Born to Go-Inter

Born to Go-Inter ข้อมูลอินไชต์สำหรับคนที่สนใจเตรียมตัวจะโกอินเตอร์ (ภาษา- ท่องเที่ยว- ไลฟสไตล์ )

สัปดาห์นี้มีโอกาสได้ไปชมงาน Innotrans ที่เมืองเบอร์ลินครับ เป็นงานที่เปิดหูเปิดตามากๆ เพราะได้ไปเห็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจใ...
25/09/2026

สัปดาห์นี้มีโอกาสได้ไปชมงาน Innotrans ที่เมืองเบอร์ลินครับ เป็นงานที่เปิดหูเปิดตามากๆ เพราะได้ไปเห็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจในธุรกิจเกี่ยวกับรถไฟและการขนส่งระบบราง พบว่ามีบริษัทที่น่าสนใจมากๆ รวมทั้งได้เห็นว่าของเล็กๆ บางอย่างหรือส่วนเสี้ยวของรถไฟบางส่วนก็กลายเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ได้เช่นกัน มีใครได้ไปงานนี้มากันบ้างมั้ยครับ? สำหรับผม ถ้าปีหน้ามีโอกาสอีกก็คิดว่าจะแวะมาวานนี้อีกแน่ๆ เลยครับ 🥰😊😎

#คนไทยในต่างแดน #คนไทยในเยอรมัน

24/09/2026

ขอแสดงความยินดีกับน้องเนเน่สำหรับชัยชนะที่ America's Got Talent ด้วยนะครับ เป็นความภูมิใจของพวกเราชาวไทยสุดๆจริงๆ 🥰🥰🥰

🇩🇪 หมูผัดผักเอเชียสามัคคี 🥢🤣เมื่อวานเพื่อนคนเยอรมันชวนผมไปกินข้าวที่บ้านเพื่อนบอกว่า“จะชวนครอบครัวพี่สาวกับเพื่อนบ้านมาด...
23/09/2026

🇩🇪 หมูผัดผักเอเชียสามัคคี 🥢🤣

เมื่อวานเพื่อนคนเยอรมันชวนผมไปกินข้าวที่บ้าน

เพื่อนบอกว่า
“จะชวนครอบครัวพี่สาวกับเพื่อนบ้านมาด้วยนะ แล้วก็มีน้องหมาด้วย 🐶”

แล้วนางก็พูดต่อว่า…

“แต่ช่วยมาทำอาหารกับฉันก่อนหน่อยได้ไหม?”

ผมก็ตอบตกลงไปแบบไม่คิดอะไรมาก เพราะพอมีเวลา

ตอนนั้นผมคิดว่าเพื่อนน่าจะมีเมนูในหัวเรียบร้อยแล้ว…

แต่ผมคิดผิดมหันต์ครับ! 😂

---

🥕 ไปถึงครัวแล้ว… “ยังไม่รู้จะทำอะไรเลย!”

พอไปถึงบ้าน เพื่อนเปิดตู้เย็นแล้วพูดว่า

«“เรายังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไรกิน!
มีหมูสับ ฟักทอง ขิง หอมแดง กระเทียม พริกหยวก แครอท แล้วก็ข้าว
ช่วยคิดหน่อยสิว่าทำอะไรดี?”»

ผมยืนมองวัตถุดิบทั้งหมด…

แล้วถามต่อแบบคนมีความหวังว่า

“แล้วมีซอสอะไรบ้าง?”

เพื่อนยิ้มอย่างภูมิใจแล้วหยิบออกมาให้ดู…

🐟 น้ำปลา
🥢 ซอสถั่วเหลือง
🍯 ซอสเทริยากิ
🇬🇧 ซอส Worcester

แล้วพูดด้วยความมั่นใจว่า…

“ทำอาหารอะไรแบบเอเชีย ๆ ได้ไหม?”

😳😳😳

ผมแอบกรี๊ดในใจไปประมาณสามรอบ!

พร้อมกับคิดว่า…

“ของประมาณนี้…ซอสประมาณนี้…จะให้ทำอะไรฟะ!?!” 🤣🤣🤣

---

🌏 แต่แล้วผมก็คิดได้…

คนที่จะมากินมื้อนี้เป็น คนเยอรมันทั้งหมด!

ดังนั้น…

ไม่ว่าเราจะทำอะไรมั่วแค่ไหน
พวกเขาก็น่าจะไม่รู้หรอกว่า ‘อาหารเอเชียแท้ ๆ’ ต้องเป็นยังไง! 🤣

เอาล่ะ…

งั้นก็ลุย! 💪😂

ผมบอกเพื่อนให้หั่นพริกหยวก ขิง และหอมแดง

ส่วนผมรับหน้าที่หั่นแครอทกับกระเทียม

แล้วประกาศเมนูแบบไม่มีชื่อว่า…

“วันนี้เราจะผัดหมูกับผัก!”

ส่วนซอสก็… เอเชียมีอะไรใส่หมด! 🤣

ยกเว้น…

❌ Worcester Sauce

เพราะผมคิดว่า

“อันนี้มันอังกฤษ…ขอไม่ให้มายุ่งกับเอเชียก่อนนะ!” 😂🇬🇧

---

🔥 เริ่มภารกิจ “เอเชียสามัคคี”

ผมเริ่มจากเอา

🧄 กระเทียม
🧅 หอมแดง
🫚 ขิง

ลงไปผัดให้หอมก่อน

จากนั้นใส่หมูสับลงไปผัด

แล้วค่อย ๆ เติม

🐟 น้ำปลา
🥢 ซอสถั่วเหลือง

คลุก ๆ ให้เข้ากัน

พอหมูสุก ก็ใส่แครอทกับพริกหยวกลงไป

แล้วถึงเวลาของตัวละครใหม่…

ซอสเทริยากิ! 🍯

ผมลองใส่ลงไปนิดหนึ่ง ชิมดู…

เอ๊ะ… อร่อยแฮะ! 😳

ความเค็มจากน้ำปลากับซอสถั่วเหลือง ได้ความหวานของเทริยากิมาช่วยตัด

เริ่มกลมกล่อมขึ้นมาเฉยเลย!

---

🌶️ แล้วก็ถึงเวลาหาความเผ็ด!

ผมเหลือบไปเห็นผงปาปริก้าของฮังการีวางอยู่ใกล้ ๆ

คิดในใจว่า

“เอาอันนี้แหละ น่าจะเผ็ด!”

ใส่ไป…

ชิม…

ไม่เผ็ด

ใส่อีก…ชิม…ก็ยังไม่เผ็ด! 😂

ใส่อีก…ก็ยังไม่เผ็ด!

จนต้องหยิบถุงขึ้นมาอ่าน…

ปรากฏว่าเขียนว่า…

“หวาน” 🤣🤣🤣

อ๋อออออ…

ที่แท้ปาปริก้าหวานนี่เอง!

ไม่ใช่พริกป่น!! 😂

---

เพื่อนเลยไปเอา พริกป่นตุรกี มาให้

คราวนี้ใส่เข้าไปพร้อมกับพริกไทย

ชิม…

🌶️🌶️🌶️

โอเค! คราวนี้ใช่แล้ว!

ผัดต่ออีกนิด ชิมอีกครั้ง…

แล้วก็ถึงจุดที่ผมสามารถประกาศกับตัวเองได้ว่า

“เออ…เมนูมั่ว ๆ จานนี้ เรากล้ากิน!” 🤣

เป็นอันเสร็จ!

---

🍳 แต่ยังไม่จบ!

มองไปรอบ ๆ แล้วคิดว่า…

“น่าจะมีอะไรอีกสักอย่างนะ…”

เหลือบไปเห็นไข่

งั้นก็…

🥚 ตอกไข่ 5 ฟอง
🐟 น้ำปลา
🥢 ซอสถั่วเหลือง
🌶️ พริกไทยนิดหน่อย

ตี ๆ แล้วทอดเป็น ไข่เจียวไทยฉบับฉุกเฉิน อีกหนึ่งจาน!

เร็ว ง่าย และไม่ต้องคิดเยอะ 😂

---

🇩🇪 แล้วแขกชาวเยอรมันก็มาถึง…

เราก็จัดโต๊ะพร้อมเสิร์ฟ

🍚 ข้าว
🥢 หมูผัดผัก “เอเชียสามัคคี”
🍳 ไข่เจียวไทย

ส่วนข้าวนั้น…

เป็นข้าวที่หุงด้วย Thermomix

กินได้ครับ…

แต่ถ้าให้พูดตามตรง…

หม้อหุงข้าวยังอร่อยกว่า! 🤣

---

😳 แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็ทำให้คนทำอาหารอย่างผมใจฟูมาก!

ทุกคนชอบหมูผัดผักมาก!

ซึ่งเมนูนี้ประกอบด้วย

🇹🇭 น้ำปลา
🇨🇳/🇯🇵 ซอสถั่วเหลือง
🇯🇵 ซอสเทริยากิ
🇭🇺 ปาปริก้าฮังการี
🇹🇷 พริกป่นตุรกี
🇩🇪 วัตถุดิบจากครัวเยอรมัน

เรียกได้ว่า…

เอเชียสามัคคีระดับนานาชาติ! 🤣🌏

เหมาะกับช่วง Asian Games เป็นที่สุด!

แต่ไฮไลต์จริง ๆ คือ…

พี่เขยของเพื่อนที่ทำงานเป็นเชฟ กินแล้วชอบมากจนขอเติม

แล้วเติม…

แล้วเติม…

จนสุดท้าย…

หมดเกลี้ยง! 😳😂

ตอนนั้นผมคิดในใจว่า

«“เอาวะ! ถ้าคนทำงานเป็นเชฟยังชม
แปลว่าเมนูมั่ว ๆ ของเราก็พอใช้ได้อยู่นะ!” 🤣»

---

🍳 แต่ที่เซอร์ไพรส์ที่สุดคือ…

ไข่เจียวไทยครับ!

มีคนชมหลายคนมากว่าอร่อย

แล้วสุดท้าย…

ไข่เจียวก็หมดเกลี้ยงเหมือนกัน! 😂❤️

กลายเป็นว่าอาหารที่ผมทำแบบไม่ได้วางแผนอะไรเลย…

กลับกลายเป็นหนึ่งในเมนูที่ทุกคนชอบที่สุดของมื้อเย็น!

คนทำก็แฮปปี้

คนกินก็แฮปปี้

เชฟก็เติมจนหมด

จบแบบ Happy Ending สุด ๆ! 🥰

---

❤️ บทเรียนจากหมูผัดผักจานนี้

เรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่า…

บางครั้งเราไม่จำเป็นต้องมีวัตถุดิบครบทุกอย่าง

และไม่จำเป็นต้องมีสูตรอาหารที่สมบูรณ์แบบเสมอไป

มีอะไรอยู่ในครัว…

ก็ลองเอามาคิด
ลองผสม
ลองชิม
แล้วค่อย ๆ ปรับรสชาติไป

บางครั้ง…

เมนูที่ไม่ได้ตั้งใจทำ
อาจกลายเป็นเมนูที่คนอื่นชอบที่สุดก็ได้! ❤️

ส่วนชื่อเมนูวันนี้…

ขอเรียกว่า

#️⃣ หมูผัดผักเอเชียสามัคคี 🌏🥢🤣

เพราะถ้าไม่มีความร่วมมือกันของน้ำปลา ซอสถั่วเหลือง เทริยากิ ซึ่งเป็นตัวหลักที่ให้รสชาติ…

จานนี้ก็คงไม่มีวันเกิดขึ้น! 😂❤️

#คนไทยในต่างแดน #คนไทยในเยอรมัน

⭐ Oktoberfest แบบ “จองที่นั่งไป” ครั้งแรกในชีวิต! ⭐อยู่มิวนิคมา 8 ปีกว่า…ไป Oktoberfest มาหลายครั้ง…แต่เพิ่งค้นพบว่า “เร...
21/09/2026

⭐ Oktoberfest แบบ “จองที่นั่งไป” ครั้งแรกในชีวิต! ⭐

อยู่มิวนิคมา 8 ปีกว่า…
ไป Oktoberfest มาหลายครั้ง…
แต่เพิ่งค้นพบว่า “เราไม่จำเป็นต้องไปแย่งโต๊ะตั้งแต่เช้า!” 🤣🍺

และที่สำคัญ…
การไป Oktoberfest แบบจองโต๊ะ โดยเฉพาะชั้นบนของเต็นท์ อาจเปลี่ยนประสบการณ์ของคุณไปเลย! 😎

เมื่อวานนี้ผมเพิ่งได้ลองเป็นครั้งแรกครับ และบอกเลยว่าแตกต่างจากที่เคยไปมาหลายปีมาก ๆ

---

🍺 เมื่อก่อน: ต้องไปแต่เช้าเพื่อ “จองโต๊ะ”

ที่ผ่านมาเวลาผมไป Oktoberfest ผมมักจะไปตั้งแต่เช้า เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีโต๊ะนั่งในเต็นท์เบียร์

เทคนิคนี้ผมใช้มาตั้งแต่สมัยอยู่ Stuttgart แล้วครับ โดยเฉพาะเวลาไป Cannstatter Wasen ซึ่งเป็นเทศกาลเบียร์/Volksfest ขนาดใหญ่ของ Stuttgart

ข้อดีคือได้โต๊ะแน่นอน…

แต่ข้อเสียคือ…

ต้องเริ่มดื่มเบียร์ตั้งแต่เช้า! 😂🍺

สำหรับคนที่ไม่ได้ดื่มเป็นประจำอย่างผม นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยครับ

---

🎺 อีกปัญหาคือ… “เพลงยังไม่มา!” 😂

ช่วงเช้าในเต็นท์จะมีเพลงพื้นเมืองบาวาเรียเป็นหลัก

เพราะนะครับ… 🇩🇪
แต่ถ้าถามว่า เต้นได้ไหม?

สำหรับผมคือ…

“ไม่ทันใจวัยรุ่น!” 🤣

กว่าจะเริ่มมีเพลงสนุก ๆ แบบที่สามารถลุกขึ้นมาโยก เต้น กระโดด ร้องตามกันได้เต็มที่ ก็อาจจะเป็นช่วงบ่ายสอง

แต่ปัญหาคือ…

ตอนนั้นคนที่ดื่มมาตั้งแต่เช้าอาจเต้นไม่ไหวแล้ว! 🤣🤣🤣

ต่างจาก Cannstatter Wasen ที่ผมเคยไป เพราะที่นั่นเพลงสนุก ๆ มาตั้งแต่สิบโมงกว่า ทำให้สามารถเต้นได้หลายรอบตั้งแต่ช่วงสาย ๆ เลยครับ 😎

---

😱 แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ… “เข้าห้องน้ำ!”

ถ้าไป Oktoberfest แบบไม่จองโต๊ะ โดยเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ คนจะเยอะมากกกกก!

บริเวณชั้นล่างของเต็นท์จะเต็มไปด้วยผู้คน จนบางช่วงแทบไม่มีพื้นที่ให้ขยับตัวหรือเต้นเลย

และถ้าลุกออกจากโต๊ะไปเข้าห้องน้ำ…

คุณอาจกำลังเริ่มต้นภารกิจที่ใช้เวลานานกว่าที่คิด! 😂

สำหรับผู้ชาย ต่อให้แค่ไปฉี่ บางครั้งกว่าจะฝ่าฝูงชนไปถึงห้องน้ำ ต่อคิว และฝ่ากลับมาได้ อาจใช้เวลา 20–30 นาที

กลับมาอีกที… เพลงที่อยากเต้นจบไปแล้ว! 🤣

---

🥳 แต่เมื่อวานนี้…ผมได้ลอง “ชั้นบน” ของ Fischer Vroni!

เพื่อนผมจองโต๊ะไว้ให้ที่ Fischer Vroni และเป็นโต๊ะบริเวณชั้นบนของเต็นท์ครับ

ความรู้สึกแตกต่างจากชั้นล่างอย่างเห็นได้ชัดเลย

บริเวณนี้มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า เพราะเป็นพื้นที่สำหรับแขกที่มีการจองโต๊ะตามเงื่อนไขของเต็นท์

ช่วงที่ผมไปกินอาหารเย็น ทางเดินก็ยังค่อนข้างโล่ง ไม่ได้มีคนเดินเข้าออกพลุกพล่านเหมือนบริเวณด้านล่าง

ที่สำคัญคือ…

บรรยากาศและความสนุกไม่ได้หายไปเลย! 🍺🎉

ถึงจะอยู่ไกลจากเวทีมากกว่า แต่ก็ยังได้ยินเสียงดนตรีชัดเจน และสามารถร้องตาม เต้นตาม และสนุกกับคนรอบข้างได้เต็มที่ครับ

---

🎶 แล้วช่วงเย็นคือ…มันส์มาก!

เพลงช่วงเย็นเป็นเพลงสนุก ๆ ที่ทำให้คนลุกขึ้นเต้นกันเต็มที่

มีเพลงช้าสลับมาบ้างเป็นระยะ เพื่อให้ทุกคนได้พักเหนื่อย 😂

สำหรับผม นี่คือความแตกต่างที่ชอบมากที่สุด

ไม่ต้องนั่งรอให้เพลงสนุกมา

แต่สามารถลุกขึ้นเต้นได้แทบจะทันที!

ไม่ต้องวอร์มอัพ…

ไม่ต้องเตรียมตัว…

เปิดเพลงปุ๊บ → เต้นปั๊บ! 🤣🕺💃

ที่สำคัญ...มีพื้นที่เต้นมากมาย ไม่แออัดเหมือนข้างล่าง!!! เพราะคนไม่ได้แน่นเว่อร์จนแทบจะหายใจรดต้นคอกันแบบข้างล่าง ...เราจึงสามารถออกท่าอะไรได้เต็มที่ที่สุดเลยครับ!!! 🤣🤣🤣

---

🚽 และพระเอกของเรื่องนี้ก็คือ…ห้องน้ำ! 😂

บริเวณชั้นบนมีห้องน้ำของตัวเองด้วยครับ

แม้ว่าห้องน้ำจะมีขนาดเล็กกว่าบริเวณชั้นล่าง แต่เมื่อเทียบกับจำนวนคนแล้ว ถือว่าแออัดน้อยกว่ามาก

เดินไปเข้าห้องน้ำ…

ทำธุระ…

แล้วเดินกลับมา…

ไม่กี่นาทีก็กลับมาที่โต๊ะได้! 😂

สำหรับคนที่มี “แอลกอฮอล์อยู่ในกระแสเลือด” แล้วต้องเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ อย่างผม…

นี่คือความอุ่นใจอย่างหนึ่งเลยครับ 🤣

เพราะอย่างน้อยเราก็รู้ว่า…

«“ไปเข้าห้องน้ำได้ และยังกลับมาเต้นทันเพลงเด็ด!” 😂🍺🕺»

---

⭐ สรุปจากประสบการณ์ส่วนตัว

หลังจากลอง Oktoberfest แบบ จองโต๊ะ + นั่งชั้นบน เป็นครั้งแรก

ผมรู้สึกว่า…

นี่น่าจะเป็นวิธีที่เหมาะกับผมมากกว่า! 😆

ไม่ต้องไปตั้งแต่เช้าเพื่อแย่งโต๊ะ
ไม่ต้องเริ่มดื่มตั้งแต่เช้าตรู่
มีพื้นที่ให้ขยับตัวมากกว่า
มองเห็นบรรยากาศโดยรวมของเต็นท์ได้ดี
เข้าห้องน้ำสะดวกกว่า
และที่สำคัญ…

ยังได้เต้นอย่างสนุกเหมือนเดิม! 🍺🎶🕺

ดังนั้นถ้าในอนาคตผมจะไป Oktoberfest โดยเฉพาะช่วง เสาร์–อาทิตย์ที่คนเยอะ ๆ…

ผมคงเลือก

“จองโต๊ะ แล้วขึ้นชั้นบนครับ!” 😎🍻

แล้วคุณล่ะครับ?

ถ้าไป Oktoberfest คุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน?

🍺 ไปแต่เช้าเพื่อยึดโต๊ะ
🎟️ จองโต๊ะล่วงหน้า
🕺 ไปเพื่อเต้น
🍗 ไปเพื่อกิน
📸 หรือไปเพื่อสัมผัสบรรยากาศเฉย ๆ

ไม่ว่าจะเป็น Oktoberfest หรือ Volksfest ในเมืองของคุณ…

ขอให้ทุกคนสนุก ดื่มอย่างมีความสุข และกลับบ้านอย่างปลอดภัยนะครับ! ❤️

#คนไทยในต่างแดน #คนไทยในเยอรมัน

วันนี้มาทำหน้าที่พลเมืองดีของชาวมิวนิค  ซึ่งก็คือการมางานเทศกาล Oktoberfest นะครับ มีใครแพลนจะมางานนี้กันบ้างเอ่ย? 🥰☺ #ค...
20/09/2026

วันนี้มาทำหน้าที่พลเมืองดีของชาวมิวนิค ซึ่งก็คือการมางานเทศกาล Oktoberfest นะครับ

มีใครแพลนจะมางานนี้กันบ้างเอ่ย? 🥰☺

#คนไทยในต่างแดน #คนไทยในเยอรมัน

⭐️ น้องสาวชาวอิหร่าน กับ “อาจารย์ชา” 🇮🇷🇹🇭☸️บางครั้ง…เราออกจากบ้านไปเจอผู้คนใหม่ ๆแต่สุดท้ายกลับได้เรียนรู้บางอย่างเกี่ยว...
20/09/2026

⭐️ น้องสาวชาวอิหร่าน กับ “อาจารย์ชา” 🇮🇷🇹🇭☸️

บางครั้ง…เราออกจากบ้านไปเจอผู้คนใหม่ ๆ
แต่สุดท้ายกลับได้เรียนรู้บางอย่างเกี่ยวกับ บ้านเกิดของตัวเองจากคนต่างชาติ ❤️

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมไปประชุมชมรม Munich Prostmasters ตามปกติครับ

วันนั้นมีสมาชิกและ Guests มาร่วมงานกันค่อนข้างเยอะ โดยมี Guests ที่สนใจชมรมประมาณ 5 คน

หนึ่งในนั้นคือ เพกา น้องสาวชาวอิหร่านคนหนึ่ง

ระหว่างช่วงฝึกพูดด้นสด 2 นาที น้องยกมือขึ้นมาอาสาพูดครับ

น้องเล่าถึงความรู้สึกของคนอิหร่านคนหนึ่งที่กำลังเป็นห่วงครอบครัว คนที่บ้าน และโดยเฉพาะอนาคตของเด็ก ๆ ในประเทศของตัวเอง เพราะสงครามที่ยังคงยืดเยื้อและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่าย ๆ

มันเป็นเพียงสปีชสั้น ๆ…

แต่กลับ ทัชใจคนทั้งห้องมาก

พอน้องพูดจบ ทุกคนในชมรมปรบมือให้เสียงดังมาก 👏❤️

หลังประชุมเสร็จ พวกเราก็ไปนั่งกินข้าว ดื่มกันต่อที่ร้านอาหารบาวาเรียใกล้ ๆ ชมรม

บังเอิญว่าผมได้นั่งข้าง ๆ เพกา

เราคุยกันไปเรื่อย ๆ จนมาถึงเรื่องประเทศบ้านเกิด

น้องถามผมว่า
“Where are you from?”
ผมตอบว่า
“Thailand.” 🇹🇭

แล้วน้องก็ถามคำถามต่อมาที่ทำให้ผม อ้าปากค้างไปประมาณ 3 วินาที 😂

“Do you know Ajahn Chah?”
ในใจผมตอนนั้นคือนึกว่า…
“เอ๊ะ…อาจารย์ชาคือใครนะ!?” 😳
🤣🤣🤣

ผมตอบไปตรง ๆ ว่า
“No, I don't know him.”
แล้วผมก็ถามกลับว่า
“Why do you know him?”

คำตอบของน้องทำให้ผมยิ่งเซอร์ไพรส์กว่าเดิม…
“Because I’m Buddhist.” ☸️

ห๊ะ!? 😳
น้องสาวชาวอิหร่านคนนี้นับถือศาสนาพุทธ!

ด้วยความสงสัย ผมเลยลองค้นชื่อ Ajahn Chah ใน Google

แล้วก็ถึงบางอ้อครับ…

คนที่น้องพูดถึงคือ
พระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท)

พระอาจารย์ชาวไทยผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการปฏิบัติธรรมและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทั้งแก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ

และที่น่าทึ่งก็คือ…

คำสอนของท่านเดินทางออกไปไกลกว่าที่ผมเคยคิดมาก

ไกลถึงประเทศเยอรมนี 🇩🇪

เพกาเล่าให้ผมฟังว่า หลายปีก่อน น้องบังเอิญได้ฟังคำสอนของลูกศิษย์พระอาจารย์ชาเป็นภาษาอังกฤษ

ตอนแรกก็แค่ฟัง…

แต่ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกเลื่อมใสในคำสอน
จากการฟังครั้งหนึ่ง กลายเป็นฟังต่อเรื่อย ๆ
จนในที่สุด น้องก็ตัดสินใจ นับถือพระพุทธศาสนา ☸️❤️

และถ้ามีโอกาส น้องยังอยากเดินทางไปประเทศไทย เพื่อฝึก สมาธิและวิปัสสนา ด้วยตัวเองอีกด้วย

ผมฟังแล้วรู้สึกทึ่งมากครับ

เพราะประเทศไทยของเราอยู่ห่างจากเยอรมนีหลายพันกิโลเมตร

แต่คำสอนของพระอาจารย์ไทยคนหนึ่ง…

กลับสามารถเดินทางไปถึงหัวใจของคนคนหนึ่งในอีกซีกโลกได้

และเรื่องนี้ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง

ผมเป็นคนไทย 🇹🇭
เกิดและเติบโตมากับวัฒนธรรมที่มีพระพุทธศาสนาอยู่รอบตัว

แต่กลับต้องมาเรียนรู้เรื่อง พระอาจารย์ชา จาก…
น้องสาวชาวอิหร่าน 🇮🇷 คนหนึ่งในเมืองมิวนิค! 😂

บางทีสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด
เราอาจมองข้ามมันไปโดยไม่รู้ตัว

แต่สิ่งเดียวกันนั้น…

อาจมีความหมายอย่างลึกซึ้งกับใครบางคนที่อยู่ห่างไกลออกไปหลายพันกิโลเมตรก็ได้

ผมรู้สึกประทับใจมากที่ได้เห็นว่า การอุทิศตนของพระอาจารย์ชาไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศไทย

แต่คำสอนที่ท่านและลูกศิษย์เผยแผ่เอาไว้
ได้เดินทางข้ามภาษา ข้ามวัฒนธรรม และข้ามพรมแดน

จนทำให้คนจากอีกซีกหนึ่งของโลก
ได้มีโอกาสรู้จักและเข้าถึงพระธรรมในพระพุทธศาสนา

และบางที…เรื่องราวของพระอาจารย์ชา อาจไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของคนไทย

เพราะสำหรับเพกา
มันคือส่วนหนึ่งของเส้นทางชีวิตของเธอด้วย ❤️☸️

ปล. และที่สำคัญ…

ครั้งหน้าถ้ามีใครถามผมว่า “Do you know Ajahn Chah?”
ผมคงตอบได้แล้วว่า… “Yes, I do!” 😂🇹🇭☸️

#พระอาจารย์ชา #พระพุทธศาสนา #คนไทยในต่างแดน #คนไทยในเยอรมัน

วันนี้มีผู้ใหญ่ใจดีทำก๋วยเตี๋ยวแห้งหมูสับใส่ลูกชิ้นปลาให้กินครับ โอ๊ย!อร่อยปรี๊ดดดดด 😋😋😋🥰🥰🥰🤣 #คนไทยในต่างแดน  #คนไทยในเย...
19/09/2026

วันนี้มีผู้ใหญ่ใจดีทำก๋วยเตี๋ยวแห้งหมูสับใส่ลูกชิ้นปลาให้กินครับ โอ๊ย!อร่อยปรี๊ดดดดด 😋😋😋🥰🥰🥰🤣

#คนไทยในต่างแดน #คนไทยในเยอรมัน

วันนี้ทำพาสต้าสูตรปลอมๆ กินเองครับ ใส่พริกหยวก, ผักชี เพสโต้ กุ้งปรุงรสแบบโพรวองซ์ และสมุนไพรอิตาเลียน คือสูตรมั่วมาก คน...
18/09/2026

วันนี้ทำพาสต้าสูตรปลอมๆ กินเองครับ
ใส่พริกหยวก, ผักชี เพสโต้ กุ้งปรุงรสแบบโพรวองซ์ และสมุนไพรอิตาเลียน คือสูตรมั่วมาก คนอิตาเลียนมาเห็นคงด่าก่อนจะลมจับแน่ๆ 🤣🤣🤣

ก่อนกินก็โรยชีสพาร์เมซานนิดนึง ปรากฏว่าออกมาอร่อยแฮะ ที่สำคัญท้องไม่เสียด้วยนะเออ 😆😆😆

#คนไทยในต่างแดน

⚡️ น้ำพุแห่งนี้ดูธรรมดา…แต่จริง ๆ แล้วเกี่ยวข้องกับ “ประวัติศาสตร์ไฟฟ้าโลก”! 💦⚡️ถ้าเดินเล่นอยู่ที่เมือง Miesbach (มีสบาค...
14/09/2026

⚡️ น้ำพุแห่งนี้ดูธรรมดา…แต่จริง ๆ แล้วเกี่ยวข้องกับ “ประวัติศาสตร์ไฟฟ้าโลก”! 💦⚡️

ถ้าเดินเล่นอยู่ที่เมือง Miesbach (มีสบาค) ในแคว้นบาวาเรีย แล้วเจอน้ำพุที่มีลูกบอลเหล็กอยู่ด้านบน หลายคนอาจเดินผ่านไปโดยไม่รู้นะครับว่า…

👉 น้ำพุแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง หนึ่งในการทดลองบุกเบิกการส่งพลังงานไฟฟ้าระยะไกลครั้งสำคัญของโลก เมื่อกว่า 140 ปีก่อน! 😲

เรื่องราวย้อนกลับไปถึงปี 1882…

⚡️ 1. เมื่อไฟฟ้าต้องเดินทางไกลถึง 57 กิโลเมตร!

ในปี 1882 Oskar von Miller วิศวกรชาวเยอรมัน และวิศวกรชาวฝรั่งเศส Marcel Deprez ร่วมกันผลักดันการทดลองส่งพลังงานไฟฟ้าจาก Miesbach → München

ระยะทางประมาณ 57 กิโลเมตร!

ลองนึกภาพว่า…

ปีนั้นยังไม่มีโครงข่ายไฟฟ้าสมัยใหม่ ไม่มีสายส่งแรงสูงแบบที่เราเห็นทุกวันนี้ และเทคโนโลยีไฟฟ้ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

แต่พวกเขากล้าทดลองส่งพลังงานไฟฟ้าไปไกลถึง 57 กม. ⚡️

🔌 2. แล้วไฟฟ้าถูกผลิตขึ้นที่ไหน?

ไฟฟ้าถูกผลิตขึ้นบริเวณ Knorrschacht ใกล้สถานีรถไฟ Miesbach

เครื่องจักรไอน้ำที่นั่นใช้ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบ Gramme-Dynamo

ระบบใช้ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ Gleichstrom (DC) โดยมีแรงดันประมาณ 1,350–2,000 โวลต์

จากนั้นไฟฟ้าถูกส่งไปยัง München ผ่านสายไฟที่ติดตั้งบนโครงสร้างของสายโทรเลขในยุคนั้น! 😲

💡 3. แล้วส่งไฟฟ้าไปทำอะไรที่ München?

นี่คือส่วนที่เจ๋งที่สุด!

ไฟฟ้าที่เดินทางมาไกลถึง München ถูกนำไปใช้ขับมอเตอร์ที่ Glaspalast ซึ่งเป็นสถานที่จัด Internationalen Elektrizitätsausstellung หรือนิทรรศการไฟฟ้านานาชาติ

แล้วมอเตอร์ก็ไม่ได้เอาไปทำอะไรธรรมดา ๆ…

มันถูกใช้ขับ ปั๊มน้ำ เพื่อสร้าง…

💦 น้ำตกจำลอง!

พูดง่าย ๆ คือ

ผลิตไฟฟ้าที่ Miesbach ⚡️
→ ส่งไฟฟ้าไป München 🔌
→ ใช้ไฟฟ้าที่ München เพื่อทำให้น้ำตกไหล 💦

น้ำตกสูงประมาณ 2 เมตร จึงกลายเป็นหลักฐานที่ผู้ชมสามารถมองเห็นได้ว่า…

👉 พลังงานไฟฟ้าสามารถส่งไปใช้งานในสถานที่ที่อยู่ห่างออกไปได้จริง!

🤯 4. ระยะทาง 57 กม. ในปี 1882 ถือว่าเหลือเชื่อมาก!

วันนี้ 57 กม. อาจดูไม่ไกลเลย

แต่ในปี 1882 การส่งพลังงานไฟฟ้าไปไกลขนาดนี้ถือเป็นเรื่องใหม่อย่างมาก

การทดลอง Miesbach–München จึงกลายเป็นหนึ่งในการทดลองบุกเบิกด้าน การส่งพลังงานไฟฟ้าระยะไกล

แม้ประสิทธิภาพของระบบจะยังห่างไกลจากระบบส่งไฟฟ้าสมัยใหม่มากก็ตาม

⚡️ 5. แล้วการทดลองประสบความสำเร็จไหม?

คำตอบคือ…

ประสบความสำเร็จในแง่ของการพิสูจน์แนวคิด แต่เทคโนโลยียังไม่สมบูรณ์แบบ

การทดลองเริ่มขึ้นในวันที่ 25 กันยายน 1882

พลังงานไฟฟ้าสามารถเดินทางจาก Miesbach ไปถึง München และทำให้มอเตอร์ทำงานได้จริง

ระบบทำงานอยู่ประมาณ 8 วัน ก่อนจะหยุดลงเนื่องจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเกิดความเสียหาย

แต่สิ่งสำคัญคือ…

💡 พวกเขาได้พิสูจน์แล้วว่า การส่งพลังงานไฟฟ้าในระยะทางไกลสามารถทำได้จริง

และนี่คือสิ่งที่สำคัญมากในยุคที่เทคโนโลยีไฟฟ้ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

🏆 6. Oskar von Miller คือใคร?

ถ้าพูดถึงประวัติศาสตร์ไฟฟ้าของเยอรมนี ชื่อนี้สำคัญมากครับ

Oskar von Miller เป็นวิศวกรไฟฟ้าคนสำคัญของเยอรมนี และต่อมาเป็นผู้ก่อตั้ง Deutsches Museum ใน München

เขามีบทบาทสำคัญในการผลักดันการทดลอง Miesbach–München และมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการนำพลังงานจากแหล่งผลิตไปยังสถานที่ที่ต้องการใช้พลังงาน

💦 7. แล้วน้ำพุที่ Miesbach สร้างขึ้นเมื่อไหร่?

ตรงนี้แหละครับที่ทำให้เรื่องราวน่าสนใจยิ่งขึ้น!

น้ำพุ Brunnendenkmal zur Stromübertragung ไม่ได้เป็นน้ำพุจากปี 1882

แต่ถูกสร้างขึ้นในปี 1982

หรือก็คือ 100 ปีหลังการทดลอง Miesbach–München! 🎉

เมือง Miesbach สร้างน้ำพุแห่งนี้ขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การส่งพลังงานไฟฟ้า

และที่น่าสนใจคือ…

ในการทดลองเมื่อปี 1882 ไฟฟ้าจาก Miesbach ถูกส่งไป München เพื่อใช้ขับปั๊มน้ำสร้าง น้ำตกจำลอง

ดังนั้นน้ำพุในปัจจุบันจึงเปรียบเสมือนการนำ “น้ำ” กลับมาเชื่อมโยงกับเรื่องราวของการทดลองเมื่อ 100 ปีก่อน 💦⚡️

🌍 8. จากการทดลองเล็ก ๆ สู่พัฒนาการของระบบส่งไฟฟ้า

ระบบ Miesbach–München ไม่ได้กลายเป็นมาตรฐานของระบบไฟฟ้าในระยะยาว

ต่อมาเทคโนโลยี Drehstrom หรือไฟฟ้ากระแสสลับสามเฟส มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าระยะไกลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แต่การทดลองในปี 1882 ได้แสดงให้เห็นแนวคิดสำคัญอย่างหนึ่งว่า…

«“เราสามารถผลิตพลังงานที่หนึ่ง และนำมันไปใช้อีกที่หนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปได้” ⚡️»

แนวคิดนี้เป็นหนึ่งในก้าวสำคัญของประวัติศาสตร์การส่งพลังงานไฟฟ้าระยะไกล

---

📍 Brunnendenkmal zur Stromübertragung
เมือง Miesbach, Bayern

ครั้งหน้าถ้าเดินทางผ่าน Miesbach แล้วเห็นน้ำพุเล็ก ๆ แห่งนี้…

อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นแค่น้ำพุธรรมดานะครับ 💦

เพราะน้ำพุแห่งนี้กำลังเล่าเรื่องราวของการทดลองเมื่อปี 1882

เมื่อมนุษย์สามารถส่งพลังงานไฟฟ้า…

⚡️ จาก Miesbach → ไปยัง München
📏 ระยะทางประมาณ 57 กิโลเมตร
💦 เพื่อขับปั๊มน้ำและสร้างน้ำตกจำลอง!

จากการทดลองเมื่อกว่า 140 ปีก่อน
สู่พัฒนาการครั้งใหญ่ของเทคโนโลยีการส่งพลังงานไฟฟ้าระยะไกลในเวลาต่อมา

บางครั้ง… อนุสรณ์เล็ก ๆ ในเมืองเล็ก ๆ ก็ซ่อนเรื่องราวใหญ่ระดับโลกเอาไว้ ❤️⚡️

#เยอรมนี #คนไทยในเยอรมัน

⛪️ โบสถ์เล็ก ๆ บนภูเขาแห่งนี้ มีเทวดาถึง 92 องค์! 😲แถมยังมีประวัติกว่า 350 ปี และสร้างเลียนแบบ “บ้านศักดิ์สิทธิ์แห่งนาซา...
13/09/2026

⛪️ โบสถ์เล็ก ๆ บนภูเขาแห่งนี้ มีเทวดาถึง 92 องค์! 😲

แถมยังมีประวัติกว่า 350 ปี และสร้างเลียนแบบ “บ้านศักดิ์สิทธิ์แห่งนาซาเร็ธ” อีกด้วย!

วันนี้พาไปรู้จัก Wallfahrtskapelle Birkenstein สถานที่แสวงบุญเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา Breitenstein ในแคว้นบาวาเรียกันนะครับ

✨ 10 เรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับโบสถ์แห่งนี้

1️⃣ จุดเริ่มต้นมาจาก “ความฝัน”

ตามเรื่องเล่า บาทหลวงแห่ง Fischbachau กำลังสวดภาวนาและเกิดหลับไปชั่วขณะ ในความฝัน พระแม่มารีทรงบอกว่า สถานที่แห่งนี้ควรเป็นสถานที่ที่ผู้คนมาสักการะพระองค์

เรื่องราวนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสถานที่แสวงบุญแห่งนี้

2️⃣ ที่นี่มีประวัติกว่า 350 ปี

ในปี 1673 มีการสร้างโบสถ์ไม้เล็ก ๆ ขึ้นบนโขดหินแห่งนี้ และนำรูปพระแม่มารีจากโบสถ์ Fischbachau มาประดิษฐานไว้

ตั้งแต่นั้นมา รูปพระแม่มารีก็ได้รับการเคารพในฐานะ Gnadenbild หรือรูปพระแม่มารีอันเป็นที่เคารพของผู้แสวงบุญมาจนถึงทุกวันนี้

3️⃣ โบสถ์แห่งนี้จำลองมาจาก “บ้านศักดิ์สิทธิ์แห่งนาซาเร็ธ”

อาคารปัจจุบันสร้างขึ้นในปี 1710 โดย Johann Mayr และเป็นแบบจำลองของ Heiliges Haus von Loreto หรือ “บ้านศักดิ์สิทธิ์แห่งโลเรโต” ในอิตาลี

ตามความเชื่อของคริสต์ศาสนา บ้านศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เกี่ยวข้องกับครอบครัวศักดิ์สิทธิ์ในเมืองนาซาเร็ธ

4️⃣ ตั้งอยู่สูงประมาณ 855 เมตร

Birkenstein ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา Breitenstein เหนือเมือง Fischbachau

ลองนึกดูว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อน ผู้คนต้องเดินทางขึ้นมาบนภูเขาแห่งนี้เพื่อแสวงบุญ โดยไม่มีรถยนต์หรือกระเช้าไฟฟ้าเหมือนทุกวันนี้!

5️⃣ รูปพระแม่มารีมีอายุกว่า 500 ปี!

Gnadenbild ของ Birkenstein เป็นรูปพระแม่มารีกับพระกุมารเยซูจาก คริสต์ศตวรรษที่ 15

ตั้งแต่ปี 1673 รูปนี้ได้รับการเคารพในฐานะ Gnadenbild ที่ Birkenstein และยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการแสวงบุญมาจนถึงปัจจุบัน

6️⃣ รอบแท่นบูชามีเทวดาถึง 92 องค์! 👼

บริเวณแท่นบูชาแบบโรโกโกมีรูปพระแม่มารีและพระกุมารอยู่ตรงกลาง และรายล้อมด้วยรูปเทวดาถึง 92 องค์

ถ้าไปถึงที่นี่ ลองนับดูนะครับว่า…ครบ 92 องค์จริงหรือเปล่า 😆

7️⃣ ผนังเต็มไปด้วย “บันทึกความศรัทธา”

แผ่นภาพที่เรียกว่า Votivtafeln ถูกนำมาถวายเพื่อแสดงความขอบคุณ หรือบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความทุกข์ คำอธิษฐาน และความศรัทธาของผู้คน

แผ่นภาพจำนวนมากมีอายุย้อนกลับไปหลายร้อยปี จึงเปรียบเสมือน “บันทึกความศรัทธา” ของผู้คนในอดีต ❤️

8️⃣ แล้ว Weihwasser คืออะไร? 💧

หากคุณเห็นน้ำเสกในโบสถ์คาทอลิก น้ำนี้เรียกว่า Weihwasser

ในธรรมเนียมคาทอลิก น้ำเสกเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับศีลล้างบาปและการแสดงออกถึงความศรัทธา ผู้คนอาจใช้นิ้วแตะน้ำแล้วทำเครื่องหมายกางเขน ✝️

แต่ Weihwasser ไม่ใช่น้ำวิเศษ ความสำคัญอยู่ที่ความหมายทางศาสนาและความศรัทธา

9️⃣ ด้านล่างของโบสถ์ยังมี “พระคูหาศักดิ์สิทธิ์”

บริเวณชั้นล่างมี Kreuzweg หรือทางแห่งกางเขน และสถานีสุดท้ายคือ Heiliges Grab ซึ่งเป็นการจำลองพระคูหาศักดิ์สิทธิ์

ดังนั้น ภายใน Birkenstein จึงมีเรื่องราวและสัญลักษณ์ทางคริสต์ศาสนาให้ค้นหามากกว่าที่เห็นจากภายนอก

🔟 ด้านล่างยังมี Lourdesgrotte ด้วย! 🕯️🌹

ใต้บริเวณโบสถ์ยังมี Lourdesgrotte หรือถ้ำพระแม่มารีที่มีรูปพระแม่มารี สร้างขึ้นราวปี 1900

Lourdesgrotte เป็นถ้ำจำลองที่ได้รับแรงบันดาลใจจากถ้ำ Massabielle ที่เมือง Lourdes ประเทศฝรั่งเศส

ถ้ามา Birkenstein อย่าเพิ่งรีบกลับหลังจากชมโบสถ์ด้านบน เพราะด้านล่างก็มีอะไรให้ค้นหาอีกครับ ❤️

⛪️ จากโบสถ์ไม้เล็ก ๆ ในปี 1673 สู่สถานที่แสวงบุญที่ผู้คนยังเดินทางมาจนถึงทุกวันนี้

กว่า 350 ปี แล้วที่ผู้คนเดินทางมายัง Birkenstein เพื่อสวดภาวนา แสวงบุญ และขอพรต่อพระแม่มารี

บางครั้งสถานที่ที่ดูเล็กและเรียบง่ายจากภายนอก…กลับซ่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ และความศรัทธาเอาไว้มากมายกว่าที่เราคิด

📍 Wallfahrtskapelle Birkenstein
Fischbachau, Bayern

ใครเคยไปที่นี่แล้วบ้างครับ? และถ้าไปแล้ว… นับเทวดาครบ 92 องค์หรือยัง? 😆👼

#คนไทยในต่างแดน #คนไทยในเยอรมัน

#คนไทยในต่างแดน #คนไทยในเยอรมัน

Adresse

Munich

Benachrichtigungen

Lassen Sie sich von uns eine E-Mail senden und seien Sie der erste der Neuigkeiten und Aktionen von Born to Go-Inter erfährt. Ihre E-Mail-Adresse wird nicht für andere Zwecke verwendet und Sie können sich jederzeit abmelden.

Die Schule/Universität Kontaktieren

Nachricht an Born to Go-Inter senden:

Verknüpfungen

Teilen

Kategorie