ตัฟซีร อัลกุรอาน นูร

ตัฟซีร อัลกุรอาน นูร

Share

ศึกษาวิเคราะห์ การอรรถาธิบายอัลกุรอาน

30/03/2024
25/03/2024

🌸ซูเราะห์บะเกาะเราะห์โองการที่ 4🌸

🌞وَالَّذِينَ يُؤْمِنُونَ بِمَا أُنزِلَ إِلَيْكَ وَمَا أُنزِلَ مِن قَبْلِكَ وَبِالْآخِرَةِ هُمْ يُوقِنُونَ 🌞

☀️และบรรดาผู้ที่ศรัทธาต่อสิ่งที่ถูกประทานลงมาแก่เจ้า และสิ่งที่ถูกประทานลงมาก่อนเจ้าและต่อวันปรโลกนั้นพวกเขาเชื่อมั่น☀️

💠ประเด็นสำคัญจากโองการนี้

🔹️เครื่องมือของมนุษย์ในการรับรู้ไม่ได้มีเพียงสัมผัสทั้งห้า และสติปัญญาเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงมีวะฮยู (สาส์นจากพระผู้เป็นเจ้า) เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรับความรู้ ของบรรดาผู้ศรัทธา และยำเกรงต่อพระผู้เป็นเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน

🔹️หากไม่มีผู้นำทาง มนุษย์จะพบกับความสับสนวุ่นวายในการเลือกทางที่ถูกต้อง

🔹️จึงต้องมีนบี(ศาสนาทูตแห่งพระเจ้า) มาจับมือพวกเขา และชี้นำด้วยสติปัญญา และ มุอฺญิซาต รวมถึงแสดงแบบอย่างที่ถูกต้อง

🤲เพื่อให้มนุษย์พบกับแนวทางและความผาสุขที่แท้จริง

💠ในสองโองการที่ผ่านมา เราได้รับรู้แล้วว่า
บางการกระทำจะได้รับผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่จากพระผู้เป็นเจ้า ที่ล้วนแล้วเป็นผลจากความศรัทธาและความยำเกรงของมนุษย์ที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้าซึ่งมีดังต่อไปนี้

🔹️การเคารพภักดีต่อพระผู้เป็นเจ้า(นมาซ)
🔹️จิตวิญญาณในการรักต่อการเสียสละและการบริจาค
🔹️การช่วยเหลือผู้อื่น
🔹️การเคารพในสิทธิของผู้อื่น
🔹️การมีความหวังต่ออนาคตที่จะพบกับความสว่างไสว

💠สาส์นจากโองการ

👉1 การศรัทธาต่อ นบีทุกท่านและคัมภีร์จากฟากฟ้าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น เนื่องจากล้วนแล้วมุ่งสู่เป้าหมายอันหนึ่งอันเดียวกัน

👉2 การมีศรัทธาและความยำเกรงที่แท้จริง จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยปราศจากความเชื่อมั่นที่มีต่อโลกหน้า

👉3 การให้เกียรติต่อคัมภีร์อัลกุรอานมากกว่าคัมภีร์ใดๆ

👉4 ศาสนาทูตแห่งศาสนาอิสลามเป็นศาสดาสุดท้ายของพระองค์ เนื่องจากในโองการได้กล่าวว่า "ก่อนหน้านั้น" โดยไม่ได้กล่าวถึงศาสดาที่จะมาในภายหลัง
🔸️จึงบ่งบอกว่าศาสดามุฮัมหมัด(ศ็อลฯ) เป็นศาสดาคนสุดท้ายและกุรอานเป็นคัมภีร์สุดท้ายแห่งพระผู้เป็นเจ้า🔸️

23/03/2024

ซูเราะห์บะเกาะเราะห์โองการที่ 3

🌞ٱلَّذِينَ يُؤْمِنُونَ بِٱلْغَيْبِ وَيُقِيمُونَ ٱلصَّلَوٰةَ وَمِمَّا رَزَقْنَـٰهُمْ يُنفِقُونَ🌞

☀️(ผู้ยำเกรงต่อพระผู้เป็นเจ้า)คือบรรดาผู้ศรัทธาต่อสิ่งเร้นลับ และดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และส่วนหนึ่งจากสิ่งที่เราได้ให้เป็นปัจจัยยังชีพแก่พวกเขานั้น พวกเขาก็บริจาค☀️

💠สาส์นจากโองการ💠

🔹️อัลกุรอานได้กล่าวถึง 2 โลก คือโลกที่สามารถสัมผัสได้กับโลกที่มีความเร้นลับ

🔹️บรรดาผู้ยำเกรงต่อพระผู้เป็นเจ้าจะมีความศรัทธาต่อโลกทั้งสองในขณะที่ผู้อื่นจะยอมรับ เพียงโลกที่สามารถสัมผัสได้เท่านั้น

🔹️บรรดาผู้ยำเกรง มีความศรัทธาต่อโลกที่มีความเร้นลับ ซึ่งมีความประเสริฐกว่าความรู้ เนื่องจากในความศรัทธาจะมี หลายสิ่งซ่อนอยู่
ในขณะที่สิ่งต่างๆนี้อาจไม่ถูกพบในความรู้
เช่น 👇
🔸️ความเชื่อ
🔸️ความรัก
🔸️ความผูกพัน
🔸️การให้เกียรติ
🔸️การรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์
🔸️ความสัมพันธ์ที่ดีงามกับพระผู้เป็นเจ้า

💠ประเด็นสำคัญต่างๆในโองการ

👉1. ความศรัทธาจะไม่มีทางแยกออกจากการ
กระทำ เพราะเคียงข้างความศรัทธาต่อสิ่งที่เร้นลับ ได้มีการกล่าวถึงหน้าที่ของบรรดาผู้ศรัทธาและนั่นก็คือการดำรงไว้ซึ่งนมาซ และ การบริจาค

👉2. รากฐานที่มีความสำคัญในมุมมองของผู้นับถือในพระเจ้ามากที่สุดคือ โลกนี้ไม่ได้มีเพียงสิ่งที่ สัมผัสได้เท่านั้น

👉3. ภายหลังจากความศรัทธาแล้วการดำรงไว้ซึ่งนมาซ และ การบริจาคคือหนึ่งในการกระทำที่มีความสำคัญมากที่สุด

🍀ในสังคมของบุคคลที่มีพระผู้เป็นเจ้าอยู่ในหัวใจและดำเนินวิถีชีวิตของตนบนแนวทางแห่งพระผู้เป็นเจ้า
🩵ความกังวลสับสนของจิตวิญญาณจะถูกทดแทนด้วยกับจิตวิญญาณของการนมาซ
🩵ปัญหาทางเศรษฐกิจ ความยากลำบาก ในการดำเนินชีวิตจะถูกทดแทนได้ด้วยกับการบริจาคและ การช่วยเหลือผู้อื่น

👉4. จากคำกิริยาที่ถูกใช้ในโองการนี้บ่งบอกว่าการดำรงไว้ซึ่งนมาซ จะต้องเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่เพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งหรือบางวโรกาสเท่านั้น

👉5. ในการบริจาคจะต้องรักษาความสมดุล และ ความเหมาะสม

👉6. ไม่ว่าสิ่งใดที่ได้รับมาจากพระผู้เป็นเจ้าความรู้ เกียรติยศ ทรัพย์สิน ความสามารถ ต้อง แบ่งปันและบริจาคให้ผู้อื่นด้วย

🌸อิมามศอดิก(อฺ) ได้กล่าวว่า🌸

🌹"พวกเขาได้แบ่งปันจากสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจากเราในสังคมของพวกเขา"

👉7. การบริจาคและการแบ่งปันจะต้องมาจากเงินที่ฮาลาลเท่านั้น เพราะคำว่าริสกี ณ. ที่นี้หมายถึงปัจจัยยังชีพที่ฮาลาลที่พระองค์ทรงประทานและกำหนดให้แก่มนุษย์

👉8.หากเราเชื่อว่า ปัจจัยยังชีพ และทรัพย์สินที่ได้รับ มาจากพระผู้เป็นเจ้า การบริจาคย่อมไม่เป็นเรื่องที่ยากลำบาก และหากเข้าใจเช่นนี้ได้
จะสามารถทำการแบ่งปันและบริจาคในรูปแบบที่ดียิ่งขึ้น

21/03/2024

ซูเราะห์บะเกาะเราะห์โองการที่ 2 (ตอนที่ 2)

🌞ذلِکَ الْکِتابُ لا رَیْبَ فِیهِ هُدیً لِلْمُتَّقِینَ🌞

☀️คัมภีร์นั้นซึ่งไม่มีข้อสงสัยใดๆ ในนั้น เป็นเครื่องมือในการชี้นำสำหรับผู้ยำเกรงเท่านั้น☀️

คำถาม⁉️

🤔ในขณะที่อัลกุรอานได้กล่าวว่าไม่มีข้อสงสัยใดๆ ในอัลกุรอาน แต่เรากลับพบว่าในบางโองการมีการกล่าวถึงข้อสงสัยต่างๆที่เกิดขึ้นจากผู้ต่อต้านอัลกุรอาน ตัวอย่างเช่น❓️

🔷️ ตั้งข้อสงสัยในเนื้อหาของอัลกุรอาน (ซูเราะห์ ฮูด โองการที่ 62
🌿«إِنَّنا لَفِی شَکٍّ مِمّا تَدْعُونا إِلَیْهِ مُرِیبٍ»🌿

🌱และแท้จริงพวกเราอยู่ในการสงสัยต่อสิ่งที่ท่านเรียกร้องเชิญชวนเรายังสิ่งนั้น”🌱

🔷️สงสัยในการประทานวะฮยู และ การเป็นนบี (ซูเราะห์ ศอด โองการที่ 6

🌿«بَلْ هُمْ فِی شَکٍّ مِنْ ذِکْرِی»🌿

🌱หามิได้ พวกเขาอยู่ในการสงสัยจากข้อตักเตือนของข้า🌱

🔷️สงสัยในวันสิ้นโลก (ซูเราะห์ สะบาอฺ โองการที่ 21

🌿«لِنَعْلَمَ مَنْ یُؤْمِنُ بِالْآخِرَهِ مِمَّنْ هُوَ مِنْها فِی شَکٍّ»🌿

🌱ผู้ใดศรัทธาต่อวันปรโลก จากผู้ที่เขามีความสงสัยในเรื่องนั้น🌱

🤔ดังนั้นด้วยเหตุใดอัลกุรอานจึงกล่าวว่าไม่มีข้อสงสัยใดๆในนั้น⁉️
🌿«لا رَیْبَ فِیهِ»🌿
🌱ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ในนั้น🌱

คำตอบ🧐

👉การที่อัลกุรอานได้กล่าวว่า "ไม่มีข้อสงสัยใดๆในนั้น" หมายถึงหลักฐานและ ความสมบูรณ์แบบ อีกทั้งความแข็งแกร่งในเนื้อหาของอัลกุรอาน ทำให้ไม่หลงเหลือข้อสงสัยใดๆในความหัศจรรย์และ ความยิ่งใหญ่ ของอัลกุรอาน
🖤แต่หากมีผู้ใดสงสัยในนั้น เกิดมาจากความมืดบอดภายในจิตใจและมุมมองที่อคติ ของพวกเขาต่างหาก

🔷️ดังองค์การ 66 ซูเราะห์ อัน นัมล์ ที่ได้กล่าวว่า

🌿«بَلْ هُمْ فِی شَکٍّ مِنْها بَلْ هُمْ مِنْها عَمُونَ»🌿
🌱ทั้ง ๆ ที่พวกเขาอยู่ในการสงสัยในเรื่องของมันยิ่งกว่านั้นพวกเขายังตาบอดต่อเรื่องนั้นอีกด้วย🌱

🌞สาส์นสำคัญจากโครงการนี้🌞

👉1. อัลกุรอานมีความยิ่งใหญ่ และความประเสริฐที่สูงส่ง ในอัลกุรอานได้ใช้คำว่า ذلک แปลว่า "นั้น" ซึ่งตามหลักไวยากรณ์ภาษาอาหรับ เป็นคำชี้เฉพาะ ต่อสิ่งที่มีระยะไกล
ในขณะที่อัลกุรอานอยู่ใกล้และอยู่ในมือของเรา แต่โองการนี้กลับใช้คำว่า ذلک
ซึ่งจะบ่งบอกว่า นัั้นคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่และเราไม่สามารถเอื้อมถึงความยิ่งใหญ่ของอัลเลาะห์อ่านได้

👉2 ผู้ชี้นำ และคู่มือในการชี้นำ จะต้องแข็งแกร่งและมั่นคงเพียงพอจนไม่หลงเหลือข้อสงสัยใดๆในนั้น อัลกุรอานมีเนื้อหาที่แข็งแกร่ง ชัดเจน จนไม่หลงเหลือข้อสงสัยใดๆ

👉3. หนึ่งในหลักฐานชี้ชัด พี่บ่งบอกถึงความถูกต้องของอัลกุรอานคือความสามารถในการชี้นำบุคคลที่มีความยำเกรง

👉4. มีเพียงผู้ที่มีความบริสุทธิ์ใจเท่านั้นที่จะรับการชี้นำจากอัลกุรอานได้ผู้ใดที่หัวใจของเขามีความสะอาดบริสุทธิ์มากกว่าก็จะสามารถรับประโยชน์และแสงสว่างจะอัลกุรอานมากกว่าด้วยเช่นเดียวกัน

20/03/2024

ซูเราะห์บะเกาะเราะห์โองการที่ 2 (ตอนที่ 1)

🌞ذلِکَ الْکِتابُ لا رَیْبَ فِیهِ هُدیً لِلْمُتَّقِینَ🌞

☀️คัมภีร์นี้ซึ่งไม่มีข้อสงสัยใดๆ ในนั้น เป็นเครื่องมือในการชี้นำสำหรับผู้ยำเกรงเท่านั้น☀️

🌿สาส์นสำคัญจากโองการ🌿
🌱«لا رَیْبَ فِیهِ»🌱
🌱ไม่มีข้อสงสัยใดๆในนั้น🌱

💠 หมายถึง ไม่มีข้อสงสัยใดๆในการที่คัมภีร์อัลกุรอานถูกประทานลงมาจากพระผู้เป็นเจ้า

👉เนื่องจากเนื้อหาที่มีอยู่ในอัลกุรอาน และความสมบูรณ์แบบของคัมภีร์ทำให้ไม่หลงเหลือข้อสงสัยคางแคลงใด ๆ

👉หากมีข้อสงสัยใดๆก็เกิดจากการการคิดร้ายหรือจิตวิญญาณที่ดื้อดึงของมนุษย์ต่างหาก

👉 ตามที่อัลกุรอาน ได้กล่าวถึงพวกเขา(ผู้ที่สงสัยในอัลกุรอาน)ในซูเราะห์อัต เตาบะห์ โองการที่45ว่า

🌱فَهُمْ فِی رَیْبِهِمْ یَتَرَدَّدُونَ🌱

🌱และพวกเขาสับสน วุ่นวายในความสงสัยที่ของตนเองสร้างขึ้น 🌱

👉อัลกุรอานเป็นคัมภีร์แห่งการชี้นำ แต่หากมีการกล่าวถึงสิ่งถูกสร้างและธรรมชาติบนโลกนี้ พืช พื้นแผ่นดินนั้น เป็นเพราะว่าการสนใจในเรื่องของธรรมชาติจะทำให้มนุษย์เข้าใจถึงความรู้และพลังอำนาจ รวมถึงเข้าถึงความปรีชาญาณของพระผู้เป็นเจ้า ได้มากยิ่งขึ้น

👉อัลกุรอานคือคัมภีร์แห่งการชี้นำสำหรับ มนุษย์ทุกคน
«هُدیً لِلنّاسِ»

🌞 เหมือนดัง พระอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างให้กับมนุษย์ทุกคน🌞

👉แต่จะมีเพียงผู้ที่ มีสัญชาตญาณอันบริสุทธิ์และน้อมรับสัจธรรมเท่านั้นที่จะได้รับประโยชน์จากคัมภีร์นี้ ตามโองการอัลกุรอานนี้ได้กล่าวว่า คัมภีร์อัลกุรอานคือเครื่องมือชี้นำสำหรับผู้ยังเกรง

👉 เช่นเดียวกับที่แสงพระอาทิตย์จะสามารถผ่าน กระจก ที่สะอาดใสเพียงเท่านั้น และไม่สามารถส่องแสง ผ่าน ดินเผา ดินโคลน ที่มืดมิดได้

🔷️ดังนั้นผู้คนที่ฝ่าฝืน ผู้คนที่กดขี่และทำการปฏิเสธ หัวใจที่ตายด้าน และผู้ที่ปฏิเสธการชี้นำจะไม่ได้รับประโยชน์และการชี้นำใดๆ จากคัมภีร์อัลกุรอาน🤔

Want your school to be the top-listed School/college in Medina?

Click here to claim your Sponsored Listing.

Location

Category

Website

Address


صراط المستقیم
Medina