Skool of Digital Business

Skool of Digital Business

Share

แหล่งรวบรวมความรู้และหลักสูตรพัฒนาทักษะด้าน Digital Business by Skooldio

พลิกโฉมธุรกิจของคุณให้พร้อมโลดแล่นในยุคดิจิทัลด้วยการเข้าถึงลูกค้าใน Channel และเวลาที่เหมาะสม (Digital Marketing) และพัฒนารูปแบบธุรกิจ (Business Model) ที่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง

09/06/2023

“เปรียบเทียบ Agile เป็นก๋วยเตี๋ยว 2 ชาม คนหนึ่งได้ก๋วยเตี๋ยวมาแล้วยังไม่ชิมก็ปรุงทันทีตามความเคยชิน แต่คนที่สองชิมก่อน แล้วค่อย ๆ ปรุงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้รสชาติที่ถูกใจ คำถามคือใครจะได้ก๋วยเตี๋ยวที่อร่อยกว่า แน่นอนว่าต้องเป็นคนที่สอง เพราะเขาค่อย ๆ ปรับจนพอใจมากที่สุด

ธุรกิจก็เช่นกัน วันแรกลูกค้าบอกว่าชอบอันนี้ แต่หากวันใดวันหนึ่งสถานการณ์เปลี่ยน แล้วเราปรับตัวตามไม่ได้ เราก็แข่งขันในยุคนี้ยาก เพราะเราไม่ Agile"

📍 สรุปเนื้อหาจาก Podcast Agile in Action ยืดหยุ่นอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ โดยดร.ต้า.วิโรจน์ จิรพัฒนกุล Managing Director, Skooldio และอดีต Data Scientist ที่ Facebook หนึ่งในองค์กรที่ Agile ที่สุด ซึ่งได้มาพูดเรื่องถอดความสำเร็จ Agile ไม่ให้เป็นแค่ Buzzword

1. Agile แท้จริงแล้วคืออะไร

ดร.ต้ากล่าวว่า แท้จริงแล้วความหมายของ Agile คือคำว่า “ยืดหยุ่น” เพราะเมื่อเรายืดหยุ่น ก็สามารถทำงานได้คล่องแคล่ว ปรับเปลี่ยนตัวเองตามสถานการณ์ได้ไว จึงสามารถส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าได้เร็วขึ้น


2. แล้วทำอย่างไรถึงจะ Agile

ดร. ต้าให้มองภาพออกเป็น 2 มุม ในเมื่อจุดมุ่งหมายของเราคือทำอย่างไรให้ลูกค้าแฮปปี้ที่สุด เพราะฉะนั้นมุมแรกต้องตั้งจากลูกค้าก่อน เน้นรับ Feedback ให้ไว อยากได้ Feedback ไวก็ต้องอยู่ใกล้ชิดลูกค้า คลุกคลีกับเขาให้มาก ได้รับมาแล้วตัวเราก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เร็วด้วย

ในมุมที่สองคือตัวองค์กร เพราะเมื่อองค์กรใหญ่ขึ้น ก็ต้องสั่งการไปตามระบบทีละแผนกจนล่าช้าไปทุกส่วน ดังนั้น ต้องตั้งคำถามว่าเราจะทำอย่างไรให้ไซโลเหล่านี้หายไปเพื่อส่งต่องานได้เร็วขึ้น และทำอย่างไรให้คนในองค์กรเข้าใจตรงกันว่าลูกค้าต้องการอะไร เราจะได้เดินไปทิศทางเดียวกัน

“องค์กรที่ Agile คือองค์กรที่สามารถตอบโจทย์และส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าได้รวดเร็ว”


3. อะไรคือกับดักที่ทำให้ Agile ไม่สำเร็จ

ดร.ต้ากล่าวว่าหลาย ๆ องค์กรแม้กระทั่งบริษัทใหญ่ ๆ ก็ประสบปัญหานี้เช่นกัน จึงอยากให้ถอยกลับมาคิดว่าการทำงานที่เรียกกันว่าไซโล แบ่งงานเป็นแผนกยังใช้ได้อยู่หรือเปล่าในยุคที่ลูกค้าเปลี่ยนแผน เปลี่ยนความต้องการได้กะทันหัน แล้วถ้าลูกค้าเปลี่ยนจริง ๆ กว่าเราจะเปลี่ยนตาม ก็ต้องส่งต่อไปอีกหลายแผนกซึ่งก็เกิดความผิดพลาดได้ง่าย

อีกเรื่องคือการทำตามขั้นตอน Agile แบบ 1 2 3 4 ซึ่งอันตรายมาก แต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน ในเมื่อจุดมุ่งหมายของ Agile คือการทำงานได้ไวขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าได้เร็วขึ้น อยากลดขั้นตอนที่ฟุ่มเฟือยออก เพราะฉะนั้นหาท่าที่เหมาะสมของตัวเองให้เจอ


4. Key-takeaways ที่อยากฝากถึงผู้นำองค์กร

ดร.ต้าได้ให้ข้อคิดและประเด็นที่สำคัญหลายประเด็น ประเด็นแรกคืออยากให้องค์กรลองเริ่มจากการคิดว่า MVP (Minimum Viable Product) ที่สามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้เร็วที่สุดคืออะไร เช่น แต่ก่อนจะผลิตสินค้าสักอย่างต้องสั่งเครื่องจักร วางสายการผลิต งั้นลอง OEM ก่อนไหม สัก 5-10 ชิ้น แล้วออกตลาดให้เร็ว รับฟีดแบ็กให้ไว แล้วค่อย ๆ ปรับไป

ประเด็นต่อมาคือการให้อิสระกับคนทำงาน เพราะทีมยิ่งเล็กยิ่งขยับตัวได้ไว ให้เชื่อในพลังของเรือเล็ก ให้เขาได้ตัดสินใจนำทางเองบ้าง อีกทั้ง ดร.ต้ายังแนะนำว่าให้เริ่มจากฟอร์มทีมเล็ก ๆ ที่พร้อมลุยกับเรา เป็นด่านหน้าที่พร้อมรับ Feedback แล้วสู้ต่อ ปรับเปลี่ยนต่อได้เลย แล้วค่อย ๆ ขยับขยายทีมไป

สุดท้ายจึงฝากถึงผู้นำ หากอยากให้ทีมเราตัดสินใจได้ เราต้องให้ Direction ซึ่งเป็นเหมือนเข็มนำทางที่ชัดเจน ต้องให้เขาเห็นภาพชัด ๆ ว่าเรากำลังมุ่งไปทางไหน และวิธีการทำงานแบบนี้จะทำให้เขาตัดสินใจได้ และทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น

“ถ้าเรานำเอา Agile มาใช้ได้ดีจริงๆ คนทำงานต้องมีความสุข เพราะเราทำให้เขาทำงานง่ายขึ้น ทำงานแล้วเราเห็นถึงความสำเร็จมากขึ้น และเมื่อเราสามารถทำให้ลูกค้าแฮปปี้ อยากร่วมงานกับเรา เราก็จะทำงานได้อย่างมีความสุขมากขึ้นเช่นกัน”


เรียนรู้การปรับองค์กรตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงการสร้างทีมที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและหัวข้ออื่น ๆ ที่จะช่วยให้คุณรันองค์กรได้ไวในยุคดิจิทัล

ห้ามพลาด Digital Leadership Essentials รุ่นที่ 2 เวิร์กชอปสุดเข้มข้นสำหรับผู้บริหารที่ต้องการสร้างนวัตกรรม เป็นผู้นำแห่งยุคดิจิทัล หลักสูตร 2 วันให้คุณพร้อมรันองค์กรได้ทันที อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสมัครได้ที่ https://to.skooldio.com/wdzQuGxcrAb

25/04/2023

🔥 ยิ่งฝึกก่อน ยิ่งได้เปรียบ 🔥 ผลวิจัยจาก Microsoft เผยว่าทักษะ Design Thinking จะเป็นสกิลสำคัญและหลายบริษัทต้องการมากในอนาคต เพราะจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับธุรกิจยุคใหม่ และเป็นกลยุทธ์หลักในการสร้างนวัตกรรม ดังนั้นใครที่มีทักษะนี้ก็จะกลายเป็น #คนทำงานที่เนื้อหอมมาก!

รีบฝึกทักษะออกแบบ ที่จะช่วยเปลี่ยนคุณให้เป็นคนทำงานที่ได้เปรียบทุกสถานการณ์ กับคอร์สออนไลน์ Design Thinking for Innovation เรียนรู้วิธีคิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างแท้จริง

✅ สอนโดย ‘อาจารย์แตว วิริยา วิจิตรวาทการ’ ศิษย์เก่าโรงเรียนนวัตกรรมของ Stanford d.school และอดีต Community Manager ที่ IDEO.org บริษัทด้านการออกแบบชื่อดังของสหรัฐอเมริกา

✅ ซึ่งจะช่วยให้คุณเรียนรู้กระบวนการ Design Thinking ตั้งแต่เทคนิคการทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง ➖ การระดมสมองอย่างมีประสิทธิภาพ ➖ จนถึงการสร้างต้นแบบสินค้าหรือบริการอย่างรวดเร็ว เพื่อทดสอบจริงกับลูกค้า

✅ โดยผู้สอนได้สอดแทรกเทคนิคและกรณีศึกษาต่างๆ จากประสบการณ์ใช้และสอน Design Thinking มากว่า 10 ปี

👉 ดูตัวอย่างคอร์ส และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://to.skooldio.com/Wq84b3YXfzb


References :
- https://www.cnbc.com/.../skills-of-the-future-how-to...
- https://www.designsingapore.org/.../3-reasons-why-you...

24/04/2023

Design Thinking ไม่ใช่แค่ชื่อวิชาในคลาสเรียนของเด็กออกแบบ แต่เป็นสกิลที่กำลังเป็นที่ต้องการของบริษัทชั้นนำในหลายประเทศทั่วโลก เช่น Apple, Google , Microsoft, Tesla หรือ Startup ไทยอย่าง Bitkub อีกด้วย

เวลาเราสร้างสินค้าออกมาสักอย่าง เราจะรู้ได้ยังไงว่าสินค้าหรือ Solution ที่เราสร้างขึ้นมาเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ หรือการที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป สินค้าเดิมของเราอาจจะไม่ตอบโจทย์ลูกค้าอีกต่อไปแล้วก็ได้ หลายบริษัทที่ปรับตัวไม่ทันก็จะต้องปิดตัวลงไป เหมือนกับ Blockbuster อดีตร้านเช่าวิดีโอที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่สุดท้ายต้องมาพ่ายแพ้ให้กับ Netflix ในที่สุด

Design Thinking จึงเป็นกระบวนการคิดที่มาแก้ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งเป็นวิธีที่คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก ความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี และอยู่บนพื้นฐานของความสำเร็จทางธุรกิจ

โดย Design Thinking แบ่งการทำงานเป็น 5 ขั้นตอนได้ดังนี้



การเข้าใจกลุ่มเป้าหมายเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะการที่เราจะออกแบบประสบการณ์หรือนวัตกรรมต่างๆ ได้ เราต้องพยายามเอาใจเราไปใส่ใจผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ของเรามากที่สุด โดยมีวิธีการหลากหลายรูปแบบ เช่น การสัมภาษณ์หรือการได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับประสบการณ์จริง ที่ทำให้เราเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้



หลังจากเข้าใจกลุ่มเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องมาเริ่มคิดกันแล้วว่าปัญหาที่แท้จริงของลูกค้าคืออะไรกันแน่ ในกระบวนการนี้เราเลยจะมาระบุความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ถูกจุดมากยิ่งขึ้น



เมื่อรู้ปัญหาที่แท้จริงของกลุ่มเป้าหมายแล้ว เราจะมาระดมความคิดเพื่อหาไอเดียในการแก้ปัญหา โดยการที่จะได้ไอเดียใหม่ๆ ในขั้นตอนนี้ เราต้องพยายามคิดไอเดียออกมาให้ได้มากที่สุด มากกว่าที่จะสนใจคุณภาพของไอเดียนั้นๆ หลังจากนั้นเราค่อยตัดสินใจว่า ไอเดียไหนเป็นไอเดียที่เราจะเอามาต่อยอดได้จริง


and
ใน 2 ขั้นตอนสุดท้าย เราจะเริ่มสร้างแบบจำลองและนำไปทดสอบกับผู้ใช้งานจริง เพื่อนำ Feedback ของผู้ใช้กลับมาพัฒนานวัตกรรมให้ดียิ่งขึ้น การสร้างต้นแบบเป็นการที่เรานำสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาเป็นสิ่งของที่จับต้องได้มากยิ่งขึ้น โดยที่เราไม่ต้องลงแรงหรือลงเงินในจำนวนมาก จึงทำให้ประหยัดทั้งต้นทุน ค่าใช้จ่าย และต้นทุนด้านเวลาอีกด้วย


🔥 เรื่องราวของ Design Thinking ยังไม่จบเพียงเท่านี้!!

สำหรับคนทำงานยุคใหม่หรือผู้ประกอบการยุคดิจิทัล ที่สนใจอยากเรียนรู้การสร้างสินค้าหรือนวัตกรรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้เหมือนกับบริษัทชั้นนำทั่วโลกและอยากเข้าใจ Design Thinking ได้อย่างลึกซึ้ง สามารถเริ่มต้นได้ที่คอร์สออนไลน์ Design Thinking for Innovation

ในคอร์สคุณจะได้เรียนรู้ผ่าน Case Study มากมายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเทคนิคต่างๆ จากอาจารย์แตว วิริยา วิจิตรวาทการ ผู้มีประสบการณ์การใช้ Design Thinking มามากกว่า 10 ปี

และยังเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนวัตกรรมระดับโลกของ Stanford d.school ต้นกำเนิด Design Thinking และอดีต Community Manager ที่ IDEO.org บริษัทต้นๆ ของโลกด้านการออกแบบนวัตกรรม ที่ออกแบบเมาส์ตัวแรกให้กับ Apple นั่นเอง

🚩 ดูรายละเอียดคอร์สเพิ่มเติมได้ที่ https://to.skooldio.com/XyE2q3IXfzb

Photos from Skool of Digital Business's post 17/04/2023

เคยมั้ย เสนอไอเดียในที่ประชุมทีไร เจอเพื่อนหรือหัวหน้าพูดประโยคเหล่านี้ แล้วรู้สึกจุกๆ ชาๆ พูดอะไรไม่ออกจนจบการประชุม? 🥲

หลายๆ ครั้ง ไอเดียใหม่ๆ ถูกตัดสินว่า เป็นไอเดียที่ไม่ดี ทำให้คนที่เสนอไอเดียเสียความมั่นใจ และพาลทำให้ต่อมความคิดสร้างสรรค์หยุดชะงัก

มาเรียนรู้วิธีกระตุ้นไอเดีย และวิธีสร้างบรรยากาศในการระดมสมองอย่างสร้างสรรค์ พร้อมเรียนรู้เครื่องมือต่างๆ และกฎพื้นฐานในการทำ Ideation ให้มีประสิทธิภาพ และไม่เป็นการ kill ideas คนอื่นได้ใน...

Design Thinking for Innovation สร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ คอร์สออนไลน์ที่จะพาคุณ และทีมเรียนรู้วิธีการคิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อการคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างแท้จริง 🧠💭

สอนโดย คุณวิริยา วิจิตรวาทการ - Product Marketing Manager, Meta

สมัครเรียน พร้อมพาทีมระดมความคิดอย่างสร้างสรรค์ได้เลย 👉 https://to.skooldio.com/c5BA1ei80yb

16/04/2023

🤔หลายคนอยากนำ Data มาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า แต่อาจจะไม่รู้ว่าต้องเริ่มต้นที่ตรงไหน? ชวนทำความรู้จักกระบวนการที่เรียกว่า ‘Human-Centered Data Science’ ซึ่งคือการเอาผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางของการใช้ Data เพื่อสร้าง Value ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือการที่เราต้องมีผลิตภัณฑ์ที่ดีและตอบโจทย์ลูกค้าก่อน เราถึงจะมีผู้ใช้งานที่มากพอ สิ่งที่เราจะได้ต่อจากนั้นก็คือ Data ที่เราจะนำมา ‘ปั่นรอบ Data’ เริ่มจากกระบวนการ Metrics หรือวัดผล จากนั้นก็หา Insights จากพฤติกรรมของผู้ใช้งาน นำไปสู่การสร้าง Data Product ที่สร้าง Value ใหม่ ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น นำมาสู่ผู้ใช้งานที่มากขึ้น ได้ Data ที่มากขึ้น และเข้าสู่กระบวนการปั่นรอบ Data วนไปเรื่อยๆ

นี่คือหลักการเบื้องต้นของการปั่นรอบการสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือ Value ใหม่ด้วย Data ทีนี้ลองมาดูตัวอย่างเคสจริงจากยักษ์ใหญ่ที่ปรับตัวจากโลกธุรกิจเดิมเข้าสู่ยุค Data-Driven ได้น่าสนใจอย่าง Nike

แต่เดิมธุรกิจของ Nike โดยหลักเป็นแค่ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องกีฬาอย่างรองเท้า เสื้อผ้า ซึ่งพอเข้าสู่ยุคของการใช้ Data ก็มีผลิตภัณฑ์ของ Nike อย่างสายรัดข้อมือที่เป็น Fitness Tracker และแอปฯ Fitness ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ใช้งานสามารถวัดผลการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่เกี่ยวกับสุขภาพในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น สิ่งที่ Nike ได้ไปก็คือ Data

ก่อนหน้านี้ Nike อาจไม่รู้ว่าลูกค้าของตัวเองเล่นกีฬาอะไรบ้าง แยกไม่ออกว่าในบรรดาคนที่ชอบวิ่ง ใครเป็นนักวิ่งประเภทใดบ้าง เราอาจเป็นนักวิ่งสายจริงจัง หรืออาจจะเป็นนักวิ่งสายถ่ายรูปลงไอจี พอ Nike ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร ต้องการอะไร ก็อาจจะไม่สามารถตอบโจทย์เราได้อย่างเต็มที่

แต่พอเราใช้แอปฯ Fitness ของ Nike ก็จะทำให้ Nike รู้จักเราผ่านพฤติกรรม ถ้าเราเป็นนักวิ่งสายจริงจัง Data จากการใช้แอปฯ อาจบ่งชี้ถึงพฤติกรรมการวิ่งที่เน้นการเพิ่มระยะ เพิ่มความเร็ว ถ้าเราเป็นสายเน้นถ่ายรูป อาจจะเห็นพฤติกรรมการวิ่งที่ไม่ต่อเนื่อง เน้นถ่ายรูปแชร์ลง Social ทั้งหมดนี้ Nike ก็จะบอกได้ว่าผู้ใช้งานแต่ละคนมีพฤติกรรมแบบไหน มีความต้องการอย่างไร

🎯 แน่นอนว่าการที่ Nike รู้พฤติกรรมของผู้ใช้งานรายคน ก็สามารถต่อยอด Data ที่ได้มาเพื่อสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างมากมาย ตัวอย่างเช่นการทำ Personalized Marketing การจะสื่อสารหรือเข้าหาลูกค้าแต่ละคนก็เป็นไปได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้นนั่นเอง

==============================

เตรียมคุณและองค์กรให้พร้อมสำหรับโลก Digital Transformation ในแพ็กสุดคุ้ม อัปสกิล Data, Design Thinking และ Agile ในที่เดียว!


🔥 โปรโมชันสุดคุ้ม! ลดราคาพิเศษจากราคาเต็ม 6,470 เหลือ 5,490.- ลงทะเบียนพร้อมเริ่มเรียนได้ทันที 👉 https://to.skooldio.com/kIyKFTM70yb

Digital Transformation Series อัดแน่น 3 คอร์สที่จะเตรียมคุณและองค์กรทำงานด้วยการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven) และมีวิธีส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว (Agile) แพ็กสุดคุ้มประกอบไปด้วยคอร์ส..

📊 Intro to Data Science - สร้างมูลค่าทางธุรกิจด้วยข้อมูล
เรียนการนําข้อมูลมาใช้สร้างประโยชน์ทางธุรกิจ ตั้งแต่การนําข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจ การทําความเข้าใจผู้ใช้งาน ไปจนถึงการสร้างผลิตภัณฑ์จากข้อมูล ผ่านตัวอย่างจากบริษัทชั้นนำของโลกไม่ว่าจะเป็น Facebook Netflix หรือ Uber คุณจะได้รู้จักกับทักษะต่างๆ ที่จำเป็น และได้เรียนรู้กระบวนการทำงานของ Data Scientist ตั้งแต่การเก็บข้อมูล ไปจนถึงการสร้างโมเดลเพื่อช่วยตัดสินใจ สอนโดย ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Skooldio และ อดีต Data Scientist ที่ Facebook

📝 Design Thinking for Innovation - สร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ
เรียนรู้วิธีการคิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อการคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างแท้จริงกับ ‘อาจารย์แตว วิริยา วิจิตรวาทการ’ ศิษย์เก่าโรงเรียนนวัตกรรมของ Stanford d.school และอดีต Community Manager ที่ IDEO.org บริษัทด้านการออกแบบชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ที่จะช่วยให้คุณเรียนรู้กระบวนการ Design Thinking ตั้งแต่เทคนิคการทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง การระดมสมองอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการสร้างต้นแบบสินค้าหรือบริการอย่างรวดเร็วเพื่อทดสอบจริงกับลูกค้า โดยผู้สอนได้สอดแทรกเทคนิคและกรณีศึกษาต่างๆ จากประสบการณ์ใช้และสอน Design Thinking มากว่า 10 ปี

🚀 Agile Essentials - คัดเน้นหัวใจที่สำคัญที่สุดในการทำงานแบบ Agile
คัดเน้นหัวใจที่สำคัญที่สุดในการทำงานแบบ Agile ให้คุณมี Agile Mindset สามารถเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงการทำงานของตัวเอง ทีมงาน และองค์กรให้ทำงานได้คล่องตัวขึ้น ปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น ตามแนวทางของ Agile อย่างแท้จริง คุณจะได้เรียนรู้แนวทางการบริหารโปรเจกต์แบบใหม่ที่เน้นการตอบสนองต่อการแก้ปัญหาและส่งมอบคุณค่าต่างๆ ให้กับลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น เข้าใจการทำงานแบบ Agile Teams ทำอย่างไรให้ทีมทำงานด้วยกันอย่างคล่องตัว และสามารถทำงานแบบ Cross-Functional Teams ได้ รวมถึงมีความเข้าใจถึงพื้นฐานและที่มาของ Framework ต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถนำ Agile ไปเริ่มต้นปรับใช้ในการทำงานในองค์กร สอนโดย ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Skooldio และ อดีต Data Scientist ที่ Facebook

🔥 ลดพิเศษตอนนี้ จากราคาเต็ม 6,470 เหลือ 5,490.- ลงทะเบียนพร้อมเริ่มเรียนได้ทันที 👉 https://to.skooldio.com/kIyKFTM70yb

15/04/2023

🔮 แม่นกว่าหมอดู ! ทำไม Spotify ถึงทำนายได้ว่าเราจะชอบเพลงแบบไหน ?

ทุกวันนี้คงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก แอปฯ สตรีมมิ่งเพลงอย่าง “Spotify” ถึงแม้ว่าในปัจจุบันตลาดแอปฯ สตรีมมิ่งเพลงจะมีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง แต่ Spotify ก็ยังประสบควาสำเร็จด้วยการที่มีผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่องกว่า 320 ล้านคนทั่วโลก และยังเป็นหนึ่งในแอปฯ ฟังเพลงยอดนิยมในประเทศไทยอีกด้วย

หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ใครหลายๆคนติดใจ คือ เพลงที่ Spotify จัดสรรมาให้เราฟัง นั้นล้วนตรงกับรสนิยมในการฟังเพลงของเราอย่างน่าเหลือเชื่อราวกับอ่านใจเราออกอย่างไรอย่างนั้นแหละ! สิ่งนี้ทำให้เราเริ่มเกิดความสงสัยว่า เบื้องหลังการทำงานของแพลตฟอร์มฟังเพลงอย่าง ‘Spotify’ เป็นอย่างไรกันแน่?

“เคล็ด(ไม่)ลับของ Spotify เป็นอย่างไร ?”
กลยุทธ์ที่สำคัญของ Spotify คือการ Personalized Contents เพื่อสร้างประสบการณ์พิเศษให้แก่ลูกค้าที่มีรสนิยมในการฟังเพลงที่แตกต่างกันออกไป จนกระทั่งสามารถเปลี่ยนให้ผู้ใช้ทั่วไปเหล่านั้นกลายมาเป็นผู้ใช้งานประจำได้ในท้ายที่สุด โดยความสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้นำ AI และ Machine Learning มาปรับใช้และสร้างประโยชน์จาก Data ของผู้ใช้งาน

“ไพ่ตายของ Spotify”
เริ่มต้นจากการที่ Spotify ได้ใช้ประโยชน์จาก Machine Learning ในการศึกษาพฤติกรรมการฟังเพลงผู้ใช้งานด้วยการนำไปเปรียบเทียบกับผู้ใช้งานรายอื่น หลังจากนั้นจึงนำ Data ที่ได้จากการเปรียบเทียบไปใช้ในการพัฒนาเพลย์ลิสต์ใหม่ให้สอดคล้องกับ Track เพลงของผู้ใช้งานรายนั้นๆ

ซึ่งได้กลายมาเป็นเพลย์ลิสต์ “Discover Weekly” ที่เป็นดัง “ไพ่ตายของ Spotify” โดยทุกๆ วันจันทร์ จะมีเพลง 30 เพลงใหม่ที่คุณไม่เคยฟังบน Spotify เพิ่มเข้ามา ให้คุณรู้สึกประหลาดใจ เพราะ 30 เพลงเหล่านั้นมีแนวโน้มว่าจะถูกใจคุณทั้งสิ้น

“Spotify รู้ได้ยังไงว่า Track เพลงไหนเราชอบหรือไม่ชอบ?”
เมื่อผู้ใช้งานเปิด เพลงใดเพลงหนึ่ง แต่กดข้ามไปภายใน 30 วินาทีแรก AI จะบันทึกไว้ว่าเพลงนั้นไม่ใช่เพลงที่ผู้ใช้ชอบแต่หากผู้ใช้งานได้เพิ่มเพลงลงใน Library หรือเพลย์ลิสต์และได้ฟังจนจบ AI ก็มองว่าสิ่งนี้เป็นปฏิกิริยาเชิงบวก และ ช่วยบันทึกว่า เพลงเหล่านั้นสอดคล้องกับรสนิยมของผู้ใช้ได้

โดยการเอา Data ของผู้ใช้งานมาพัฒนาเป็น Personalized Content ได้กลายมาเป็นหนึ่งในจุดแข็งที่ทำให้แอปพลิเคชั่นสตรีมมิ่งเพลง อย่าง Spotify ได้รับความนิยมจากทั่วโลก ทีนี้เราคงต้องย้อนกลับมามองธุรกิจของเราเองกันบ้าง ว่าถ้าหากสามารถนำ Data ของลูกค้าที่เรามีอยู่ มาสามารถสร้าง Personalized Content จนสามารถสร้างประสบการ์ณที่ดีให้กับลูกค้าได้ สิ่งนี้อาจจะนำไปธุรกิจของเราไปอยู่ในจุดที่คาดไม่ถึงก็ได้

Sources📖
https://www.analyticssteps.com/.../how-spotify-using-big...

https://edm.com/features/10-spotify-personalized-playlists
------------------------------

เพราะความรู้ความเข้าใจด้าน Data เป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดธุรกิจให้เหนือกว่าคู่แข่งในยุค Digital Transformation เสริมด้วยสุดยอดเครื่องมือในการคิดค้นนวัตกรรมอย่าง Design Thinking และลงมือทำอย่างคล่องแคล่ว ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วด้วยการทำงานแบบ Agile

พบกับแพ็กสุดคุ้ม! Digital Transformation Series อัดแน่น 3 คอร์สที่จะเตรียมคุณและองค์กรทำงานด้วยการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data Driven) และปรับการทำงานของคุณและองค์กรให้คล่องตัวมากขึ้น (Agile) สร้างองค์ความรู้ที่แข็งแกร่งพร้อมแข่งขันในโลกยุค Digital Transformation

🔥 สุดคุ้มในแพ็กเดียว! ลดพิเศษตอนนี้จาก 6,470 เหลือ 5,490 บาท 👉 https://to.skooldio.com/oeVZeeg70yb

📚 Digital Transformation Series ประกอบไปด้วยคอร์ส..

📊 Intro to Data Science - สร้างมูลค่าทางธุรกิจด้วยข้อมูล
เรียนการนําข้อมูลมาใช้สร้างประโยชน์ทางธุรกิจ ตั้งแต่การนําข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจ การทําความเข้าใจผู้ใช้งาน ไปจนถึงการสร้างผลิตภัณฑ์จากข้อมูล ผ่านตัวอย่างจากบริษัทชั้นนำของโลกไม่ว่าจะเป็น Facebook Netflix หรือ Uber สำหรับคนที่อยากเข้าใจศาสตร์ของ Data Science หรืออยากจะปูพื้นฐานความรู้ด้าน Data Science ภายในองค์กร คุณจะได้รู้จักกับทักษะต่างๆ ที่จำเป็น และได้เรียนรู้กระบวนการทำงานของ Data Scientist ตั้งแต่การเก็บข้อมูล ไปจนถึงการสร้างโมเดลเพื่อช่วยตัดสินใจ สอนโดย ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Skooldio และ อดีต Data Scientist ที่ Facebook

📝 Design Thinking for Innovation - สร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยกระบวนการคิดเชิงออกแบบ
เรียนรู้วิธีการคิดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อการคิดค้นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้อย่างแท้จริงกับ ‘อาจารย์แตว วิริยา วิจิตรวาทการ’ ศิษย์เก่าโรงเรียนนวัตกรรมของ Stanford d.school และอดีต Community Manager ที่ IDEO.org ที่จะช่วยให้คุณเรียนรู้กระบวนการ Design Thinking ตั้งแต่เทคนิคการทำความเข้าใจผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง การระดมสมองอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการสร้างต้นแบบสินค้าหรือบริการอย่างรวดเร็วเพื่อทดสอบจริงกับลูกค้า โดยผู้สอนได้สอดแทรกเทคนิคและกรณีศึกษาต่างๆ จากประสบการณ์ใช้และสอน Design Thinking มากว่า 10 ปี

🚀 Agile Essentials - คัดเน้นหัวใจที่สำคัญที่สุดในการทำงานแบบ Agile
คัดเน้นหัวใจที่สำคัญที่สุดในการทำงานแบบ Agile ให้คุณมี Agile Mindset สามารถเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงการทำงานของตัวเอง ทีมงาน และองค์กรให้ทำงานได้คล่องตัวขึ้น ปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วขึ้น ตามแนวทางของ Agile อย่างแท้จริง คุณจะได้เรียนรู้แนวทางการบริหารโปรเจกต์แบบใหม่ที่เน้นการตอบสนองต่อการแก้ปัญหาและส่งมอบคุณค่าต่างๆ ให้กับลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น เข้าใจการทำงานแบบ Agile Teams ทำอย่างไรให้ทีมทำงานด้วยกันอย่างคล่องตัว และสามารถทำงานแบบ Cross-Functional Teams ได้ รวมถึงมีความเข้าใจถึงพื้นฐานและที่มาของ Framework ต่างๆ ที่จะช่วยให้คุณสามารถนำ Agile ไปเริ่มต้นปรับใช้ในการทำงานในองค์กร สอนโดย ดร. วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Skooldio และ อดีต Data Scientist ที่ Facebook

🔥 อัปสกิลทั้งด้าน Data, Design Thinking และ Agile สุดคุ้มในแพ็กเดียว! ลดพิเศษตอนนี้จาก 6,470 เหลือ 5,490 บาท 👉 https://to.skooldio.com/oeVZeeg70yb



Photos from Skool of Digital Business's post 12/04/2023

🤝 หนึ่งในกลยุทธ์การขายสินค้า/บริการให้เติบโตและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น นั่นคือการทำ Partnership และ Collaboration 🤔 แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจของเราควรจับมือกับใคร ควรร่วมมือกับใครทำในส่วนไหนบ้าง แนะนำ Framwork ที่จะช่วยให้คิดเรื่องนี้ได้อย่างครบถ้วนรอบด้าน นั่นคือ “Porter’s Value Chain Model” ไปดูกันเลยว่าเราจะใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างไรบ้าง

♟เรื่องของ Partnership และ Collaboration เป็นหนึ่งในหัวใจของการกำหนดกลยุทธ์ก่อนปล่อยสินค้า/บริการออกสู่ตลาดในยุคดิจิทัล หากคุณอยากเรียนรู้เรื่องการวางกลยุทธ์บุกตลาดอย่างครบถ้วน มี Frameworks ในการวางแผนทุกขั้นตอนให้มีประสิทธิภาพ ขอแนะนำคอร์ส Go-to-Market Strategies คอร์สเรียนโดยผู้เชี่ยวชาญจาก McKinsey และอดีต Go-to-Market Lead จาก Google 🧑‍💼

ลงทะเบียนพร้อมเริ่มเรียนได้ทันที คลิ๊กเลย! 👉 https://to.skooldio.com/94xIdIlDMmb

#ช้อปดีมีคืน

Photos from Skool of Digital Business's post 09/04/2023

‘Go-to-Market Strategies’ หรือ GTM คืออะไร ทำไมถึงเป็นเครื่องมือที่หลายองค์กรระดับโลกใช้วางแผนและสื่อสารกลยุทธ์ก่อนปล่อย Product/Service ออกสู่ตลาด

คนที่จะให้คำตอบนี้ได้อย่างชัดเจนคงไม่พ้นผู้มีประสบการณ์ทำงานด้าน GTM มาแล้วจริงๆ ชวนพูดคุยเรื่อง Framework กลยุทธ์บุกตลาดที่น่าสนใจนี้ กับอดีต GTM (Go-to-Market) Lead จาก Google คุณจ๋า ปารณีย์ ปินโฑละ ซึ่งปัจจุบันทำงานด้าน Consultant ที่ McKinsey

พบกับคุณจ๋าและคอร์สเรียน Go-to-Market Strategies ที่จะสอน Frameworks ทั้งหมดของการทำ GTM ให้ทุกธุรกิจมีเครื่องมือในการวางแผนและสื่อสารกลยุทธ์ในการปล่อย Product/Service ออกสู่ตลาดได้อย่างประสบความสำเร็จมากขึ้นในยุคดิจิทัล

📚 ลงทะเบียนพร้อมเริ่มเรียนคอร์สเรียน Go-to-Market Strategies ทันที คลิ๊กเลย! 👉 https://to.skooldio.com/KWoyfxQgKyb

Photos from Skool of Digital Business's post 07/04/2023

🤔 แผนธุรกิจของคุณคุ้มค่าที่จะลงทุนลงแรงทำหรือเปล่า? ถ้าเราจะเอาโปรเจกต์ไปเสนอหัวหน้าหรือนักลงทุน จะใช้ข้อมูลอะไรในการยืนยันว่านี่จะเป็นการลงทุนที่มีโอกาสประสบความสำเร็จ?

📊 หนึ่งในคำตอบที่สำคัญมากที่สุด คือ ‘Market Size’ หรือขนาดของตลาด ธุรกิจหรือโปรเจกต์ที่คุณอยากทำอยู่ในตลาดที่ใหญ่มากพอไหม โดย Market Size จะดูจากรายได้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมนั้นๆ หรืออาจจะเป็นจำนวนลูกค้าหรือผู้ใช้งานทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วนใหญ่จะดูกันในช่วงเวลา 1 ปี

ยิ่งตลาดมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ เท่ากับว่าเราก็มีโอกาสที่จะได้ Revenue หรือรายได้ที่สูงขึ้น 💸

มาดูกันว่าแล้วเราจะหา Market Size ได้อย่างไร ซึ่งเรามีเครื่องมือดีๆ ที่มืออาชีพเลือกใช้มาแนะนำกันด้วย! เลื่อนอ่านในรูปต่อๆ ไปได้เลย 🔎

========================================

🚀 ถ้าคุณอยากเรียนรู้เกี่ยวกับ Market Size มากขึ้น หรืออยากเข้าใจภาพรวมของการวางกลยุทธ์ธุรกิจก่อนปล่อยสินค้า/บริการออกสู่ตลาดให้มีโอกาสประสบความสำเร็จ ขอแนะนำคอร์ส Go-to-Market Strategies คอร์สเรียนกลยุทธ์บุกตลาดยุคดิจิทัล โดยผู้สอนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญจาก McKinsey และอดีต Go-to-Market Lead ที่ Google

🔥 เริ่มเรียนได้ทันที คลิ๊กเลย 👉 https://to.skooldio.com/FukZEydgKyb

06/04/2023

การออก Product/Service ใหม่ๆ หรือการนำของที่มีอยู่เดิมไปสู่ตลาดใหม่สมัยนี้ มีความยากและซับซ้อนกว่าในอดีตมากเพราะการแข่งขันที่สูงขึ้น การคิดกลยุทธ์การออก Product/Service ให้แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่า Go-to-Market Strategy จึงมีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสให้การปล่อยสินค้าประสบความสำเร็จมากกว่าเดิม และคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุด

หลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นกับคำว่า Go-to-Market Strategy และไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของขั้นตอนการทำธุรกิจกัน เพราะ Go-to-Market หรือ GTM มักจะเป็นขั้นตอนที่บริษัทขนาดใหญ่เรียกกันมากกว่า แต่จริงๆ แล้วมันเป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่ว่าใครที่คิดจะทำธุรกิจก็จำเป็นจะต้องมีขั้นตอนนี้อยู่ บางคนอาจจะทำอยู่แล้วแต่ไม่รู้ว่านี่คือ GTM Plan

GTM อยู่ส่วนไหนของธุรกิจ?

หากเราไล่ขั้นตอนการทำธุรกิจ ก็อาจจะแบ่งคร่าวๆ ได้ 5 ส่วน ได้แก่ Business Strategy, Marketing & Sales Plan, Financial Plan, Operations และ Go-to-Market Plan ซึ่งจะทำระหว่างช่วง Business Strategy และ Marketing & Sales Plan

โดยในส่วนของ GTM Plan นั้นจะเป็นส่วนที่รับ Business Strategy หรือเป้าหมายขององค์กรในปีนั้นๆ หรือไตรมาสนั้นๆ มาคิดต่อ เช่นในปีนี้บริษัทจะเน้นเทรนด์รักสุขภาพ ส่วนของ GTM Plan ก็จะมาคิดหากลยุทธ์ต่อว่าแล้วองค์กรจะต้องขายอะไร ให้ใคร ขายยังไง เพื่อให้ไปกับ Business Strategy พร้อมหาว่าเรากำลังแข่งกับใครบ้าง โดยในระหว่างที่ทำ GTM Plan ในส่วนของ Marketing ก็จะเข้ามามีส่วนคิดว่าจะขายยังไงไปด้วยเลย

เมื่ออ่านถึงตรงนี้ก็อาจจะทำให้เห็นภาพมากขึ้นว่า GTM Plan อยู่ตรงไหนของการทำงาน แต่ใครจะต้องเป็นคนทำงานในส่วนนี้ หากไม่ใช่องค์กรขนาดใหญ่มีแผนก GTM อยู่แล้ว ลองไปดูกันว่าบริษัทส่วนมากให้ใครทำ Go-to-Market Plan กัน

สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทีมซอยย่อยเยอะๆ เช่น Google ก็จะมีแยกทีม GTM ออกมาเลยอย่างที่ได้กล่าวไปแล้ว โดยฟังก์ชันหน้าที่ของแต่ละทีมจะแบ่งกันอย่างชัดเจน

ถ้าองค์กรขนาดเล็กลงมาอีกหน่อย เป็นไซส์กลาง ส่วนของ GTM จะอยู่ในส่วนของ Business Team ซึ่งเมื่อขนาดบริษัทเล็กลงแล้ว ขั้นตอนการทำงานก็มักจะโดนยุบมารวมเป็นหน้าที่ของทีมใดทีมหนึ่งมากขึ้น ในกรณีองค์กรไซส์กลาง ส่วนของ GTM Plan มักจะถูกรวมไปคิดพร้อมกับ Business Strategy เลย โดยมีทีม Business เป็นคนรับผิดชอบ และเมื่อทำในส่วนนี้เรียบร้อยจึงส่งต่อไปยังฝ่าย Marketing กับ Sales ต่อไป

ส่วนบริษัทขนาดเล็กที่ไม่ได้แบ่งทีมย่อยเยอะ อย่างเช่นบริษัทที่เป็น Startup หรือว่า SME ทีม Business นั้นมักจะรวมเข้ากับทีม Marketing & Sales ไปเลยโดยจะรับผิดชอบทั้งในส่วนของ Business Strategy, GTM Plan และ Marketing Plan ไปพร้อมๆ กันเลย

จะเห็นได้ว่า จริงๆ แล้วขั้นตอนการคิด Go-to-Market Strategy เป็นขั้นตอนที่ต้องเจอบ่อยๆ อยู่แล้วสำหรับธุรกิจทุกประเภท เพียงแค่ว่าขั้นตอนนี้อาจจะไปอยู่ในทีมที่ต่างกันไปตามรูปแบบขององค์กร แต่เป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้ ขนาดที่บริษัทใหญ่ระดับโลกต้องแยกออกมาเป็นหนึ่งทีม เพราะขั้นตอนนี้จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยกำหนดทิศทางการทำงานของธุรกิจเลย

ใครที่อยากรู้วิธีการทำ Go-to-Market Strategy หรือทำอยู่แล้วแต่อยากเรียนรู้เพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญที่เคยเป็น GTM Lead จากบริษัท Tech ยักษ์ใหญ่อย่าง Google ห้ามพลาดคอร์สออนไลน์ Go-to-Market Strategies คอร์สที่จะสอนให้คุณวางกลยุทธ์บุกตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
https://to.skooldio.com/R7eqMDU1Jyb

Photos from Skooldio's post 27/01/2023

ใครที่สนใจการตลาด ต้องการให้ธุรกิจโตไว ห้ามพลาด Bootcamp นี้!

เรารวมสุดยอดเทคนิคการทำการตลาดที่วัดผลได้ หรือ Performance Marketing กับวิทยากรระดับประเทศไว้ใน Bootcamp เดียว 🔥

📚หลักสูตรสุดเข้มข้น 7 สัปดาห์ กว่า 60 ชั่วโมง พร้อมลงมือทำโปรเจกต์จริง ขายจริง ยิงแอดจริง ได้พูดคุยใกล้ชิดกับผู้สอน เพื่อให้คุณสามารถวิเคราะห์และพัฒนาแผนการตลาดได้เอง สอนตั้งแต่พื้นฐานจนได้ขายเปลี่ยนโลกการทำการตลาดของคุณให้เน้นผลลัพธ์มากกว่าเดิม!

📌เริ่มเรียน วันที่ 19 March – 7 May 2023
วันพุธ ตั้งแต่ 19:00 – 21:00 น.
วันอาทิตย์ ตั้งแต่ 09:00 – 17:00 น.
- รูปแบบการเรียนแบบ Hybrid
ทั้ง Onsite และ Online ผ่าน Zoom

📢 สมัครวันนี้รับราคาพิเศษไปเลย! ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://to.skooldio.com/WTaEXjW0Rwb

29/12/2022

เรียนคอร์สสาย Digital Business กันไปเท่าไหร่ในปีนี้ มาดู Year in Review ของคุณกัน!

🥳 มาแล้วว! Skooldio Year in Review 2022

Wrap Up ผลงานอัปสกิลของคุณตลอดปี 2022 ว่าคุณรับบทเป็นยอดมนุษย์สายไหนใน Skooldio

🎉 พิเศษ! หลังเล่นจบแล้วเรามีของขวัญสุดพรีเมียมมอบให้ เป็นส่วนลด 30% สำหรับทุกคอร์สออนไลน์! เพื่อเพิ่มพลังยอดมนุษย์ของคุณในปี 2023

🚩 พร้อมแล้วเข้าไปเล่นกันเลย https://to.skooldio.com/Kgy6v9Rn9vb

ใครได้การ์ดผลลัพธ์แล้ว อย่าลืมเอาพลังของคุณมาโชว์อวดเพื่อนบน Social พร้อมติด และ ให้เราตามไปส่องด้วยน้าา

⏰ เล่นได้ตั้งแต่วันนี้ - 31 ม.ค. 66

Want your school to be the top-listed School/college in Alawwa?

Click here to claim your Sponsored Listing.

Location

Address


444, 20th Floor, MBK Tower, Phaya Thai Road, Pathumwan
Alawwa
10330

Opening Hours

Monday 10:00 - 19:00
Tuesday 10:00 - 19:00
Wednesday 10:00 - 19:00
Thursday 10:00 - 19:00
Friday 10:00 - 19:00