Airi's diary in Japan

Airi's diary in Japan 🌼 บันทึกประสบการณ์การเรียนภาษาญี่ปุ่นและเรื่องราวการใช้ชีวิตในญี่ปุ่น 🌙

🚗 Journey การเรียนขับรถเพื่อทำใบขับขี่ที่ญี่ปุ่น EP.2 🇯🇵หลังจากได้ใบ 仮免 (คาริเมน) มาแล้ว เราก็เข้าสู่การเรียนช่วงที่ 2 ก...
15/08/2026

🚗 Journey การเรียนขับรถเพื่อทำใบขับขี่ที่ญี่ปุ่น EP.2 🇯🇵

หลังจากได้ใบ 仮免 (คาริเมน) มาแล้ว เราก็เข้าสู่การเรียนช่วงที่ 2 กันต่อเลยค่ะ ✨️

ช่วงนี้จะมีเรียนทฤษฎีอีก 11 คาบ และขับรถ 19 คาบ โดยทฤษฎี 5 คาบเรียนในห้อง ส่วนที่เหลือเรียนออนไลน์เหมือนเดิมค่ะ

รอบนี้ไม่เร่งเท่าช่วงแรก เพราะคาริเมนมีอายุ 1 ปี ทำให้เราสามารถเลือกวันไปสอบข้อเขียนที่ศูนย์ใบขับขี่ได้เอง ขอแค่เรียนทฤษฎีให้ครบก่อนสอบขับรอบสุดท้าย และทำข้อสอบออนไลน์ให้ผ่านอย่างน้อยชุดละ 1 ครั้งค่ะ

🚙 ส่วนการขับรถ
ช่วงนี้จะเริ่มออกถนนจริงมากขึ้น ทั้งเลี้ยวซ้าย–ขวา เปลี่ยนเลน และขับตามเส้นทางที่ครูแนะนำ รวมถึงมีการขึ้นทางด่วนและขึ้นเขาช่วงใกล้จบคอร์สด้วยค่ะ

เนื่องจากจำนวนคาบเยอะขึ้น จากเดิมวันละ 2 คาบก็เพิ่มเป็นประมาณ วันละ 3 คาบ ทำให้ช่วงนี้ได้ขับรถจริงเยอะมากกก 😂

🏁 วันสอบรอบที่ 2

การสอบจะเริ่มจากการขับรถบนถนนจริง ก่อนกลับมาสอบในสนามของโรงเรียน ซึ่งจะมีการสอบถอยหลังด้วยค่ะ

สุดท้ายเราก็สอบผ่าน! 🎉 และได้รับใบจบจากโรงเรียน เพื่อไปสอบข้อเขียนที่ศูนย์ใบขับขี่ต่อค่ะ

🇹🇭 สำหรับคนที่จะสอบภาษาไทย
แต่ละจังหวัดและแต่ละศูนย์จะมีวันสอบภาษาไทยแตกต่างกันไป สำหรับจังหวัดชิบะมี 2 ศูนย์ และแต่ละศูนย์จะมีข้อสอบภาษาไทยสัปดาห์ละ 1 วันค่ะ

ครั้งนี้เราเลือกกลับไปสอบคนละศูนย์กับที่เราเคยไปทำ 切り替え ค่ะ โดยเตรียมใบจบจากโรงเรียน + 住民票 (ใบทะเบียนบ้านที่ญี่ปุ่น) + รูปถ่าย (และบัตรไซริวการ์ดที่เอาไว้โชว์ให้เจ้าหน้าที่ดูอย่างเดียวค่ะ) ไปยื่น จากนั้นกรอกใบสมัครและชำระค่าธรรมเนียมที่ศูนย์ได้เลยค่ะ

ข้อสอบรอบนี้เป็นข้อเขียน 95 ข้อ และผลก็คือ...

สอบผ่านแล้วค่าาาา 🥹🎉🎉

หลังจากนั้นก็ตรวจสายตา ตรวจเอกสาร ถ่ายรูป และสามารถรับใบขับขี่ได้ภายในวันนั้นเลยค่ะ!

⏰ แต่แอบกระซิบว่า... ใช้เวลาทั้งวันจริงๆ 😂

เราไปถึงประมาณ 08.00 น.
08.30 น. เริ่มเช็กเอกสารและจ่ายค่าสอบ
10.55 น. เริ่มสอบ
14.45 น. ประกาศผล
17.00 น. ได้รับใบขับขี่ค่ะ

จริงๆ ก่อนสอบหนึ่งวันยังมีข่าวน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจังหวัดชิบะด้วย แต่โชคดีที่พื้นที่ที่เราอยู่และศูนย์ที่เราไปสอบไม่ได้รับผลกระทบ จึงเดินทางไปสอบได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรค่ะ 🥹🌧️

ในที่สุดก็สอบผ่านทุกขั้นตอนแล้วค่าา! 🎉

จากการเรียนทั้งหมดประมาณ 2 สัปดาห์ ทั้งเรียนทฤษฎี ขับรถ และสอบถึง 2 รอบ ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง journey ที่เหนื่อย แต่ก็ภูมิใจมากๆ เลยค่ะ 🥺🚗🇯🇵

ใครกำลังวางแผนทำใบขับขี่ที่ญี่ปุ่น หวังว่า EP.1–2 ของเราจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะคะ 👋✨️

#ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น #ใบขับขี่ญี่ปุ่น #ทำใบขับขี่ที่ญี่ปุ่น #เรียนขับรถญี่ปุ่น

🚗 Journey การเรียนขับรถเพื่อทำใบขับขี่ที่ญี่ปุ่น EP.1หลังจากที่เราเคยลอง 切り替え (เปลี่ยนใบขับขี่ไทยเป็นใบขับขี่ญี่ปุ่น) เม...
06/08/2026

🚗 Journey การเรียนขับรถเพื่อทำใบขับขี่ที่ญี่ปุ่น EP.1

หลังจากที่เราเคยลอง 切り替え (เปลี่ยนใบขับขี่ไทยเป็นใบขับขี่ญี่ปุ่น) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ผลคือสอบผ่านข้อเขียน 50 ข้อ แต่ยังไม่ผ่านสอบปฏิบัติค่ะ 🥹

ปัญหาคือการจองสอบปฏิบัติแต่ละครั้งต้องรอประมาณ 3 เดือน ในขณะที่ใบขับขี่สากลของเรากำลังจะหมดอายุ เลยตัดสินใจสมัครเรียน คอร์สกิน-นอนที่โรงเรียนสอนขับรถในจังหวัดกุนมะ แทนค่ะ โดยโรงเรียนมีให้เลือกทั้งแบบกิน-นอน (ประมาณ 16 วัน) ที่มีให้เลือกว่าจะนอนเดี่ยวหรือนอนคู่ รวมทั้งจะรับอาหารกี่มื้อต่อวัน หรือจะเรียนแบบไป-กลับ ซึ่งระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับว่าเราสามารถมาเรียนได้บ่อยแค่ไหนค่ะ

📝 วันแรกของการลงทะเบียน

เราใช้เอกสารเพียง
- ใบไซริวการ์ด
- ใบทะเบียนบ้าน (住民票)
- เอกสารจากโรงเรียน

เพื่อยืนยันตัวตนและลงทะเบียนเรียนค่ะ ส่วนเหตุผลที่เลือกโรงเรียนนี้ เพราะว่ามีเจ้าหน้าที่คนไทยคอยช่วยอธิบายขั้นตอนทั้งหมด ทำให้อุ่นใจมากเลยค่ะ

📚 หลักสูตรเรียนเป็น 2 ช่วงตามนี้เลยค่ะ
> ช่วงที่ 1
• เรียนทฤษฎี 10 ชั่วโมง
• เรียนปฏิบัติ 12 ชั่วโมง
พอเรียนทุกอย่างครบแล้ว ก็จะมีการสอบคาริเมน (仮免) หรือใบขับขี่ชั่วคราว เพื่อให้สามารถไปฝึกขับรถบนถนนจริงได้ โดยจะมีการสอบขับรถ และการสอบข้อเขียน 50 ข้อ (ที่จำเป็นต้องได้ 45 คะแนนขึ้นไป เพื่อผ่าน) แล้วถึงจะสามารถเข้าช่วงที่ 2 ของการเรียนได้ค่ะ

> ช่วงที่ 2
• เรียนทฤษฎี 19 ชั่วโมง
• เรียนปฏิบัติ 16 ชั่วโมง
เมื่อเรียนจบแล้ว จะมีการสอบขับอีกครั้ง เพื่อรับใบรับรองจากโรงเรียนและไปสอบข้อเขียน 95 ข้อที่ศูนย์ใบขับขี่ตามเขตที่เราอยู่ต่อไปค่ะ

สำหรับวันแรก พอลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว โรงเรียนจะให้โหลดแอปสำหรับดูตารางเรียน ที่นอกจากคาบแรกที่ต้องเรียนในห้องเรียนแล้ว บทเรียนที่เหลือต้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ ภายใน 3 วันแรก พร้อมทำข้อสอบจำลองให้ผ่านก่อนถึงวันที่ 4 ค่ะ 😵‍💫

และถึงแม้จะเป็น "การเรียนออนไลน์" ก็ต้องนั่งเรียนที่โรงเรียนตามห้องที่โรงเรียนกำหนดไว้ในแต่ละวัน รวมทั้งกล้องจะจับตลอด หากละสายตาหรือไม่ตั้งใจเรียน ระบบจะหยุดวิดีโอทันทีค่ะ 😂

เมื่อดูวีดีโอครบแล้ว ก่อนสอบคาริเมน เจ้าหน้าที่คนไทยยังมาติวข้อสอบให้อีกครั้ง พร้อมอธิบายข้อสอบหลอกและจุดที่หลายคนพลาด ทำให้ช่วยได้มากเลยค่ะ

ในส่วนของการเรียนปฏิบัติ จะเรียนวันละ 2 คาบ (คาบละ 50 นาที) เริ่มจาก Simulator ก่อน แล้วจึงขับรถจริงในสนามของโรงเรียนกับครูผู้สอน และมีบางคาบที่ขับเอง โดยครูคอยให้คำแนะนำผ่านลำโพงตลอดค่ะ

พอเรียนครบ 1 อาทิตย์ ก็จะมีการสอบขับและสอบข้อเขียนคาริเมนค่ะ โรงเรียนจะให้ดูเส้นทางสอบล่วงหน้า และตอนสอบครูก็ยังบอกทางให้ตลอด เลยไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ

ของเรามีการแนะนำจากครูว่า เวลาจะเลี้ยวซ้ายที่สี่แยกควรชิดซ้ายให้มากกว่านี้

หลังจากสอบขับเสร็จ ก็ไปตรวจสายตาและสอบข้อเขียนต่อ ซึ่งสุดท้าย...

สอบผ่านทั้งสองอย่างค่าา! 🥹🎉

เย็นวันนั้นก็ได้รับใบคาริเมน (仮免許) มาเรียบร้อยค่ะ

ไว้ EP.2 จะมาเล่าช่วงออกถนนจริง การสอบรอบสุดท้าย และการไปสอบใบขับขี่ที่ศูนย์กันนะคะ 👋

#ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น #合宿免許

เราเพิ่งไปลองทำน้ำหอมมาค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากจริงๆ ค่ะ ✨️ด้วยความที่รอบนี้ ตั้งใจจะไป cafe hopping ในโตเกียวกับเพื่อ...
15/07/2026

เราเพิ่งไปลองทำน้ำหอมมาค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากจริงๆ ค่ะ ✨️

ด้วยความที่รอบนี้ ตั้งใจจะไป cafe hopping ในโตเกียวกับเพื่อน แต่ก็ยังอยากหากิจกรรมทำ เรากับเพื่อนที่เป็นสายชอบน้ำหอมทั้งคู่เลยอยากลองกิจกรรม Create your own unique fragrance ของ Ann Fragrance ค่ะ โดยทางร้านจะมี 2 สาขา คือ สาขา Asakusa และ Omotesando ค่ะ

เราเลือกไปทำที่สาขา Asakusa โดยก่อนไป ได้ทำการจองไปก่อน โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายค่ามัดจำ แต่วันที่เราไป ยังรับ walk in ด้วย ใครไปเที่ยวแถววัดอาซากุระแล้วอยากจะลองแวะไปทำ จะลองเข้าไปที่ร้านก็ได้นะคะ พนักงานสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษค่ะ เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากจะมาเปิดประสบการณ์มากๆ ค่ะ

กิจกรรมการทำน้ำหอมเองจะอยู่ที่คนละ 6,050 เยนต่อ 1 ขวด โดยสามารถอยู่ได้นานถึง 50 นาที ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเลือกกลิ่นของเราเลยค่ะ ☺️ โดยทางร้านมีกลิ่นน้ำหอมมาให้เลือกถึง 37 กลิ่น และเราสามารถเลือกได้สูงสุด 5 กลิ่นค่ะ พอเลือกเสร็จแล้ว ทางร้านจะให้เราเลือก 2 กลิ่นที่ชอบที่สุด เพื่อผสมเป็น base น้ำหอมให้

ทีนี้ ก็มาถึงขั้นตอนการผสมกลิ่นน้ำหอมค่ะ โดยพนักงานจะให้เราลองดม base และผสมกับกลิ่นอื่นๆ ทีละกลิ่น ก่อนจะผสมทั้งหมดให้เราลองดม หากมีกลิ่นไหนที่ไม่ชอบ ก็สามารถตัดออกได้ในขั้นตอนนี้ค่ะ เราเอง ตอนแรกก็เลือกมา 5 กลิ่น แต่สุดท้าย มีกลิ่นนึงที่ค่อนข้างกลบกลิ่นอื่น สุดท้ายก็เลือกผสมแค่ 4 กลิ่นค่ะ

หลังจากนั้น ทางร้านจะให้ตั้งชื่อกลิ่น เลือกตัวอักษรของชื่อที่เราเลือก เลือกสีของน้ำหอมและสีผาของน้ำหอมด้วยค่ะ เป็นกิจกรรมที่แปลกใหม่และเป็นการ enjoy เวลาได้ดีมากจริงๆ เลยค่ะ 🩷

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูในเว็บไซต์ของร้านได้เลยที่ https://annfragrance.com/en

#ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น

รีวิวสอบ JLPT N2 ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น ✨️ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เราเคยสอบ Nat test N3 มาและผ่านเรียบร้อยแล้วค่ะ รอ...
09/07/2026

รีวิวสอบ JLPT N2 ครั้งแรกที่ญี่ปุ่น ✨️

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เราเคยสอบ Nat test N3 มาและผ่านเรียบร้อยแล้วค่ะ รอบนี้เลยอยากจะมาลองสอบ N2 ดู บอกเลยว่าประสบการณ์ต่างกันมากๆ เลยค่ะ 💦

นอกเหนือจากจำนวนผู้สอบที่คนนิยมสอบ JLPT มากกว่าอยู่แล้ว ความเคร่งก็มีมากกว่าเช่นกันค่ะ

เนื่องจากเราอยู่ที่เมืองชิบะ ก็เลยได้สอบในเมืองนี้ด้วยเช่นกันค่ะ เราสอบที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมือง ซึ่งผู้คุมสอบก็ค่อนข้างจะเคร่งตั้งแต่ก่อนเข้าห้องสอบ โดยไม่ให้ผู้เข้าสอบเล่นมือถือตั้งแต่ก่อนห้องสอบเปิดเลยค่ะ พอได้มานั่งรอสอบแล้ว ก็ให้ทุกคนปิดมือถือและวางไว้บนโต๊ะ โดยที่มีซองสีน้ำตาลเตรียมไว้ให้ผู้เข้าสอบทุกคนนำมือถือใส่ก่อนที่จะเริ่มทำข้อสอบค่ะ 🥹

แม้แต่ตอนพัก ก็ยังไม่ให้ผู้เข้าสอบจับมือถือค่ะ หรือแม้แต่พอสอบเสร็จแล้ว ก่อนที่จะเปิดซองสีน้ำตาล ผู้คุมสอบยังเช็คซองของทุกคนอีกครั้งค่ะว่ามีรอยเปิดไหม เคร่งมากจริงๆ ค่า 😭 นอกจากนี้แล้ว ที่ห้องสอบไม่มีนาฬิกาสักเรือนเลยค่ะ รวมทั้งผู้คุมสอบเองก็ไม่มีการประกาศเวลาสอบด้วยค่ะ เช่น อีก 5 นาทีจะหมดเวลาแล้วอะไรแบบนี้ ไม่มีเลยค่ะ เพื่อนๆ เราบางคนจึงทำข้อสอบไม่ทันกันค่ะ โชคดีว่าเราใส่นาฬิกาข้อมือไปด้วย เลยบริหารเวลาทำข้อสอบทันอยู่ค่ะ

แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าข้อสอบยากจริงๆ ค่ะ เราคิดว่าเราทำข้อสอบเยอะประมาณนึงแล้ว แต่สุดท้าย ข้อสอบก็ออกในส่วนที่เราไม่รู้เยอะค่ะ การอ่านก็ค่อนข้างยาก การฟังเองก็ค่อนข้างพูดเร็วค่ะ ต้องมารอลุ้นกันเดือนหน้าว่าจะสอบผ่านไหมค่า 🙏

#ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น

อีก 2 วันจะสอบ JLPT N2 ที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกแล้ว 🫣 วันนี้เลยอยากมารีวิวการเตรียมตัวสอบของเราค่ะด้วยความที่เราเรียนภาษาญ...
03/07/2026

อีก 2 วันจะสอบ JLPT N2 ที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกแล้ว 🫣 วันนี้เลยอยากมารีวิวการเตรียมตัวสอบของเราค่ะ

ด้วยความที่เราเรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่แล้ว เราเลยไม่ได้อ่านเพิ่มมากจากที่เรียนค่ะ ตอนที่ขึ้นมาห้องใหม่ เรายังเรียนตามหนังสือตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นคันจิ หนังสือคำศัพท์หรือแกรมม่าห์ที่เคยโพสต์ไปก่อนหน้านี้ค่ะ ✨️

จนหนึ่งเดือนก่อนสอบ ห้องเรียนก็เปลี่ยนวิธีสอนเลยค่ะ โดยหลักๆ เราจะทำข้อสอบจากหนังสือเล่มนี้เป็นหลักที่มีข้อสอบสำหรับพาร์ทคำศัพท์ คันจิให้ทำถึง 15 อัน ครูก็จะจับเวลาให้พวกเราทำทุกวัน ซึ่งต้องบอกว่าทั้งครูและเพื่อนๆ ในห้องเราเห็นตรงกันว่าข้อสอบในหนังสือเล่มนี้ยากจริงๆ ค่ะ 🥹

นอกเหนือจากการทำข้อสอบทุกวันแล้ว ก็จะมีการเรียนคันจิเพิ่มวันละ 6-7 ตัว รวมทั้งบางวันก็จะมีการปรับเวลาในห้องเรียน เพื่อให้สามารถลองทำข้อสอบการอ่านและการฟังแบบเต็มรูปแบบได้ด้วยค่ะ

นอกจากนี้ ที่โรงเรียนยังให้เด็กนักเรียนที่ผ่าน N3 แล้ว ลองทำข้อสอบ mock test ของ N2 แบบจับเวลาเสมือนจริง 2 รอบค่ะ โดยรอบแรก เราทำเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และรอบที่สอง ลองทำอีกครั้งเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาค่ะ รอบแรก คะแนนฟังเราไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะค่อนข้างไม่คุ้นชินกับ pattern ข้อสอบที่ค่อนข้างต่างจาก N3 ค่ะ แต่สุดท้าย พอได้มาสอบอีกรอบ คะแนนก็ค่อนข้างโอเคนะคะ ยังไม่ถึงกับผ่าน แต่คะแนนรวมก็ยังอยู่ที่ 80+ จนรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้างค่ะ ☺️

จนตอนนี้ที่ใกล้จะสอบแล้ว เราก็มีการฟัง youtube ในส่วนของแกรมม่าห์ที่ออกบ่อยๆ รวมทั้งฟัง live ของ 日本語の森 ด้วยค่ะ ที่จะมีการอธิบายข้อสอบในส่วนของคันจิ คำศัพท์ แกรมม่าห์ให้ฟังค่ะ เพราะเราเองก็ยังอยู่ต้นๆ N2 มากๆ แต่ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากสอบผ่านรอบนี้เลยค่ะ 🙏

ไว้โพสต์ต่อๆ ไป จะมารีวิววันสอบและผลสอบอีกครั้งนะคะ 😄

#ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น

ถึงแม้จะเข้าหน้าฝน แต่ญี่ปุ่นก็ยังมีดอกไม้ให้ดูค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียหรือชื่อญี่ปุ่นคือดอก Ajisai (アジサイ) บา...
15/06/2026

ถึงแม้จะเข้าหน้าฝน แต่ญี่ปุ่นก็ยังมีดอกไม้ให้ดูค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียหรือชื่อญี่ปุ่นคือดอก Ajisai (アジサイ) บานค่ะ เราเลยไปดูดอกไม้และถ่ายรูปเล่นแถวตอนใต้ของชิบะ ชื่อว่า Hattori Hydrangea house มาค่ะ ✨️

เนื่องด้วยที่นี่ปลูกแค่ดอกไฮเดรนเยียเท่านั้น ทำให้ไม่ได้เปิดตลอดทั้งปีค่ะ จะเปิดตามหน้าฤดูกาลเท่านั้น คือ ช่วงกลางเดือนมิถุยายนถึงกลางเดือนกรกฎาคมเท่านั้น ค่าเข้าสถานที่จะอยู่ที่

• ผู้ใหญ่ คนละ 600 เยน
• เด็ก คนละ 300 เยน
• หมู่คณะ (มากกว่า 10 คนขึ้นไป) คนละ 500 เยน

สวนนี้จะเปิดเวลา 8.00 - 18.00 น.

📍 ใครสนใจอยากไปตามรอย กดลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ https://maps.app.goo.gl/yM5h6SjkySoL7gZD6?g_st=ac

#ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น

ฝั่งคันโตพายุเข้าค่ะ 💦ด้วยความที่เราไม่เคยมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นช่วงหน้าฝนหรือหน้ามรสุมมาก่อน จึงเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ มากค...
03/06/2026

ฝั่งคันโตพายุเข้าค่ะ 💦

ด้วยความที่เราไม่เคยมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นช่วงหน้าฝนหรือหน้ามรสุมมาก่อน จึงเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ มากค่ะ 😂 เราเข้าใจว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีภัยธรรมชาติเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว แต่พอพายุเข้าที หลายๆ ที่ก็ปิด รวมทั้งรถไฟก็หยุดด้วยค่ะ

เช่นเดียวกับวันนี้ที่พยากรณ์เตือนว่าพายุจะเข้าแถวคันโต โดยเฉพาะแถบโตเกียว ทำให้เราที่อยู่แถวชิบะ ก็โดนลูกหลงไปด้วยค่ะ ทำให้วันนี้ ทั้งโรงเรียนที่เราเรียนและโรงเรียนที่เราสอนประกาศหยุดเรียนทั้งคู่เลยค่ะ 🥲 แม้แต่ JR เองก็ยังหยุดวิ่งเป็นบางสถานี ส่วน Keisei ยังวิ่งตามปกติอยู่ค่ะ

ใครจะมาญี่ปุ่นช่วงนี้ อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ ✨️

#รีวิวญี่ปุ่น #ญี่ปุ่น

เราไปทำ personal color มาค่ะ 🎉 ได้ผลออกมาเป็น soft summer และ soft autumn ค่าา เมื่อผิวเลือกไม่ได้ ก็ใส่ได้ทั้ง 2 สีไปเล...
27/05/2026

เราไปทำ personal color มาค่ะ 🎉 ได้ผลออกมาเป็น soft summer และ soft autumn ค่าา เมื่อผิวเลือกไม่ได้ ก็ใส่ได้ทั้ง 2 สีไปเลยค่ะ 😂

ขอเกร่นก่อนว่าเราอยากลองทำ personal color มาตั้งแต่อยู่ที่ไทยแล้วค่ะ แต่ยังไม่ได้มีโอกาสไปทำสักที ไหนๆ ช่วงนี้มาอยู่ญี่ปุ่นยาวๆ แล้วเรากับเพื่อนสนิทก็นัดเจอกันเดือนละครั้ง ทั้งไปเที่ยวและไปคาเฟ่ด้วยกันอยู่แล้ว เลยตัดสินใจหาวันว่างที่ตรงกันแล้วไปทำ personal color ด้วยกันค่ะ

เราหาร้านนี้จาก ig เลยค่ะ พิมพ์ว่า personal color in Tokyo เลย เราหาแบบทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น 📱 จนมาเจอร้านนี้ COCO Cherie อยู่แถวๆ ชินชูกุ ที่กำลังมี campaign ลดราคาอยู่ที่นอกจากจะมีให้ทำ personal color แล้ว ทางร้านยังมีโปรแกรมการวิเคราะห์รูปร่าง, face type และมีการสอนแต่งหน้าด้วยค่ะ

ตอนนี้โปรที่มีอยู่คือการเลือกหนึ่งในสี่รายการนี้ ที่ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 12,000-16,000 เยน จะเหลือท่านละ 9,300 เยนค่ะ (ถ้าเลือกมากกว่าหนึ่งรายการก็ได้นะคะ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน ig ที่เราแปะไว้ข้างล่างได้เลย) ยิ่งถ้าจองตั้งแต่ 2 ท่านขึ้นไป จะได้ลดเพิ่มอีก 1,000 เยนด้วยค่ะ แต่การจองสำหรับ 1 ท่าน จำกัดแค่วันธรรมดานะคะ ต้องมาเป็นคู่หรือมากกว่านั้น ถึงจะสามารถจองช่วงวันเสาร์อาทิตย์หรือช่วงวันหยุดได้ค่ะ ✨️

ส่วนการจอง จำเป็นต้องส่งข้อความทางไลน์เท่านั้นค่ะ โดยแจ้งชื่อ เบอร์โทร อายุ โปรแกรมที่ต้องการใช้บริการ วัน เวลาที่ต้องการเข้ารับบริการได้เลยค่ะ ซึ่งของเรานั้น เพื่อนสนิทเราเก่งภาษาญี่ปุ่นกว่าค่ะ เราจึงให้เพื่อนเป็นคนคุยและจองให้ค่า โดยจะมีการเก็บเงินเต็มจำนวน 3 วันก่อนวันที่นัดหมายค่ะ

สถานที่ของร้านจะเป็นบ้านของเจ้าของเลยค่ะ เราก็ขึ้นไปที่ห้องตามที่ได้รับข้อความมาทางไลน์เลยค่ะ จะมีการกรอกรายละเอียดเล็กน้อยเกี่ยวกับชื่อ อายุ เมืองที่อยู่ และ concern หรือสิ่งที่อยากรู้ในการตัดสินใจมาทำ personal color ในครั้งนี้ค่ะ หลังจากนั้น ก็จะดูสีที่ข้อมือรวมทั้งนำสีมาทาบว่าเราเหมาะกับสี season ไหน โดยจะแยกเป็น warm tone จะมี spring และ autumn ส่วน cool tone จะเป็น summer และ winter ค่ะ ซึ่งแต่ละฤดูกาลก็จะมีแยกเป็นอีก 3 category ตั้งแต่ cool, clear, warm, light, soft และ deep ค่ะ

ของเราเอง เชื่อมาตลอดว่าตัวเองเป็น spring ค่ะ ด้วยโทนสีที่ใช้และ character ก็ดูตรงกับเราด้วยค่ะ แต่สรุปว่าพอมาเช็คดีๆ แล้ว เรากลายเป็นคนที่เช็คสียากอยู่ค่ะ 🥹 ด้วยความที่หน้าและผมเราไปทาง yellow based แต่จากการที่เราเป็นคนแก้มแดงง่าย ทำให้ตรงส่วนนั้นเป็น blue based ค่ะ

หลังจากที่ลองเทียบสีกับหน้าเราเยอะมาก ทั้งยังมีการลองแบบทาลิป และไม่ทาลิปด้วย เพื่อหาสีที่ complement เรามากที่สุด สุดท้ายก็มาลงตัวที่สี soft summer และ soft autumn ค่ะ หมายถึงการที่เราไม่ควรใส่เสื้อผ้าและใช้สีเครื่องแต่งหน้าที่เป็นสีสดและเข้มเกินไป ควรจะมีความตุ่นๆ เหมือนมีสีเทาผสมอยู่ประมาณนั้นค่ะ โดยที่เพื่อนเราเองก็ยากไม่ต่างกันค่ะ แม้สุดท้ายจะเทียบสีเป็น clear winter ได้ง่ายกว่า แต่ตอนเริ่มเทียบสี ก็มีความยากเหมือนกันค่ะ 🤣

นอกจากจะได้ทำ personal color แล้ว (จริงๆ เราจอง personal color อย่างเดียวค่ะ) ทางร้านยังแนะนำเครื่องสำอางและให้เราลองแต่งหน้าตาม personal colour ด้วยค่ะ น่ารักมากก 💓 เราสองคนเอนจอยกันทั้ง process เลยค่ะ รวมระยะเวลาที่ทำ personal colour และแต่งหน้าด้วยอยู่ที่ประมาณ 1 ชม. ครึ่งค่ะ

หลังจากเช็คสีเรียบร้อยแล้ว ทางร้านจะให้เอกสารมาด้วยค่ะ เกี่ยวกับสีของแต่ละ season ส่วนของเราได้มาแค่ soft summer เพราะ soft autumn หมดค่ะ เดี๋ยวทางร้านจะส่งเอกสารมาให้ที่บ้านอีกทีค่ะ 😂

ใครอยู่ญี่ปุ่นแล้วอยากมาลองทำ personal color แนะนำที่นี่มากๆ เลยค่า 💖

ig ร้านตามนี้เลยค่า ▶️ haruna_terakubo

https://www.instagram.com/haruna_terakubo?igsh=MTVycndiN2Q1dGF0Zw==

#ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น

ถึงแม้จะเพิ่งเข้าดือนพฤษภาคม และเราจะเรียนคอร์สภาษาญี่ปุ่นจบในเดือนมีนาคมปีหน้า แต่เรื่องอนาคตว่าอยากจะทำอะไรต่อหลังจากเ...
20/05/2026

ถึงแม้จะเพิ่งเข้าดือนพฤษภาคม และเราจะเรียนคอร์สภาษาญี่ปุ่นจบในเดือนมีนาคมปีหน้า แต่เรื่องอนาคตว่าอยากจะทำอะไรต่อหลังจากเรียนจบก็ต้องเริ่มคิดอย่างจริงจังแล้วค่ะ 🤔

เริ่มจากการที่โรงเรียนให้นักเรียนที่สนใจเรียนต่อ ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 進路 (しんろ) สำหรับวิทยาลัยวิชาชีพหรือเซ็มมง (専門: せんもん) หรือมหาวิทยาลัย ให้ลงทะเบียนในการเข้าฟัง 進路相談会 ที่ชิบะค่ะ โดยจะมีวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมาเปิดบู้ทแจกเอกสารและใบสมัคร รวมทั้งอธิบายคร่าวๆ เกี่ยวกับสถานศึกษาและคอร์สเรียนให้ฟังค่ะ ✨️

เราเองถึงแม้จะมีความตั้งใจที่จะหางานต่อหลังเรียนจบ แต่ก็ตัดสินใจเข้าร่วมงานนี้ด้วย เพราะเมื่อปรึกษาครูที่โรงเรียนแล้ว ครูก็ค่อนข้างเห็นด้วยที่เราจะสมัครงานไปพร้อมๆ กับการสมัครเข้าเซมมง เพื่อเป็นเพิ่มทางเลือกให้กับเราหากยังไม่ได้งาน จะได้ยังมีโอกาสอยู่ที่ญี่ปุ่นต่ออย่างที่ตั้งใจไว้ค่ะ 😢

สำหรับงานให้คำปรึกษานี้ เราเองมีคณะที่สนใจอยู่บ้างแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าอยากจะเรียนในด้านไหนแน่ๆ และคิดว่าตัวเองคิดถูกจริงๆ ค่ะที่ไปร่วมงาน เพราะนอกจากจะสามารถ scope ได้แล้วว่าอยากเรียนวิชาเฉพาะทางในด้านไหน ก็ยังสามารถที่จะเริ่มวางแผนได้ว่าจะต้องเตรียมตัวเริ่มสมัครเรียนในช่วงไหนบ้าง

นอกจากจะได้คำแนะนำเรื่องโรงเรียนแล้ว การไปเข้าร่วม open campus ของแต่ละโรงเรียน ก็เป็นหนึ่งในข้อดีที่คุณครูแนะนำให้ไปเช่นกันค่ะ โดยหลายๆ โรงเรียนจะเริ่มมี open campus ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป รวมทั้งจะมีการเปิดสมัครเรียนตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไปค่ะ ซึ่งถึงแม้จะมีการเปิดรับสมัครหลายรอบ (ในบางที่) แต่หากได้เด็กครบจำนวนแล้ว ทางโรงเรียนก็จะปิดรับสมัครทันทีเลยเช่นกันค่ะ 🥹

ในการสอบเข้าเพื่อเรียนต่อนั้น หลักๆ แล้ว ทางโรงเรียนจะมีข้อสอบภาษาญี่ปุ่นให้ทำ และมีการสัมภาษณ์ค่ะ ซึ่งหากใครมีผลสอบภาษาญี่ปุ่นเทียบเท่า N3 ขึ้นไป บางโรงเรียนก็จะยกเว้นการสอบภาษาญี่ปุ่นหรือมีส่วนลดค่าสมัครสอบค่ะ นอกจากนี้ บางโรงเรียนก็ไม่มีค่าสอบ แต่บางโรงเรียนก็มีค่าสอบด้วยค่ะ

สุดท้ายแล้ว ครูจึงแนะนำให้รีบตัดสินใจเลือกโรงเรียนที่ถูกใจ เพื่อจะได้มาคุยกันในเรื่องของรายละเอียด และเตรียมตัวกรอกใบสมัครเรียนไปพร้อมกันค่ะ เพราะใบสมัครที่ทางโรงเรียนให้มาจากงานที่ปรึกษา จำเป็นจะต้องเขียนด้วยมือและไม่อนุญาตให้ใช้ลิควิคลบค่ะ

ไว้ถ้าเราเริ่มสมัครเรียนเมื่อไหร่ จะมารีวิวให้ฟังอีกครั้งนะคะ 💓

#ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น #専門学校

อัพเดทชีวิตการเรียนภาษาญี่ปุ่นครบ 8 เดือนค่า 📚ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน โรงเรียนเลือกให้เราอยู่ห้องปลาย N4 ต้น N3 มาตลอด 2 เ...
10/05/2026

อัพเดทชีวิตการเรียนภาษาญี่ปุ่นครบ 8 เดือนค่า 📚

ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน โรงเรียนเลือกให้เราอยู่ห้องปลาย N4 ต้น N3 มาตลอด 2 เทอม ก่อนที่เราจะสอบ Nat test N3 ในช่วงเดือนก.พ. ที่ผ่านมาค่ะ ซึ่งในช่วงปลายมี.ค. นั้น ทางโรงเรียนก็ได้มีการสอบทั้งโรงเรียนอีกคระง เพื่อวัดระดับภาษาเด็กใหม่ค่ะ 🙂

ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว เราจึงได้ปรับขึ้นห้องที่สูงขึ้นมาถึง 5 ห้อง และเริ่มเรียนประมาณ N3 ก่อนที่คุณครูในห้องจะแนะนำให้เราขึ้นห้องสูงกว่านี้อีก 1 ห้อง ทำให้หลัง Golden week ที่ผ่านมา เราได้ขึ้นไปอยู่ในห้องเตรียม N2 แล้วค่ะ 👏

เป็นการดีจริงๆ ค่ะที่ได้เลื่อนชั้น เพราะเราเองก็มีแพลนจะสอบ JLPT N2 ช่วง ก.ค. นี้ แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่าการเลื่อนห้องกลางเทอมและการเรียน N2 ล้วนๆ จริงๆ ก็ค่อนข้างยากเลยค่ะ 🥲 หวังว่าอีกไม่นาน เราจะสามารถปรับตัวกับห้องเรียนใหม่ได้ ✌️

วันนี้เลยขอนำหนังสือที่โรงเรียนใช้สอนมาแบ่งปันกัน เผื่อใครที่กำลังเตรียมสอบ N3 และ N2 จะได้ลองไปซื้อตามกันได้ค่า 📖

#ญี่ปุ่น #รีวิวญี่ปุ่น

住所

東船橋2−9−9 コーポエビハラⅡ106
Funabashi-shi, Chiba
2730002

ウェブサイト

アラート

Airi's diary in Japanがニュースとプロモを投稿した時に最初に知って当社にメールを送信する最初の人になりましょう。あなたのメールアドレスはその他の目的には使用されず、いつでもサブスクリプションを解除することができます。

ショートカット

  • 住所
  • アラート

共有する

カテゴリー