได้
ช่วงแรก .... พ่อแม่จัด ด้วยกันกับลูก
ต่อมา..... ทำ Checklist ให้ลูกดูแล้วจัดเอง
ต่อมา ..... ถามว่า “พรุ่งนี้ต้องใช้อะไรบ้าง?”
สุดท้าย..... ลูกจัดเองโดยไม่ต้องเตือน
วันนี้อาจต้องเตือน 5 ครั้ง
ต่อไปเหลือ 3 ครั้ง
เหลือ 1 ครั้ง
จนวันหนึ่ง ลูกเตือนตัวเองได้ ..... เราพ่อแม่ก็สบายใจ..... ใช่ไหมครับ 😀
แต่ในทางกลับกัน #ถ้าเราพ่อแม่จัดการให้ลูกทุกอย่างมากเกินไป....ลูกไม่ต้องทำ
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ Scaffolding แล้วครับ แต่กำลังกลายเป็น การทำหน้าที่แทนลูก 🫨
ตัวอย่างง่าย ๆ
ลูกลืมการบ้าน .... พ่อแม่คอยเช็กให้
ลูกลืมของ .....พ่อแม่เอาไปส่งให้
ลูกไม่จัดกระเป๋า ..... พ่อแม่จัดให้
ลูกไม่รู้จะทำอะไรก่อน .... พ่อแม่จัดตารางให้ทั้งหมด
ลูกมีปัญหากับเพื่อน ....พ่อแม่เข้าไปแก้ให้
ลูกเจอเรื่องยาก.... พ่อแม่รีบทำให้
ระยะสั้นมันดูดีมาก เพราะ ทุกอย่างเรียบร้อย
แต่คำถามคือ...
ใครกำลังใช้ EF อยู่? เราหรือลูก ❓️
หลายครั้งคำตอบคือ เราพ่อแม่ ใช่ไหมครับ
พ่อแม่เป็นคนจำ... Working Memory ของพ่อแม่ทำงาน
พ่อแม่เป็นคนวางแผน... Planning ของพ่อแม่ทำงาน
พ่อแม่เป็นคนจัดลำดับ... Organization ของพ่อแม่ทำงาน
พ่อแม่เป็นคนแก้ปัญหา .... Cognitive Flexibility ของพ่อแม่ทำงาน
พ่อแม่คอยเตือน.... Self-monitoring ของพ่อแม่ทำงาน
ในขณะที่ลูก แทบไม่ต้องใช้ระบบเหล่านี้
ใครเก่งครับ EF ใครได้ถูกฝึกถูกพัฒนาครับ?
ใช่ครับ พ่อแม่จะเก่ง EF พ่อแม่จะดี แต่ EF เหล่านี้ของลูกเราจะไม่ได้ถูกพัฒนาเลย 😖
ดังนั้น ปัญหาไม่ใช่เพียงว่า #พ่อแม่ช่วยลูกมากเกินไปไหม แต่คือ ยิ่งเราทำหน้าที่แทน EF ของลูกมากเท่าไร ลูกก็ยิ่งมีโอกาสฝึก EF ของตัวเองน้อยลงเท่านั้น
ดังนั้น บางครั้ง ความรักที่ช่วยลูกมากเกินไป อาจกำลังเอาโอกาสฝึกสมองของลูกไปโดยไม่ตั้งใจ ..... ทำตัวเป็น นั่งร้านในชีวิตของลูก กันครับ ช่วยเมื่อจำเป็น และถอนตัวออกมาเมื่อลูกเริ่มทำได้แล้ว ..... แล้วลูกเราจะเก่ง และ EF จะดีมาก 😊
#ดีต่อลูก