04/04/2026
🎓 ข่าวดีสายวิจัย! ทุนเรียนฟรี + มีเงินเดือนให้ (RTP Stipend) ที่ UTS Sydney เปิดรับแล้วค่ะ 🇦🇺✨
สวัสดีค่ะน้องๆ ใครที่กำลังมองหาลู่ทางเรียนต่อระดับ ปริญญาโท (Research) หรือ ปริญญาเอก (PhD) ในซิดนีย์ วันนี้มีข่าวดีจาก University of Technology Sydney (UTS) มหาวิทยาลัยสุดไฮเทคใจกลางเมืองมาฝากค่ะ
ทุนนี้คือ Australian Government Research Training Program (RTP) ซึ่งเป็นทุนรัฐบาลออสเตรเลียที่มอบให้นักศึกษาที่มีศักยภาพด้านการวิจัยสูงค่ะ
💰 สวัสดิการที่คุณจะได้รับ:
ค่าเล่าเรียนฟรี (Tuition Fee Offset): ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมตลอดหลักสูตร
เงินค่าครองชีพ (Living Stipend): รับเงินโอนเข้าบัญชีทุก 2 สัปดาห์ เพื่อใช้จ่ายค่าเช่าบ้าน ค่ากิน อยู่ได้แบบสบายๆ ในซิดนีย์ (ยอดปี 2026 อยู่ที่ประมาณ $37,000 - $40,000+ ต่อปี
สวัสดิการอื่นๆ: ประกันสุขภาพนักศึกษาต่างชาติ (OSHC) และค่าใช้จ่ายในการย้ายถิ่นฐาน (Relocation allowance)
🔍 ใครบ้างที่มีสิทธิ์สมัคร?
นักศึกษาทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่สมัครเรียนหลักสูตร Masters by Research หรือ PhD ที่ UTS
มีผลการเรียนดีเยี่ยม (GPA ปังๆ) และมีศักยภาพในการทำวิจัย
ต้องได้รับการตอบรับ (Offer) หรือกำลังสมัครเรียนในระดับวิจัยที่ UTS
💡 มุมมองจากแอดมิน:
ในฐานะที่แอดมินจบ ปริญญาเอก (PhD) มา บอกเลยว่าทุน RTP Stipend คือ "สวรรค์ของนักวิจัย" ค่ะ เพราะการทำวิจัยต้องใช้สมาธิสูงมาก การที่มีเงินสนับสนุนค่าครองชีพให้เราทุกเดือนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการออกไปทำงาน Part-time หนักๆ จะช่วยให้เราโฟกัสกับงานวิจัยและเรียนจบได้ตามเป้าหมายค่ะ ✨
🗓️ วันปิดรับสมัคร:
ทุนนี้มักจะมี 2 รอบต่อปี (รอบหลักสำหรับนักศึกษาต่างชาติมักจะปิดช่วงกลางปีเพื่อเข้าเรียนปีถัดไป) แนะนำให้น้องๆ รีบเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ เพราะต้องใช้เวลาในการหา Supervisor และเขียน Research Proposal ค่ะ
🔗 รายละเอียดเพิ่มเติม: UTS RTP Scholarship: https://www.uts.edu.au/for-students/admissions-entry/scholarships/scholarships-search/australian-government-research-training-program-stipend
💬 ใครอยากย้ายมาเป็น "เด็กวิจัย" ในซิดนีย์
ทัก Inbox มาปรึกษาเรื่องการเตรียมตัวเบื้องต้นได้เลยนะคะ🥰🤝
#ทุนเรียนฟรี #ทุนวิจัย #ทีมออสเตรเลีย #เรียนต่อออสเตรเลีย
02/04/2026
สรุปอัปเดต: ระยะเวลาการรอผลวีซ่าออสเตรเลีย (Visa Processing Times) 🇦🇺⏳
ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) ระบุว่าระยะเวลาพิจารณาวีซ่าในแต่ละช่วงจะมีการเปลี่ยนแปลงตามปริมาณผู้สมัครและความซับซ้อนของเคส นี่คือสรุปประเด็นสำคัญเพื่อประกอบการวางแผนการยื่นวีซ่าค่ะ
1. วิธีที่ทางการคำนวณระยะเวลา (Percentiles)
ทางการจะแสดงสถิติการพิจารณาที่ "เสร็จสิ้นแล้ว" ในช่วงที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็น:
50% of applications: ครึ่งหนึ่งของผู้สมัครทั้งหมด ได้รับผลภายในระยะเวลานี้
90% of applications: เกือบทั้งหมด (9 ใน 10 คน) จะทราบผลไม่เกินระยะเวลานี้
หมายเหตุ: หากเคสของน้อง ๆ เกินระยะเวลา 90% อาจเป็นเพราะเอกสารไม่ครบหรือเป็นเคสที่มีความซับซ้อนสูงค่ะ
2. ปัจจัยที่ทำให้วีซ่า "ออกเร็ว" หรือ "ออกช้า" 📉📈
ความเร็วในการพิจารณาไม่ได้ขึ้นอยู่กับลำดับการยื่นเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้ด้วย:
Decision Ready: การยื่นเอกสารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ตาม Checklist ตั้งแต่วันแรก จะช่วยให้เจ้าหน้าที่พิจารณาจบได้ทันทีโดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่ม (RFI)
ความซับซ้อนของข้อมูล: เช่น ประวัติการเดินทางที่หลากหลาย ประวัติสุขภาพ หรือความจำเป็นในการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในบางประเทศ
ระยะเวลาการตอบกลับ: หากเจ้าหน้าที่ขอเอกสารเพิ่มเติม แล้วผู้สมัครใช้เวลาเตรียมตัวนาน ระยะเวลารอผลก็จะถูกนับเพิ่มไปเรื่อยๆ
ปริมาณใบสมัคร (Seasonal): ช่วงใกล้เปิดเทอมใหญ่ (กุมภาพันธ์/กรกฎาคม) ปริมาณใบสมัครวีซ่านักเรียนจะสูงมาก ทำให้ระบบล่าช้ากว่าปกติ
3. สถิติโดยประมาณของวีซ่ายอดฮิต (ข้อมูลปัจจุบัน)
-Visitor Visa (600): ส่วนใหญ่ออกเร็วมาก (บางเคสหลักวัน หรือไม่เกิน 1 เดือน)
- Student Visa (500): * สายอุดมศึกษา (Higher Education) มักเร็วกว่า (ประมาณ 1-2 เดือน)
- สายวิชาชีพ (VET) อาจใช้เวลานานกว่า (ประมาณ 3-5 เดือน)
- Work and Holiday (462): ขึ้นอยู่กับรอบการกดโควต้า มักใช้เวลาประมาณ 2-4 เดือน
- Skilled/Partner Visas: เป็นกลุ่มที่ใช้เวลาตรวจสอบนานที่สุด อาจใช้เวลาหลักหลายเดือนจนถึงเป็นปี
💡 ทริคเพื่อให้ได้ผลไวที่สุด
เตรียมพร้อมก่อนยื่น: ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและเอกสารแปลทั้งหมด
ตรวจสุขภาพให้ไว: หากวีซ่าประเภทนั้นต้องตรวจสุขภาพ แนะนำให้รีบดำเนินการทันทีหลังจากได้รับ HAP ID
เช็ก ImmiAccount สม่ำเสมอ: เพื่อป้องกันการตกหล่นหากเจ้าหน้าที่มีคำขอแจ้งเตือนเข้ามา
#วีซ่าออสเตรเลีย #เรียนต่อออสเตรเลีย #ย้ายประเทศ
30/03/2026
อัปเดตข่าวใหญ่ในออสเตรเลียที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้เลยค่ะ สรุปมาให้แล้วสำหรับลูกเพจ Aurora Migration Australia (AMA) โดยเฉพาะใครที่พักอาศัยอยู่ในซิดนีย์ รัฐ NSW ต้องอ่านเพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายกันนะคะ แต่ไม่ใช่ทุกรัฐ สรุปมาตรการช่วยค่าครองชีพล่าสุด 🚌✨
ในช่วงที่ราคาต้นทุนพลังงานและค่าน้ำมันพุ่งสูงขึ้นแบบฉุดไม่อยู่จากวิกฤตการณ์โลก รัฐบาลในหลายรัฐของออสเตรเลียได้ออกมาตรการด่วน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ประชาชนค่ะ แต่ละที่ให้ไม่เท่ากัน ดังนี้เลย:
✅ รัฐที่ประกาศ "ขึ้นรถฟรี" (Free Public Transport)
📍 Victoria (VIC): รัฐบาลประกาศให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะทุกประเภท (รถไฟ, แทรม, บัส ทั้งในเมืองและภูมิภาค) ฟรีตลอดทั้งเดือนเมษายน 2569 (เริ่ม 31 มี.ค. - 30 เม.ย.) น้องๆ ที่เมลเบิร์นไม่ต้องแตะบัตร Myki เลยค่ะ
📍 Tasmania (TAS): จัดหนักกว่า ให้ขึ้นรถบัสและเรือเฟอร์รี ฟรีไปจนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เลยทีเดียวค่ะ
❌ แล้วรัฐ NSW (ซิดนีย์) ของเราล่ะ
สำหรับพวกเราที่อยู่ใน New South Wales (NSW) ทางรัฐบาลรัฐฯ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (John Graham) ได้ออกมา "ปฏิเสธ" มาตรการขึ้นรถฟรีเรียบร้อยแล้วค่ะ โดยให้เหตุผลหลักๆ ดังนี้:
งบประมาณมหาศาล: การให้นั่งฟรีจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้หลายล้านดอลลาร์ "ต่อวัน" ซึ่งอาจกระทบต่อสถานะการเงินของรัฐในระยะยาว
วิกฤตอาจลากยาว: รัฐบาลมองว่าวิกฤตน้ำมันครั้งนี้อาจอยู่นานกว่า 1 เดือน จึงต้องการเก็บงบประมาณไว้ช่วยซัพพอร์ตเศรษฐกิจในภาพรวมที่จำเป็นกว่า
ค่าโดยสารปัจจุบัน: รัฐบาลมองว่าราคาค่าโดยสาร Opal และระบบ "Cap" (เพดานราคาสูงสุดต่อวัน/สัปดาห์) ในปัจจุบันยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยุติธรรมและช่วยประหยัดได้ระดับหนึ่งอยู่แล้วเมื่อเทียบกับการขับรถเองค่ะ
💡 แม้เราจะไม่ได้นั่งฟรีเหมือนเพื่อนบ้านในเมลเบิร์น แต่สำหรับน้องๆ นักเรียนหรือคนทำงานในซิดนีย์ แนะนำให้ใช้สิทธิ์ Opal Benefits ให้คุ้มที่สุดนะคะ:
Daily/Weekly Cap: ใช้ให้ถึงยอดสูงสุดเพื่อรับสิทธิ์นั่งฟรีหลังจากนั้น
Off-peak Discount: วางแผนเดินทางช่วงนอกเวลาเร่งด่วนเพื่อประหยัดค่าโดยสาร 30%
Student Concession: น้องๆ นักเรียนอย่าลืมเช็กสิทธิ์บัตรของตัวเองให้เรียบร้อยนะคะ
💬 ชาวซิดนีย์คิดยังไงกับเรื่องนี้คะ อยากให้รัฐบาล NSW ทบทวนมาตรการนี้ หรือคิดว่าช่วยด้านอื่น (เช่น ค่าเช่าบ้าน) สำคัญกว่า มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้นะ รออ่านอยู่ค่ะ👇😊
#ข่าวออสเตรเลีย #ค่าครองชีพออสเตรเลีย #ทีมออสเตรเลีย #ย้ายประเทศ
29/03/2026
📸 รวม 3 พิกัดถ่ายรูปสุดปังใน UTS เรียนที่นี่ ได้รูปดีๆ ลงไอจีสตอรี่ทุกวัน ✨
ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่วิชาการที่ล้ำสมัย แต่สถาปัตยกรรมของมหาวิทยาลัยยังถูกยกให้เป็น Landmark สำคัญของซิดนีย์ ที่ใครเดินผ่านก็ต้องหยุดถ่ายรูป วันนี้ Aurora จะพาไปส่อง 3 มุมสุดฮิตที่เด็ก UTS ต้องมีรูปเก็บไว้ค่ะ 🏛️🤳
1. "ตึกถุงกระดาษ" (Dr Chau Chak Wing Building) 🛍️
นี่คือไอคอนระดับโลก! ผลงานการออกแบบของสถาปนิกในตำนาน Frank Gehry ที่หน้าตาเหมือนถุงกระดาษยับๆ สีน้ำตาล เป็นตึกคณะ Business ที่ใครเห็นเป็นต้องร้องว้าว
2. UTS Central (Building 2) & ห้องสมุดวิวหลักล้าน 📚
ตึกกระจกสุดอลังการใจกลางแคมปัส ด้านในมีบันไดวนคู่ (Double Helix Stairs) ที่สวยเหมือนงานศิลปะ และไฮไลท์คือห้องสมุดที่ผนังเป็นกระจกใสบานใหญ่ มองเห็นวิวเมืองซิดนีย์แบบพาโนรามา
3. Alumni Green 🌳☀️
สนามหญ้าสีเขียวสดชื่นขนาดใหญ่ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางตึกเรียนสุดล้ำ เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจที่นักศึกษานิยมมานั่งปิกนิก ติวหนังสือ หรือนอนรับแดดอุ่นๆ
ใครชอบความโมเดิร์น ไม่จำเจ UTS คือคำตอบค่ะ 😊✨
💬 เพื่อนๆ เห็นรูปแล้วชอบตึกไหนที่สุดคะ หรือใครมีมุมลับใน UTS ที่อยากแนะนำ คอมเมนต์บอกแอดมินหน่อยน้าา 👇
#เรียนต่อออสเตรเลีย #ทีมออสเตรเลีย #เด็กUTS #มุมถ่ายรูปซิดนีย์
28/03/2026
📍 เช็กอินย่าน Tech & Creative รวมพิกัดฮิตรอบรั้ว UTS ที่เดินไปได้จากแคมปัส 🚀🏙️
เรียนที่ University of Technology Sydney (UTS) บอกเลยว่าไม่มีเหงา เพราะแคมปัสตั้งอยู่ใจกลางความล้ำสมัยของซิดนีย์ค่ะ
1. Central Park Mall & Spice Alley 🌿🍜
อยู่ตรงข้ามตึก UTS Tower เลยค่ะ ตึกที่มีต้นไม้ปกคลุมรอบด้าน (Vertical Garden) ที่สวยระดับโลก ภายในมีห้างและร้านอาหารเพียบ แต่ที่พลาดไม่ได้คือ Spice Alley ตรอกอาหารเอเชียที่บรรยากาศเหมือนอยู่เมืองนอกจริงๆ อาหารอร่อยและราคานักเรียนด้วยค่ะ
2. Chinatown & Haymarket 🥟🏮
เดินไปเพียง 5-10 นาทีก็จะถึงย่านไชน่าทาวน์ แหล่งรวมร้านอาหารไทยและเอเชียที่ใหญ่ที่สุดในซิดนีย์ ใครคิดถึงอาหารไทย หรืออยากหาของกินมื้อดึก ต้องย่านนี้เลยค่ะ!
3. Darling Harbour 🎡🌊
เดินเลาะไปทางตึกธุรกิจของ UTS ก็จะถึงอ่าว Darling Harbour พิกัดพักผ่อนระดับโลกที่มีทั้งสวนสาธารณะ, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ SEA LIFE, และร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศตอนเย็นดีมาก เหมาะมานั่งคลายเครียดหลังเลิกเรียนค่ะ
4. Powerhouse Museum ⚙️พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และดีไซน์ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย อยู่ติดกับแคมปัสฝั่ง Ultimo เลยค่ะ น้องๆ สายดีไซน์หรือสายเทคห้ามพลาด เพราะเขามีนิทรรศการล้ำๆ หมุนเวียนมาให้ดูตลอดปี
5. Paddy's Markets 🛍️💸
แหล่งรวมของฝากและสินค้าเบ็ดเตล็ดราคาถูกที่นักเรียนไทยรู้จักดี อยู่ใกล้กับหอพักนักศึกษามาก ใครอยากซื้อของที่ระลึกส่งกลับไทย หรือหาซื้อผักผลไม้สดราคาประหยัด ต้องมาที่นี่เลยค่ะ
💡 มุมมองจากแอดมิน: ด้วยความที่ UTS ตั้งอยู่ในย่าน Tech Central น้องๆ จะไม่ได้แค่มาเรียนนะคะ แต่จะได้ซึมซับบรรยากาศการทำงานจริงไปในตัวด้วย ช่วยให้เรามีไฟในการเรียนและการทำงานตลอดเวลาค่ะ 😊✨
💬 ใครกำลังเล็งจะไปเรียนที่ UTS บ้างคะ หรืออยากให้แอดมินรีวิวร้านอาหารลับย่านไหนเป็นพิเศษไหม พิมพ์บอก Aurora ได้เลยนะคะ
#เรียนต่อออสเตรเลีย #ที่เที่ยวซิดนีย์ #ทีมออสเตรเลีย #สมัครเรียนUTS
24/03/2026
🚀 UTS: มหาวิทยาลัยสมัยใหม่ อันดับ 1 ของออสเตรเลีย 🎓💻
สำหรับน้องๆ สาย Tech, Business หรือ Creative ที่ชอบบรรยากาศการเรียนที่กระฉับกระเฉงและเน้นการปฏิบัติจริง University of Technology Sydney (UTS) คือคำตอบที่ใช่ที่สุดในปี 2026 นี้ค่ะ
✨ ทำไม UTS ถึงโดดเด่น
World Top 100: ติดอันดับที่ 96 ของโลก และอันดับ 9 ของออสเตรเลียใน QS World University Rankings 2026 ค่ะ
#1 Young University: ครองตำแหน่งมหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ (อายุไม่เกิน 50 ปี) อันดับ 1 ในออสเตรเลียอย่างเหนียวแน่น
High Employability: อัตราการจ้างงานสูงถึง 93.3% (วัดผลจากบัณฑิตหลังเรียนจบ 3 ปี) เพราะหลักสูตรที่นี่ออกแบบร่วมกับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ
Tech Central Location: ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจและเทคโนโลยีของซิดนีย์ (CBD) รายล้อมด้วยบริษัทชั้นนำกว่า 3,000 แห่ง เพิ่มโอกาสในการฝึกงานและหาคอนเนกชันค่ะ
🎓 คณะเด่นที่ห้ามพลาด
Computer Science & IT: ยืนหนึ่งด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
Design, Architecture & Building: กับตึกเรียนดีไซน์ล้ำระดับโลกที่เป็นสัญลักษณ์ของซิดนีย์
Nursing: ติดอันดับท็อปของโลกมาอย่างยาวนาน
Business: เน้นการสร้างผู้ประกอบการและผู้นำรุ่นใหม่
💡 มุมมองจากแอดมิน
จากประสบการณ์ที่แอดมินอยู่ในแวดวงการศึกษาออสเตรเลีย แอดมินพบว่า UTS เป็นมหาวิทยาลัยที่ "ปรับตัวเร็วที่สุด" ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการสอน หรือการเปลี่ยนรูปแบบการสอบมาเป็นการทำโปรเจกต์จริง ซึ่งตอบโจทย์โลกการทำงานในปี 2026 มากๆ ใครที่อยากเรียนจบแล้วพร้อมลุยงานได้ทันที UTS คือทางเลือกที่คุ้มค่ามากค่ะ 😊✨
💬 อยากรู้ว่าคณะที่คุณสนใจที่ UTS มีทุนส่วนลดค่าเรียน 15-30% สำหรับปี 2026 หรือไม่
ทัก Inbox มาสอบถาม Aurora ได้เลยค่ะ
#เรียนต่อออสเตรเลีย #ซิดนีย์ #ทีมออสเตรเลีย
23/03/2026
🇦🇺 ทุนไปซิดนีย์ Youth Summit 2026: บินฟรี-พักฟรี-กินฟรี ไม่ต้องมี IELTS ก็สมัครได้ค่ะ ✈️✨
โอกาสก้าวสู่เวทีระดับโลกมาถึงแล้ว กับงานชุมนุมผู้นำเยาวชนจากทั่วโลกเพื่อร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลง (SDGs) ณ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย งานนี้คุ้มยิ่งกว่าคุ้มค่ะ เ
🌟 สำหรับผู้ได้รับทุน Fully Funded (15 ที่นั่ง):
✈️ ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
🏨 ที่พักฟรี 3 คืน ตลอดระยะเวลาโครงการ
🍽️ อาหารฟรีทุกมื้อ
🎫 ยกเว้นค่าธรรมเนียม เข้าร่วมงาน 100%
🏆 ประกาศนียบัตร และการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล
🥳 ปาร์ตี้ฉลองและ Networking Dinner
🔍 ใครสมัครได้บ้าง (เช็กคุณสมบัติที่นี่)
✅ อายุ: 16 - 35 ปี (สำหรับทุนเต็มจำนวน)
✅ IELTS/TOEFL: ไม่ต้องใช้
✅ คนที่มีความฝันอยากเปลี่ยนสังคมก็ได้ (ไม่ต้องมีประสบการณ์สังคมมาก่อนก็สมัครได้)
✅ สัญชาติ: เปิดรับทุกสัญชาติทั่วโลก
✅ พาสปอร์ต: ถ้ายังไม่มี ใช้บัตรประชาชนแนบแทนไปก่อนได้ค่ะ
📍 สถานที่จัดงาน: ซิดนีย์, ออสเตรเลีย
🗓️ วันจัดงาน: 24 - 27 มิถุนายน 2569
⏰ ปิดรับสมัคร: 30 มีนาคม 2569
📢 ประกาศผล: 15 เมษายน 2569
💡 วิธีสมัครและค่าธรรมเนียม
การสมัครมีค่าธรรมเนียมการดำเนินการ (Application Fee) ประมาณ $19.99 USD (ประมาณ 700 บาท) ชำระผ่าน Eventbrite เพื่อใช้เป็นหลักฐานการสมัครค่ะ
ถึงจะมีโควต้า Fully Funded แค่ 15 ที่ แต่เขายังมีโควต้า Partially Funded (ช่วยจ่ายบางส่วน) และ Free Access Passes อีกเพียบ เป็นโอกาสที่ดีมากๆ ค่ะ
🔗 ลิ้งก์สมัคร: https://www.eventbrite.ca/e/youth-summit-australia-2026-tickets-1983775647363?
#ทุนฟรี #ไปซิดนีย์ #เรียนต่อออสเตรเลีย #ทีมออสเตรเลีย
17/03/2026
📢 สรุปด่วน! กฎหมายใหม่ Migration Amendment Act 2026 มีผลบังคับใช้แล้วค่ะ (14 มี.ค. 2569) 🇦🇺⚖️
แอดมินสรุปประเด็นสำคัญของกฎหมายฉบับล่าสุดมาให้แบบอ่านง่าย พร้อมใช้ประกอบการวางแผนเดินทางค่ะ
🛑 Arrival Control Determination คืออะไร?
รัฐบาลออสเตรเลียได้เพิ่มอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงตรวจคนเข้าเมือง สามารถสั่ง "ระงับการเดินทางเข้าเมือง" สำหรับกลุ่มผู้ถือวีซ่าชั่วคราว (Temporary Visa) บางกลุ่มได้ทันที หากเกิดวิกฤตการณ์โลกหรือเหตุความไม่สงบค่ะ
🔍 5 ข้อสรุปที่ต้องรู้:
⏳ ระยะเวลา: สั่งระงับได้นานสูงสุด 6 เดือน ต่อครั้ง
🛂 สถานะวีซ่า: กฎหมายนี้ ไม่ใช่การยกเลิกวีซ่า และไม่เปลี่ยนวันหมดอายุ เป็นเพียงการระงับการเดินทางเข้าประเทศชั่วคราวเท่านั้นนะคะ
🚫 ใครที่อาจได้รับผลกระทบ: ผู้ถือวีซ่าชั่วคราว (เช่น วีซ่านักเรียน วีซ่าทำงาน) ที่ตัวอยู่ต่างประเทศในขณะที่มีประกาศ
✅ ใครที่ "รอด" (ได้รับยกเว้น):
🌏 ผู้ถือวีซ่าถาวร (PR)
🏠 ผู้ที่ตัวอยู่ในออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว
👨👩👧👦 ครอบครัวสายตรงของพลเมืองออสซี่หรือ PR (คู่สมรส/บุตร)
ไม่ต้องตกใจไปนะคะ กฎหมายนี้ออกมาเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินระดับโลกเท่านั้นค่ะ
#ข่าวออสเตรเลีย #กฎหมายวีซ่า #ทีมออสเตรเลีย #เรียนต่อออสเตรเลีย
11/03/2026
กำหนดการ WAH/WHS 2026 (ออสเตรเลีย & นิวซีแลนด์) มาแล้วค่ะ 🔴
🇦🇺 ออสเตรเลีย WAH 2026 (โควต้ากดรวม: 3,000 คน)
รอบที่ 1: กดขอ USER/PASS: วันที่ 23 - 28 มีนาคม 2569 (เปิดกด 6 วัน!). รับสมัครวันละ 500 คน, เวลา: 09.00 - 16.00 น.
(ยังไม่ใช้หลักฐาน)
รอบที่ 2: กดโควต้าออนไลน์ (ยื่นเอกสาร): วันที่ 8 เมษายน 2569. โควต้ารวม: 2,500 คน, เวลา: 09.00 - 16.00 น.
(ต้องมีหลักฐานครบสมบูรณ์ก่อนกดค่ะ)
รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ: ทยอยประกาศผลเป็นรอบๆ ก.ค., ส.ค. และ พ.ย. 2569
🇳🇿 นิวซีแลนด์ WHS 2026 (โควต้ากดรวม: 300 คน)
รอบที่ 1: กดขอ USER/PASS: วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 (เปิดกดวันเดียว!). โควต้ารวม: 300 คน, เวลา: 09.00 - 16.00 น. (ยังไม่ใช้หลักฐานค่ะ)
รอบที่ 2: กดโควต้าออนไลน์ (ยื่นเอกสาร): วันที่ 29 พฤษภาคม 2569. โควต้ารวม: 150 คน, เวลา: 09.00 - 16.00 น.. (ต้องมีหลักฐานครบสมบูรณ์ก่อนกนะคะ!)
รับหนังสือรับรองคุณสมบัติ: วันที่ 10 สิงหาคม 2569 (รวม 100 คน)
โควต้าจำกัดมากๆ น้องๆ ต้องเตรียมเอกสารและหลักฐานต่างๆ (โดยเฉพาะผลภาษาและการเงิน) ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนถึงวันกดโควต้าออนไลน์นะคะ
ฝากกดติดตามเพจ Aurora Migration Australia (AMA) เพื่อรับข้อมูลที่ อัพเดตที่สุดสำหรับการก้าวสู่ความสำเร็จในออสเตรเลียนะคะ 🌟 #เรียนต่อออสเตรเลีย #ทำงานออสเตรเลีย #ท่องเที่ยวออสเตรเลีย
11/03/2026
🇦🇺 จากนักเรียนแลกเปลี่ยนสู่ PR: Chapter 2 – Work and Holiday... เมื่อความรักนำทางสู่ชีวิต All-rounder 7 วันรวด! ✈️💖
หลังจากจบพาร์ทนักเรียนแลกเปลี่ยน ก็กลับไทยไปสอบวิทยานิพนธ์จนเรียนจบ ตอนนั้นเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตเลยค่ะ เพราะเพื่อนชวนไปกดโควต้า Work and Holiday (WAH) ปี 2017 ผลปรากฏว่าพี่กดได้ แต่เพื่อนไม่ได้...
ตอนนั้นสองจิตสองใจมากค่ะ เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาหางานในบริษัทดังที่ไทยไว้ให้แล้ว แต่สุดท้าย... พี่เลือกความรักค่ะ เพราะแฟนอยู่ที่ซิดนีย์ เลยตัดสินใจคว้าโอกาสนี้มาลองใช้ชีวิตแบบคนซิดนีย์ดูสักครั้ง
🌟 ความพิเศษของวีซ่า Work and Holiday
วีซ่านี้คือสวรรค์ของคนอยากลองใช้ชีวิตเลยค่ะ เพราะเราจะเรียนคอร์สสั้นๆ ก็ได้ ทำงานได้ไม่จำกัด หรือจะเที่ยวรอบออสเตรเลียก็ได้ ตอนนั้นกลับมาซิดนีย์อีกครั้งด้วยความมั่นใจว่า "เรามีประสบการณ์ร้านอาหารมาแล้วนะ หางานง่ายแน่ๆ"
แต่ความจริงคือ... พี่เดินสมัครงาน 10-20 ร้านใน 2 อาทิตย์ แต่ไม่มีใครรับเลย สาเหตุเพราะ "พี่ทำงานช้า" ค่ะ งานบริการที่นี่ต้องการความรวดเร็ว แม้เราจะสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีก็ตาม ส่วนงานแล็บหรือออฟฟิศที่ตรงสาย ก็ยังไม่รับเราเพราะไม่มีประสบการณ์ Local
🏃♀️ ชีวิต Work (ไร้) Balance: ทำงาน 7 วันรวด!
ช่วงนั้นพี่บ้าพลังมากค่ะ อยากหาเงินให้ได้เยอะๆ:
5 วัน: ร้านอาหารเวียดนาม
วันอาทิตย์: เป็นรีเซฟชั่นร้านนวด (รับจองคิว/ทำความสะอาด)
เวลาที่เหลือ: ไป "ถือป้าย" ให้ร้านรองเท้าใจกลางมือ ยืนถือลูกศรชี้ทาง 5 ชั่วโมงรวดจนขาแข็ง แต่เงินดีมากค่ะ
ผลลัพธ์คือ: ร่างกายผอมเพรียวเพราะเดินทั้งวัน แต่ที่ได้มาเต็มๆ คือ ภาษาอังกฤษที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด เพราะต้องคุยกับคนตลอดเวลา
สุดท้ายไม่ได้ต่อวีซ่าปีที่ 2 เพราะได้รับ Job Offer ที่ไทยพอดี เลยต้องเดินทางกลับ จากที่ตั้งใจมาหาแฟน กลายเป็นทำงานจนแทบไม่มีเวลาเจอหน้ากันเลยค่ะ
📍 ตอนต่อไป: เมื่อต้องห่างกันอีกครั้ง... จะเล่าถึงการกลับมาซิดนีย์ด้วย วีซ่าท่องเที่ยว เพื่อมาหาแฟน เตรียมตัวรับความหวาน (และความลุ้น) ได้เลยค่ะ!
💬 น้องๆ WAH คนไหนเคยทำงาน "ถือป้าย" หรือมีงานแปลกๆ ในซิดนีย์มาแชร์กันได้นะคะ หรือใครกำลังตัดสินใจระหว่าง "งาน" กับ "ความรัก" ทักมาอคุยกันได้เสมอค่ะ 😊✨
#ชีวิตในซิดนีย์ #หางานออสเตรเลีย #ทีมออสเตรเลีย #สู้ชีวิตในต่างแดน
คุณต้องการให้พี่พิมช่วยทำภาพอินโฟกราฟิก "สรุป 3 งานสู้ชีวิตในซิดนีย์ฉบับ WAH" เพื่อประกอบโพสต์นี้เลยไหมคะ?
08/03/2026
🇦🇺 จากนักเรียนแลกเปลี่ยนสู่ PR: Chapter 1 – ก้าวแรกในซิดนีย์กับวิถี All-rounder! 🎓🍜
สวัสดีค่ะน้องๆ วันนี้จะขอพักเรื่องกฎระเบียบหนักๆ มาเปิดซีรีส์เล่าเรื่องส่วนตัวที่หลายคนถามกันเข้ามาเยอะมากว่า "พี่เริ่มต้นชีวิตในออสเตรเลียยังไง จนตอนนี้ได้ PR และทำงานในมหาวิทยาลัยระดับโลก?"
✈️ ปี 2015: การเดินทางครั้งแรกของเด็กเชียงใหม่
ย้อนกลับไปตอนอายุ 25 ปี ด้วยความฝันที่อยากมาต่างประเทศให้ได้ค่ะ ตอนนั้นพขอทุนมาทำวิจัยแลกเปลี่ยนที่ UNSW (School of BABS) เป็นเวลา 1 ปีค่ะ
บอกเลยว่าเป็นการ "ไกลบ้าน" ครั้งแรกในชีวิต เพราะตั้งแต่เด็กจนเรียนจบ อยู่แต่ที่เชียงใหม่ มีคุณแม่ไปรับไปส่งตลอดนะคะ การต้องมาใช้ชีวิตคนเดียวในต่างแดนจึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายที่น่าตื่นเต้นที่สุดค่ะ
💼 งานแรก... สู้ไม่ถอย
ช่วงที่เป็นวีซ่านักเรียนวิจัย ต้องโฟกัสเรื่องการเรียนเป็นหลัก แต่ก็อยากหารายได้เสริมและประสบการณ์ชีวิตด้วยค่ะ เชื่อไหมคะว่าก้าวแรกไม่ได้ง่ายเลไปเทรนงานหลายที่มากแต่ก็ไม่ได้ จนสุดท้ายได้รับโอกาสที่ร้านอาหารไทยค่ะ
ค่าแรงวันแรก: เริ่มต้นที่ $10 - $12 ต่อชั่วโมง ถือว่าเป็นค่าขนมและได้ประสบการณ์
สวัสดิการสุดคุ้ม: ข้อดีของการทำร้านไทยคือมีอาหารให้หิ้วกลับบ้านทุกวัน บางวันได้หลายกล่องเลยค่ะ เหมาะมากกับเด็กใหม่ที่ตอนนั้นยังทำอาหารไม่ค่อยเป็น (ก่อนมาฝึกทำกับคุณแม่มาแค่ไม่กี่เมนูเองค่ะ 😂)
👩🍳 จุดเปลี่ยนสู่ "All-rounder" ตัวจริง
มีอยู่วันหนึ่ง เชฟที่ร้านป่วยกะทันหัน เหลือแค่พี่กับเจ้าของร้าน เลยต้องกระโดดเข้าไปช่วยทุกอย่าง ตั้งแต่เสิร์ฟ เตรียมของ ไปจนถึงเป็นผู้ช่วยเชฟ กลายเป็น All-rounder ของจริงที่ทำได้ทุกอย่างในร้าน ซึ่งนั่นคือสกิลติดตัวที่ทำให้เอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์จนถึงทุกวันนี้ค่ะ
✨ บทสรุปก้าวแรก
จบปีแรก ไม่ได้แค่ผลงานวิจัยที่ตั้งใจไว้ แต่สิ่งที่ได้กลับไปคือ "ความมั่นใจ" และ "ทักษะการใช้ชีวิต" ที่เงินซื้อไม่ได้ รวมถึง Pocket Money เล็กๆ น้อยๆ ค่ะ
📍 ตอนต่อไป: จะเล่าถึงตอนที่ตัดสินใจกลับมาออสเตรเลียอีกครั้งด้วย วีซ่า Work and Holiday บอกเลยว่าเข้มข้นกว่าเดิมแน่นอน
💬 น้องๆ คนไหนกำลังท้อกับการหางานแรกในออสเตรเลียบ้าง? มาแชร์กันได้นะคะ พี่เคยผ่านจุดนั้นมาก่อน และรู้เลยว่ามันไม่ง่าย แต่ถ้าเราไม่เลือกงานและตั้งใจ ก้าวที่สองจะตามมาเสมอค่ะ 😊✨
#ชีวิตในซิดนีย์ #เรียนต่อออสเตรเลีย #ประสบการณ์ทำงาน #ทีมออสเตรเลีย
06/03/2026
🏗️ จบวิศวะจากไทย อยากทำงานออสเตรเลีย ต้องรู้จัก Engineers Australia (EA)! 🇦🇺⚙️
"พี่ครับ ผมจบวิศวะที่ไทย มีโอกาสย้ายไปทำงานที่ออสเตรเลียไหม?" นี่คือหนึ่งในคำถามที่แอดมินได้รับบ่อยมากค่ะ
คำตอบคือ "มีโอกาสสูงมาก" เพราะวิศวกรคืออาชีพขาดแคลนอันดับต้นๆ ของที่นี่ แต่ก้าวแรกที่ทุกคนต้องทำคือการทำ Skill Assessment กับหน่วยงานที่ชื่อว่า Engineers Australia (EA) ค่ะ
🔍 Engineers Australia (EA) คือใคร
EA คือหน่วยงานกลางที่รัฐบาลออสเตรเลียแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ "ประเมินวุฒิและทักษะ" ของวิศวกรจากทั่วโลก เพื่อยืนยันว่าความรู้ของคุณเทียบเท่ากับมาตรฐานของออสเตรเลียหรือไม่
🛣️ เส้นทางการประเมิน (Assessment Pathways)
การประเมินของ EA หลักๆ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ตามวุฒิการศึกษาที่คุณจบมาค่ะ:
1. Accredited Qualifications (เส้นทางด่วนสำหรับหลักสูตรที่รับรอง)
Washington Accord: สำหรับวิศวกรระดับปริญญาตรี (Professional Engineer)
Sydney Accord: สำหรับระดับเทคโนโลยีวิศวกรรม (Engineering Technologist)
Dublin Accord: สำหรับระดับช่างเทคนิควิศวกรรม (Engineering Associate)
Update 2026: ข่าวดีสำหรับน้องๆ จากไทย ตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา สภาวิศวกรไทย (COE) ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของ Washington Accord แล้ว หากหลักสูตรที่คุณจบได้รับการรับรองในวันที่กำหนด อาจใช้เส้นทางนี้ได้เลย ซึ่งรวดเร็วและเอกสารไม่ยุ่งยากค่ะ
2. Non-Accredited Qualifications (เส้นทางพิสูจน์ฝีมือ - CDR)
หากหลักสูตรของไม่ได้อยู่ใน Accord (เช่น จบมานานแล้ว หรือสถาบันยังไม่ได้รับการรับรอง) คุณต้องเลือกเส้นทาง Competency Demonstration Report (CDR) ค่ะ
ต้องเขียน Career Episodes 3 บท เพื่อเล่าประสบการณ์การทำงานจริง
ทำ Summary Statement เพื่อสรุปทักษะความสามารถ
เป็นเส้นทางที่แอดมินแนะนำสำหรับคนที่มีประสบการณ์หน้างานแน่นๆ ค่ะ
✅ ทำไมต้องประเมินวุฒิ สำคัญยังไง?
สำหรับการย้ายถิ่นฐาน (Migration): เป็นเอกสารบังคับในการยื่นวีซ่าทักษะ (Skilled Visas) เช่น 189, 190 หรือ 491
สำหรับการทำงาน: นายจ้างชั้นนำในออสเตรเลีย (รวมถึงใน UNSW ที่แอดมินทำงานอยู่) มักจะขอดูผลการประเมินจาก EA เพื่อยืนยันว่าคุณคือวิศวกรที่มีมาตรฐานสากลจริงค่ะ
สำหรับการเรียนต่อ: บางมหาวิทยาลัยอาจขอดูผลประเมินเพื่อพิจารณาการโอนหน่วยกิตหรือเข้าเรียนในระดับที่สูงขึ้นค่ะ
🌟 คำแนะนำจากแอดมิน:
การเลือก Pathway ที่ถูกต้องจะช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาค่ะ แนะนำให้เช็ครายชื่อหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากเว็บสภาวิศวกรไทยควบคู่ไปด้วยนะคะ
💬 จบวิศวะสาขาไหนกันบ้างคะ หรืออยากให้แอดมินช่วยดู Pathway การเรียนต่อเพื่อปูทางสู่การเป็นวิศวกรที่นี่ ทัก Inbox มาคุยได้เลยนะคะ✨
#วิศวกรไทยในออสเตรเลีย #ย้ายประเทศ #ทีมออสเตรเลีย
⚠️ Disclaimer: แอดมินให้คำปรึกษาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา (QEAC) เพื่อการวางแผนเรียนต่อและพัฒนาอาชีพเท่านั้น สำหรับรายละเอียดข้อกฎหมายวีซ่าและการยื่นวีซ่าถาวร (PR) กรุณาปรึกษา Registered Migration Agent (RMA) ที่ได้รับอนุญาตค่ะ