ลงทุนทำธุรกิจในลาว

ลงทุนทำธุรกิจในลาว สอบถาม ต้องการลงทุนทำธุรกิจใน ส.ป.ป.?

16/03/2022
16/02/2021

“ในที่ทำงาน เราควรมีระยะห่างเอาไว้บ้าง”
..

เพราะความใกล้ชิด บางครั้งก็เป็นภัย สำหรับเรา ทำให้ หลายๆ ครั้ง ต้องโดนเอาเปรียบ หรือ โดนหลอกใช้ จากเพื่อนที่ไม่ได้หวังดีต่อเราจริงๆ

ดังนั้นเราควรเว้นช่องวางเอาไว้บ้าง เพราะ “เราต่างก็แค่เพื่อนร่วมงานเท่านั้น”

#มนุษย์เงินเดือนพันธุ์ใหม่

มาศึกษาตลาดกาแฟของคนลาวกัน
16/06/2020

มาศึกษาตลาดกาแฟของคนลาวกัน

 # # ถึงคนที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่…แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ  # # สมมติว่าวันนี้…เราอยากจะสร้างบ้านที่ "แข็งแรง" สักหลั...
11/06/2020

# # ถึงคนที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่…แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ # #

สมมติว่าวันนี้…เราอยากจะสร้างบ้านที่ "แข็งแรง" สักหลังหนึ่งแต่พอมองลงมาที่มือตัวเองกลับมีแค่ "ฟาง"

คำถาม...
เราจะทำยังไงดียังไงดี ? ระหว่าง…

1.งั้นฉันคงต้องเปลี่ยนใจสร้าง "บ้านฟาง" แล้วล่ะ
2.ไม่ล่ะ บ้านฟางมันไม่แข็งแรง งั้นฉัน "ออกไปหาอิฐ" มาสร้างบ้าน ดีกว่า

ผมเชื่อว่า หลายๆคนจะตอบอย่างหลังมากกว่า ก็เพราะเป้าหมายจริงๆ คือ อยากได้บ้านที่แข็งแรง หนิหน่า

แต่เชื่อมั้ยว่า…ในความจริง
คนส่วนใหญ่กลับเผลอเลือก สร้างบ้านฟาง เพราะเห็นว่าในมือตอนนี้ “มีฟาง ไม่มีอิฐ” เลยคิดว่า เราสร้างได้แค่ "บ้านฟาง"

เราคงได้ยินประโยคอะไรประมาณนี้มาบ้าง
เออ…ฉันก็อยากจะเป็นแบบนั้นนะ แต่ว่าฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก เพราะฉันไม่เก่ง…เพราะฉันไม่มี… เพราะฉันไม่มีความรู้เรื่อง… ชีวิตฉันเกิดมามีแค่…

ฉันก็เลย…"ทำได้แค่แบบนี้เท่านั้น" .

ความจริงก็คือ…ไอสิ่งที่ไม่มี นี่แหละ! คือ “อิฐ” ที่สามารถออกไปหามาเพิ่มได้ ไม่ใช่เหรอ ? ถ้าเราอยากสร้างบ้านที่แข็งแรงและสวยงาม

…ฉันไม่เก่ง ก็สามารฝึกฝนพัฒนาได้ หนิหน่า
…ฉันไม่มี ก็ออกไปหามันได้ นิหน่า
…ฉันไม่รู้ ก็อ่านได้ ศึกษาเพิ่มเติมได้ หนิหน่า
…ฉันไม่มีประสบการณ์ ก็เริ่มทดลองเพื่อสะสมประสบกาณ์ได้หนิหน่า

มหาตมะ คานธี เคยพูดไว้ว่า ชีวิตของมนุษย์จะเป็นแบบที่เค้า "คิดกับตัวเอง" เสมอ

ถ้าเราบอกว่า เราเกิดมามีแค่นี้ มีความสามารถแค่นี้ ก็คงทำได้แค่นี้แหละ สุดท้าย…เราก็จะเป็นแบบนั้นจริงๆ

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราเชื่อว่าตัวเองต้องทำได้ มากกว่านี้ ท้ายที่สุด...เราก็จะได้ความสามารถนั้นมา แม้ว่าในตอนแรก เราไม่เคยมีความสามารถนั้นมาก่อนก็ตาม

ลองถามตัวเองดูว่า...
“ถ้าสิ่งที่เรามีในตอนนี้ ไม่สามารถสร้างสิ่งที่ฝันได้”
เราจะยอม "ลดขนาดความฝัน" ให้เท่ากับ "สิ่งที่มี" หรือ "เพิ่มสิ่งที่ต้องมี" ให้เท่ากับ "ขนาดของความฝัน"

เพราะท้ายที่สุดแล้ว… “ มันอาจไม่สำคัญเลย
ว่าเรามีอะไรอยู่ในมือ ถ้าเราชัดเจนกับตัวเองพอว่าจะสร้างอะไร ! ”

เอาละฮะ…ใครเห็นด้วยพิมพ์ +1 เพื่อเป็นพลังใจให้ทุกๆคนใน Comment นี้ได้เลยครับบ

ขอให้ทุกคนสนุกกับการพัฒนาตัวเอง แล้วเจอกันในบทความต่อไปนะครับ
อาเหลียง :)

16 เรื่องควรรู้สำหรับผู้ประกอบการ (จากประสบการณ์ตรงของ 16 ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพที่สำเร็จมาแล้ว)1.การทำธุรกิจที่ดีที่สุดคือ...
13/05/2020

16 เรื่องควรรู้สำหรับผู้ประกอบการ
(จากประสบการณ์ตรงของ 16 ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพที่สำเร็จมาแล้ว)
1.การทำธุรกิจที่ดีที่สุดคือ "ทดสอบ ทดสอบ และทดสอบ"
ธุรกิจคือการเติบโตไปพร้อมกับตัวเรา
ดังนั้นไม่ต้องรอให้พร้อม เพราะวิธีเดียวที่จะรู้ว่าธุรกิจจะไปได้สวยหรือไม่ ต้องเดินหน้าไปทั้งที่กระท่อนกระแท่นอย่างนั้นแหละ แล้วค่อยทดสอบผลลัพธ์ทีละอย่าง
อันไหนเวิร์คทำต่อ อันไหนไม่เวิร์คตัดทิ้งแล้วหาวิธีการใหม่มาทดสอบต่อไป
2. สร้างสตอรี่ ความเป็นตำนาน...
คือจุดแข็งของธุรกิจเก่าที่ธุรกิจใหม่ไม่มี แต่สตอรี่...คือโอกาสที่ธุรกิจใหม่สามารถสร้างได้แม้จะไม่มีตำนานเก่าแก่ก็ตาม
3. อย่าปฏิเสธความช่วยเหลือ
เวลาที่เจอปัญหามีไม่กี่คนหรอกที่อยากจะช่วยเหลือถ้าเขาเหล่านั้นไม่ได้อยากจะช่วยจริงๆ ฉะนั้นอย่าปฏิเสธถ้ามีใครสักคนจะเสนอตัวช่วย ถ้ากลัวไปสร้างความลำบากให้เขาเหล่านั้น ก็หาโอกาสช่วยเหลือกลับก็เท่านั้นเอง
4. อย่าชะล่าใจ ไม่มีผู้ประกอบการคนไหนที่มีคำตอบสำหรับทุกปัญหา
แต่ถ้าไม่ประมาท คิดอย่างใส่ใจ และหาทางออกที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ก็จะค้นพบทางออกและบรรลุเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นได้ไม่ยาก
5. คิดถึงผู้บริโภคตั้งแต่ตื่นจนหลับ เพราะประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับคือคุณค่าที่แท้จริงของสินค้า ถึงแม้โฆษณาและการตลาดจะเจ๋งแค่ไหน แต่ถ้าสินค้าหรือบริการไม่เจ๋งจริง สุดท้ายลูกค้าก็ไป นี่คือเหตุผลที่ควรคิดถึงลูกค้าตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งเข้านอน
6. อยู่ร่วมกับคนที่หลากหลายและมีประสบการณ์ การเริ่มต้นทำธุรกิจต้องอาศัยมุมมองจากผู้ที่มีประสบการณ์ที่หลากหลาย เพราะพวกเขามีวิสัยทัศน์ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหา
7. มอบบางสิ่งให้ชีวิต เราไม่รู้หรอกว่าจะประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวเมื่อไหร่ ระหว่างทางควรมอบบางสิ่งบางอย่างให้กับชีวิตบ้าง จะได้เป็นแรงบันดาลใจ และช่วยให้เราก้าวไกลไปมากกว่าการไล่ล่าเม็ดเงิน
8. อย่าท้อถอยเมื่ออะไรไม่เป็นใจ ปัญหาไม่มีรูปแบบที่ตายตัว การแก้ปัญหาจึงไม่มีแผนอะไรที่ตายตัวเช่นกัน ฉะนั้นไม่มีคู่มือไหนที่ทำให้เดินตามได้อย่างเป๊ะๆหรอก และมันคงเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำอะไรผิดพลาด จงปรับตัวให้ไว รู้จักยืดหยุ่นและอย่าท้อถอยเมื่อเจอกับเรื่องที่ไม่คาดฝัน
9. นานๆทีมองย้อนกลับไปบ้างก็ดี
การเริ่มต้นทำธุรกิจในช่วงแรกจะต้องเจอกับเรื่องที่คาดเดาไม่ได้เต็มไปหมด ช่วงนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่เราอ่อนไหวได้กับทุกเรื่อง แต่ข้อดีของการเป็นคนก่อตั้งบริษัทคือเราจะรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษ ฉะนั้นเมื่อรู้สึกท้อแท้ก็มองย้อนกลับดูอดีตไปบ้างก็ดี
จะได้ทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาเราเก่งแค่ไหน และจะได้มีกำลังใจเดินต่อไปข้างหน้า
10. อยู่กับคนที่ฉลาดกว่าคุณ จงเรียนรู้จากคนที่เก่งกว่า เพราะจะทำช่วยให้มีไอเดียไปปรับใช้ ในการทำธุรกิจ
11. ลงมือทำมันซะ การวางแผนสำคัญก็จริง แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการลงมือทำ
คนจำนวนมากใช้เวลาไปกับการวางแผน วางกลยุทธ์ ออกแบบจำลองทางธุรกิจเป็น5 ปี 10 ปี จริงๆไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปกับการวางแผนอะไรขนาดนั้น
“แค่ต้องลงมือทำมันซะ” เพราะถ้าไม่ลงมือทำ จะออกแบบธุรกิจไว้กี่ปีก็ไม่มีประโยชน์
12. เปลี่ยนธุรกิจให้เป็น ส่วนหนึ่งของชีวิต
เพราะการเริ่มต้นทำธุรกิจใดก็ตามต้องใช้พลังและความทุ่มเทสูงมาก มันจึงอาจกลืนหรือเปลี่ยนชีวิตของเราไปเลยก็ได้ ถ้าวางแผนธุรกิจกับชีวิตให้เป็นส่วนหนึ่งของกันและกันซะ จะได้ Balance ทั้งสองอย่างให้ไปด้วยกันได้
13. จงสร้างสุดยอดทีมขึ้นมา
ทีมที่แข็งแรงคือกลไกสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน และเมื่อใดก็ตามที่เจอปัญหา ทีมที่แข็งแรงจะช่วยผลักดันธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้
14. ลงทุนศึกษา "ความต้องการ" ที่แท้จริงของลูกค้า
จงทุ่มเทกับการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีพฤติกรรมเป็นแบบไหน มีความต้องการ หรือมีปัญหาอะไร แม้บางเรื่องอาจไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการโดยตรง แต่วิธีนี้ก็ทำให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และบางครั้งก็ทำให้เราพบไอเดียเจ๋งๆมาต่อยอดธุรกิจด้วย
15. " โฟกัสกับสิ่งที่คุณถนัด"

คนเพียงหนึ่งคนไม่สามารถทำทุกอย่างได้ทั้งหมดหรอก ถึงแม้ทำได้ ก็ไม่ได้การันตีว่ามันจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ข้อเสียอย่างแรกของการทำทุกอย่างคนเดียวคือมันเสียเวลา เพราะฉะนั้นโฟกัสสิ่งที่ถนัด แล้วตามหาคนช่วยทำในสิ่งที่เราไม่ค่อยถนัดจะดีกว่า
16. "ใช้ความรู้ อย่าใช้ความคิด"
ถ้าสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ “คิดว่า” ลูกค้าอยากได้ ให้เป็น “รู้ว่า” ลูกค้าอยากได้อะไร จะมีประโยชน์กว่ามาก การทำความรู้จักลูกค้าไม่ใช่เรื่องยาก วิธีการหนึ่งที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดคือการทำแบบสำรวจ เพราะจะทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่แท้จริง
----------
#เจ้าของธุรกิจ
ไปให้ถึง100ล้าน

ในยุคที่อยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทักษะการปรับตัวนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากในปัจจุบัน ใคร...
09/05/2020

ในยุคที่อยู่ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทักษะการปรับตัวนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากในปัจจุบัน ใครที่ปรับตัวเก่งก็มีโอกาสรอดได้มากกว่าคนไม่ยอมเปลี่ยนแปลง
วันหนึ่งเมื่อปลาต้องเปลี่ยนบ่อ ปลาที่อยู่รอดส่วนใหญ่คือปลาที่ปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้อย่าวรวดเร็ว ส่วนปลาตื่นบ่อนั้นส่วนใหญ่นอกจากจะไม่รอดแล้ว พวกเขามักจะพลาดโอกาสดีๆไป ในขณะที่คนอื่นเขาปรับตัวและหาอาหารกินเองได้ในสิ่งแวดล้อมใหม่แล้ว แต่ปลาตื่นบ่อยังคงเสียเวลากระวนกระวายไปกับการเปลี่ยนแปลงอยู่
ในเมื่อวันนี้ มันมีบางอย่างค่อยๆเปลี่ยนไปแล้ว บางครั้งความคิดแบบเดิมๆ บางอย่างอาจจะต้องปรับเปลี่ยนกันบ้าง ลองศึกษาความรู้ใหม่ๆดู มีอะไรอีกไหมที่เรายังไม่ได้อัปเดตให้เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ ลองคิดดูให้ดี!
อย่าเป็นปลาตื่นบ่อกระวนกระวายไม่มีสติ ปรับตัวให้ทัน เตรียมตัวให้พร้อมกับทุกความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แล้วคุณจะเป็นปลาที่เข้มแข็งที่สามารถอยู่ได้ในทุกที่และทุกสถานการณ์

Graphic & Writer: Chancha

ขอบคุณหนี้ ที่สร้างชีวิตใหม่ให้ผมตอนที่ลูกชายคนที่สองเพิ่งคลอด ลูกสาวคนโตของผมก็อายุ 3 ขวบแล้ว และก็เป็นวัยที่กำลังซน ตอ...
08/05/2020

ขอบคุณหนี้ ที่สร้างชีวิตใหม่ให้ผม

ตอนที่ลูกชายคนที่สองเพิ่งคลอด ลูกสาวคนโตของผมก็อายุ 3 ขวบแล้ว และก็เป็นวัยที่กำลังซน ตอนนั้นพวกเรา 4 คน ก็อาศัยอยู่กันในบ้านทาวน์เฮ้าส์สองชั้นที่ซื้อทรัพย์ NPA มาจากธนาคารด้วยราคา 520,000 บาท ด้วยความที่บ้านเป็นทาวน์เฮ้าส์ ไม่ได้มีพื้นที่บริเวณให้ลูกได้เล่น และสภาพแวดล้อมรอบบ้านก็ไม่ค่อยจะดี ผมเลยตัดสินใจที่จะหาซื้อบ้านเดี่ยวเพื่อให้ลูกได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สุดท้ายก็ตัดสินใจซื้อบ้านกับโครงการหนึ่งที่เขาเสนอแบบบ้านได้ตรงใจ เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้นขนาด 75 ตารางวา หลังจากคุยกับทางทีมขายแล้วเงินเดือนที่เรามีก็ยังพอมีวงเงินเหลือให้สามารถกู้ผ่านได้ ในเวลานั้นบอกได้เลยครับว่า เงินเดือนไม่ได้เยอะ และผมเองต้องทำงานคนเดียวเพราะให้ภรรยาลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง หลังจากมีลูกคนที่ 2 ช่วงผ่อนดาวน์บ้านนี่เป็นอะไรที่หนักมาก เพราะบ้านหลังเก่าก็ต้องผ่อน หลังใหม่นี่ยิ่งหนัก แต่ที่หนักยิ่งกว่า ก็หลังจากบ้านสร้างเสร็จครับ มันมีรายจ่ายตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มุ้งลวด เหล็กดัด ผ้าม่าน ติดแอร์ เฟอร์นิเจอร์ห้องรับแขก ห้องนอน ห้องครัวก็ต้องจ้างทำบิวท์อิน กันสาดต่างๆ ก็ต้องต่อ สวนรอบบ้านก็ต้องมี เยอะแยะไปหมด ผมว่าก็คงมีคนอีกเยอะที่เคยมีประสบการณ์เหมือนผมที่ไม่ได้คิดอะไรให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ เราคิดว่าเราจะซื้อบ้าน เราผ่อนไหวก็ตัดสินใจเลย ไม่เคยมองว่าจะมีอะไรที่เราต้องใช้จ่ายอีก

ผมซื้อบ้านมาในเวลานั้นด้วยราคา 3.5 ล้านบาท ผมทำสัญญาวางมัดจและ ตอนผ่อนดาวน์อีกเดือนละ 30,000 บาท รวมเป็นเงินประมาณ 4 แสนบาทก่อนจะได้โอน ก็แทบจะไม่เหลือให้กินข้าวกันเลยทีเดียว แต่หลังจากผ่อนดาวน์จบ และได้โอนบ้าน และได้เอาบ้านเข้าธนาคารแล้วทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนลดลงเหลือประมาณ 22,000 บาท แต่ท่านทราบมั๊ยครับว่าแม้ยอดผ่อนบ้านจะลดลงก็จริง แต่ยอดผ่อนบัตรเครดิต ที่ผมได้ใช้จ่ายเพื่อการตกแต่งบ้านนั้นเพิ่มขึ้นอีกเท่าไหร่ เพราะตอนทำสัญญาวางมัดจำ และผ่อนดาวน์ เป็นช่วงเวลาที่ผมไม่มีเงินเหลือให้เก็บอีกเลย

เมื่อถึงเวลาได้ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหม่ชีวิตจึงกลายเป็นคนติดหนี้อีกครั้ง สุดท้ายผมต้องขายบ้านทาวน์เฮาส์ หลังเก่าซึ่งก็มีกำไรอยู่บ้างเพราะเราซื้อมาด้วยราคาถูก ประกอบกับยอดส่วนต่างที่เราได้ผ่อนไปแล้วสักพัก ทำให้ผมได้เงินมาก้อนหนึ่งพอที่จะปลดหนี้บัตรเครดิตไปได้บางส่วน แต่ก็ยังไม่ได้ทั้งหมดนะครับ
หลังจากเราอยู่บ้านหลังใหม่ผ่านไปได้หนึ่งปี ผมเองก็เริ่มคิดถึงหนังสือ พ่อรวยสินลูกอีกครั้ง ที่บอกว่าบ้านที่อยู่เองมันไม่ใช่ทรัพย์สิน เพราะมันคอยดูดเงินออกจากกระเป๋าเรา ผมก็เลยหาทางออกจากสถานการตอนนั้นโดยการเริ่มประกาศหาคนเช่าบ้าน สุดท้ายมีผู้เช่าชาวเกาหลีครอบครัวหนึ่งที่ชอบบ้านของเราหลังจากที่เขาเข้ามาดู

ผมตัดสินใจปล่อยให้ชาวเกาหลีเช่าบ้านของเราไปด้วยราคา 31,000 บาทต่อเดือน โดยมิได้รับความเห็นชอบจากภรรยา และตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะไปใหนต่อ ลูกค้าก็มีเวลาให้เราแค่ไม่เกิน 3 วันก่อนจะถึงกำหนดที่เขาจะย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเรา

ในเวลานั้นผมเองก็ต้องทำงาน คงไม่สามารถจะไปหาบ้านที่ใหนได้ ก็เลยต้องบังคับให้ภรรยาหอบลูกเล็กๆ ออกตระเวณหาบ้านเช่าทั้งๆ ที่เขาเองก็ไม่ได้เต็มใจจะปล่อยเช่าตั้งแต่แรกอยู่แล้ว(คงขัดใจน่าดู) แต่จะทำยังไงได้ละครับก็ตัดสินใจไปแล้ว ผมว่าคงไม่ค่อยมีใครบ้าแบบผมเท่าไหร่ ผมบอกภรรยาได้หาบ้านในสภาพแวดล้อมที่ดีสักหน่อย สุดท้ายเราไปได้บ้านที่เจ้าของประกาศให้เช่าอยู่หลังหนึ่งเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นขนาดไม่เกิน 40 ตารางวา พร้อมเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่าง ด้วยราคาค่าเช่า 8,000 บาทต่อเดือน เรารีบทำสัญญาเช่า และย้ายสิ่งที่จำเป็นไปอยู่บ้านหลังนั้น แล้วรีบทำความสะอาดบ้านเดิมให้ลูกค้าได้ทันเวลาพอดี ก่อนที่เขาจะย้ายเข้ามาอยู่แบบเฉียดฉิว

หลังจากย้ายไปอยู่บ้านเช่าคุณเชื่อมั๊ยว่าผมรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ด้วยเหตุผลคือ ผมได้รับค่าเช่ามา 31,000 บาทต่อเดือน และผมสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปจ่ายค่าผ่อนบ้านหลังเดิม 22,000 บาทต่อเดือน ยังมีเหลือให้ผมจ่ายค่าเช่าบ้านหลังที่ผมเพิ่งจะย้ายเข้าไปอยู่อีก 8,000 บาท และยังมีเงินติดกระเป๋าให้ผมอีก 1,000 บาท แค่เปลี่ยนมุมคิด และยอมสูญเสียความสบาย และหน้าตานิดหน่อยจากที่เคยอยู่บ้านหลังใหญ่ มาอยู่บ้านที่เล็กกว่า ก็ทำให้งบการเงินผมเปลี่ยนไปทันที่ ตอนนี้เงินเดือนผมจากที่ต้องผ่อนบ้านเดือนละ 22,000 บาทก็ไม่ต้องผ่อน แถมมีเงินเพิ่มให้อีก 1,000 บาท ทำให้กระแสเงินสดเพิ่มเข้ากระเป๋าผมเดือนละ 23,000 บาทที่จะได้รีบนำจ่ายหนี้ให้หมดหรือลงทุนอื่นๆต่อไป บ้านหลังราคา 3.5 ล้านบาทยังคงเป็นของผม และมีคนมาจ่ายหนี้แทนผมทุกเดือน หักดอกเบี้ยแล้วยังมีเงินไปลดเงินต้นจากยอดวงเงินกู้ลงถึงเดือนละประมาณ 12,000 บาท ที่ถือได้ว่าเป็นเงินเก็บที่สะสมอยู่ในบ้านหลังนั้นให้ผมทุกเดือนตราบเท่าที่ยังมีคนจ่ายค่าเช่าให้ผม และวันใดที่ผมขายบ้านออกไป แน่นอนว่าเงินเก็บส่วนนี้จะคืนกลับมาพร้อมกับส่วนต่างของราคาบ้านที่ได้เพิ่มขึ้นไปจากวันที่เราซื้อ

นอกจากการเปลี่ยนสถานการณ์จากการเป็นหนี้ มาเป็นได้บ้านฟรีๆ แล้ว ผมยังได้พบโอกาสลงทุนใหม่จากการย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านเช่าหลังนั้น แล้วผมจะมาเล่าให้ฟังในโอกาสหลังนะครับ

แน่นอนครับว่าการเข้าใจเรื่อง การจัดการเงินที่ดี มีวินัยทางการเงิน มีการวางแผน และลงทุนอย่างระมัดระวังจะทำให้คุณสามารถสร้างความมั่งคั่ง และมีสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างเงินสดเข้ากระเป๋าด้วยเวลาไม่นาน แต่สำหรับผู้ที่ทำผิดพลาดไปแล้ว คุณแค่กล้าคิด กล้าเปลี่ยน และตั้งใจจริงที่จะเรียนรู้ คุณก็สามารถพลิกสถานการณ์ และคุมชะตาชีวิตทางการเงินของคุณได้ ขอให้โชคดีครับ

สุวิทย์ เกื้อหนุน

สถานการณ์ในช่วงนี้บังคับ ทำให้หลายคนต้องทำสิ่งใหม่ๆ ต้องมานั่งรีเพล ทบทวนชีวิตใหม่ทั้งหมด แอดมินจะแชร์อาการที่เจอให้ ว่า...
05/04/2020

สถานการณ์ในช่วงนี้บังคับ ทำให้หลายคนต้องทำสิ่งใหม่ๆ
ต้องมานั่งรีเพล ทบทวนชีวิตใหม่ทั้งหมด แอดมินจะแชร์อาการที่เจอให้ ว่า
“อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง เมื่อคุณก้าวออกจากสิ่งเดิมๆ”
- คุณจะรู้สึก "กลัว" โดยเฉพาะสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย และไม่เคยทำ ความกลัวจะเข้ามาแน่นอน
- คุณจะเจอ "ความผิดพลาด" แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณล้มเหลว ความผิดพลาดอาจจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำ ย่อมผิดพลาดให้เรียนรู้ได้ เป็นธรรมดา
- คุณจะได้เรียนรู้หลายอย่าง แบบที่หาตำราที่ไหนไม่ได้ และทุกอย่างนั้นจะปรับแนวคิด และมุมมองของคุณไปตลอดกาล
- คุณจะได้เห็นตัวเองในมุมมองที่แตกต่างออกไป ทั้งการตอบสนอง/แนวคิด/ความสามารถ คุณกำลังสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างจากเดิม
- ในบางครั้งคุณจะรู้สึก "เสียดาย" อะไรบางอย่าง แต่นั้นเป็นเรื่องปกติ ต้องยอมตัดอะไรทิ้งไปซะบ้าง
- คุณจะได้เจอ "เพื่อนใหม่" ที่สนใจในด้านเดียวกับคุณ คนกลุ่มนี้แหละที่จะนำพาโชคและความสำเร็จมาให้คุณ
- ความสามารถในการ "โฟกัส" ของคุณจะเพิ่มขึ้น เพราะการเรียนรู้สิ่งใหม่ต้องใช้สมาธิและเวลาพอสมควรในการลงมือทำ
- คุณจะรุ้สึก "มีความสามารถเพิ่มขึ้น" ทักษะในการทำให้ถึงเป้าหมายจะดีขึ้น
- เมื่อเริ่มปรับตัวได้ จะรู้สึกดีกับตัวเองมาก มันอาจจะไม่ใช่เพราะเงิน หรือสิ่งที่ได้มา แต่สิ่งที่ได้รู้สึกดีที่สุด คือ "การได้แก้ไขตัวเอง" ให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และหัวใจร่ำร้องมานาน
- และสุดท้าย การเดินออกนอกกรอบนี้ จะเปิด "ทุกโอกาส" มาให้คุณ ไม่ว่าโอกาสนั้นจะยากจะใหญ่แค่ไหน คุณจะกล้าที่จะเดินไปหามัน
- ผู้สำเร็จหลายคน เลยอยากให้ลองเดินออกมา ไม่ใช่เพราะว่าคุณจะได้เงินเยอะขึ้น แต่ให้เดินออกมา เพราะคุณจะได้มองเห็นว่า สิ่งที่คุณต้องการ ทุกอย่างมันก็อยู่ตรงนั้น แค่เดินออกไปให้ถึงเอง ขยายขอบเขตความคิด และการลงมือทำ จึงสำคัญมากที่สุด.
- ไม่ใช่แค่สิ่งของ สิ่งที่ได้ แต่เป็น "รูปแบบ" ที่เอาไปใช้ได้ทุกเรื่องตั่งหาก เลยอยากให้เดินออกมา
------
บทความโดย แอดมินเชน #ไปให้ถึง100ล้าน

ข้อคิดจาก หนังสือพ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad)"โดย โรเบิร์ต คิโยซากิ (Robert Kiyosaki)1. คนจนมักคิดว่า “ฉันทำไม่ได้” ...
23/02/2020

ข้อคิดจาก หนังสือพ่อรวยสอนลูก (Rich Dad Poor Dad)"
โดย โรเบิร์ต คิโยซากิ (Robert Kiyosaki)

1. คนจนมักคิดว่า “ฉันทำไม่ได้” คนรวยมักคิดว่า “ฉันต้องทำอย่างไร?”

2. คนจนเจอของที่อยากได้บอก “เราไม่มีเงินซื้อ” คนรวยเจอของที่อยากได้ ตั้งคำถาม “เราจะซื้อมันได้อย่างไร?”

3. คนจนส่วนใหญ่บอก คนรวยเห็นแก่ตัว ความจริงคนรวยส่วนใหญ่มีน้ำใจ ในขณะที่คนจนส่วนใหญ่เห็นแก่ตัว

4. คนจนเห็นแก่ตัว เรียกร้องเงินเดือน ตำแหน่งสูงจากบริษัท โดยลืมคิดไปว่าพวกเขาทำสิ่งต่างๆ เพื่อผู้อื่นหรือยัง ทุ่มเทเพื่อบริษัทมากพอหรือยัง

5. ธุรกิจใด แก้ปัญหาผู้คนได้มากเท่าไหร่ ธุรกิจนั้นก็ยิ่งร่ำรวย

6. ถังแตกมันเป็นเรื่อง “ชั่วคราว” ความจนมันเป็นเรื่อง “ถาวร”

7. ชีวิตมี 2 ทางเลือก 1. เดินตามฝันสู่เจ้าของธุรกิจ 2. ดับฝันกลับไปทำงานประจำซะ

8. นิสัยการใช้เงิน จะสะท้อนให้เห็นตัวตนแท้จริง ว่าเราเป็น คนรวย คนชั้นกลาง หรือ คนจน

9. พ่อจนสอนว่า ตั้งใจเรียนจะได้ทำงานบริษัทที่มั่นคง พ่อรวยสอนว่า ตั้งใจเรียนจะได้ซื้อบริษัทที่มั่นคง

10. พ่อจนสอนว่า การรักเงินเป็นบ่อเกิดความชั่วร้าย พ่อรวยสอนว่า การขาดเงินเป็นบ่อเกิดความชั่วร้าย

11. พ่อจนสอนว่า คนรวยควรเสียภาษีมากๆ เพื่อช่วยคนจน พ่อรวยสอนว่า ภาษีทำโทษคนขยัน ให้รางวัลคนขี้เกียจ

12. พ่อจนบอก พ่อไม่รวยเพราะพ่อมีลูก พ่อรวยบอก พ่อต้องรวยเพราะพ่อมีลูก

13. พ่อจน ห้ามพูดเรื่องเงินตอนกินข้าว พ่อรวย ชอบคุยเรื่องเงินตอนกินข้าว

14. พ่อจนบอก เรื่องเงินทองต้องปลอดภัยไว้ก่อน พ่อรวยบอก ต้องรู้จักวิธีจัดการกับความเสี่ยง

15. พ่อจนบอก บ้านเป็นการลงทุนและเป็นทรัพย์สินที่ใหญ่ที่สุด พ่อรวยบอก บ้านไม่ใช่การลงทุนและเป็นหนี้สินที่ใหญ่ที่สุด

16. พ่อจน ชำระหนี้เป็นอันดับแรก พ่อรวย ชำระหนี้เป็นอันดับสุดท้าย

17. พ่อจน ประหยัดทุกบาททุกสตางค์เพื่อสะสมเงิน พ่อรวย ใช้ทุกบาททุกสตางค์เพื่อการลงทุน

18. พ่อจน สอนวิธีเขียนประวัติส่วนตัวอย่างไรให้ได้งาน พ่อรวย สอนวิธีเขียนแผนธุรกิจอย่างไร จึงสร้างงาน

19. พ่อจนบอก ชาตินี้ไม่มีวันรวยแน่นอน พ่อรวยบอก คนรวยเขาไม่คิดแบบนั้นหรอก

20. พ่อจนบอก เงินไม่สำคัญ พ่อรวยบอก เงินคืออำนาจ

21. พ่อจนบอก เรียนเพื่อให้ได้เงินเดือนสูงๆ พ่อรวยบอก เรียนเพื่อรู้วิธีใช้เงินทำงานแทนเรา

22. พ่อจนบอก พ่อไม่ทำงานเพื่อเงิน พ่อรวยบอก เงินต้องทำงานให้พ่อ

23. ถ้าเธออยากทำงานเพื่อเงิน ไปเรียนเอาที่โรงเรียน แต่ถ้าอยากให้เงินทำงานเพื่อเรา เธอต้องเรียนจากชีวิตจริง

24. การเรียนรู้วิธีใช้เงินทำงานให้เรา ต้องเรียนรู้กันตลอดชีวิต

25. คนรวยให้ความสำคัญกับทรัพย์สิน คนทั่วไปสนใจแต่รายได้

26. อย่าให้อารมณ์เป็นตัวกำหนดการกระทำ จงใช้สมองกำหนดการกระทำ

27. การได้งานทำ คือการแก้ปัญหาระยะสั้น ทุกคนรอแค่วันเงินเดือนออก ปล่อยให้เงินมีอำนาจเหนือชีวิต พวกเขาไม่เคยหยุดคิดเลยว่า มีวิธีอื่นอีกไหม ที่ได้เงินมากกว่านี้

28. กระแสเงินสด คือ เรื่องราวที่บอกเล่าถึงวิธีจัดการกับเงินของคนแต่ละคน

29. การมีเงินมากๆ ไม่สำคัญเท่า การรู้จักวิธีรักษาเงินให้อยู่กับเราตลอดไป

30. พ่อจน เน้นให้อ่านมากที่สุด พ่อรวย บอกให้เรียนเรื่องเงินมากที่สุด

31. คนรวยเพิ่มทรัพย์สิน คนชั้นกลางเพิ่มหนี้สิน โดยเข้าใจว่าเป็นทรัพย์สิน

32. ทรัพย์สิน คือ อะไรก็ตามที่ทำให้เงินเข้ากระเป๋า หนี้สิน คือ อะไรก็ตามที่ทำให้เงินออกจากกระเป๋า

33. โรงเรียนมีไว้ผลิตลูกจ้างชั้นดี ไม่ได้มีไว้ผลิตนายจ้างชั้นเยี่ยม

34. เครื่องวัดฐานะทางการเงิน คือ ถ้าหยุดทำงาน มีเงินใช้ประทังชีวิตอีกนานเท่าใด

35. อุปสรรคทางการเงิน ส่วนใหญ่มาจาก เรายอมทำงานเพื่อคนอื่นตลอดชีวิต

36. ถ้าคุณทำงานเพื่อเงิน อำนาจคุณจะอยู่ในมือของนายจ้าง แต่ถ้าคุณใช้เงินทำงาน อำนาจจะอยู่ในมือคุณ

37. คนชั้นกลางไม่กล้าเสี่ยง ทำให้ยึดติดงานกับเงินเดือนเหนียวแน่น เพราะเขารู้สึกว่าปลอดภัยที่สุด

38. คนรวยซื้อความสบายทีหลัง คนชั้นกลางมักซื้อความสบายก่อน

39. หลายคนไม่เคยคิดถึงความแตกต่างระหว่าง คุณทำอาชีพอะไร กับ คุณทำธุรกิจอะไร

40. สร้างธุรกิจด้วยการลงทุนในทรัพย์สินที่สร้างรายได้ อย่าให้เงินไหลออก ให้เงินนั้นทำงานหนักให้คุณ

41. ไหวพริบทางการเงิน 4 อย่าง 1. ความรู้ทางบัญชี 2. ความรู้การลงทุน 3. เข้าใจตลาด 4. ความรู้เรื่องกฎหมาย

42. ชีวิตจริง คนกล้ามักประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนที่มีแต่ความฉลาด

43. ถ้ารู้เรื่องเงิน คุณมีโอกาสเจริญก้าวหน้าไปได้ไกล แต่ถ้าคุณไม่รู้ โลกนี้จะเป็นโลกที่น่ากลัวสำหรับคุณ

44. ยุคปัจจุบันเป็นยุคการสื่อสารไร้พรมแดน ใครมีข้อมูลมากที่สุด ทันสมัยที่สุด เข้าใจง่ายที่สุด คือ เจ้าของขุมทรัพย์

45. พ่อจน ความมั่นคงในงานสำคัญที่สุด พ่อรวย การเรียนรู้สำคัญที่สุด

46. นักลงทุนมี 2 ประเภท 1. ชอบลงทุนแบบตรงไปตรงมา 2. ชอบพลิกแพลงสร้างสรรค์

47. การคิดแบบนักลงทุนสร้างสรรค์ 1. ทำอย่างไร มองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น 2. ทำอย่างไร ได้เงินมาทำทุน โดยไม่ต้องกู้ธนาคาร 3. ทำอย่างไร ได้คนฉลาดมาเป็นลูกจ้าง

48. จงทำงานเพื่อเรียนรู้ อย่าทำงานเพื่อเงิน

49. คนจำนวนมากพูดว่า ‘เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ’ แล้วที่ยอมทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เพื่ออะไร

50. การแสวงหาทักษะใหม่ๆให้ชีวิต ตอนที่ยากที่สุดคือ ตอนตัดสินใจว่า จะไปต่อดีหรือไม่

51. อุปสรรคส่วนใหญ่ทำให้คนไม่ประสบความสำเร็จทางการเงินคือ กลัว คิดลบ ขี้เกียจ นิสัยไม่ดี ความหยิ่งทะนงตน

52. ความกลัวโดยไม่มีเหตุผล ทำให้เราเป็นคน มองเห็นแต่ข้อเสีย

53. เมื่อไหร่ที่คุณหลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ควรทำ ให้ถามตัวเองว่า ‘ฉันจะได้อะไรจากการกระทำนี้บ้าง’ เติมความอยากลงไปสักนิด จะได้ขจัดความขี้เกียจออกไปจากตัวคุณได้

54. พ่อจนมักจ่ายเงินให้คนอื่นก่อน ที่เหลือจึงให้ตัวเอง พ่อรวยจ่ายเงินให้ตัวเองก่อน ความกดดันจะทำให้ต้องหาแหล่งรายได้เพิ่ม เพื่อจ่ายเงินให้เจ้าหนี้

55. ความรู้ทำให้ได้เงิน ความไม่รู้ทำให้เสียเงิน

56. พ่อจนสอนว่า ทำงานให้หนักเข้าไว้ พ่อรวยสอนว่า ทำไมต้องทำงานหนัก กับสิ่งที่เราไม่มีวันเป็นเจ้าของด้วย เราอาจจะถูกไล่ออกเมื่อไหร่ก็ได้

57. ยิ่งคุณแสวงหางานที่มั่นคงมากเท่าไหร่ อิสรภาพของคุณยิ่งน้อยลงมากเท่านั้น

58. พ่อรวยสอนว่า ถ้าอยากรวย เธอต้องสร้างธุรกิจของตัวเอง

59. คนรวยมุ่งสร้างเครือข่าย คนทั่วไปมองหางานทำ

60. ชีวิตจริง ไม่ได้ใช้เกรดดีๆ ทำธุรกิจ นายธนาคารถามหา รายงานการเงินของผมมากกว่า

61. ลูกจ้างทำงานเพื่อไม่ให้ถูกไล่ออก ส่วนนายจ้างจ่ายเงินเดือน แค่ไม่ให้ลูกจ้างลาออกเท่านั้น

62. ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองคือต้นตอของปัญหา จงเปลี่ยนตัวเองด้วยการเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อความฉลาดมากขึ้น อย่าไปโทษคนอื่น จากปัญหาของตัวเอง

63. ผู้ชนะคือผู้ที่ไม่กลัวความล้มเหลว คนที่หลีกเลี่ยงความล้มเหลวจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ

64. คำพูดที่ออกมาจากปากคุณมันกำหนดชีวิตคุณไม่ได้หรอก คำพูดที่คุณหมั่นกระซิบให้ตัวเองฟังเป็นประจำต่างหากที่มีพลังเหลือล้น

65. ทรัพย์สินที่ทรงพลังที่สุดของคนเราก็คือ ความคิด

66. หลักสูตรเดียว ที่สอนเกี่ยวกับเรื่องเงินในโรงเรียน คือ ทำงานเพื่อเงิน

67. 3 ทักษะสำคัญ สำหรับผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจของตนเอง คือ 1. บริหารกระแสเงินสด 2. บริหารคน 3. บริหารเวลา

68. นิสัยเสียของคนชั้นกลางที่ชอบทำคือ การแคะกระปุกออมสิน เอาเงินออมมาชำระหนี้

69. ชีวิตคนเราถูกควบคุมด้วยสองอารมณ์ นั่นก็คือ ความกลัว และ ความโลภ

70. คำว่า ‘งาน’ หรือ ‘Job’ ย่อมาจาก Just Over Broke หรือ ‘แค่พอมีเงินเลี้ยงชีวิต’

Cr. พ่อรวยสอนลูก

รวมเหตุผลทำไมคนส่วนใหญ่ไม่รวยทุกคนอยากรวยกันทั้งนั้น แต่ก็มีหลายสาเหตุที่ทำให้ไม่รวย ไม่มีโอกาสรวย หรือมีหลายเหตุผลที่เป...
13/02/2020

รวมเหตุผลทำไมคนส่วนใหญ่ไม่รวย

ทุกคนอยากรวยกันทั้งนั้น แต่ก็มีหลายสาเหตุที่ทำให้ไม่รวย ไม่มีโอกาสรวย หรือมีหลายเหตุผลที่เป็นข้ออ้างไม่ยอมลงมือทำ เพื่อ สร้างความรวย ทั้งๆ ที่มีโอกาส และความสามารถมากพอ แล้วคุณล่ะ เหตุผลของคุณคืออะไร

เชื่อมั๊ยว่า มีบางคนอยากรวยจนป่วย แต่แทนที่จะรวยกลับจนลงๆ เพราะไม่เข้าใจความรวย ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะรวยได้เหมือนกันหมด และความรวยก็ไม่ยอมอยู่กับใครนานนัก ขี้เบื่อ มักจะวิ่งไปอยู่กับคนนั้นที คนนี้ที อยู่ไม่เป็นที่ โดยเฉพาะเวลาสิ้นเดือน เงินเดือนออก มันจะวิ่งพล่านไปทั่วประเทศเลย

เหตุผลร้อยแปดพันเก้าที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่รวยสักที
::: เชื่อว่าจะรวยได้ต้องมีทุน :::
คนส่วนใหญ่คิดแบบนั้น นี่จึงเป็นข้ออ้างของหลายคน อยากรวยแต่ไม่มีทุนทำนั่น ทำนี่ ไม่มีเงินลงทุน แล้วก็ไม่ทำอะไร แต่ทุกวันนี้ หลายอย่างเปลี่ยนไปแล้ว บางคนมีทุนแค่หลักพันก็หาเงินหลักล้านได้ ถ้าคนเหล่านี้มีเงินหลักล้านจะเกิดอะไรขึ้น คงจะหาได้เป็นสิบล้าน ร้อยล้าน

เมื่อใดที่เราคิดว่า ถึงเรามีเงินไม่มาก แต่จะหาหลักแสน หลักล้านให้ได้ ความคิดหาช่อง ทางรวย มันจะเกิดขึ้นเอง
::: ความอยากรวย เป็นแค่ความฝัน :::
การฝันนั้นง่าย โดยเฉพาะเรื่องรวย คนส่วนใหญ่ชอบฝันแต่ไม่ลงมือทำ เป็นเด็กสร้างบ้าน มีความคิดดีๆ ว่าอยากจะรวย อยากจะทำ แต่ก็เป็นแค่ความคิด เท่านั้นเอง ไม่มีการปฏิบัติ ไมมีการลงมือทำ ก็เลยไม่รวย แต่มีคนส่วนน้อยที่เชื่อมั่นและลงมือทำ จึงไม่แปลกคน ร้อยจริงๆ จะมีไม่มาก
::: อยากรวยแต่ทำงานประจำ ไม่ทำกิจการส่วนตัว :::
การทำงานประจำ การเป็นพนักงาน ยากที่จะรวย นอกเสียจากจะบริหารเงินเป็น นำเงินไปลงทุนด้านต่างๆ ก็จะมีโอกาสรวยใน อนาคต บางคนมีเงินหลักสิบล้านจากการนำเงินไปลงทุนในหุ้น เป็นเวลาสิบกว่าปี นับแต่เริ่มทำงาน ในขณะที่หลายคนก็มีความรู้มี ความสามารถแต่ก็ไม่รวย เพราะไม่กล้าออกมาเสี่ยงทำกิจการส่วนตัว หรือหาอะไรทำเป็นการส่วนตัวปูทางไว้ แต่ระดับความรู้ความ สามารถนั้นสามารถเป็นเจ้าของกิจการได้เลย ความรู้ท่วมหัวไปแล้ว
::: ติดในความสบายกับรายได้ที่เป็นอยู่ :::
การติดในความสบายจะทำให้เราไม่ไปถึงฝั่งฝัน เช่น มีรายรับมากพอแล้ว ก็หยุดไม่อยากทำอะไร ทำให้อยู่แค่นั้น นานๆ เข้าก็กลาย เป็นความขี้เกียจ ไม่ทำอะไรแล้ว พอใจแค่นั้น แต่หากบริหารเงินได้ดี อนาคตก็จะมีโอกาสรวย ช้าหน่อย แต่หากบริหารเงินไม่เป็น โดย เฉพาะการทำธุรกิจส่วนตัว หากมีคู่แข่งเกิดขึ้น ก็เสร็จกัน อาจจะร่วงไม่มีโอกาสได้เกิด
::: ความรวยไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ :::
ความรวยนั้นไม่ได้มาง่ายๆ เลย ลองทำดูก็ได้ หากมีเงินเดือนๆ ละ 20000 เก็บเดือนละหมื่นบาทขึ้นไป น้อยคนจะทำได้ แต่หาก ต้องการความรวยจริงๆ มันจะยากกว่านั้น ชีวิตไม่เพียงแต่ต้องมีวินัยทางการเงิน แต่ต้องรู้วิธีนำเงินไปบริหาร ไปลงทุนให้เกิดรายได้ เช่น แทนที่จะออมฝากธนาคารเดือนละ 10000 ก็นำไปลงทุนกับหุ้น ปันผล หรือผ่อนบ้าน คอนโดให้เช่า ซึ่งจะต้องใช้เวลาหลายปี อาจจะ เกินสิบปีที่ต้องจ่ายเงินไปทุกเดือน จะมีสักกี่คนที่สามารถทำได้ ตอนนี้โสด ไม่มีพันธะ อาจจะทำได้ แต่มีเมียแล้ว เมียอยากจะได้ Civic ป้ายแดง จะทำอย่างไร หากพลาดซื้อรถป้ายแดงสักคัน โอกาสรวยก็จะช้าลงไปอีกไม่ต่ำกว่าสิบปี เพราะเงินหมดไปกับรถ
::: ถ้าไม่เคยรวยหรือหาเงินได้มากๆ ก็ยากจะรู้ช่องทาง :::
การลงทุนหรือทดลองทำธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่หรือเน้นให้บริการคนหมู่มาก จะช่วยให้เรารู้วิธีหาเงินได้มากๆ งาน ที่ผู้เขียนเคยทำนั้น เมื่อก่อนจะผลิตสินค้าส่งขายทั่วประเทศ มีตัวแทนขายทำหน้าที่ส่งสินค้า สินค้าบางอย่างหากขายดี เงิน 7 หลัก ใช้ เวลาไม่นาน

การทำธุรกิจแบบนี้ทำให้มีประสบการณ์ในการหารายได้มากๆ เวลาคิดจะทำอะไรก็จะคิดกว้าง มองไกลกว่า และรวยได้เร็วกว่า แต่ หากไม่เคยทำ ก็จะคิดไม่ออก เพราะฉะนั้น หากอยากรวยก็ต้องหา ประสบการณ์ด้านนี้ไว้ด้วย ซึ่งทุกวันนี้ทำได้ไม่ยาก เพราะมีเครื่องมือ สร้างความรวยเร็วๆ อย่างการโฆษณา Facebook หรือ Google Adwords
::: ขาดมุมมองและประสบการณ์ในการทำธุรกิจ :::
สิ่งของอย่างเดียวกัน บางคนเห็นเป็นทอง บางคนเห็นเป็นขยะ ขึ้นอยู่กับเวลาสินค้า เวลา สถานที่ ประสบการณ์ โอกาสดีๆ บางคน มองว่าเป็นวิกฤต แต่วิกฤตบางคนมองว่าเป็นโอกาส มุมมองของแต่ละคน เห็นช่องทางรวยต่างกันไป มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผม เคยสอน คอมพิวเตอร์ให้ลูกศิษย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่ชอบเดินทางเที่ยวต่างประเทศ และได้เห็นอะไรที่หลายคนไม่เห็น โดยเฉพาะในเรื่องธุรกิจ

ลูกศิษย์รายนี้เน้นการหาเงินโดยวิธีเอาสินค้าอีกที่หนึ่งมาขายอีกที่หนึ่ง ปัจจุบันนี้ก็จะแนวเดียวกับ Dropship นั่นเอง มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ ผมสอนการก็อปปี้ไฟล์ในคอมพิวเตอร์ หลังจากเรียนไปแล้ว เจ้าตัวก็กลับไป ฝึกฝนทบทวนความรู้ ซึ่ง ณ เวลานั้นได้เดินทางไปประเทศ มาเลเซีย

ไฟล์ที่ผมนำมาสอนก็อปปี้นั้น เป็นข้อความลงประกาศขายสายดาต้าสำหรับเชื่อมต่อมือถือกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อน แพงมาก เส้นหนึ่งเกิน 500 บาท หลังจากเห็นประกาศแล้ว ลูกศิษย์คนนี้ได้เปิดดูว่ามันเป็นไฟล์อะไร แล้วก็ได้ไอเดียทำเงินทันที ได้ สำรวจสินค้า ซึ่งที่มาเลเซีย บังเอิญมีสินค้าพวกนี้ขายส่งพอดี ในราคาถูกกว่าที่พ่อค้าคนไทยซื้อมาขาย จึงได้ติดต่อผู้ขายในไทย แล้วมี การสั่งซื้อหลักพันเส้นเลยทีเดียว ทำเงินให้เจ้าตัวไม่น้อยเลย

นี่คือข้อดีของการมีมุมมองหรือมีช่องทางทำเงิน เห็นโอกาสหรือรู้จักสร้างโอกาส หากข้อความลงประกาศขายนั้น คนอ่าน เป็นคนทั่ว ไป ไม่ได้มีประสบการณ์ เหมือนคนนี้ ก็คงจะไม่เห็นช่องทางทำเงิน การสร้างโอกาส ประสบการณ์ให้กับตัวเองต้องลงมือทำเอง ต้องทำ ให้มากก็จะเห็นช่องทางรวย
::: ไม่กล้าเสี่ยงลงทุน แต่อยากรวยนะ :::
หลายคนอยากรวยนะ แต่ไม่กล้าลงทุน ไม่กล้าเอาเงินตัวเองไปใช้ กอดเงินไว้แน่น แต่บ่นว่าอยากรวย ทำไมไม่รวยสักที อยากรวย จะทำอย่างไรดี ฯลฯ เมื่อไม่กล้าลงทุนก็ยากจะรวย การนำเงินไปฝากธนาคารเก็บไว้ เงินออม 100,000 บาท เราจะได้ดอกเบี้ยจาก ธนาคารประมาณ 6-700 บาทต่อปี เท่านั้นเอง น้อยมากๆ แต่หากกล้าที่จะนำเงินไปลงทุน จะได้มากกว่านั้น

ครั้งหนึ่งผมเคยคุยกับแม่ค้าขายลูกชิ้นปิ้ง กู้เงินรายวันมา 1000 บาท ลงทุนขายลูกชิ้นปิ้ง ได้กำไรวันละ 500 แค่สองวันก็ได้เงิน มากกว่าดอกเบี้ยที่ได้จาก การเอาเงินหนึ่งแสนไปฝากธนาคารแล้ว แต่คนมีเงินมากกว่านี้หลักหมื่นหลักแสน หากกล้าเอาเงินไปลงทุนก็ จะมีโอกาสรวยได้มากกว่าแม่ค้าลูกชิ้นปิ้งแน่นอน ไม่กล้านำเงินไปลงทุน แต่หากเจอสินค้าลดราคาตามห้าง กลับสามารถควักเงินจ่ายได้ โดยไม่คิดอะไรมากเลย การใช้เงินเพื่อลงทุนจะพากันคิดมาก

แต่หลายคนก็กล้าลงทุน เพียงแต่ผิดทาง มีเพื่อนๆ พี่ๆ ญาติๆ ที่รู้จักหลายคนเล่นหวยแต่ละงวด หลักหมื่น บางคู่เล่นหวยไม่น้อยกว่า 2-3 หมื่น ต่อเดือน การลงทุนแบบนี้ กล้าใช้เงินแต่แนวอื่นไม่กล้า ในขณะที่บางคนเก็บเงินไว้แค่พอใช้ แต่ทุ่มเทนำเงินไปลงทุนกับหุ้น เพื่อนสองคนนี้เงินเดือนพอๆ กัน แต่คนที่นำเงินไปลงทุนกับหุ้น ปัจจุบันรวยหลักสิบล้านไปแล้ว
::: ไม่กล้าทำในสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นไปไม่ได้ :::
ความรวยนั้นบางครั้งก็มาจากการทำในสิ่งที่สวนทางกับความคิดของคนส่วนใหญ่ แต่มันคือช่องทางทำเงินให้กับบางคนอย่างมาก เลยทีเดียว สินค้าหลายรายการที่ทำเงินจากความคิดสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร แต่การลงทุนนั้นก็มีความเสี่ยง หากพลาดก็เจ๊งได้ แต่หาก ไปได้ดี ก็รวยเละได้เหมือนกัน

หน้าหนาวบางคนเหมาถุงมือผ้ามาขายต่อ เน้นรับมาจำนวนมากแล้วนำมาขายส่ง แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำกำไรไม่น้อยเลย นี่คือตัวอย่างความกล้าลงทุน เมื่อทำบ่อยๆ ก็จะเกิดประสบการณ์ ลดความผิดพลาดมีโอกาสรวย ประสบการณ์รวยมาก รวยเร็ว ก็ต้อง แลกกับความสูญเสียเหมือนกัน เป็นค่าวิชา ไม่มีอะไรจะได้มาง่ายๆ
::: บริหารเงินไม่เป็น หาได้เท่าไหร่ก็ไม่รวย :::
ทุกคนมีโอกาสที่จะรวยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเงินเดือนมากหรือน้อย แต่อยู่ที่การบริหารเงินที่ได้มา และเวลาในการสะสมความรวย เงินทุนน้อย บริหารดีๆ ก็รวยได้ แต่ต้องใช้เวลาเป็นสิบปี รวยในบั้นปลาย แต่เงินทุนมากจะมีโอกาสรวยมากกว่า เงินที่หามาได้นั้น ไม่ว่า จะเป็นเงินเดือนหรือรายรับจากทางใดก็ตาม การหามาแล้วออมเก็บไว้ในธนาคารไม่ช่วยให้รวย แค่ช่วยให้มีเงินเก็บเท่านั้น ต้องหาทาง นำเงินไปลงทุนหรือช่วยทำงานในรูปแบบต่างๆ เช่น เล่นหุ้น ซื้อบ้าน คอนโดให้เช่า ซื้อที่ดินเพราะปลูก เมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น คาดว่า มีกำไรมากพอแล้ว ก็ลงประกาศขาย

ตัวอย่างที่จะน่าจะช่วยให้มองเห็นภาพ มีเงิน 1,00,000 บาท เอาไปซื้อบ้าน ปล่อยให้เช่า แต่ละเดือน แต่ละปีย่อมจะทำกำไรให้ไม่ น้อย แต่หากเอาเงินไปซ์้อรถป้ายแดงสักคัน มีแต่จ่ายกับจ่าย เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี ราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้นขายได้ราคามากกว่า 1,000,000 บาท แน่นอน แต่รถยนต์อาจจะเหลือแสนต้นๆ หรือไม่ถึงแสน
::: ติดวัตถุ มีอะไรใหม่ๆ ต้องหามาครอบครอง :::
การเปลี่ยนข้าวของเครื่องใช้บ่อยๆ จะทำให้เงินถูกใช้ไปในทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การเปลี่ยนโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดเสมอ บางคนซื้อ iPhone มา 25000 ทันทีที่มีรุ่นใหม่ออกมาก็นำไปปล่อยซื้อเครื่องใหม่ทันที ขานทุนไปหลักหมื่นก็ยอม ขอให้อินเทรนด์

นอกจากมือถือแล้ว สินค้าแพงๆ อย่างรถยนต์ หลายคนก็เปลี่ยนบ่อย ทำให้เสียเงินไปมาก ลดโอกาสรวย หรือนำเงินไปลงทุนด้านอื่น หากกำลังตั้งตัวเป็นเศรษฐีที่เพิ่งเกิดใหม่ ควรนำเงินไปลงทุนต่อยอดไม่ใช่นำไปใช้จ่ายกับวัตถุที่ไม่สร้างผลตอบแทน เงินจะหมดไปเร็ว มาก หากซื้อวัตถุราคาแพงและมีรายจ่ายตามมาอย่างรถยนต์ และกิ๊ก
::: อยากรวยนะ แต่ขี้เกียจทำงาน :::
คงไม่ต้องอธิบายสำหรับเหตุข้อนี้ เพราะคนส่วนใหญ่จะเป็นแบบนี้ ไม่อยากทำอะไรแต่อยากมีเงินใช้ เป็นเหตุผลคลาสสิคที่สุด ที่คน ส่วนใหญ่ไม่รวยสักที
::: มีรูรั่วในบ้านหรือใกล้ตัว ทำให้เงินไหลออก :::
ผมเคยรู้จักครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่หาเงินได้เยอะมาก รับงานแต่ละชิ้นหลักหมื่นหลักแสนบาทแต่หาได้มาก ลูกๆ ก็ช่วยกันใช้หมด ลูก ไม่ทำงาน ผลาญอย่างเดียว หรือบางทีก็มีคู่ชีวิตที่ใช้เงินเก่ง ติดการพนัน ก็ไม่มีอะไรเหลือเหมือนกัน
::: ไม่รู้จักการต่อยอดธุรกิจที่ทำ :::
เมื่อมีโอกาสหาเงินได้มากๆ แล้วต้องรีบศึกษาหาทางต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มขึ้นหลายๆ ทาง อย่ารับเงินแค่ทางเดียว หรือตะกร้าใบ เดียว หลายคนสามารถนำเงินไปต่อยอดทำรายได้อีกมาก เช่น นำไปเล่นหุ้น ซื้ออสังหา เปิดร้านอาหาร ฯลฯ

เหตุผลยังมีอีกมาก ลองมาสำรวจตัวเองกันดีกว่า ว่าเข้ากับข้อใดบ้าง จะได้หาทางปรับปรุงหรือยอมรับความจริง เพราะเรื่องความรวย ความจน ความพอดีนั้น หากเข้าใจมันและเข้าใจตัวเองว่าเราไม่รวยเพราะอะไร และเหตุผลข้อใด ยอมรับสิ่งที่ตัวเองเป็น เรียนรู้ที่จะอยู่ อย่างคนปกติได้ ไม่รวยก็มีความสุขได้ ก็จะไม่ทุกข์ เพราะความรวยไม่ได้ซื้อความสุขได้อย่างที่เราต้องการ
ความสุขส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้

เงินซื้อ ใช้แค่ความเรียบง่าย พอเพียง ความเข้าใจหลักธรรมชาติและปล่อยวางแค่นั้นเอง ส่วน เงินที่จ่าย ไปนั้น ส่วนใหญ่เราคิดไปเองว่ามีความสุข แต่จริงๆ แล้วมันแค่ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจออกไปชั่วครู่หรือคั่นเวลาทำให้ลืมๆ ไป เท่านั้นเอง เท่านั้นเอง

ขอบคุณบทความดีๆจาก
http://www.siamebook.com/lbro/en/iphone-tips-menu/555-life-style/career-makemoney-guide/5562-why-not-rich.html

“ชีวิต” คือ “การเตรียมซ้อม” - ซ้อมการสร้างบางสิ่งบางอย่าง แบบคิดการใหญ่ เริ่มทำจากจุดที่เล็กที่สุดไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่...
10/02/2020

“ชีวิต” คือ “การเตรียมซ้อม”
- ซ้อมการสร้างบางสิ่งบางอย่าง แบบคิดการใหญ่
เริ่มทำจากจุดที่เล็กที่สุดไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหน เมื่อสร้างมันเสร็จแล้วจงแสดงความภูมิใจกับมันอย่างเปิดเผย
(จะได้ซึมซับในอารมณ์ เพื่อปูทางสร้างการใหญ่ได้)
- ซ้อมแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้คิดซะว่ามันเป็นแค่คำถามที่ยังหาคำตอบไม่เจอ
(จะได้มีแต่เหตุผล อย่าเอาอารมณ์หงุดหงินมาปนด้วย)
- ซ้อมว่าตัวเองมีแรงไม่พอ ต้องสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ เพื่อทำงานนี้ให้สำเร็จด้วย
(จะได้บริหารคนเป็น)
- ซ้อมดูโลกแบบนักธุรกิจ ไม่มีของฟรีในโลก
(ลงทุน ต้นทุน กำไร ผลกำไร จะได้มองเห็นชัดมากขึ้น)
- ซ้อมเป็นผู้นำระดับสูง อย่ากลัวที่จะตัดสินใจ
(ความลังเล คือ หนทางที่ปูความล้มเหลว)
- ซ้อมเตรียมความพร้อมในการพรีเซนต์ มองตัวเองให้เหมือนเป็นพนักงานขาย
(ทุกธุรกิจคืองานขาย)
- ซ้อมว่าตัวเองอาจจะต้องหลงทาง ที่มีแต่คนพูดภาษาอังกฤษ (เพื่อบังคับให้ตัวเองพูดภาษาอังกฤษให้ได้)
- ซ้อมว่าตัวเองคือคนหัวดื้อ หัวแข็ง ไม่เชื่อในทุกสิ่งที่เห็นแค่มุมเดียว
(เพื่อเปิดแนวความคิดแบบทัศนคติ วิธีมองหลายๆมุม)
- ซ้อมว่าตัวเองคือนักบวช ผู้ขัดเกลาตัวเอง
(เรียนรู้ที่จะรับฟังคำวิจารณ์)
- ซ้อมเป็นฮีโร่ กล้าทำในสิ่งที่คนอื่นกลัว
(เพื่อเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง)
- ซ้อมเสมือนว่าตัวเองป่วย คิดไปเลยว่า ถ้ายังดูแลสุขภาพตัวเองไม่ได้ คุณก็ไม่สามารถดูแลอะไรได้เลย
(สุขภาพพัง มีเงินล้นโลกก็ไร้ความหมาย.......)
ชีวิตคือการเตรียมซ้อม ซ้อมมากเท่าไร ก็พร้อมมากเท่านั้น
ผู้ไม่เคยซ้อม ย่อมไม่เคยพร้อม และเขาก็ยังคงอยู่ได้แค่นั้น!
#ชีวิตคือการเตรียมซ้อม
#ไปให้ถึง100ล้าน

Address

Vientane

Opening Hours

Monday 09:00 - 17:00
Tuesday 09:00 - 17:00
Wednesday 09:00 - 17:00
Thursday 09:00 - 17:00
Friday 09:00 - 17:00
Saturday 09:00 - 17:00

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when ลงทุนทำธุรกิจในลาว posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

Share

Category