24/04/2020
ทางลัดหนึ่งที่จะทำให้เราเป็น “เจ้าของกิจการ” ได้นั้นก็คือ
การลงทุนซื้อหุ้นของบริษัท ที่เราสนใจและจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 600 บริษัท ครอบคลุมอุตสาหกรรมหลักเกือบทุกประเภท โดยเป็นการลงทุนเพื่อเป็นเจ้าของ ธุรกิจนั้นจริงๆ ต่างกันเพียงแค่ “เราไม่ต้องลงมือบริหารกิจการนั้นๆ ด้วยตัวเอง” อีกทั้งยัง “มีสิทธิในทรัพย์สินและรายได้ของกิจการ” และมีโอกาสได้รับ “กำไร จากส่วนต่างราคา (Capital Gain)” เมื่อราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นกว่าตอนที่ ซื้อมา รวมทั้งมีโอกาสได้รับ “ผลตอบแทนเป็นเงินปันผล (Dividend)” เมื่อบริษัทมีกำไร
นอกจากนี้ ในระยะยาวผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นสูงกว่าการลงทุนประเภทอื่นๆ ค่อนข้างมาก แต่ก็ตามมาด้วยความเสี่ยงที่สูงขึ้น เป็นธรรมดา เพราะราคาหุ้นที่อยู่ในตลาดมักผันผวนไปตามสภาวะการลงทุน จึงเป็นเหตุให้ผู้ลงทุนมือใหม่หลายคนประสบปัญหา ขาดทุนจากการลงทุนในหุ้น เนื่องจากไม่สามารถวิเคราะห์และจับจังหวะการลงทุนได้
อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ... เราก็สามารถประสบความสำเร็จจากการลงทุนในหุ้นได้ด้วย “การลงทุนแบบ DCA”
ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการจับจังหวะลงทุน และช่วยบริหารพอร์ตให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินลงทุนตั้งต้นไม่มาก
ทยอยสะสมหุ้นที่ใช่ ด้วย กลยุทธ์ลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Averaging: DCA)
การลงทุนแบบ DCA
คือ การทยอยลงทุนเป็นงวดๆ ในจํานวนเงินที่เท่าๆ กัน โดยไม่สนใจราคาของหุ้นที่เลือกลงทุน ซึ่งจะให้เรากําจัดอารมณ์คันไม้คันมือ เวลาที่ราคาหุ้นขึ้นๆ ลงๆ ออกไปได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างวินัยในการออมด้วย
ปัจจุบันมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หลายแห่งให้บริการการลงทุนแบบ DCA โดยการหักเงินจากบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ เพื่อนำไปลงทุนใน “หุ้น” ที่เราได้เลือกไว้ทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้เราได้หุ้นที่มีราคาต้นทุนเฉลี่ยจากทุกสภาวะตลาด
ข้อดี
1.เงินน้อยก็เริ่มลงทุนได้ด้วยการใช้เงินลงทุนในแต่ละเดือนไม่มากนัก เหมาะกับผู้ลงทุนที่มีเงินลงทุนตั้ง ต้นไม่มาก ต้องการสะสมหุ้นเพื่อให้เงินทํางาน และ ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินไว้เฉยๆ
2.ไม่ต้องติดตามข่าวหรือราคาหุ้นในตลาดมาก นักถึงจะเป็นมนุษย์เงินเดือนหรือเจ้าของธุรกิจส่วน ตัว ก็สามารถลงทุนได้ โดยไม่กระทบกับงานที่ทําอยู่ แต่อาจต้องใช้เวลาและพิถีพิถันในการเลือกหุ้นพื้น ฐานดีในตอนแรก จากนั้นก็แค่คอยติดตามข่าวสาร อยู่ห่างๆ เพื่อมีเหตุการณ์สําคัญที่ทําให้หุ้นที่เลือก ลงทุนมีปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนแปลงไป
3.ได้ผลตอบแทนดีกว่าในช่วงราคาหุ้นบาลง เพราะใช้ เงินลงทุนเท่าเดิม แต่ได้จํานวนหุ้นมากขึ้น และช่วย ลดการขาดทุนหนักๆ ได้หากราคาหุ้นปรับตัวลง อย่างรุนแรง
ข้อควรระวัง
• ต้องมีวินัยและต่อเนื่อง ในการจัดสรรเงินลงทุนในแต่ละเดือนให้ได้อย่างต่อเนื่อง
• ในช่วงราคาหุ้นขาขึ้น ได้ผลตอบแทนน้อยกว่าการซื้อหุ้นด้วยเงินก้อนในครั้งเดียว
“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน”
Cr.https://www.set.or.th/set/education/html.do?name=preretire_isp_preretire-3&innerMenuId=48