Pakon on tour

Pakon on tour ย้ายประเทศมาแคนาดา พร้อมขอ PR ด้วยการทำงานที่นี่ 6 เดือน หรือสมัครเป็นผู้ลงทุน ปรึกษาได้ครับ

🌽🍅🫛หางานแคนาดา เก็บฟักทองกันต่อจ้า🌽🍅🫛🌽ชั้นมาทำหลายวันแล้ว วันนี้้เลยหลอกพี่โมมาทำด้วย นอกจากได้ค่าจ้างสองคน ได้มาเที่ยวฟ...
10/06/2026

🌽🍅🫛หางานแคนาดา เก็บฟักทองกันต่อจ้า🌽🍅🫛

🌽ชั้นมาทำหลายวันแล้ว วันนี้้เลยหลอกพี่โมมาทำด้วย นอกจากได้ค่าจ้างสองคน ได้มาเที่ยวฟาร์มอากาศดีๆ แล้วยังได้ผลผลิตกลับบ้านด้วยยย เริ่ดเลยล่ัะ

🚗โชคดีที่ฟาร์มใกล้บ้านมาก รับงานช่วงเช้า ขับรถกลับบ้าน อาบน้ำ แล้วขับไปทำงานบ่ายต่อได้อีก ไม่เสียเวลาเลย มีความรักให้กับการใช้ชีวิตเมืองนอก รถไม่ติดมากๆฮะ

🦊ช่วงนี้พวกเรารับงานกันแน่นมาก ใครอยากเจอ คือไม่ได้เจอจริงๆนะฮะ เดี๋ยวชั้นโพสเสร็จ ชั้นจะไปนอน ตื่นกะดึกมาทำงานสนามบินต่อ ✈️🤓

🍁อยู่แคนาดา รวยไม่ไหว เชิญเกลียด เชิญแซะได้เลย

🥭🌽🫐 อากาศดี มาเก็บผลผลิตกันครับ 🍆🍑🍅🫑ช่วงนี้ที่แคนาดาลมหนาวมาแล้ว ฟาร์มรอบๆเมือง Winnipeg ประกาศเรียกคนไปช่วยเก็บผลผลิต เ...
10/05/2026

🥭🌽🫐 อากาศดี มาเก็บผลผลิตกันครับ 🍆🍑🍅

🫑ช่วงนี้ที่แคนาดาลมหนาวมาแล้ว ฟาร์มรอบๆเมือง Winnipeg ประกาศเรียกคนไปช่วยเก็บผลผลิต เป็นการจ้างงานรายวัน ทำได้ชั่วโมงละ 430 บาท (18$) วันนึงเค้าให้ทำ 4-5 ชั่วโมง ขออยู่ต่อได้นะถ้ายังมีผักเหลือให้เก็บ แต่ส่วนมากก็กลับกันเพราะมีงานประจำ

🫑บ้านเราอยู่ทางใต้สุดของเมือง ขับรถออกไปรับงาน ใช้เวลาเดินทาง 18 นาทีเอง อากาศนอกเมืองก็ดีสุดๆ คือโชคดีของคนอยู่ชานเมืองนะ มีงานฟาร์มก็รับได้เลย คนจากในเมือง บางคนเจามาไม่คุ้มเวลา-ค่ารถกัน

🫑อันนี้คืองานดี ไม่ต้องมีความรู้ ไม่ต้องสมัครผ่านเว็บ มีคนรู้จักชวนกันไปทำได้ เจ้าของฟาร์มใจดีมาก เห็นเราอยากทำเขาก็ให้ทำ ที่สำคัญคือจ่ายเงินเร็วมาก แต่ติดว่าต้องมีรถส่วนตัวนะ เพราะเมืองนี้บ้านนอก ไม่มีขนส่งนอกเมืองเลยครับ

🫑ตอนนี้มีงานอะไรทำได้ก็ทำไปก่อนครับ พอหนาวมากๆแล้วก็อาจจะไม่อยากทำ ชีวิตก็ต้องทนหนาวให้ได้ครับอยู่เมืองนอกไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องดี เวลาหนาวทีก็ต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆ ตอนเช้าก็ไม่ค่อยอยากลุกเพราะอากาศมันน่านอนสุดๆไปเลย

✈️หนาวนี้ผมทำงานที่สนามบินด้วย มารอดูกันว่าจะรอดไม่รอด แต่งานสนามบินมีคนเอเชียทำกันเยอะมากๆๆๆๆเลยนะ เพื่อนที่ทำงานมีทั้งคน ตะวันออกกลาง แขก จีน ฟิ แอฟฟริ และอื่นๆไม่ซ้ำเลยครับ ในห้องเทรนนิ่งเหมือนเป็นโรงเรียนนานาชาติ

✈️งานใหม่ต้องหนาวแน่ๆ แต่คิดว่าถ้าทำอาชีพที่มีคนทำเหมือนๆเราเยอะ น่าจะรอดครับ ทำแบบเกาะกลุ่มกันไปไม่น่าจะมีปัญหาครับ

😬ช่วงนี้เริ่มมีงานเยอะขึ้นก็สบายใจ ยังไม่ถึงกับเหลือกินเหลือใช้ แต่แค่ได้เริ่มสร้างฐานก็ดีใจแล้ว เงินเดือน full time ที่นี่เริ่มต้นมาก็ 75,000 บาทแล้ว ถ้าทำไปนานๆน่าจะมีช่องทางขนับขยาย หารายรับได้มากขึ้นครับ

10/04/2026
🌽🫑🍅อัพเดทชีวิตทำงานในแคนาดา🍑🫐🍆🍁ช่วงที่ผ่านมาเงียบหายไป เพราะทำงานหลายอย่างมากเลยครับ ยุ่งมากๆหัวฟู😬 วันนี้เลยจะมาแชร์ประ...
10/03/2026

🌽🫑🍅อัพเดทชีวิตทำงานในแคนาดา🍑🫐🍆

🍁ช่วงที่ผ่านมาเงียบหายไป เพราะทำงานหลายอย่างมากเลยครับ ยุ่งมากๆหัวฟู😬 วันนี้เลยจะมาแชร์ประสบการณ์ทำงานในแคนาดาในแบบของเพจเรา

🍁ด้วยความแค้นที่ช่วงต้นปี หางานยากเกินไป ตอนนี้มีงานอะไรให้สมัคร ก็สมัครหมดเลย ถึงขั้นไปช่วยฟาร์มเก็บฟักทองตอนเช้า แล้วเบิ่งทำงานร้านอาหารตอนบ่ายต่อ คือรับหมดกลัวรายได้ไม่พอ จนตอนนี้มันก็เริ่มพอ

🍁การหางานที่นี่ ถ้าสมัครผ่านเว็บคือโอกาสแทบเป็นศูนย์ ถ้าประสบการณ์ไม่โดดเด่น ตรงสาย และเขียนเรซูเม่ได้ดีมากๆเขาก็จะไม่เรียก แล้วงานที่ประกาศตามเว็บใครๆก็เข้าถึงได้ งานพวกนี้คนสมัครเป็นพันจ้า มันยากมาก นี่ฝึกสมัครงานเพื่อเอาชนะระบบคัดกรองในเว็บสมัครงานอยู่เป็นเดือน กว่า เรซูเม่เราจะผ่านไปถึงรอบ call ได้ ตอนนี้โปรมากบอกเลย ถาม gemini ทุกอย่างเลย 5555

🍁อีกแบบคือสมัครงานที่ประกาศตามไอจี เฟซบุค อันนั้มันไม่ผ่านระบบคัดกรองเรซูเม่ เราแค่เขียนประวัติเราและเขียนอีเมลได้ดี มีโอกาสที่เขาจะเรียกถ้าตรง

🍁ส่วนอีกแบบที่ได้ผลดีมากคือ งานที่ได้จากคนรู้จัก หรือมี referral จะว้าวซ่ามาก อันนี่ได้สัมภาษณ์แทบทุกงาน ระบบอุปถัมภ์ยังมีอยู่จริงๆจ้า อย่าคิดว่านอกไทยไม่มีนะ

🍁แต่ใดใดก็แล้วแต่ เวลาสัมครงานต้องรู้เท่าทันมิจฉาชีพนิดนึงนะเทอ ไม่ต้องสมัครทุกอย่างที่มันล่อตาล่อใจ บางทีมันได้โปรไฟล์เราไป แล้วก็ให้แก๊งคอลเซนเตอโทรมาหลอก เจอเยอะมาก น่าเบื่อชิบหาย

🍁ช่วงที่ผ่านมาก็สมัครไปเยอะ และก็รับงานเข้ามาเยอะมากจนตอนนี้ต้องหยุดบางงานก่อน เพราะจัดตารางพักผ่อนไม่ทัน และที่แคนาดาตอนนี้งานเริ่มกลับเข้ามาแล้วครับ ช่วง September มีประกาศหาคนทำงานเยอะขึ้นมากๆ ไม่ต้องกลัวอดถ้ามีสกิล

🍁ถึงแม้อาจจะดูไม่มั่นคงไม่มี career ไม่ได้ทำงานออฟฟิศแบบตอนอยู่ไทย แต่ที่นี่ค่าแรงดีมากครับ แค่ขายเวลาและแรงงานไปวันๆก็หาได้เยอะอยู่นะ ได้ประมาณ ชม ละ 400 บาท

🍁ในระหว่างที่รับงานแรงงานและงานร้านอาหารไปด้วย ผมก็สมัครงานบริษัทใหญ่ๆอย่าง ธนาคาร retail งานช่วยเหลือสังคม และงานaviation ไปด้วย

✈️ตอนนี้ก็ได้ตกลงเริ่มงานกับบริษัท air cargo แห่งนึงไปแล้ว แต่ว่าไม่ได้กลับไปเป็นนักบินนะครับ ตอนนี้คุณสมบัติไม่ถึงและยังไม่มีพาสปอร์ตแคนาดา เรื่องงานนักบินต้องพักไปก่อนหลายปีเลย เราก็เริ่มต้นเรียนรู้งานในตำแหน่งกราวไปก่อน แล้วถ้า career path ขยับไปทางไหนได้ก็ไปฮะ แต่ที่นี่เงินดีกว่าไทยมากเลยนะให้ทำงานอะไรก็โอเคล่ะ

กลับไืทยไปน่าสงสารเด็ก ผังเมือง สภาพบ้านเมือง และระบบการศึกษา มันทำให้เด็กทรมาน จริงๆพ่อแม่ก็ทรมานต้องมานั่งรับส่งเสียเว...
08/23/2026

กลับไืทยไปน่าสงสารเด็ก ผังเมือง สภาพบ้านเมือง และระบบการศึกษา มันทำให้เด็กทรมาน จริงๆพ่อแม่ก็ทรมานต้องมานั่งรับส่งเสียเวลา เหนื่อย และ รร เองก็แพง

รีวิว หลังจากส่งลูกกลับมาเรียนไทยได้ 1 เดือน…

หลังจากส่งลูกๆ กลับมาเรียนที่ประเทศไทยได้ประมาณ 1 เดือน วันนี้ผมอยากมาเล่าประสบการณ์ตรงครับ

ตอนอยู่แคนาดา บางเรื่องเราอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ จนกระทั่งวันหนึ่งพอลูกกลับมาใช้ชีวิตที่ไทย เราถึงเห็นชัดว่า…

สิ่งที่แคนาดาให้เด็ก ไม่ได้มีแค่การศึกษา แต่คือ “คุณภาพชีวิต”

และหลายอย่างผมเพิ่งรู้สึกว่ามันมีค่ามาก หลังจากที่ลูกกลับมาอยู่ไทย

1. เรื่องแรกที่เจอเลยคือ “ภาษาไทยยากมาก”

ลูกๆ บอกเลยครับว่า

“ภาษาไทยยาก ไม่อยากเรียน”

😂

แต่ผมกลับมองว่านี่เป็นข้อดีอย่างหนึ่ง

เพราะเมื่อไม่มีทางเลือก เด็กก็ต้องพยายามเรียน ต้องอ่าน ต้องเขียน และต้องใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวัน

ตอนอยู่แคนาดา ลูกแทบไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาไทยในการเรียนหรือใช้ชีวิตประจำวัน

แต่พอกลับมาไทย ภาษาไทยกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างน้อยการกลับมาอยู่ไทยครั้งนี้ก็ทำให้เด็กได้ภาษาไทยมากขึ้น

2. สิ่งที่ผมรู้สึกว่า “หนักที่สุด” คือการเดินทาง

เด็กๆ เรียนโรงเรียนที่กรุงเทพฯ

โรงเรียนเข้า 9 โมงเช้า

ฟังดูดีใช่ไหมครับ?

แต่คุณแม่ต้องพาเด็กออกจากบ้านประมาณ 6 โมงเช้า

เพราะถ้าออกช้ากว่านั้น ก็มีโอกาสเจอรถติดยาว

พอลองคิดดูดีๆ

ในขณะที่ตอนอยู่แวนคูเวอร์ โรงเรียนก็เข้า 9 โมงเหมือนกัน

ลูกตื่นประมาณ 8:15 น.

เตรียมตัว แล้วเดินไปโรงเรียน

ประมาณ 5 นาทีถึง

นี่แหละครับที่ทำให้ผมรู้สึกว่า

สิ่งที่แคนาดาให้เด็กไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน

แต่คือ เวลาที่เด็กได้ใช้ชีวิตนอกห้องเรียน

(เราเลือกเรียนไกลบ้านหน่อย เพราะคิดว่าจะเหมาะกับลูกๆมากที่สุด)

3. เวลาที่หายไป คือ “เวลาวัยเด็ก”

เมื่อเสียเวลาเดินทางไป-กลับวันละ 1–2 ชั่วโมง หรือบางวันมากกว่านั้น

เวลาที่เหลือหลังเลิกเรียนก็ลดลง

กลับบ้าน → กินข้าว → ทำการบ้าน → อาบน้ำ → เตรียมตัวนอน

แล้ววันรุ่งขึ้นก็ต้องตื่นเช้าอีก

สุดท้ายเวลาที่เด็กเคยมีสำหรับ

เล่น
อ่านหนังสือ
ออกกำลังกาย
ทำกิจกรรม
อยู่กับครอบครัว
หรือแค่นอนพัก

ก็ลดลง

นี่เป็นเรื่องที่ผมรู้สึกชัดมากว่า

เราไม่ได้กำลังเสียแค่เวลาเดินทาง แต่กำลังเสียเวลาชีวิตของเด็กไปด้วย

ตอนอยู่แคนาดา ผมอาจไม่ได้คิดเรื่องนี้มาก

แต่พอลูกกลับมาไทยถึงได้เห็นความแตกต่างชัดเจน

4. เด็กในแคนาดา “มีพื้นที่ให้เป็นเด็ก” มากกว่า

นี่เป็นอีกเรื่องที่ผมชอบมาก

ที่แวนคูเวอร์ หลังเลิกเรียนหรือวันหยุด เราสามารถพาเด็กออกไปสวนสาธารณะ เดินป่า วิ่งเล่น ปั่นจักรยาน หรือไปเล่นสนามเด็กเล่นได้ง่ายมาก

หลายอย่าง ฟรี

ไม่จำเป็นต้องเสียเงินเพื่อสร้างความสนุกให้เด็กทุกครั้ง

แต่ในกรุงเทพฯ ถ้าอยากพาเด็กออกไปทำกิจกรรม หลายครั้งต้องวางแผนและมีค่าใช้จ่าย

อยากเล่นน้ำ → สวนน้ำ

อยากเล่นกิจกรรม → สถานที่เอกชน

อยากพาไปเที่ยว → ต้องเดินทาง

อยากออกไปสัมผัสธรรมชาติ → ต้องขับรถออกไปไกล

แน่นอนครับ กรุงเทพฯ ก็มีสวนสาธารณะและกิจกรรมฟรี

แต่สิ่งที่ผมรู้สึกแตกต่างคือ

ธรรมชาติและพื้นที่สาธารณะสำหรับเด็กในแวนคูเวอร์มันอยู่ใกล้ชีวิตประจำวันมากกว่า

ไม่ต้องรอวันหยุดใหญ่

บางวันหลังเลิกเรียนก็เดินออกไปเล่นได้เลย

5. เรื่องสุขภาพก็ต้องปรับตัว

อีกเรื่องที่เจอคือ ถ้าเด็กมีอาการไอหรือมีน้ำมูก ที่แคนาดา โรงเรียนจะให้ ผู้ปกครองพากลับบ้านทันที แถมมีส่งอีเมล์ มาบอกอีก ว่าถ้าลูก ป่วย อย่ามาโรงเรียน

ในมุมหนึ่งผมเข้าใจว่าโรงเรียนต้องการป้องกันการแพร่เชื้อ

แต่ที่ไทยอาจจะยากหน่อย ด้วยข้อจำกัดของการเดินทาง

สำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เรื่องนี้กระทบทั้งการเรียนและการจัดตารางชีวิตของพ่อแม่

6. ทุกอย่างมีค่าใช้จ่าย

นี่คืออีกเรื่องที่ผมรู้สึกชัดมากหลังกลับมาไทย

ถ้าอยากพาลูกออกไปทำกิจกรรมในวันหยุด

หลายครั้งต้องเตรียมเงินไว้ก่อน

คาเฟ่เด็กก็มีค่าใช้จ่าย

สวนสนุกก็มีค่าใช้จ่าย

สวนน้ำก็มีค่าใช้จ่าย

กิจกรรมต่างๆ ก็มีค่าใช้จ่าย

แม้แต่การออกไปหาธรรมชาติ บางครั้งก็ต้องเสียทั้งเวลาและค่าเดินทาง

ในขณะที่ตอนอยู่แวนคูเวอร์

ธรรมชาติเป็นเหมือนสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ที่เปิดให้ทุกคน

เดินป่า
เล่นสวน
ปั่นจักรยาน
เดินริมทะเล
เล่นสนามเด็กเล่น

หลายอย่างแทบไม่ต้องเสียเงิน

นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่ามีค่ามากสำหรับครอบครัว

เพราะคุณไม่จำเป็นต้อง “ซื้อประสบการณ์” ให้ลูกตลอดเวลา

7. แล้วเรื่องค่าเทอมล่ะ?

ถ้าจะให้ลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติในไทย…

ผมบอกตรงๆ ว่า

ค่าเทอมแรงมากกกก

บางโรงเรียนเห็นค่าเทอมแล้วผมยังสงสัยเลยว่า

“พ่อแม่เด็กๆ ทำงานอะไรกันครับ?” 😂

เพราะตัวเลขมันสูงจริงๆ

และถ้ารวมค่าเดินทาง ค่าอาหาร กิจกรรม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เข้าไปอีก

ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงลูกหนึ่งคนสามารถสูงมาก

ในขณะที่การศึกษาของรัฐในแคนาดาไม่ได้มีค่าเล่าเรียนแบบโรงเรียนนานาชาติ

แน่นอนว่าคุณภาพของแต่ละโรงเรียนแตกต่างกัน และแคนาดาก็มีค่าใช้จ่ายด้านอื่นที่สูงเช่นกัน

แต่ถ้าถามผมว่าอะไรทำให้ผมรู้สึกว่าแคนาดา “เป็นมิตรกับเด็กและครอบครัว” มากกว่า

เรื่องนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลครับ

⸻

ผ่านมาแค่ 1 เดือน…แต่ผมเริ่มเห็นอะไรบางอย่าง

ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดว่า

“อยู่ไทยก็น่าจะสะดวกดี ลูกจะได้ใกล้ญาติ ได้ภาษาไทย และมีอาหารอร่อยๆ กิน”

ซึ่งทั้งหมดก็จริง

แต่พอเอาเด็กกลับมาใช้ชีวิตจริง ผมถึงได้เห็นอีกด้านหนึ่ง

ชีวิตของเด็กไม่ได้มีแค่โรงเรียน

มันคือเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอน

มันคือเวลาเดินทาง

เวลาเล่น

เวลานอน

เวลาทำกิจกรรม

พื้นที่สีเขียว

ธรรมชาติ

ค่าใช้จ่าย

และเวลาที่พ่อแม่มีให้ลูก

และถ้าถามผม ณ วันนี้ หลังจากลองใช้ชีวิตจริงมา 1 เดือนว่า

ผมยังอยากให้ลูกโตที่แคนาดาไหม?

คำตอบของผมคือ

“ยังอยากครับ”

เพราะสิ่งที่ผมชอบที่สุดเกี่ยวกับแคนาดา ไม่ใช่แค่โรงเรียน

แต่คือการที่เด็กสามารถใช้ชีวิตแบบเด็กได้

มีเวลาเล่น

มีพื้นที่

มีธรรมชาติ

มีความเป็นอิสระ

และไม่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมากเพื่อสร้างความสุขให้เด็กในทุกวัน

นี่เป็นเพียงประสบการณ์ของครอบครัวผม หลังจากส่งลูกกลับมาไทยได้ประมาณ 1 เดือน

และผมเองก็อยากดูต่อเหมือนกันว่า…

ถ้าอยู่ไป 6 เดือน หรือ 1 ปี เด็กๆ จะรู้สึกอย่างไรกับชีวิตที่ไทย?

เพราะบางทีการย้ายประเทศไม่ได้เปลี่ยนแค่ “โรงเรียนของลูก”

แต่มันเปลี่ยน วิถีชีวิตของทั้งครอบครัว

🇨🇦ครบรอบ 3 ปีที่มาแลนด์ที่แคนาดาครับ🎉🇨🇦วันนี้มาเที่ยวอุทยานใกล้ๆเมืองก่อนหมดหน้าร้อน เตรียมจำศีลหน้าหนาว แต่ขากลับแวะผ่า...
08/06/2026

🇨🇦ครบรอบ 3 ปีที่มาแลนด์ที่แคนาดาครับ🎉

🇨🇦วันนี้มาเที่ยวอุทยานใกล้ๆเมืองก่อนหมดหน้าร้อน เตรียมจำศีลหน้าหนาว แต่ขากลับแวะผ่านจุดกึ่งกลางของประเทศแคนาดา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเราไปเพียง 15 นาทีเท่านั้นเอง

🇨🇦ปีนี้เป็นปีที่เราเริ่มมีประสบการณ์การใช้ชีวิตที่นี่แล้ว เราใช้หน้าร้อนอย่างคุ้มค่ามากเลยครับ 55555

🇨🇦หมดปีที่ 3 เข้าปีที่ 4 แล้ว ถามว่า PR ได้รึยัง ก็ยัง แต่คิดว่าใกล้ๆแล้วนะ เวลา process ของแต่ละคนไม่เท่ากันจริงๆ บางคนสมัครที่หลังได้ก่อน บางคนสมัครก่อนแต่ตกหล่นหายก็มี นี่คือสาเหตุที่เราไม่กล้ามั่นใจ และไม่ได้โพสอะไรถึงเรื่องนี้มาก

🇨🇦งานที่ทำที่แคนาดาก็พอมีพอกิน บางทีก็มีงาน บางทีก็ว่างงาน ความสำเร็จในชีวิตส่วนนึงเป็นเรื่องของการวางเส้นทางให้ตัวเอง แต่อีกส่วนเป็นเรื่องของจังหวะด้วยครับ ปลง มันเกินการควบคุมครับ (ถ้าใครอยากมาอยู่เมืองนี้เหมือนกันก็ปรึกษาได้)

🇨🇦ภาพรวมก็เป็น 3 ปีที่ชีวิตดีและมีความสุขมากครับ ต้องขอบคุณพี่โมโม่ที่มาด้วยกันนะ คนคิดมากอย่างผมถ้าอยู่ไทยต่อคงเป็นบ้าไปแล้ว🥰

🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁🍁

07/28/2026

ที่บอกไปเรื่องโอกาสได้ PR กับจังหวัด Manitoba ช่องทางนั้นต้องสมัครมาเรียนที่นี่ครับ เอาระดับที่ได้ PGWP 3 ปี เซฟๆ พอหางานทำได้แล้วก็รอในพูลเลยครับ เดี๋ยวช่องทางแบบ LMIA ยากมากแล้ว

07/25/2026

คุยปัญหายาเสพติดกับฝรั่ง เขาบอกว่ามันก็แย่ลงเรื่อยๆในทุกเมืองใหญ่ ส่วนมากเกี่ยวข้องกับปัญหาครอบครัวและความยากจน

07/19/2026

🇨🇦ข่าวดี!🥳 จังหวัด Manitoba พึ่ง draw ไป 1,870 คน เป็นกลุ่มที่เรียนจบและทำงานที่นี่ 6 เดือน มีคนไทยได้ด้วย ยินดีด้วยครับ🥰🎉

05/03/2026

อยู่แคนาดา ไม่มีขนมจีนกิน เลยไปซื้อเส้นข้าวเวียดนามจากร้านขายของเอเชียมาลองดูครับ ปรากฎว่าดีงาม!!!

เส้นข้าวเวียดนามไซส์เล็กสุด น้องคือเส้นทดแทน ขนมจีนที่ดีเลย เหมือนทุกอย่างยกเว้นกลิ่น ขนมจีนบ้านเราเส้นสดจะมีกลิ่นหมักหน่อยๆและเส้นเราจะเละกว่า แต่นี่คือกลิ่นสะอาดเลย เพราะมาในรูปแบบของแห้งนะฮะ

#ขนมจีน #แกงหน่อไม้ #อาหารไทย #อาหาร #แคนาดา

Address

Winnipeg, MB

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when Pakon on tour posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Shortcuts

Share