☘️ที่ดีที่สุด คือ “ความสมดุล”☘️
💐แปลและเรียบเรียงจากเพจ - Perfect Muslim Wife - 💐โดย บินติ อัลอิสลาม
แม่ของฉันมักบอกเสมอว่า “บางครั้ง ความสมบูรณ์แบบ ก็ถือเป็นคุณสมบัติที่บกพร่องอย่างหนึ่ง” เช่นการที่เธอสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การสอน ศิลปะ การทำสวน เป็นต้น
ตอนนี้ แม่ฉันเป็นเพียงสตรีชราที่อ่อนแอคนหนึ่ง และเธอบอกฉันว่า “บางที แม่ก็ไม่ควรที่จะทำงานหนักจนเกินไปเลย แม่ควรปฏิเสธที่จะไม่ทำในหลายๆ สิ่ง แม่ควรจะเก็บพลังไว้บ้าง” แม่ฉันเห็นหลายคนที่บอกเธอว่า พวกเขาไม่รู้อะไรเลย และพยายามหลบเลี่ยงที่จะไม่ทำงานบ้านด้วยวิธีการต่างๆ และแม่ก็บอกพวกเธอว่า “มันไม่เป็นไรหรอก ถ้าเธอไม่สามารถทำงานบางอย่างได้ เพื่อที่เธอจะไม่โดนใครมาเอาเปรียบ” และฉันก็มีโอกาสได้อ่านข้อความข้างล่างนี้ ซึ่งมันทำให้ฉันนึกถึงคำพูดของแม่ และนี่คือสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนจำต้องอ่าน
หลายปีก่อน ผู้หญิงคนหนึ่งได้บอกฉันและฉันไม่เคยลืมสิ่งที่เธอบอกฉันเลย เธอบอกฉันว่า
“อย่าทะนงตนจนเกินไป” เธอกล่าว “อย่าภาคภูมิใจในความสามารถมากมายในการรับมือกับสิ่งต่างของเธอมากเกินไป หรือไม่แล้ว อีกไม่นาน ผู้คนก็จะคาดหวังให้เธอต้องรับมือกับทุกสิ่งทุกอย่าง”
“โลกใบนี้ปรารถนาที่จะค้นพบ ใครสักคนที่สามารถรับมือกับทุกสิ่งได้ (เพราะคนบนโลกนี้นั้นเกียจคร้าน และไม่อยากจะทำงาน) และอีกไม่นาน เธอจะต้องรับผิดชอบมากเกินกว่าที่เธอจะสามารถจัดการได้ เธอจะต้องทำมากเกินกว่า "คำว่าพอดี" หรือต้องทำในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล และเธอจะต้องทำอีกหลายพันอย่างที่เธอไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการนั้น
อย่าปล่อยให้ตัวเองถูกล่อลวงด้วยไอเดียที่ว่า “เธอคือซุปเปอร์วูเมน หรือผู้หญิงเก่ง” เช่นที่โลกต้องการจะยกย่องให้เธอเป็น (การบอกบรรดาสตรีว่าพวกเขาคือ superhero คือการล่อลวงอย่างหนึ่งที่โลกใบนี้พยายามใช้กับเรา ด้วยการทำให้ผู้หญิงทำงานหลายๆ อย่าง)
การพยายามที่จะเป็น “ผู้หญิงเก่ง (ซุปเปอร์วูเมน)” มันไม่คุ้มค่าพอที่จะต้องใช้ทั้งชีวิตของเธอ หรือพลังงานมากมายของเธอ หรือความสัมพันธ์ของเธอ เพื่อให้ได้มันมา เพราะท้ายที่สุด เธอก็ต้องจบลงด้วยการน้อมรับกับทุกอย่าง ด้วยการตอบตกลงว่า “ทำได้ค่ะ” แต่แล้วเธอก็จะไม่สามารถทำสิ่งใดได้อย่างดีเลยสักอย่าง อีกทั้งเธอยังต้องทำมันด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองใจ ไม่มีความสุข และในที่สุด เธอก็จะรู้สึกหมดพลังไร้เรี่ยวแรง อีกทั้งยังต้องใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร้จุดหมายและไร้อารมณ์ความรู้สึก
🍁จงเรียนรู้ที่จะตระหนักรู้ถึงสิ่งที่สำคัญกับคุณจริงๆ และทำเพียงแค่สิ่งนั้น
🍁จงเรียนรู้ที่จะปฏิเสธ ตอบไปว่า “ไม่สามารถทำได้ค่ะ” และปล่อยวางสิ่งต่างๆ เสีย
เพจนี้สำหรับคุณแม่ อัลอุมมฺฮาตฺ
รบกวนระบุแหล่งที่มาในการเผยแพร่ และโปรดอย่ารวบรวมข้อความบทความใดเพื่อการจำหน่าย
อย่าแสดงพฤติกรรมตามใจตัวเอง ต่อหน้า "ลูกๆ ของคุณ"
“คำพูด” ที่ออกมาจากปากของคุณ ไม่ควรเป็น “คำด่าทอ
หรือคำหยาบคาย” เพราะเด็กๆ สามารถจดจำคำพูดเหล่านั้น
ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจงควบคุมปาก และมารยาทของคุณ
เพราะโดยมากแล้ว ลูกของคุณจะทำตาม "แบบอย่างของคุณ"
มากกว่า "คำสอน คำแนะนำจากคุณ" ดังนั้น จงแสดงให้เขา
เห็น “สิ่งที่ดีที่สุด” จากคุณ
(มุฟตี อิสมาอีล เมงก์)
10/02/2020
||ในวันที่เด็กๆ ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของมนุษย์||
ตั้งแต่มีลูก
พ่อแม่ทุกคนคงรู้สึกเหมือนกันว่า...
เรารู้สึกอ่อนไหวรุนแรงมากกับข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ
ความเป็นพ่อแม่นั้นสากล...เช่นเดียวกับความเป็นมนุษย์
เราจะรู้สึกเชื่อมโยงกับพ่อแม่คนอื่นๆ...มนุษย์คนอื่นๆ
เจ็บปวดลึกซึ้งไปกับพวกเขาในทุกความโหดร้ายที่ได้พบเจอ
และ-โดยอัติโนมัติ- เราจะถามตัวเองว่า...
ถ้าเป็นฉันล่ะ? ถ้าเป็นลูกฉันล่ะ?
คำถามแบบนี้บีบคั้นหัวใจรุนแรง
แต่เมื่อเราพยายามก้าวผ่านความหวั่นไหวเพื่อจะมองหาสิ่งที่เราทำได้
เราก็จะพบว่าทุกเหตุการณ์นั้นมีบทเรียนให้ชีวิตเราไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบใดใด
และต่อไปนี้คือ 5 สิ่งที่เราสามารถสอนเด็กๆ ของเราได้ทันที
ในวันที่เขาต้องพบเจอความร้ายกาจของมนุษย์
ไม่ว่าผ่านข่าวคราวของคนอื่น หรือในวันหนึ่งข้าหน้าที่เขาอาจต้องพบมันด้วยตัวเอง (นะอูซุบิลลาฮิมินซาลิก)
1-สอนซูเราะฮ์ "อันนาส" (ซูเราะฮ์ 'มนุษย์') ให้ลูก
จริงๆ แล้ว ‘อันนาส’ มักเป็นซูเราะฮ์แรกที่เด็กๆ มุสลิมจะได้ท่องจำ
แต่เราควรให้เด็กๆได้เข้าใจความหมายอันยิ่งใหญ่ของซูเราะฮ์สั้นๆ นี้ด้วย
แล้วมันจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่มากๆ สำหรับเขาในการดีลกับมนุษย์คนอื่นๆไปตลอดชีวิต
..เป็นการดีลกับมนุษย์ผ่านการดีลกับผู้สร้างมนุษย์
ทุกครั้งที่เขาต้องพบเห็นเหตุการณ์ที่สร้างคำถามอันมืดมนว่า "ทำไมมนุษย์ถึงโหดร้ายต่อกันได้ขนาดนี้"
ซูเราะฮ์นี้จะเป็นแสงสว่างให้เขา
บอกเขาว่า...หัวใจของมนุษย์นั้นซับซ้อน และมนุษย์ที่อันตรายนั้นมีอยู่จริง
แต่เราได้รับสิทธิ์ให้ขอคามคุ้มครองจาก "ร็อบบินนาส : ผู้อภิบาลของมวลมนุษย์"
และมันเพียงพอแล้วต่อความรอดของเรา
2-สอนให้ลูกรู้จักและผูกพันกับอัลลอฮ์สุดหัวใจ
เหตุการณ์แรกเริ่มก่อนที่ท่านหญิงมัรยัมจะมีลูกนั้นเป็นฉากที่เปี่ยมความหมายสำหรับทุกสถานการณ์คับขันอันตรายในชีวิตของเรา
เมื่ออัลลอฮ์ให้ญิบรีลปรากฎกายต่อหน้ามัรยัมในรูปของชายฉกรรจ์เพื่อแจ้งข่าวเรื่องลูกชายผู้มีเกียรติของเธอที่จะเกิดมา
ในฐานะผู้หญิงที่รักษาตัวอย่างดี นี่ย่อมเป็นสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นสำหรับมัรยัม
เธออยู่ลำพัง และไม่รู้จุดประสงค์ของผู้มาเยือน
แต่เธอกล่าวประโยคสั้นๆ ประโยคหนึ่งที่บ่งบอกว่าเธอ "รู้จัก" และวางใจในพระเจ้าของเธออย่างเปี่ยมเต็ม
"ฉันขอความคุ้มครองจาก 'อัรเราะห์มาน' ให้พ้นจากท่าน" (ซูเราะฮ์มัรยัม อายะฮ์ที่ 18)
ในวินาทีวิกฤติยิ่งนี้ เธอเลือกขอความคุ้มครองด้วยพระนาม "อัรเราะห์มาน :ผู้ทรงเปี่ยมเมตตา" แทนที่จะเป็นพระนามอื่นๆที่แสดงความสามารถและอำนาจยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ในการจัดการผู้คนตามประสงค์
นั่นคืือเธอไม่ได้ต้องการบอก(คนที่อาจเป็น)คนร้ายว่าอัลลอฮ์มีอำนาจจัดการเขาได้ขนาดไหน
แต่เธอกำลังบอกตัวเองว่าอัลลอฮ์เมตตาเธอขนาดไหน พระองค์จะต้องช่วยเหลือเธออย่างแน่นอน
นี่คือที่สุดแห่งการรู้จักและผูกพันกับอัลลอฮ์
บอกเราว่าในทุกภาวะวิกฎติและสถานการณ์น่าสิ่วหน้าขวาน
มันไม่ใช่วินาทีระหว่างเรากับคนร้าย
แต่มันคือวินาทีระหว่างเรากับอัลลอฮ์
ซึ่งความเข้าใจนี้จะทำให้ทุกความหวาดหวั่นในอันตรายคลี่คลายลง
3-สอนให้ลูกมีความเมตตาและเห็นคุณค่าของชีวิตผู้อื่น
หญิงโสเภณีคนหนึ่งได้เข้าสวรรค์เพราะให้น้ำกับสุนัขที่กระหาย
หะดีษนี้บอกเราว่า...การมีเมตตาต่อชีวิตอื่นเป็นความดียิ่งใหญ่มากถึงระดับที่ทำให้คนบาปหนาได้เข้าสวรรค์
แม้ชีวิตที่ว่านั้นจะเป็นของสัตว์เพียงตัวเดียว
แล้วนับประสาอะไรกับชีวิตมนุษย์
ความมีเมตตายังเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดที่อัลลอฮ์ให้กับผู้ที่พระองค์เลือกให้เป็นผู้นำของมวลมนุษย์ (เราะห์มะตันลิลอาละมีน)
ไม่ใช่เพียงไม่เข่นฆ่าทำร้ายผู้อื่น
แต่เราต้องสอนให้ลูกรู้ว่าทุกชีวิตมีคุณค่าที่เราต้องเคารพและให้เกียรติ
การสอนให้เด็กๆมีเมตตาเช่นนี้จะก่อร่างสังคมที่ไม่เอื้อให้ความเป็นฆาตกรในหัวใจใครได้เติบโต
นั่นคือนอกจากสอนให้ลูกๆ ไม่เป็นคนร้ายแล้ว
ยังเป็นการสอนเขาไม่ให้มีส่วนผลักใครให้กลายเป็นคนร้ายด้วย
4- สอนให้ลูกมีความรู้และทักษะการเอาตัวรอดในภาวะคับขัน
คำแนะนำของท่านอุมัรให้สอนเด็กๆ ว่ายน้ำ, ขี่ม้า และยิ่งธนู เป็นคำแนะนำที่ทรงคุณค่ามาก
ในยุคสมัยของท่าน ทักษะสามประการนี้เป็นพื้นฐานในการเอาตัวรอดที่สำคัญ
ซึ่งเราสามารถนำมาเปรียบและปรับใช้เป็นทักษะอื่นๆ ในยุคสมัยของเราที่มีลักษณะเดียวกันได้อีกหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นทักษะการป้องกันตัวเบื้องต้น หรือการหาความรู้วิธีการเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่าง ฯลฯ
น่าสังเกตว่าทั้ง 3 กิจกรรมที่ท่านอุมัรแนะนำนั้น นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว
ยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้เรามีสมาธิและมีความนิ่งของกระบวนการคิด
(เช่นการว่ายน้ำ ใครที่ชอบว่ายน้ำจะนึกออกว่า การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ทำให้สมองเราปลอดโปร่งมาก เราสามารถคิดอะไรดีๆได้มากมายในขณะที่แหวกว่ายอยู่ในสายน้ำ)
ซึ่งความนิ่งในการตัดสินใจ หรือก็คือ “สติ” นั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในทุกสถานการณ์วิกฤติของชีวิต
5-สอนให้ลูกเชื่อมั่นในด้านดีงามของมนุษย์
แทบทุกเหตุการณ์ที่แสดงด้านมืดของมนุษย์ มักจะมีภาพที่แสดงให้เห็นด้านดีงามของมนุษย์ตามมา
มีภาพผู้คนที่ร่วมมือช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและครอบครัว
มีภาพความทุ่มเทของบุคลากรในวิชาชีพต่างๆ ที่ต้องการให้สถานการณ์คลี่คลายโดยมีการสูญเสียน้อยที่สุด
มีภาพความช่วยเหลือแบ่งปันกันในหมู่ผู้คนตัวเล็กตัวน้อยท่ามกลางวิกฤต
ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่มีองค์ประกอบเป็นผู้คนจำนวนมาก
ขณะที่ภาพความโหดร้ายนั้นมักมีองค์ประกอบเป็นบุคคลจำนวนน้อย หรืออาจแค่บุคคลเดียวด้วยซ้ำ
ฉะนั้น...ทั้งเรา และลูกๆ ของเราที่จะเติบโตขึ้นมา ต้องไม่ยินยอมให้การกระทำของคนไม่กี่คนทำให้เราสูญเสียความเชื่อมั่นในความดีงามของเพื่อนมนุษย์
ไม่ยินยอมให้ความเกลียดชังมีชัยชนะเหนือความรัก
ไม่ยินยอมให้ความโกรธแค้นมีชัยชนะเหนือความเมตตา
และไม่ยอมให้ความหดหู่สะเทือนใจมีชัยชนะเหนือความหวัง
เรายังมีหวังเสมอว่าสังคมจะดีงามขึ้น โลกจะดีงามขึ้น...ด้วยความดีงามของมนุษย์
เป็นความหวังชนิดเดียวกับที่ทำให้ท่านนบีให้อภัยกลุ่มคนที่ทำร้ายท่าน แล้วเดินหน้าทำสิ่งดีๆ แก่โลกต่อไป
เป็นความหวังที่เด็กๆ ของเราควรต้องมี เพื่อเขาจะได้ภูมิใจ รัก และเปี่ยมพลังในความเป็นมนุษย์
แม้ในวันที่เขาต้องพบกับความโหดร้ายของมนุษย์!
----------------
||ในวันที่เด็กๆ ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของมนุษย์||
ตั้งแต่มีลูก
พ่อแม่ทุกคนคงรู้สึกเหมือนกันว่า...
เรารู้สึกอ่อนไหวรุนแรงมากกับข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ
ความเป็นพ่อแม่นั้นสากล...เช่นเดียวกับความเป็นมนุษย์
เราจะรู้สึกเชื่อมโยงกับพ่อแม่คนอื่นๆ...มนุษย์คนอื่นๆ
เจ็บปวดลึกซึ้งไปกับพวกเขาในทุกความโหดร้ายที่ได้พบเจอ
และ-โดยอัติโนมัติ- เราจะถามตัวเองว่า...
ถ้าเป็นฉันล่ะ? ถ้าเป็นลูกฉันล่ะ?
คำถามแบบนี้บีบคั้นหัวใจรุนแรง
แต่เมื่อเราพยายามก้าวผ่านความหวั่นไหวเพื่อจะมองหาสิ่งที่เราทำได้
เราก็จะพบว่าทุกเหตุการณ์นั้นมีบทเรียนให้ชีวิตเราไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบใดใด
และต่อไปนี้คือ 5 สิ่งที่เราสามารถสอนเด็กๆ ของเราได้ทันที
ในวันที่เขาต้องพบเจอความร้ายกาจของมนุษย์
ไม่ว่าผ่านข่าวคราวของคนอื่น หรือในวันหนึ่งข้างหน้าที่เขาอาจต้องพบมันด้วยตัวเอง (นะอูซุบิลลาฮิมินซาลิก)
1-สอนซูเราะฮ์ "อันนาส" (ซูเราะฮ์ 'มนุษย์') ให้ลูก
จริงๆ แล้ว ‘อันนาส’ มักเป็นซูเราะฮ์แรกๆที่เด็กมุสลิมจะได้ท่องจำ
แต่เราควรให้เด็กๆได้เข้าใจความหมายอันยิ่งใหญ่ของซูเราะฮ์สั้นๆ นี้ด้วย
แล้วมันจะเป็นของขวัญชิ้นใหญ่มากๆ สำหรับเขาในการดีลกับมนุษย์คนอื่นๆไปตลอดชีวิต
..เป็นการดีลกับมนุษย์ผ่านการดีลกับผู้สร้างมนุษย์
ทุกครั้งที่เขาต้องพบเห็นเหตุการณ์ที่สร้างคำถามอันมืดมนว่า "ทำไมมนุษย์ถึงโหดร้ายต่อกันได้ขนาดนี้"
ซูเราะฮ์นี้จะเป็นแสงสว่างให้เขา
บอกเขาว่า...หัวใจของมนุษย์นั้นซับซ้อน และมนุษย์ที่อันตรายนั้นมีอยู่จริง
แต่เราได้รับสิทธิ์ให้ขอความคุ้มครองจาก "ร็อบบินนาส : ผู้อภิบาลของมวลมนุษย์"
และมันเพียงพอแล้วต่อความรอดของเรา
2-สอนให้ลูกรู้จักและผูกพันกับอัลลอฮ์สุดหัวใจ
เหตุการณ์แรกเริ่มก่อนที่ท่านหญิงมัรยัมจะมีลูกนั้นเป็นฉากที่เปี่ยมความหมายสำหรับทุกสถานการณ์คับขันอันตรายในชีวิตของเรา
เมื่ออัลลอฮ์ให้ญิบรีลปรากฎกายต่อหน้ามัรยัมในรูปของชายฉกรรจ์เพื่อแจ้งข่าวเรื่องลูกชายผู้มีเกียรติของเธอที่จะเกิดมา
ในฐานะผู้หญิงที่รักษาตัวอย่างดี นี่ย่อมเป็นสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นสำหรับมัรยัม
เธออยู่ลำพัง และไม่รู้จุดประสงค์ของผู้มาเยือน
แต่เธอกล่าวประโยคสั้นๆ ประโยคหนึ่งที่บ่งบอกว่าเธอ "รู้จัก" และวางใจในพระเจ้าของเธออย่างเปี่ยมเต็ม
"ฉันขอความคุ้มครองจาก 'อัรเราะห์มาน' ให้พ้นจากท่าน" (ซูเราะฮ์มัรยัม อายะฮ์ที่ 18)
ในวินาทีวิกฤติยิ่งนี้ เธอเลือกขอความคุ้มครองด้วยพระนาม "อัรเราะห์มาน :ผู้ทรงเปี่ยมเมตตา" แทนที่จะเป็นพระนามอื่นๆที่แสดงความสามารถและอำนาจยิ่งใหญ่ของอัลลอฮ์ในการจัดการผู้คนตามประสงค์
นั่นคืือเธอไม่ได้ต้องการบอก(คนที่อาจเป็น)คนร้ายว่าอัลลอฮ์มีอำนาจจัดการเขาได้ขนาดไหน
แต่เธอกำลังบอกตัวเองว่าอัลลอฮ์เมตตาเธอขนาดไหน พระองค์จะต้องช่วยเหลือเธออย่างแน่นอน
นี่คือที่สุดแห่งการรู้จักและผูกพันกับอัลลอฮ์
บอกเราว่าในทุกภาวะวิกฤติและสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน
มันไม่ใช่วินาทีระหว่างเรากับคนร้าย
แต่มันคือวินาทีระหว่างเรากับอัลลอฮ์
ซึ่งความเข้าใจนี้จะทำให้ทุกความหวาดหวั่นในอันตรายคลี่คลายลง
3-สอนให้ลูกมีความเมตตาและเห็นคุณค่าของชีวิตผู้อื่น
หญิงโสเภณีคนหนึ่งได้เข้าสวรรค์เพราะให้น้ำกับสุนัขที่กระหาย
หะดีษนี้บอกเราว่า...การมีเมตตาต่อชีวิตอื่นเป็นความดียิ่งใหญ่มากถึงระดับที่ทำให้คนบาปหนาได้เข้าสวรรค์
แม้ชีวิตที่ว่านั้นจะเป็นของสัตว์เพียงตัวเดียว
แล้วนับประสาอะไรกับชีวิตมนุษย์
ความมีเมตตายังเป็นคุณสมบัติสำคัญที่สุดที่อัลลอฮ์ให้กับผู้ที่พระองค์เลือกให้เป็นผู้นำของมวลมนุษย์ (เราะห์มะตันลิลอาละมีน)
ไม่ใช่เพียงไม่เข่นฆ่าทำร้ายผู้อื่น
แต่เราต้องสอนให้ลูกรู้ว่าทุกชีวิตมีคุณค่าที่เราต้องเคารพและให้เกียรติ
การสอนให้เด็กๆมีเมตตาเช่นนี้จะก่อร่างสังคมที่ไม่เอื้อให้ความเป็นฆาตกรในหัวใจใครได้เติบโต
นั่นคือนอกจากสอนให้ลูกๆ ไม่เป็นคนร้ายแล้ว
ยังเป็นการสอนเขาไม่ให้มีส่วนผลักใครให้กลายเป็นคนร้ายด้วย
4- สอนให้ลูกมีความรู้และทักษะการเอาตัวรอดในภาวะคับขัน
คำแนะนำของท่านอุมัรให้สอนเด็กๆ ว่ายน้ำ, ขี่ม้า และยิ่งธนู เป็นคำแนะนำที่ทรงคุณค่ามาก
ในยุคสมัยของท่าน ทักษะสามประการนี้เป็นพื้นฐานในการเอาตัวรอดที่สำคัญ
ซึ่งเราสามารถนำมาเปรียบและปรับใช้เป็นทักษะอื่นๆ ในยุคสมัยของเราที่มีลักษณะเดียวกันได้อีกหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นทักษะการป้องกันตัวเบื้องต้น หรือการหาความรู้วิธีการเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่าง ฯลฯ
น่าสังเกตว่าทั้ง 3 กิจกรรมที่ท่านอุมัรแนะนำนั้น นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว
ยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้เรามีสมาธิและมีความนิ่งของกระบวนการคิด
(เช่นการว่ายน้ำ ใครที่ชอบว่ายน้ำจะนึกออกว่า การว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ทำให้สมองเราปลอดโปร่งมาก เราสามารถคิดอะไรดีๆได้มากมายในขณะที่แหวกว่ายอยู่ในสายน้ำ)
ซึ่งความนิ่งในการตัดสินใจ หรือก็คือ “สติ” นั้น เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในทุกสถานการณ์วิกฤติของชีวิต
5-สอนให้ลูกเชื่อมั่นในด้านดีงามของมนุษย์
แทบทุกเหตุการณ์ที่แสดงด้านมืดของมนุษย์ มักจะมีภาพที่แสดงให้เห็นด้านดีงามของมนุษย์ตามมา
มีภาพผู้คนที่ร่วมมือช่วยเหลือผู้ประสบเหตุและครอบครัว
มีภาพความทุ่มเทของบุคลากรในวิชาชีพต่างๆ ที่ต้องการให้สถานการณ์คลี่คลายโดยมีการสูญเสียน้อยที่สุด
มีภาพความช่วยเหลือแบ่งปันกันในหมู่ผู้คนตัวเล็กตัวน้อยท่ามกลางวิกฤติ
ภาพเหล่านี้เป็นภาพที่มีองค์ประกอบเป็นผู้คนจำนวนมาก
ขณะที่ภาพความโหดร้ายนั้นมักมีองค์ประกอบเป็นบุคคลจำนวนน้อย หรืออาจแค่บุคคลเดียวด้วยซ้ำ
ฉะนั้น...ทั้งเรา และลูกๆ ของเราที่จะเติบโตขึ้นมา ต้องไม่ยินยอมให้การกระทำของคนไม่กี่คนทำให้เราสูญเสียความเชื่อมั่นในความดีงามของเพื่อนมนุษย์
ไม่ยินยอมให้ความเกลียดชังมีชัยชนะเหนือความรัก
ไม่ยินยอมให้ความโกรธแค้นมีชัยชนะเหนือความเมตตา
และไม่ยินยอมให้ความหดหู่สะเทือนใจมีชัยชนะเหนือความหวัง
เรายังมีหวังเสมอว่าสังคมจะดีงามขึ้น โลกจะดีงามขึ้น...ด้วยความดีงามของมนุษย์
เป็นความหวังชนิดเดียวกับที่ทำให้ท่านนบีให้อภัยกลุ่มคนที่ทำร้ายท่าน แล้วเดินหน้าทำสิ่งดีๆ แก่โลกต่อไป
เป็นความหวังที่เด็กๆ ของเราควรต้องมี เพื่อเขาจะได้ภูมิใจ รัก และเปี่ยมพลังในความเป็นมนุษย์
แม้ในวันที่เขาต้องพบกับความโหดร้ายของมนุษย์!
03/07/2019
ใครว่ากินน้ำแก้วเดียวกัน กินอาหารช้อนเดียวกันไม่เป็นอะไร ความจริงอาจเสี่ยงเป็นถึง 12 โรค
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ : https://workpointnews.com/2019/06/28/infectious_diseases_in_saliva/
แก้ไขข้อมูลเพิ่มเติม : กรณีวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงว่า วัณโรคติดต่อผ่านระบบทางเดินหายใจ ไม่ติดต่อผ่านการกิน
03/07/2019
1 มิ.ย.-31ส.ค.นี้ ฉีดวันซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ฟรีทั่วประเทศ กระทรวงสาธารณสุข เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี 3 สายพันธุ์ โดยเฉพาะ 7 กลุ่มเสี่ยง สามารถรับ
Eid Mubarak!
Taqabbalallahu Minna Wa Minkum!
(May Allah accept from us and you)
ตะก็อบบะลัลลอฮฺ มินนา วะมินกุม
ขออัลลอฮฺทรงตอบรับการงานจากเราและท่าน
ขออภัยพี่น้องทั้งหลาย หากเคยล่วงเกิน หรือทำสิ่งใดผิดพลาดไปนะคะ
Ramadan Mubarak
Click here to claim your Sponsored Listing.
Location
Category
Address
Abu Dhabi