30/07/2026
***งานวิจัยใหม่: กิ้งกือกระบอกหางมน 2 ชนิดใหม่ของโลกจากประเทศไทย และ การย้ายสกุลของสมาชิกในกลุ่มอื่น***
ทีมนักวิจัยนำโดย รศ.ดร.ปิยะธิดา พิมพ์วิชัย ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับ Prof. Dr.Thierry Backeljau จาก Royal Belgian Institute of Natural Sciences ประเทศเบลเยียม และ คณะนักวิจัยชาวเบลเยียม ได้ค้นพบกิ้งกือกระบอกหางมน 2 ชนิดใหม่ของโลกจากประเทศไทย
กิ้งกือกระบอกหางมน ในสกุล 𝘾𝙤𝙭𝙤𝙗𝙤𝙡𝙚𝙡𝙡𝙪𝙨 นั้นเป็น 1 ใน 4 สกุลกิ้งกือที่ถูกจัดอยู่ในวงศ์ Pseudospirobolellidae โดยสถานะทางอนุกรมวิธานของกิ้งกือในสกุลนี้นั้น ประกอบไปด้วยสมาชิกทั้งหมด 13 ชนิด งานวิจัยดังกล่าวได้ทำการศึกษาความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการของกิ้งกือในสกุลดังกล่าวผ่านข้อมูลทางพันธุกรรมในยีนไมโตคอนเดรียตำแหน่ง COI และ 16S ประกอบกับข้อมูลทางสัณฐานวิทยาซึ่งเน้นไปที่ระบบสืบพันธุ์เพศผู้ หรือ โกโนพอด พบว่ามีถึง 2 ชนิดที่แตกต่างไปจากชนิดที่เคยมีการรายงานก่อนหน้า นำไปสู่การตั้งชนิดใหม่ของโลกคือ
1. 𝘾𝙤𝙭𝙤𝙗𝙤𝙡𝙚𝙡𝙡𝙪𝙨 𝙠𝙖𝙚𝙣𝙜𝙠𝙧𝙖𝙘𝙝𝙖𝙣𝙚𝙣𝙨𝙞𝙨 Pimvichai, Segers, Breugelmans & Backeljau, 2026 หรือ กิ้งกือกระบอกหางมนแก่งกระจาน ค้นพบที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี
2. 𝘾𝙤𝙭𝙤𝙗𝙤𝙡𝙚𝙡𝙡𝙪𝙨 𝙥𝙡𝙖𝙣𝙞𝙥𝙧𝙤𝙘𝙚𝙨𝙨𝙪𝙨 Pimvichai, Segers, Breugelmans & Backeljau, 2026 ค้นพบที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ทำให้ปัจจุบันสถานะทางอนุกรมวิธานของกิ้งกือกระบอกหางมน ในสกุล 𝘾𝙤𝙭𝙤𝙗𝙤𝙡𝙚𝙡𝙡𝙪𝙨 นั้นมีจำนวนชนิดเพิ่มขึ้นเป็น 15 ชนิด ซึ่งกระจายตัวอยู่ตามบริเวณต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และ ภาคใต้
นอกจากนี้การใช้ข้อมูลสารพันธุกรรมในงานวิจัยดังกล่าวยังถือว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่า กิ้งกือกระบอก 𝘽𝙚𝙣𝙤𝙞𝙩𝙤𝙡𝙪𝙨 𝙨𝙞𝙖𝙢𝙚𝙣𝙨𝙞𝙨 นั้นสมควรถูกจัดอยู่ในสกุล 𝙋𝙨𝙚𝙪𝙙𝙤𝙨𝙥𝙞𝙧𝙤𝙗𝙤𝙡𝙚𝙡𝙡𝙪𝙨 มากกว่า เมื่อพิจารณาจากแผนภูมิต้นไม้เชิงวิวัฒนาการ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของข้อมูลสารพันธุกรรมที่ใช้ในการยืนยันและจัดจำแนกกิ้งกือกระบอกได้ถูกต้องมากขึ้นซึ่งควบคู่ไปกับข้อมูลทางสัณฐานวิทยา
ติดตามผลงานวิจัยได้ที่
https://www.mdpi.com/2076-2615/16/15/2304
Pimvichai, P., Segers, B., Breugelmans, K., & Backeljau, T. (2026). Integrative evidence reveals two new species in the millipede genus 𝘾𝙤𝙭𝙤𝙗𝙤𝙡𝙚𝙡𝙡𝙪𝙨 Pimvichai, Enghoff, Panha & Backeljau, 2020 and reassigns 𝘽𝙚𝙣𝙤𝙞𝙩𝙤𝙡𝙪𝙨 𝙨𝙞𝙖𝙢𝙚𝙣𝙨𝙞𝙨 (Attems, 1936) to the genus 𝙋𝙨𝙚𝙪𝙙𝙤𝙨𝙥𝙞𝙧𝙤𝙗𝙤𝙡𝙚𝙡𝙡𝙪𝙨 Carl, 1912 (Diplopoda: Spirobolida: Pseudospirobolellidae). Animals, 16, 2304. https://doi.org/10.3390/ani16152304
20/07/2026
***งานวิจัยใหม่: การจัดทำบัญชีรายชื่อหอยกระสวยจิ๋วในประเทศเมียนม่าร์ และ ครั้งแรกของโลกกับการสแกนเปลือกหอยกระสวยจิ๋วด้วยเทคนิค micro-CT***
สมาชิกทีมวิจัยประกอบด้วย รศ.ดร.ปิโยรส ทองเกิด, อ.ดร.อาทิตย์ พลโยธา และ ศ.ดร.จิรศักดิ์ สุจริต จากหน่วยปฏิบัติการซิสเทแมติกส์ของสัตว์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ อ.ดร.สุปัญญา อันเนตร์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับคณะนักวิจัยนานาชาติจาก Fauna and Flora International และ The Natural History Museums, London ได้จัดทำบัญชีรายชื่อหอยกระสวยจิ๋วในประเทศเมียนม่าร์ซึ่งรวมถึงการค้นพบชนิดใหม่, รายงานการกระจายที่เพิ่มขึ้น และ การแก้ไขหมวดหมู่ทางอนุกรมวิธานบางส่วน
งานวิจัยดังกล่าวนี้ได้จัดทำบัญชีรายชื่อของหอยกระสวยจิ๋วในสกุล 𝘿𝙞𝙥𝙡𝙤𝙢𝙢𝙖𝙩𝙞𝙣𝙖 ขึ้นใหม่ จากการตรวจสอบตัวอย่างเก่าที่ได้มาในโครงการ ‘Conserving Myanmar’s Karst Biodiversity’ โดยหอยกระสวยจิ๋วชนิดนี้มีรายงานการกระจายที่กว้างอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้จากการรวบรวมรายชื่อซึ่งอ้างอิงจากตัวอย่างที่มีนั้น พบว่ามีชนิดใหม่ที่ยังไม่เคยมีการรายงานมาก่อน 2 ชนิด นำไปสู่การค้นพบชนิดใหม่ของโลก นั่นคือ
1. 𝘿𝙞𝙥𝙡𝙤𝙢𝙢𝙖𝙩𝙞𝙣𝙖 𝙥𝙧𝙤𝙡𝙞𝙭𝙖 Tongkerd, 2026 ค้นพบที่ Rathye Pyan Cave รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนม่าร์
2. 𝘿𝙞𝙥𝙡𝙤𝙢𝙢𝙖𝙩𝙞𝙣𝙖 𝙨𝙤𝙢𝙨𝙖𝙠𝙥𝙖𝙣𝙝𝙖𝙞 Tongkerd, 2026 หรือ หอยกระสวยจิ๋วสมศักดิ์ปัญหา ค้นพบที่ Buddha Cave, Lenya City ภาคตะนาวศรี ประเทศเมียนม่าร์ โดยตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ผู้ก่อตั้งหน่วยปฏิบัติการซิสเทแมติกส์ของสัตว์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อีกทั้งยังได้พบหอยกระสวยจิ๋วอีก 3 ชนิดจากประเทศเมียนม่าร์ที่เดิมมีการรายงานแค่ในประเทศไทยเท่านั้น ได้แก่
1. 𝘿𝙞𝙥𝙡𝙤𝙢𝙢𝙖𝙩𝙞𝙣𝙖 𝙖𝙠𝙧𝙤𝙣 Panha & Burch, 1998 หรือ หอยกระสวยจิ๋วยอดดอย ค้นพบครั้งแรกที่ดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่
2. 𝘿𝙞𝙥𝙡𝙤𝙢𝙢𝙖𝙩𝙞𝙣𝙖 𝙣𝙞𝙢𝙖𝙣𝙖𝙣𝙙𝙝𝙞 Panha, Kanchanasaka & Burch, 2002 หรือ หอยกระสวยจิ๋วนิมานันท์ ค้นพบครั้งแรกที่บ้านปางคาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน
3. 𝙋𝙖𝙜𝙤𝙙𝙖𝙥𝙖𝙡𝙖𝙞𝙣𝙖 𝙨𝙪𝙧𝙖𝙩𝙚𝙣𝙨𝙞𝙨 (Panha & Burch, 1998) หรือ หอยกระสวยจิ๋วสุราษฎร์ ค้นพบครั้งแรกที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นอกจากนี้งานวิจัยดังกล่าวยังถือเป็นครั้งแรกที่มีการสแกนเปลือกหอยกระสวยจิ๋วด้วยเครื่อง micro-CT เพื่อให้เห็นเป็นภาพสามมิติ ซึ่งจะสามารถใช้ในการมองเห็นลักษณะที่อยู่ภายในเปลือกได้โดยไม่ต้องทำลายเปลือก
และประเด็นสุดท้าย ชื่อชนิดของ 𝘿𝙞𝙥𝙡𝙤𝙢𝙢𝙖𝙩𝙞𝙣𝙖 𝙖𝙣𝙜𝙪𝙡𝙖𝙩𝙖 Stanisic, 2010 ถูกแทนที่เป็น 𝘿𝙞𝙥𝙡𝙤𝙢𝙢𝙖𝙩𝙞𝙣𝙖 𝙨𝙩𝙖𝙣𝙞𝙨𝙞𝙘𝙞 ด้วยเหตุว่าเป็นชื่อที่มีการใช้ซ้ำกับชนิดที่มีการตั้งมาก่อนหน้า
ติดตามผลงานวิจัยได้ที่
https://zookeys.pensoft.net/article/186884/
Tongkerd, P., Lwin, N., Ablett, J. D., Pholyotha, A., Annate, S., & Sutcharit, C. (2026). Contributions of a small collection of the terrestrial microsnails genus 𝘿𝙞𝙥𝙡𝙤𝙢𝙢𝙖𝙩𝙞𝙣𝙖 s.l. (Caenogastropoda, Cyclophoroidea, Diplommatinidae) from Myanmar, with a catalogue of recorded species and description of two new species. ZooKeys, 1285, 71–124. https://doi.org/10.3897/zookeys.1285.186884
02/07/2026
***งานวิจัยใหม่: กิ้งกือตะเข็บเองฮอฟฟ์ชนิดใหม่ของโลก 3 ชนิด จากประเทศไทยและเมียนม่าร์***
ทีมกิ้งกือขอครองพื้นที่สื่ออย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้นำทีมโดย ผศ. ดร.รัฐพล ศรีสนไชย สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, ธีมาพร เบญจพงศ์ นักศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับนักวิจัยจากต่างประเทศประกอบด้วย Prof. Sergei Golovatch แห่ง Russian Academy of Sciences ประเทศรัสเซีย และ คณะนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ค้นพบกิ้งกือชนิดใหม่จากประเทศไทยและเมียนม่าร์ถึง 3 ชนิด
กิ้งกือในสกุล 𝙀𝙣𝙜𝙝𝙤𝙛𝙛𝙤𝙨𝙤𝙢𝙖 หรือกิ้งกือตะเข็บเองฮอฟฟ์ เป็นกิ้งกือในกลุ่ม flat-backed millipede ซึ่งเดิมมีการรายงานชนิดในสกุลดังกล่าวทั้งสิ้น 18 ชนิด มีขอบเขตการกระจายอยู่บริเวณประเทศจีน, ลาว, เวียดนาม, เมียนม่าร์ทางตอนใต้ และประเทศไทย โดยลักษณะหลักที่ใช้ในการพิจารณาความแตกต่างจากกิ้งกือในสกุลอื่น คือส่วนสัณฐานวิทยาบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้ หรือ Gonopod งานวิจัยดังกล่าวนี้จึงอาศัยข้อมูลทางสัณฐานวิทยาประกอบกับข้อมูลทางดีเอ็นเอด้วยยีน COI ในการพิจารณาว่าเป็นชนิดใหม่และได้ค้นพบชนิดใหม่ทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่
1. 𝙀𝙣𝙜𝙝𝙤𝙛𝙛𝙤𝙨𝙤𝙢𝙖 𝙘𝙝𝙞𝙖𝙣𝙜𝙢𝙖𝙞𝙚𝙣𝙨𝙚 Srisonchai & Likhitrakarn, 2026 หรือ กิ้งกือตะเข็บเองฮอฟฟ์เชียงใหม่ ค้นพบที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
2. 𝙀𝙣𝙜𝙝𝙤𝙛𝙛𝙤𝙨𝙤𝙢𝙖 𝙢𝙞𝙣𝙪𝙩𝙪𝙢 Srisonchai & Likhitrakarn, 2026 หรือ กิ้งกือตะเข็บเองฮอฟฟ์จิ๋ว ค้นพบที่ วัดป่าภูสวรรค์ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู
3. 𝙀𝙣𝙜𝙝𝙤𝙛𝙛𝙤𝙨𝙤𝙢𝙖 𝙘𝙝𝙖𝙣𝙖𝙗𝙪𝙣𝙖𝙚 Srisonchai & Likhitrakarn, 2026 หรือ กิ้งกือตะเข็บเองฮอฟฟ์ชนะบุญ ค้นพบที่ Buddha Cave เลนยา ภาคตะนาวศรี ประเทศเมียนม่าร์ โดยตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ รศ. ดร.รัตน์มณี ชนะบุญ สมาชิกภาคเครือข่ายของหน่วยปฏิบัติการซิสแทมาติกส์ของสัตว์
จากงานวิจัยนี้ทำให้ในปัจจุบันกิ้งกือตะเข็บสกุล 𝙀𝙣𝙜𝙝𝙤𝙛𝙛𝙤𝙨𝙤𝙢𝙖 มีจำนวนมากถึง 21 ชนิด โดยเป็นที่พบเฉพาะในประเทศไทยมีจำนวนถึง 8 ชนิด ดังนั้นการสำรวจเพิ่มเติมในพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศไทย รวมถึงในประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น ลาว กัมพูชา เมียนมาร์และจีน น่าจะทำให้พบความหลากหลายของกิ้งกือสกุลนี้มากยิ่งขึ้น
ติดตามผลงานวิจัยได้ที่
https://www.biotaxa.org/em/article/view/88667?utm_source=researchgate.net&utm_medium=article
Srisonchai, R., Benchapong, T., Golovatch, S. I., Sutcharit, C., Panha, S., & Likhitrakarn, N. (2026). Integrative taxonomy of the millipede genus 𝙀𝙣𝙜𝙝𝙤𝙛𝙛𝙤𝙨𝙤𝙢𝙖 Golovatch, 1993 (Diplopoda, Polydesmida, Paradoxosomatidae) in Thailand and Myanmar, with descriptions of three new species. Ecologica Montenegrina, 99, 40–71. https://doi.org/10.37828/em.2026.99.4
24/06/2026
***งานวิจัยใหม่: กิ้งกือ 3 ชนิดใหม่ของโลกในสกุล 𝙎𝙚𝙡𝙡𝙖𝙣𝙪𝙘𝙝𝙚𝙯𝙖 จากประเทศลาวและการบรรยายลักษณะใหม่ของสมาชิกในสกุลดังกล่าว***
ไปกันต่อกับทีมกิ้งกือที่ผลิตงานวิจัยออกมาอย่างเรื่อย ๆ โดยในครั้งนี้ รศ.ดร.ณัฐดนัย ลิขิตตระการ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับนักวิจัยจากต่างประเทศประกอบด้วย Prof. Sergei Golovatch แห่ง Russian Academy of Sciences ประเทศรัสเซีย, Josiane lips แห่ง Groupe d’Étude de Biospéologie ประเทศฝรั่งเศส, และ คณะนักวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ค้นพบกิ้งกือ 3 ชนิดใหม่จากประเทศลาว
กิ้งกือในสกุล 𝙎𝙚𝙡𝙡𝙖𝙣𝙪𝙘𝙝𝙚𝙯𝙖 เป็นกิ้งกือในกลุ่ม flat-backed millipede ซึ่งเดิมมีการรายงานชนิดในสกุลดังกล่าวเพียงแค่ 6 ชนิดเท่านั้น โดยมีขอบเขตการกระจายอยู่บริเวณประเทศจีนตอนใต้ และ ประเทศเวียดนามตอนกลางและตอนเหนือเท่านั้น งานวิจัยดังกล่าวนี้จึงเป็นการค้นพบกิ้งกือในสกุลนี้เป็นครั้งแรกในประเทศลาว โดยเมื่อพิจารณาจากลักษณะทางสัณฐานและอวัยวะสืบพันธุ์แล้ว พบว่าเป็นชนิดใหม่ทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่
1. 𝙎𝙚𝙡𝙡𝙖𝙣𝙪𝙘𝙝𝙚𝙯𝙖 𝙡𝙖𝙤𝙩𝙞𝙘𝙖 Likhitrakarn, 2026 ค้นพบที่ Tham Nguen Mai แขวงคำม่วน ประเทศลาว
2. 𝙎𝙚𝙡𝙡𝙖𝙣𝙪𝙘𝙝𝙚𝙯𝙖 𝙡𝙤𝙣𝙜𝙞𝙨𝙥𝙞𝙣𝙖 Likhitrakarn, 2026 ค้นพบที่ Tham Mankhone แขวงบอลิคำไซ ประเทศลาว
3. 𝙎𝙚𝙡𝙡𝙖𝙣𝙪𝙘𝙝𝙚𝙯𝙖 𝙖𝙣𝙘𝙤𝙧𝙖𝙩𝙖 Likhitrakarn, 2026 ค้นพบที่ Tham Kamouk แขวงคำม่วน ประเทศลาว
นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้บรรยายลักษณะใหม่ของ 𝙎𝙚𝙡𝙡𝙖𝙣𝙪𝙘𝙝𝙚𝙯𝙖 𝙫𝙖𝙧𝙞𝙖𝙩𝙖 (Attems, 1953) ไว้อีกด้วย จากงานวิจัยนี้ทำให้ความหลากหลายของกิ้งกือในสกุล 𝙎𝙚𝙡𝙡𝙖𝙣𝙪𝙘𝙝𝙚𝙯𝙖 เพิ่มขึ้นเป็น 9 ชนิด และถือเป็นการรายงานการกระจายของกิ้งกือสกุลนี้ครั้งแรกในประเทศลาว โดยปัจจุบันนี้มีการค้นพบกิ้งกือในประเทศลาวมากถึง 98 ชนิด ที่ประกอบด้วย 33 สกุล ชี้ให้เห็นว่าประเทศลาวนั้นมีความอุดมสมบูรณ์และความหลากชนิดของกิ้งกือเป็นอย่างมาก
ติดตามผลงานวิจัยได้ที่
https://zookeys.pensoft.net/article/186746/
Likhitrakarn, N., Golovatch, S. I., Lips, J., Panha, S., & Sutcharit, C. (2026). Review of the millipede genus 𝙎𝙚𝙡𝙡𝙖𝙣𝙪𝙘𝙝𝙚𝙯𝙖 Enghoff, Golovatch & Nguyen, 2004, with descriptions of three new species from Laos and redescription of 𝙎. 𝙫𝙖𝙧𝙞𝙖𝙩𝙖 (Attems, 1953) (Diplopoda, Polydesmida, Paradoxosomatidae). ZooKeys, 1282, 339–369. https://doi.org/10.3897/zookeys.1282.186746
24/06/2026
***งานวิจัยใหม่: กุ้งน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกจากประเทศไทย***
ปิดท้ายซีรีส์งานวิจัยจาก บทความวิชาการในหนังสือรวมรวมการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกเพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี คณะนักวิจัยนำโดย ดร.วรุฒ ศิริวุฒิ, นางสาวอภิสรา ชาวเวียง และคณะนักวิจัยภาคีเครือข่าย ได้ค้นพบกุ้งน้ำจืดชนิดใหม่ของโลกจากประเทศไทย
กุ้งฝอยน้ำจืดนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีชนิดซ่อนเร้น หรือ Cryptic species อยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้วิธีการจัดจำแนกทางสัณฐานวิทยาอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอต่อการระบุชนิด นำไปสู่การใช้ข้อมูลทางพันธุกรรมเพื่อพิจารณาและระบุชนิดให้ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยหนึ่งในนั้นคือกุ้งฝอยในสกุล 𝙈𝙖𝙘𝙧𝙤𝙗𝙧𝙖𝙘𝙝𝙞𝙪𝙢 ซึ่งมีการกระจายตัวกว้างในบริเวณแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาย่อย
จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมด้วยยีน COI และ ลักษณะทางสัณฐานวิทยานั้น ทำให้ทีมนักวิจัยค้นพบกุ้งชนิดใหม่ของโลกนั่นคือ 𝙈𝙖𝙘𝙧𝙤𝙗𝙧𝙖𝙘𝙝𝙞𝙪𝙢 𝙙𝙚𝙗𝙖𝙧𝙖𝙩𝙖𝙚 Siriwut, 2025 หรือ กุ้งเทพรัตน์ ค้นพบที่วัดบ้านดงตอกแป้น อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะเจ้าฟ้านักอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพแห่งประเทศไทย
ทั้งยังพบว่ากุ้งเทพรัตน์มีความสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการใกล้ชิดกันกับ 𝙈𝙖𝙘𝙧𝙤𝙗𝙧𝙖𝙘𝙝𝙞𝙪𝙢 𝙨𝙞𝙧𝙞𝙣𝙙𝙝𝙤𝙧𝙣 หรือ กุ้งเจ้าฟ้า อีกด้วย โดยสรุปแล้วการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลเชิงบูรณาการในการระบุชนิดของกุ้งในสกุล 𝙈𝙖𝙘𝙧𝙤𝙗𝙧𝙖𝙘𝙝𝙞𝙪𝙢 ซึ่งพบในลำน้ำสาขาต่าง ๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป นอกจากนี้ ควรต้องมีการทบทวนอนุกรมวิธานเพิ่มเติม ผ่านการเก็บตัวอย่างให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อให้ทราบถึงความหลากหลายของกุ้งในกลุ่มนี้อีกด้วย
ติดตามงานวิจัยได้ที่: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tnh/article/view/268420
Siriwut, W., Chaowvieng, A., Jeratthitikul, E., Chanabun, R., Panha, S., & Sutcharit, C. (2025). Morphology and molecular phylogeny of a new species, 𝙈𝙖𝙘𝙧𝙤𝙗𝙧𝙖𝙘𝙝𝙞𝙪𝙢 𝙙𝙚𝙗𝙖𝙧𝙖𝙩𝙖𝙚 sp. nov. (Caridea, Palaemonidae) from Songkhram River, Northeast Thailand. Tropical Natural History, 25(8), 493–511. https://doi.org/10.58837/tnh.25.8.268420
23/06/2026
ขอแสดงความยินดีกับ รองศาสตราจารย์ ดร. กันตภณ สุรประสิทธิ์ ภาควิชาธรณีวิทยา ผู้ได้รับ รางวัลนักวิจัยรุ่นกลางดีเด่น ประจำปี 2569 สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
🏆 Sci Chula เปิดผลงานนักวิจัยรุ่นกลางดีเด่น ประจำปี 2569
🎉ขอแสดงความยินดีกับ รองศาสตราจารย์ ดร. กันตภณ สุรประสิทธิ์ ภาควิชาธรณีวิทยา
ผู้ได้รับ รางวัลนักวิจัยรุ่นกลางดีเด่น ประจำปี 2569
สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
🪨ผู้ขับเคลื่อนงานวิจัยด้าน บรรพชีวินวิทยาและนิเวศวิทยาในอดีต เพื่อทำความเข้าใจวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศในอดีต ตลอดจนสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในปัจจุบัน
📍ติดตามผลงานของนักวิจัย Sci Chula ได้ทางเพจ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
05/06/2026
***งานวิจัยใหม่: หอยทากจิ๋วปากแตรชนิดใหม่ของโลกและการทบทวนลักษณะหอยทากจิ๋วปากแตรเลย จากประเทศลาว***
สมาชิกนักวิจัยนำทีมโดย ธีรังกูร เจนใจ นิสิตระดับปริญญาเอก หลักสูตรวิทยาศาสตร์ชีวภาพ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ดร.คำหล้า อินคะวิไล จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว และสมาชิกภาคีเครือข่ายของหน่วยปฏิบัติการซิสเทแมติกส์ของสัตว์ ได้ค้นพบหอยทากจิ๋วปากแตร 2 ชนิดจากลาว
หอยทากจิ๋วในวงศ์ Hypselostomatidae เป็นหอยทากบกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร มีการกระจายตัวอยู่ตามเขาหินปูนในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศ เช่น ประเทศไทย เมียนม่าร์ ลาว ฯลฯ โดยการสำรวจครั้งนี้ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ในเมืองเฟือง แขวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว และได้ค้นพบหอยทากจิ๋วที่เป็นชนิดใหม่ของโลกซึ่งได้ยืนยันด้วยลักษณะทางสัณฐานวิทยาและแผนภูมิต้นไม้เชิงวิวัฒนาการจากข้อมูลทางพันธุกรรมของยีน COI นั่นคือ 𝘽𝙚𝙣𝙨𝙤𝙣𝙚𝙡𝙡𝙖 𝙝𝙪𝙣𝙡𝙖𝙢𝙖𝙣 Janjai, 2026 หรือ หอยทากจิ๋วปากแตรหนุมาน ค้นพบที่ Ban Na Dan ในเมืองเฟือง แขวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ชื่อชนิดตั้งตามท้าวหุนละมาน (ຫຸນລະມານ) ตัวละครที่มีผิวขาวและฟันเขี้ยวที่แหลมในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมร่วมกันของประเทศไทยและลาว
นอกจากนี้ทีมวิจัยยังได้ค้นพบ 𝙃𝙮𝙥𝙨𝙚𝙡𝙤𝙨𝙩𝙤𝙢𝙖 𝙡𝙤𝙚𝙞 Panha & Prateepasen, 2005 หรือ หอยทากจิ๋วปากแตรเลยในประเทศลาว บริเวณ Ban Pha Sung เมืองเฟือง แขวงเวียงจันทน์ ซึ่งเดิมมีการรายงานการค้นพบชนิดดังกล่าวในจังหวัดเลย และ จังหวัดใกล้เคียงในประเทศไทย เช่น หนองบัวลำภู, ชัยภูมิ และ ขอนแก่น แสดงให้เห็นว่าหอยทากจิ๋วชนิดนี้นั้นมีการกระจายตัวที่กว้าง และถือเป็นการรายงานการค้นพบชนิดดังกล่าวครั้งแรกในประเทศลาวอีกด้วย
ติดตามผลงานวิจัยได้ที่
https://lkcnhm.nus.edu.sg/rbz/a-new-bensonella-species-and-redescription-of-hypselostoma-loei-panha-prateepasen-2005-eupulmonata-hypselostomatidae-from-central-laos/
Janjai, T., Inkhavilay, K., Jeratthitikul, E., Jirapatrasilp, P., Likhitrakarn, N., Srisonchai, R., & Sutcharit, C. (2026). A new 𝘽𝙚𝙣𝙨𝙤𝙣𝙚𝙡𝙡𝙖 species, and redescription of 𝙃𝙮𝙥𝙨𝙚𝙡𝙤𝙨𝙩𝙤𝙢𝙖 𝙡𝙤𝙚𝙞 Panha & Prateepasen, 2005 (Eupulmonata: Hypselostomatidae) from central Laos. Raffles Bulletin of Zoology, 74, 483–496. https://doi.org/10.26107/RBZ-2026-0032
28/05/2026
หน่วยปฏิบัติการซิสเทแมติกส์ของสัตว์ ขอแสดงความยินดีกับ ผศ. ดร. ปิโยรส ทองเกิด ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสได้รับอนุมัติให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็น "รองศาสตราจารย์" สาขาวิชาชีววิทยา
27/05/2026
***งานวิจัยใหม่: หอยนักล่าชนิดใหม่ของโลกในสกุล 𝘿𝙞𝙨𝙘𝙖𝙧𝙩𝙚𝙢𝙤𝙣 จากประเทศไทย***
งานวิจัยนี้เป็นบทความวิชาการในหนังสือรวมรวมการค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกเพื่อถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยคณะนักวิจัยนำโดย นายพลช อาจสามารถนิสิตระดับปริญญาโท หลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธนิต ศิริบุญ อาจารย์ที่ปรึกษา และคณะนักวิจัยภาคีเครือข่าย ได้ค้นพบหอยนักล่าชนิดใหม่ของโลกจากประเทศไทย
หอยทากบกในวงศ์ Steptaxidae เป็นหอยนักล่าที่มีรูปทรงของเปลือกหลากหลายและมีการจัดจำแนกไว้ในหลายสกุล ลักษณะร่วมกันในวงศ์ดังกล่าว คือการมีเปลือกสีขาว และ อาศัยอยู่ตามพื้นดิน โดยพบการกระจายมากในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 150 ชนิด ในประเทศไทยนั้นสกุลที่มีการรายงานมากที่สุดคือ สกุล 𝘿𝙞𝙨𝙘𝙖𝙧𝙩𝙚𝙢𝙤𝙣 ซึ่งพบการกระจายมากบริเวณคอคอดกระยาวลงไปถึงคาบสมุทรมลายู
จากการวิเคราะห์ลักษณะทางสัณฐานวิทยาประกอบกับการศึกษาอวัยวะสืบพันธุ์ ได้พบว่ามีหอยนักล่าที่มีลักษณะที่แตกต่างกับชนิดที่เคยมีมาก่อนหน้า จึงได้ตั้งชื่อชนิดใหม่ของโลก นั่นคือ 𝘿𝙞𝙨𝙘𝙖𝙧𝙩𝙚𝙢𝙤𝙣 𝙨𝙞𝙧𝙞𝙣𝙙𝙝𝙤𝙧𝙣𝙖𝙚 Artsamart & Siriboon, 2025 หรือ หอยนักล่าสิรินธร ค้นพบที่สำนักสงฆ์ถ้ำช้างเผือก อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร โดยตั้งชื่อตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระองค์ในฐานะเจ้าฟ้านักอนุกรมวิธานและความหลากหลายทางชีวภาพแห่งประเทศไทย
การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของหอยทากนักล่าในสกุลดังกล่าว ซึ่งมีการกระจายอยู่ในหลายบริเวณของประเทศไทย และ อาจยังมีชนิดใหม่ที่รอการค้นพบอีกไม่มากก็น้อย
ติดตามงานวิจัยได้ที่: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/tnh/article/view/267375/181024
Artsamart, P., Rungruangdejwattana, P., Camngam, C., Raksasin, C., Sutcharit, C., Jirapatrasilp, P., & Siriboon, T. (2025). Discovery of a new 𝘿𝙞𝙨𝙘𝙖𝙧𝙩𝙚𝙢𝙤𝙣 species (Eupulmonata: Streptaxidae) from Peninsular Thailand. Tropical Natural History, Supplement 8, 380–389. https://doi.org/10.58837/tnh.25.8.267107
14/05/2026
***งานวิจัยใหม่: กิ้งกือกระสุนพระอินทร์ในสกุล 𝙕𝙚𝙥𝙝𝙧𝙤𝙣𝙞𝙖 2 ชนิดใหม่ของโลกจากประเทศไทย***
ประเดิมเปิดจักรวาลกิ้งกือกระสุนใหญ่ในปีนี้ จากคณะนักวิจัยนำทีมโดย นิรันดร์ ศรีมงคล นักศึกษาปริญญาโท ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้การดูแลของ รศ. ดร.นิศารัตน์ ตั้งไพโรจน์วงศ์ และ ผศ. ดร. รัฐพล ศรีสนไชย ร่วมกับ อ. ดร.สุขุม เรืองไชย ได้ทำการศึกษากิ้งกือกระสุนพระอินทร์ทั้งทางสัณฐานวิทยาและข้อมูลทางพันธุกรรม
จากการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาและอวัยวะสืบพันธุ์เพศผู้ (Telopods) ร่วมกันกับการเปรียบเทียบยีนไมโทคอนเดรียบริเวณ COI ของกิ้งกือกระสุนพระอินทร์ในสกุล 𝙕𝙚𝙥𝙝𝙧𝙤𝙣𝙞𝙖 ผลการศึกษาจากแผนภูมิต้นไม้เชิงวิวัฒนาการพบว่ามีถึง 2 ชนิดที่มีความแตกต่างกับชนิดที่เคยมีการรายงานก่อนหน้า จึงนำไปสู่การตั้งชนิดใหม่ของโลก ประกอบด้วย
1. 𝙕𝙚𝙥𝙝𝙧𝙤𝙣𝙞𝙖 𝙨𝙪𝙠𝙝𝙤𝙩𝙝𝙖𝙞𝙚𝙣𝙨𝙞𝙨 Srimongkol & Srisonchai, 2026 หรือ กิ้งกือกระสุนพระอินทร์สุโขทัย ค้นพบที่วัดเขาฝาง อำเภอบ้านด่านลานหอย จังหวัดสุโขทัย
2. 𝙕𝙚𝙥𝙝𝙧𝙤𝙣𝙞𝙖 𝙩𝙧𝙖𝙩𝙚𝙣𝙨𝙞𝙨 Srimongkol & Srisonchai, 2026 หรือ กิ้งกือกระสุนพระอินทร์ตราด ค้นพบที่เขาคุณธรรม อำเภอเมือง จังหวัดตราด
นอกจากนี้คณะนักวิจัยยังค้นพบกิ้งกือกระสุนพระอินทร์ 𝙕𝙚𝙥𝙝𝙧𝙤𝙣𝙞𝙖 𝙤𝙫𝙖𝙡𝙞𝙨 Gray, 1832 บริเวณพื้นที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในจังหวัดศรีสะเกษและสุรินทร์อีกด้วย ซึ่งแต่เดิมมีการรายงานชนิดดังกล่าวในประเทศเวียดนามเท่านั้น อีกทั้งยังพบว่ากิ้งกือกระสุนพระอินทร์ 𝙕𝙚𝙥𝙝𝙧𝙤𝙣𝙞𝙖 𝙢𝙖𝙘𝙪𝙡𝙖 Srisonchai & Wesener, 2024 นั้นค่อนข้างมีความหลากหลายของสีตัว นำไปสู่ข้อสันนิษฐานที่ว่า สีนั้นอาจจะไม่ใช่ลักษณะสำคัญในการแยกชนิดในกิ้งกือกลุ่มนี้เสมอไป
ติดตามงานวิจัยได้ที่: https://europeanjournaloftaxonomy.eu/index.php/ejt/article/view/3275/14457
Srimongkol, N., Ruangchai, S., Tungpairojwong, N., & Srisonchai, R. (2026). Descriptions of two new species and a new record of the giant pill-millipede genus 𝙕𝙚𝙥𝙝𝙧𝙤𝙣𝙞𝙖 Gray, 1832 from Thailand (Diplopoda, Sphaerotheriida, Zephroniidae). European Journal of Taxonomy, 1053, 1–64. https://doi.org/10.5852/ejt.2026.1053.3275