11/01/2023
จะเริ่มปูทางเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเยอรมันยังไงดี?
ตั้งแต่เปิดเพจมาเคสที่เจอเยอะเป็นอันดับหนึ่งเลยคือน้องๆชั้นมัธยมที่มีเป้าหมายว่าจะต้องเรียน ป ตรี ในมหาวิทยาลัยเยอรมันให้ได้ บางเคสที่รู้ตัวเร็วก็จะได้เปรียบในการเรียนภาษาเยอรมันเตรียมไว้ให้ได้ขั้น A1-B1 บางเคสก็ตั้งใจไปเริ่มตั้งแต่ต้นที่เยอรมันเลย ซึ่งก็ไม่ผิดเพราะการเรียนภาษาในสภาพแวดล้อมที่บังคับให้ใช้ภาษานั้นๆยิ่งทำให้เราต้องถีบตัวเองให้เป็นเร็วขึ้นไปอีก อีกอย่างน้องๆจะเริ่มช้าหรือเร็วยังไงก็ถือว่าได้เปรียบกว่าผู้ใหญ่ที่เพิ่งมาเรียนแน่นอนอย่างที่เรียกกันว่า language sponge คือเปรียบเด็กๆเป็นฟองน้ำที่ซึมซับภาษาที่สามสี่ห้าได้อย่างรวดเร็ว
พอเริ่มตั้งหลักได้ว่าต้องการไปเรียนในสาขาอะไร หากน้องคนไหนได้ภาษาในขั้น B1-B2 ก็สามารถไปเริ่มตั้งหลักในสถาบันเตรียมมหาลัยที่เรียกว่า Studienkolleg อันเป็นเหมือน prep school ที่จะเคี่ยวกรำเราเพื่อเตรียมให้พร้อมสำหรับการลุยวิชาการในมหาวิทยาลัยต่อไป
ในขณะที่น้องๆที่ภาษายังไม่พร้อมที่จะเข้า StudienKolleg ได้ทางนี้ก็อยากแนะนำให้หาโรงเรียนภาษาเพื่อปรับพื้นฐานภาษาเยอรมันก่อน ซึ่งโรงเรียนสอนภาษาของที่นี่ก็มีตั้งแต่เอกชนไปจนถึงสถาบันที่โคกับมหาวิทยาลัยประจำเมืองนั้นๆ (ซึ่งส่วนตัวแอดว่าแอบดูดีตอนยื่นวีซ่าเพราะมันมีชื่อมหาวิทยาลัยพ่วงไปกับสถาบันด้วย)
ตอนที่แอดมินช่วยน้องๆหาสถาบันตัวแอดแทบจะสิงร่างเข้ากับโทรศัพท์ โทรไล่ทุกสถาบันเพื่อหาดีลที่ดีที่สุดจนแทบไหม้ จนกลัวสถาบันที่เราปฏิเสธไปเพราะเจอที่ๆดีกว่าจะบล๊อคเบอร์แอด 🤣 อินทุกเคสเหมือนตัวเองไปเรียนเองจ่ายตังเอง 55
แล้วตัวแอดก็ได้พบว่าเดี๋ยวนี้โรงเรียนสอนภาษาหลายๆที่ มีข้อเสนอให้จ่ายล่วงหน้า 50% ได้เพื่อรับใบคอนเฟิร์มมายื่นวีซ่านักเรียน พอได้วีซ่าแล้วค่อยจ่ายส่วนที่เหลือ หรือกระทั่งให้จ่ายแค่ค่าลงทะเบียนเรียนก่อนเพื่อเอาใบคอนเฟิร์มมาทำวีซ่าแล้วค่อยจ่ายที่เหลือก่อนเริ่มคลาสเรียน แล้วยิ่งเมื่อคิดว่าค่าเรียนภาษากับโรงเรียนที่นี่จะอยู่ที่ราวๆ 2,500 - 3,500€ (ราวๆแสนสอง) ต่อคอร์ส ซึ่งแอดว่าคุ้มค่ากับการได้ภาษาที่สามและการได้ประสพการณ์อยู่เยอรมันระยะยาว แล้วการที่ผู้ปกครองสามารถจ่ายครึ่งราคาก่อนได้ก็ยิ่งเข้าท่า ไม่ใช่แค่เรื่องผ่อนภาระทางการเงินเท่านั้น เพราะการจ่ายเงินก้อนใหญ่ให้กับสถาบันที่อยู่ต่างประเทศไปก่อนแบบต้องรอใบยืนยันอีกก็ชวนใจระทึกอยู่ไม่น้อยเลย