P Glanarong Yanawero

P Glanarong Yanawero คนเราเกิดมาเพื่อสร้างบุญบารมี ใสใสให้ใส่ไว้ ในใจ
ใสใส่ในใจใคร ใส่ได้
ใสใสใส่ใจใด ใจใส่
ใสใส่ใจใครไซร้ ใส่ได้ใจใส

11/08/2026
บันทึกไว้ในอรรถกถามหาปทานสูตร ความว่า บรรดาคนมีอายุยืนนั้น นางวิสาขาอุบาสิกาอยู่ได้ 120 ปี พราหมณ์โปกขรสาติ พราหมณ์พรหมา...
08/08/2026

บันทึกไว้ในอรรถกถามหาปทานสูตร ความว่า บรรดาคนมีอายุยืนนั้น นางวิสาขาอุบาสิกาอยู่ได้ 120 ปี พราหมณ์โปกขรสาติ พราหมณ์พรหมายุ พราหมณ์สละ พราหมณ์ พาวริยะ พระอานนท์เถระ พระมหากัสสปเถระ ก็เหมือนกัน แต่พระอนุรุทธเถระอยู่ถึง 150 ปี และพระพากุลเถระมีอายุ 160 ปี

เหตุที่ทำให้อายุยืนในพระไตรปิฎกนั้นมีอยู่ด้วยกันอย่างน้อย 10 ประการ คือ ไม่ฆ่าสัตว์ ให้ชีวิต (ปล่อยสรรพสัตว์) ทำบุญยารักษาโรค ทำบุญภัตตาหาร ประพฤติอ่อนน้อมต่อผู้เจริญเป็นนิตย์ ทำความสบายแก่ตนเอง รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย บริโภคสิ่งที่ย่อยง่าย เป็นผู้เที่ยวในเวลาสมควร และประการสุดท้ายคือประพฤติพรหมจรรย์มีรายละเอียด ดังนี้

1). ไม่ฆ่าสัตว์ : ในจูฬกัมมวิภังคสูตรบันทึกไว้ว่าบุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีก็ตามบุรุษก็ตาม เว้นการฆ่าสัตว์รวมทั้งฆ่าคน มีความเอ็นดูอนุเคราะห์เกื้อกูลในสรรพสัตว์ เขาตายไปจะเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ เพราะกรรมนั้น หากตายไปไม่เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ถ้ามาเป็นมนุษย์ เกิด ณ ที่ใด ๆ จะเป็นคนมีอายุยืน แต่บุคคลใดที่ทำในทางตรงข้าม คือ มักฆ่าสัตว์ เป็นต้น ก็จะมีอายุสั้น

2). ให้ชีวิต (ปล่อยสรรพสัตว์) : ประโยคที่ว่า “เอ็นดูอนุเคราะห์ด้วยความเกื้อกูลในสรรพสัตว์” ในจูฬกัมมวิภังคสูตรหมายถึง ช่วยเหลือสรรพสัตว์นั่นเอง การปล่อยสัตว์ปล่อยปลาให้พ้นจากความตายจึงจัดเข้าในความหมายนี้

ในสมัยพุทธกาลมีสามเณรน้อยรูปหนึ่งชื่อติสสะ อายุ 7 ปี บวชศึกษาเล่าเรียนและปฏิบัติธรรมอยู่ในสำนักพระสารีบุตรเถระเป็นระยะเวลา 1 ปีสามเณรท่านนี้ได้รับการพยากรณ์จากพระสารีบุตรว่าจะต้องมรณภาพภายใน 7 วัน เมื่อสามเณรได้ฟังแล้วท่านก็มิได้สะทกสะท้านหรืออาลัยในชีวิตแต่อย่างใด ไหนๆก็จะละสังขารแล้ว จึงใคร่จะขออำลาพระอาจารย์ไปโปรดโยมบิดามารดาสัก 3 วัน

ในระหว่างการเดินทางได้พบปลาน้อยใหญ่ในสระน้ำซึ่งกำลังแห้ง เมื่อสามเณรไปถึงปลากำลังดิ้นทุรนทุรายเพราะน้ำไม่เพียงพอ สามเณรจึงรำพึงว่าเรานี้จะตายภายใน 7 วัน ปลานี้หากไม่มีน้ำจะต้องตายในวันนี้แล้ว อย่ากระนั้นเลยถึงเราจะต้องตายก็ควรจะโปรดสัตว์คือปลาเหล่านี้ให้พ้นจากความตายเถิด จึงนำปลาเหล่านั้นไปปล่อยในบึงที่มีน้ำมาก และในระหว่างทางท่านได้ปล่อยอีเก้งที่ถูกแร้วด้วย

อานิสงส์ที่สามเณรติสสะช่วยชีวิตสัตว์เป็นทานด้วยจิตเมตตานี้เองจึงทำให้กรรมที่จะต้องหมดอายุขัยเบาบางลงทำให้ท่านมีอายุยืนยาวต่อไปแถมยังมีผิวพรรณผ่องใสยิ่งขึ้นอีกด้วย

3). ทำบุญยารักษาโรค : ข้อนี้อ้างอิงจากประวัติของ "พระพากุลเถระ"ซึ่งท่านอายุยืนถึง 160 ปี มีบันทึกไว้ว่า “พระเถระครองเรือน 80 ปี อาพาธเจ็บป่วยไรๆก็มิได้มีตลอดกาลแม้บวชแล้วอาพาธแม้เล็กน้อยมิได้มีเลย” บุญหลักที่ท่านทำคือถวายยารักษาโรคแก่พระอโนมทัสสีพุทธเจ้า โดยชาติหนึ่งพระพากุลเถระบวชเป็นฤาษีอยู่ในป่า ท่านเล่าว่า “ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่า อโนมทัสสี ทรงแสวงหาที่เร้น เสด็จเข้าสู่อาศรมของเรา โรคลมก็เกิดขึ้นแก่พระโลกนาถโดยฉับพลันเรารีบขึ้นไปบนภูเขาเก็บยามาต้มแล้วรินน้ำยาถวายเมื่อพระองค์เสวยแล้วโรคลมก็สงบลงฉับพลัน”

4). ทำบุญภัตตาหาร : บันทึกไว้ในสุปปวาสสูตรว่า ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสกับนางสุปปวาสาว่า ดูก่อนสุปปวาสา ผู้ให้โภชนาหารเป็นทานชื่อว่าให้สถาน 4 แก่ผู้รับ คือ ให้อายุ ให้วรรณะ ให้สุขะ ให้พละ ครั้นให้อายุแล้วย่อมเป็นผู้มีส่วนได้รับอายุอันเป็นของทิพย์บ้าง ของมนุษย์บ้าง…หมายความว่าผู้ให้โภชนาการหรือทำบุญภัตตาหารแก่พระภิกษุสงฆ์ จะส่งผลให้พระภิกษุ มีอายุยืน วรรณะผ่องใส มีความสุข และมีกำลัง เมื่อเป็นเช่นนี้ บุญก็จะส่งผลให้ผู้ถวายภัตตาหาร มีอายุยืน วรรณะผ่องใส มีความสุข และมีกำลังเช่นกัน

5). อ่อนน้อมต่อผู้เจริญ : ครั้งหนึ่ง พระศาสดาประทับอยู่ที่กุฏิในป่าในทีฆลัมพิกนครทรงปรารภ "อายุวัฒนกุมาร" หรือกุมารผู้อายุยืนโดยพระองค์ตรัสว่า " ธรรม 4 ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ เจริญแก่บุคคลผู้กราบไหว้เป็นปกติ ผู้อ่อนน้อมต่อท่านผู้เจริญเป็นนิตย์”คำว่า "ท่านผู้เจริญ" ในที่นี้ ได้แก่ ผู้มีศีลธรรม โดยเฉพาะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระภิกษุผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบรวมทั้งฆราวาสผู้มีศีลด้วย

6). ทำความสบายแก่ตนเอง: สำหรับข้อ 6-10 มีบันทึกไว้ใน "ปฐมอนายุสสสูตร"พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ธรรม 5 ประการนี้เป็นเหตุให้อายุยืน คือ บุคคลเป็นผู้ทำความสบายแก่ตนเอง รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย บริโภคสิ่งที่ย่อยง่าย เป็นผู้เที่ยวในกาลสมควร เป็นผู้ประพฤติประเสริฐ (ประพฤติพรหมจรรย์)

ส่วนธรรม 5 ประการนี้เป็นเหตุให้อายุสั้น คือ ไม่เป็นผู้ทำความสบายแก่ตนเอง ไม่รู้จักประมาณในสิ่งที่สบายบริโภคสิ่งที่ย่อยยาก เป็นผู้เที่ยวในกาลไม่สมควร ไม่ประพฤติประเสริฐ(ไม่ประพฤติพรหมจรรย์) แต่ละข้อมีอธิบายดังนี้

ทำความสบายแก่ตนเองภาษาบาลีใช้คำว่า “สัปปายะ”ซึ่งแปลว่า สบาย ทำสิ่งที่เป็นสัปปายะ หมายถึง ทำในสิ่งที่ทำให้มีความสบายต่อสุขภาพของตนเอง สัปปายะมี 7 ประการ ได้แก่ อาวาสโคจรการสนทนาบุคคลโภชนะฤดู และ อิริยาบถสัปปายะทั้ง 7 ประการนี้เป็นเครื่องสนับสนุนให้การเจริญ “สมถวิปัสสนา”มีความก้าวหน้าโดยสัปปายะที่มีผลโดยตรงต่อการดูแลสุขภาพนั้นมี 4 ประการคืออาวาสโภชนะ ฤดู และอิริยาบถ

อาวาส แปลว่า ที่อยู่อาศัยอาวาสเป็นที่สบายต่อสุขภาพ หมายถึง อาวาสที่มีสิ่งแวดล้อมดี มีอากาศบริสุทธิ์ ไม่มีมลภาวะเป็นพิษไม่ร้อนเกินไป ไม่หนาวเกินไป เป็นต้น การได้อยู่ในอาวาสเช่นนี้ก็จะทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและอายุยืน

โภชนะ แปลว่า อาหารอาหารเป็นที่สบายต่อสุขภาพ หมายถึง อาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางอาหารครบถ้วน และ ปลอดจากสารพิษเป็นต้น

ฤดู หมายถึง ภูมิอากาศในแต่ละช่วงของปี โดยประเทศไทยมีอยู่ 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อน ฤดูนั้นมีความสำคัญต่อสุขภาพและเป็นสาเหตุแห่งการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงฤดู หากร่างกายปรับตัวไม่ทันก็อาจจะเจ็บป่วย หรือ ถึงขั้นเสียชีวิตได้ เช่น ในช่วงย่างเข้าฤดูหนาวในแต่ละปีก็จะได้ยินข่าวคนหนาวตายเกือบทุกปีด้วยเหตุนี้การดูแลร่างกายให้มีความสบายในแต่ละฤดูจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง

อิริยาบถ หมายถึง อาการที่ร่างกายอยู่ในท่าใดท่าหนึ่ง เช่น ยืน เดิน นั่ง นอนอิริยาบถนั้นก็มีความสำคัญต่อสุขภาพมาก ในแต่ละวันเราจะต้องผลัดเปลี่ยนอิริยาบถให้สม่ำเสมอ ให้เกิดความสมดุลกัน เลือดลมในตัวจึงจะไหลเวียนได้สะดวก ไม่เกิดการเมื่อยล้าเพราะอยู่ในอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่งนานเกินไป ซึ่งจะเป็นเหตุให้เกิดการเจ็บป่วยได้ ในอรรถกถาอธิบายไว้ว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงผ่อนคลายความปวดเมื่อยจากอิริยาบถหนึ่งด้วยอิริยาบถหนึ่ง ย่อมทรงบริหารคือทรงยังอัตภาพให้เป็นไปมิให้ทรุดโทรม”บริหารอิริยาบถหมายรวมถึงการ “ออกกำลังกาย” ด้วย

7). รู้จักประมาณในสิ่งที่สบาย : รู้จักประมาณในสิ่งที่สบายคือรู้จัก “ความพอดี”เช่น อาหาร เมื่อเราได้อาหารที่ดี มีประโยชน์แล้ว อาหารนี้ก็ได้ชื่อว่าอาหารเป็นที่สบาย แต่ในเวลารับประทานอาหารนั้นเราจะต้องรู้จักประมาณ ต้องรู้จักความพอดี ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ดังที่พระสารีบุตรกล่าวไว้ว่า “เมื่อภิกษุฉันอาหารสดก็ตาม แห้งก็ตาม ไม่พึงฉันให้อิ่มเกินไปไม่พึงฉันให้น้อยเกินไป พึงฉันแต่พอประมาณ พึงมีสติอยู่”

สำหรับวิธีการรับประทานอาหารให้พอดีในแต่ละมื้อนั้น พระสารีบุตรกล่าวไว้ว่า “พึงเลิกฉันก่อนอิ่ม 4-5 คำแล้วดื่มน้ำเท่านี้ก็เพียงพอเพื่ออยู่ผาสุกของภิกษุผู้มีใจเด็ดเดี่ยวมุ่งนิพพาน”เหตุที่ต้องเลิกก่อนฉันอิ่ม 4 - 5 คำนั้น ก็เพื่อสำรองพื้นที่ในกระเพาะไว้สำหรับน้ำที่จะดื่มหลังเลิกฉันอาหารแล้ว เมื่อดื่มน้ำเข้าไปแล้วก็จะทำให้อิ่มพอดี

😎. บริโภคสิ่งที่ย่อยง่าย : อาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วจะย่อยง่ายหรือย่อยยากขึ้นอยู่กับเหตุอย่างน้อย 2 ประการคือ ประเภทของอาหาร และความคุ้นเคยกับอาหาร โดยประเภทของอาหารนั้น หากเป็นอาหารจำพวกเนื้อสัตว์จะย่อยยาก แต่ถ้าเป็นผักผลไม้จะย่อยง่าย

ส่วนความคุ้นเคยกับอาหารนั้นคือ คนแต่ละท้องถิ่นและแต่ละชาติจะคุ้นเคยกับอาหารแตกต่างกันไป หรือ บางคนคุ้นเคยกับอาหารดีๆ ประณีต แต่เมื่อต้องไปรับประทานอาหารที่ไม่ประณีต ก็เป็นเหตุให้ระบบการย่อยทำงานไม่เป็นปกติหรือไม่ย่อยเพราะไม่คุ้นเคยกับอาหารนั้น

บางคนถึงกับเสียชีวิตด้วยเหตุนี้ได้ เช่น พระเจ้าปเสนทิโกศล เป็นต้น ก่อนสวรรคตพระองค์เสด็จไปเมืองราชคฤห์ ระหว่างเดินทางได้เสวยพระกระยาหารที่ไม่คุ้นเคยอาหารจึงไม่ย่อยด้วยดีและเพราะทรงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลจึงเป็นเหตุให้พระองค์สวรรคตในที่สุด

การที่อาหารไม่ย่อยหรือย่อยยากนั้นจึงมีโทษมาก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระภิกษุในสมัยพุทธกาลจึงแก้ไขด้วยการฉันยาคูหรือข้าวต้มในเวลาเช้า เพราะยาคูมีอานิสงส์ 5 ประการคือ “บรรเทาความหิว ระงับความกระหาย ให้ลมเดินคล่อง ชำระลำไส้ และเผาอาหารเก่าที่ยังไม่ย่อย”

9). เป็นผู้เที่ยวในเวลาสมควร : ประเด็นนี้มุ่งการงดเที่ยวในเวลาไม่สมควรโดยเฉพาะการเที่ยวกลางคืน เพราะจะเป็นเหตุให้ต้องนอนดึกหรือบางครั้งไม่ได้นอนซึ่งจะทำให้ร่างกายทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าไม่เที่ยวกลางคืน ก็จะมีโอกาสให้พักผ่อนได้เต็มที่ สุขภาพก็จะสมบูรณ์แข็งแรงการแพทย์ในปัจจุบันพบว่า “การนอนดึกจะทำให้ร่างกายอ่อนล้าเหมือนกับเครื่องยนต์ “overload”เป็นเหตุให้อายุสั้น การนอนดึกอย่างต่อเนื่องจึงเป็นการเร่งวันตายให้ตัวเอง”

10). ประพฤติพรหมจรรย์ : มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ ผู้ที่ประพฤติพรหมจรรย์โดยเฉพาะนักบวชนั้นจะมีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนกว่าบุคคลทั่วไป สำนักข่าวโซหูเน็ตของจีนเคยรายงานว่า พบหลวงจีนมรณภาพรูปหนึ่ง ที่วัดหลิงฉวน อำเภออันหยาง ในมณฑลเหอหนัน ซึ่งมีนามว่า อู๋อวิ๋นชิง อายุ 160 ปี ท่านเกิดเมื่อปี ค.ศ.1838 (พ.ศ.2381) เมื่ออายุ 15 ปี บิดามารดาเสียชีวิต หลังจากนั้นท่านจึงออกบวช จนกระทั่งมรณภาพด้วยโรคชราเมื่อปี ค.ศ.1998 (พ.ศ.2541)

ในเมืองไทยก็มีนักบวชหลายท่านที่มีอายุยืนเกิน 100 ปี เช่น หลวงปู่ละมัย ฐิตมโน เป็นต้น ท่านมีอายุถึง 135 ปี หลวงปู่ละมัยเป็นเจ้าสำนักสงฆ์สวนป่าสมุนไพร อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ แม้ท่านจะมีอายุมากแล้วแต่เส้นผมยังดกดำสุขภาพแข็งแรง

จากตัวอย่างที่กล่าวมานี้ชี้ให้เห็นว่า การประพฤติพรหมจรรย์นั้นเป็นเหตุให้มีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืนทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะไม่ต้องหมกมุ่นอยู่กับเรื่องกามราคะไม่ต้องทนทุกข์กับปัญหาทางครอบครัวและสังคมแบบชาวโลก มุ่งหน้าศึกษาพระธรรมวินัยและประพฤติปฏิบัติธรรมเป็นหลัก

ส่วนคฤหัสถ์ก็สามารถประพฤติพรหมจรรย์ได้ด้วยการรักษาศีล 8 ซึ่งอาจจะปฏิบัติตลอดชีวิตหรือปฏิบัติเป็นช่วงๆ เช่น ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่างๆ ได้แก่วันพระ หรือช่วงเข้าพรรษา เป็นต้น

* พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่ม 13 หน้า 77 เล่ม 32 หน้า 471, เล่ม 71 หน้า 929-932, เล่ม 35 หน้า 191, เล่ม 41 หน้า 459-463, เล่ม 36 หน้า 266, 456, เล่ม 23 หน้า 33, เล่ม 17 หน้า 35, เล่ม 26 หน้า 500, เล่ม 21 หน้า 209.

08/08/2026

#พระฐานานุกรม #ถวายมุทิตา 💐🌸
พระเดชพระคุณ
พระราชภาวนาวชิรวิเทศ วิ. เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ปทุมธานี
เมตตาแต่งตั้ง พระฐานานุกรม
✨️พิธีมอบฐานานุกรม วันอาทิตย์ที่ ๙ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๙ เวลา ๑๖.๐๐ น. ณ อาคารปลูกศรัทธา ๒ วัดพระธรรมกาย ปทุมธานี

Adresse

Egersund
4376

Telefon

+4746356599

Nettsted

Varslinger

Vær den første som vet og la oss sende deg en e-post når P Glanarong Yanawero legger inn nyheter og kampanjer. Din e-postadresse vil ikke bli brukt til noe annet formål, og du kan når som helst melde deg av.

Kontakt Skolen

Send en melding til P Glanarong Yanawero:

Snarveier

Del