Dr Prae Seributra - นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร

Dr Prae Seributra - นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร

Share

President of Starfish Education Foundation
Educator • Mum
Certified Nutrition & Wellness Consultant
STOTT Pilates Instructor
www.drpraeseributra.com ⭐️

Dr Nanthaporn Janchalia Seributra, aka Dr Prae, aims to use her global knowledge and expertise to elevate the quality of education for the younger generations. She is passionate about Project-Based Learning, Early Childhood, Educational Administration, Technology Integration, Accessibility and Professional Learning. Dr Prae is the CEO of Starfish Education, www.starfishedutrust.org

For speaking a

Photos from Starfish Academy พัฒนานักการศึกษา ผู้ปกครอง เพื่อการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ's post 19/05/2026

Kicking off พัฒนาครู สร้าง 7 สมรรถนะ ด้วย Makerspace รุ่นที่ 2 จำนวน 874 คน จาก 437 รร. สังกัด กทม 🎉

18/05/2026

หลังจากที่ท่านผู้ว่าชัชชาติ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งวันนี้ ภารกิจของแพรในฐานะ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็เสร็จสิ้นไปด้วย

ตลอดเวลาการทำงานแพรได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของ โรงเรียน ผอ ครู และ นักเรียน ในทางที่ดีขึ้นมากๆ นโยบายการศึกษาของ กทม ที่มีความ ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ ฐานสมรรถนะที่สร้างให้เด็กคิดได้ทำได้และเป็นพลเมืองโลก การเรียนรู้ทักษะเทคโนโลยี ห้องเรียน digital classroom การมีพื้นที่ให้เด็กได้เรียนรู้และสร้างสรรค์ การเรียนรู้แบบ active learning แบบหลากหลาย ทั้ง การเรียนรู้แบบโครงงาน การเรียนรู้แบบชุมชนเป็นฐาน การเรียนรู้แบบ STEAM

ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือ Future School Leader เป็นผู้นำโรงเรียนที่มีความทันสมัยพร้อมรับกับอนาคต ครูที่กลายเป็น ผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้กับนักเรียน

มีหลายอย่างที่เราได้ทำสำเร็จไปแล้ว และยังมีอีกหลายอย่างที่ได้เริ่มต้นไว้ และมั่นใจว่าความตั้งใจของผู้บริหารสำนักศึกษา ผู้บริหารโรงเรียนและคุณครูทุกคน ทำให้โรงเรียนของกทม. เปลี่ยนไปจริงๆ ค่ะ

ขอบคุณท่านอาจารย์ชัชชาติ รองศานนท์ พี่ต่อท่านประธานที่ปรึกษา ที่ให้โอกาสแพรมาช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ค่ะ 🙏🏻❤️

Photos from สำนักการศึกษา กทม.'s post 18/05/2026

สวัสดีวันเปิดเทอมค่ะ

12/05/2026

เด็กสนุก ครูสอนคล่อง เรียนรู้ตามศักยภาพตัวเอง ✨

🤝 กทม. จับมือ Google–จุฬาฯ โชว์ผลสำเร็จ Project Albus: ใช้ AI ยกระดับห้องเรียน พบเด็กสนุกกับการเรียนรู้ ครูสอนคล่องตัวขึ้น

เปิดผลวิจัย “Project Albus” เปลี่ยนห้องเรียน กทม. ให้เป็นดิจิทัล ด้วยพลัง AI ผสานเครื่องมือ Google Workspace for Education และ Chromebook

📍 นำร่องใน 4 โรงเรียนสังกัด กทม.
• โรงเรียนบ้านบางกะปิ
• โรงเรียนมัธยมปุรณาวาส
• โรงเรียนนาหลวง
• โรงเรียนลำสาลี (ราษฎร์บำรุง)

✨ ไฮไลต์ความสำเร็จ 4 มิติหลัก
• สมรรถนะเด็กดีขึ้น: มีพัฒนาการทุกสมรรถนะหลัก คะแนนเฉลี่ยภาพรวมพุ่งจาก 25.00 เป็น 45.70 คะแนน
• เด็กเรียนสนุกขึ้น: 88% มีความสุขกับการเรียน มีพฤติกรรมเชิงบวก เช่น กระตือรือร้น และช่วยกันเรียนมากขึ้น
• ครูคล่องตัวขึ้น: 75% มั่นใจการใช้ AI ออกแบบบทเรียน และช่วยลดเวลาเตรียมการสอนได้จริง
• เครื่องมือตอบโจทย์: ครูและนักเรียนเห็นตรงกันว่า Chromebook และ Google Workspace ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ

👇 อ่านรายละเอียดข่าวในคอมเมนต์ค่ะ 👇

#เรียนดี #โรงเรียนกทมเปลี่ยนไปแล้ว

Photos from เรียนออนไลน์กับ Starfish Labz รวมหลักสูตรพัฒนาตนเอง's post 11/05/2026

แพรรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เห็นรายงานการถอดบทเรียนโครงการ “Future School Transformation: 3R & Makerspace”

ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) และ Starfish Education ได้เผยแพร่ออกมาอย่างเป็นทางการ

ตลอดโครงการ เราได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน ครู และชุมชน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กให้แข็งแรงตั้งแต่พื้นฐานการอ่าน การเขียน ไปจนถึงทักษะแห่งอนาคตผ่าน Makerspace และการเรียนรู้แบบลงมือทำจริง

Highlights ที่น่าดีใจจากโครงการ:

• ผู้บริหารโรงเรียน 39 แห่งจากหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ

• พัฒนาผ่านหลักสูตร Future School Model, 3R และ Makerspace ตลอด 5(+1) สัปดาห์

• สมรรถนะผู้บริหารเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมการศึกษา เติบโตถึง 18.65%

• ค่าคะแนนสมรรถนะรวมทั้ง 5 ด้านของผู้บริหารเพิ่มขึ้นหลังจบโครงการ สะท้อนถึงการเติบโตด้านภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ และการขับเคลื่อนโรงเรียนด้วยข้อมูลและนวัตกรรม

• หลายโรงเรียนเริ่มเห็นผลลัพธ์ด้านทักษะภาษาไทยของผู้เรียนที่ดีขึ้น ทั้งด้านการอ่าน การเขียน และความมั่นใจในการเรียนรู้

• เกิดต้นแบบการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบที่สามารถขยายผลต่อในระดับประเทศ

สิ่งที่สำคัญมากสำหรับแพร คือ ข้อมูลจาก impact report เหล่านี้ จะช่วยให้เรานำบทเรียนและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง ไปต่อยอด ขยายผล และพัฒนานโยบายหรือแนวทางการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์โรงเรียนไทยได้ดียิ่งขึ้น

ขอบคุณสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ทีม Starfish Education ผู้บริหารโรงเรียน คุณครู และทุกคนที่ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ค่ะ ❤️





Photos from กรุงเทพมหานคร's post 06/05/2026

โรงเรียนนำร่องพื้นที่นวัตกรรมของ กทม. พัฒนาไปได้หลายมิติ ทั้งการจัดการเรียนการสอน การบริหารจัดการ และการประกันคุณภาพภายใน ทำให้โรงเรียนสามารถจัดการศึกษาตามบริบท และเป็นอิสระ

ขอชื่นชมทุกโรงเรียนค่ะ ❤️

03/05/2026

พี่กวาด ก็มา upskill ภาษาอังกฤษ ไว้ พูดคุยกับนักท่องเที่ยวได้นะ 🥰
คอร์สนี้เรียนกันไปเกือบ 2500 คนแล้ว เรียนฟรีเหมือนเดิมค่า ✨

รีวิวจริงจากคนที่อยากพูดภาษาอังกฤษให้เป๊ะกว่าเดิม พี่เขาทำได้ คุณก็ทำได้!
เข้าไปอัปสกิลภาษาอังกฤษเพื่อการเดินทางได้ที่ : https://shorturl.asia/F0Iqy

#กทม #คอร์สเรียนออนไลน์ #เรียนภาษาอังกฤษ #ฝึกพูดภาษาอังกฤษ

01/05/2026

“Work Work เวิร์ก กรุงเทพฯ ทำงาน” 💪🏻🇹🇭❤️

คนคือเมือง เมืองคือคน

กรุงเทพฯ จะน่าอยู่ขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือของพวกเราทุกคน

ตลอดเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา ปัญหาเมืองไม่ได้แก้โดย กทม.เท่านั้น แต่มาจากความร่วมมือของหลากหลายภาคส่วน ทั้งประชาชน เอกชน นักวิชาการ อาสาสมัคร

การเตรียมตัวสำหรับอนาคต เราได้ทำเครือข่ายที่ชื่อว่า “Work work work กรุงเทพฯ ทำงาน” เพื่อให้เป็นที่รวมของคนที่อยากทำ "งานเมือง" อยากเห็นกรุงเทพที่ดีขึ้น มาร่วมกันออกความคิด ออกแบบนโยบาย รวมถึงร่วมกันลงมือทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

พวกเราทุกคนสามารถร่วมกันช่วยคิดนโยบายในด้านที่ตนเองถนัด หรือ อาจจะช่วยกันสะท้อนปัญหาในพื้นที่ หรือ มาร่วมฟังเพื่อนๆแลกเปลี่ยนความเห็นกันก็ได้

ช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้ทำกิจกรรมและวงพูดคุยไปแล้วกว่า 10 กลุ่ม ในหลากหลายด้าน

ผมจึงอยากชวนพวกเราทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเมืองนี้ร่วมกันผ่านเครือข่าย Work Work เวิร์ก ซึ่งสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการแอดไลน์ เพื่อติดตามข่าวสารกิจกรรม ร่วมเสนอนโยบายที่อยากเห็นให้เกิดขึ้นจริงผ่านทางออนไลน์ หรือมาร่วมกิจกรรมในอนาคตครับ

มาร่วมงานกันด้วยความสนุก ความหวัง ความคิดใหม่ๆ ที่จะทำให้เมืองของเราดีขึ้นครับ

Photos from Starfish Education's post 30/04/2026

Future School Transformation ปีที่ 2 กับ 10 โรงเรียนทั่วประเทศ

Impact สำคัญคือทักษะด้านภาษาไทยที่เพิ่มขึ้นมาก

Makerspace แบบทุกบริบท ทั้งในเมืองเล็ก โรงเรียนห่างเมือง และโรงเรียนชายแดน

ปีที่ 3 ไปกันต่อค่ะ 🎉

Photos from เรียนออนไลน์กับ Starfish Labz รวมหลักสูตรพัฒนาตนเอง's post 30/04/2026

ปิดเทอม ชวนคุณครู มา upskill แบบ ฟรีๆ 🥰

29/04/2026

❤️❤️❤️

ถอดทัศนะ ‘กุนซือเบื้องหลัง’ ทีมชัชชาติ 4 ปีแห่งการเปลี่ยนผ่านเมืองด้วยความเชื่อมั่นและเทคโนโลยี

เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงเวลาเกือบ 4 ปีของทีมชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในฐานะคนที่ทำงานเคียงข้างมาตั้งแต่ช่วงหาเสียงจนถึงปัจจุบัน หากถามถึงคะแนนความพึงพอใจ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ถ่อมตัวว่า

"ถ้าท่านผู้ว่าฯ ให้คะแนนตัวเอง 5 คะแนน เราจะให้เกินนั้นได้อย่างไร เราต้องให้ต่ำกว่าหรืออย่างมากก็เท่ากับท่าน เพราะท่านทำงานหนักขนาดนี้"

แม้ในวัย 70 ปี การทำงานครั้งนี้จะถือเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตการทำงาน เมื่อเทียบกับเมื่อ 12-13 ปีก่อนที่เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ ซึ่งตอนนั้นยังมีพละกำลังเต็มเปี่ยมเหมือนท่านผู้ว่าฯ ในตอนนี้ แต่ในวัยที่มากขึ้น การทำงานครั้งนี้ก็ถือเป็นบทพิสูจน์ที่เข้มข้นอย่างยิ่ง

📌 หัวใจสำคัญคือการทำงานเป็นทีม

ภาพความประทับใจที่สุดในรอบ 4 ปีที่ อาจารย์ต่อศักดิ์ มองเห็น ไม่ใช่โครงการใดโครงการหนึ่ง แต่คือความเป็นทีม โดยมีท่านผู้ว่าฯ เป็นหัวหน้าทีมที่ให้ความอิสระในการทำงาน ทีมได้เรียนรู้ที่จะเสริมจุดแข็งและปิดจุดอ่อนของกันและกัน
อาจารย์ต่อศักดิ์ สะท้อนภาพทีมรองผู้ว่าฯ แต่ละท่านที่มีความเก่งเฉพาะทาง

ตั้งแต่รองฯ จักกพันธุ์ ผิวงาม และอาจารย์วิศณุ ทรัพย์สมพล ที่เปรียบเหมือนแม่บ้านตัวหลักและผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเมือง รองฯ ศานนท์ หวังสร้างบุญ คนรุ่นใหม่ที่ทำงานได้อย่างน่าชื่นชม ไปจนถึงอาจารย์ทวิดา กมลเวชช ที่มีโครงสร้างความคิดเป็นระบบเหมือนคอมพิวเตอร์ รวมถึงทีมที่ปรึกษาและน้อง ๆ คนรุ่นใหม่

ความภูมิใจสูงสุดวันนี้จึงไม่ใช่ชื่อเสียงส่วนตัว แต่คือการสร้างประสบการณ์และความสามารถให้คนเหล่านี้ได้เติบโตเพื่อขับเคลื่อนเมืองต่อไปในอนาคต

📌 จากประสบการณ์ CEO สู่บทบาทที่ปรึกษา

การทำงานในตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ว่าฯ ย่อมแตกต่างจากการเป็น CEO หรือฝ่ายปฏิบัติการ เพราะบทบาทนี้คือการรอให้มีคนเข้ามาปรึกษาแล้วจึงให้คำแนะนำ อาจารย์ต่อศักดิ์ เล่าอย่างติดตลกว่า ที่ปรึกษาบางที่อาจจะแค่อ่านหนังสือพิมพ์แล้วกลับบ้านเพราะไม่มีคนมาปรึกษา แต่ที่ กทม. มีงานให้คำปรึกษาตลอดทั้งวัน

ความท้าทายที่ยากที่สุดคือการขับเคลื่อน ระบบความคิด และ เป้าหมาย ลงไปสู่กระบวนการทำงานของระบบราชการที่ซับซ้อนและจุกจิกกว่ารัฐวิสาหกิจมาก แต่สิ่งหนึ่งที่ยึดถือมาตลอดคือคำว่า สนุก ที่ท่านผู้ว่าฯ เคยเขียนใส่กระดาษไว้ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง เพราะงานเมืองมันยากและเหนื่อย หากไม่ทำให้มันสนุกก็จะท้อถอยได้ง่าย ความสนุกจึงเกิดจากการได้แก้ปัญหาและเห็นคนมีความสุขขึ้น

📌 แผลใหญ่ที่ชื่อว่า ‘คอร์รัปชัน’ และการปฏิรูปจากภายใน

ในประเด็นเรื่องคอร์รัปชันที่ อาจารย์ต่อศักดิ์ ยอมรับว่ามันฝังอยู่ในโครงสร้างและพฤติกรรม ทางออกเดียวที่ทำได้ภายใต้กรอบกฎหมายที่ กทม. มีอำนาจคือ "เริ่มที่ตัวเรา"

สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจสูงสุดของทีมคือการคืนความยุติธรรมให้ระบบข้าราชการ กทม. ยุคผู้ว่าฯชัชชาติ การซื้อขายตำแหน่งหรือการวิ่งเต้นถือเป็นเรื่องที่จบสิ้นไป ในช่วงปีแรกอาจยังไม่มีใครเชื่อ แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่ 3 ยืนยันได้ว่าทุกคนประจักษ์ชัดแล้วว่าการวิ่งเต้นไม่มีผล ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง
อาจารย์ต่อศักดิ์ ยืนยันด้วยความภาคภูมิใจว่า

"อย่าไปเสียเงินให้ใครที่อ้างว่าช่วยได้ เพราะยุคนี้ไม่มีการเรียกรับเงินแน่นอน"

ส่วนเรื่องเครื่องออกกำลังกายหรือปัญหาเก่า ๆ ที่ถูกรื้อขึ้นมา กทม. ยึดหลักการทำงานร่วมกับองค์กรภายนอกอย่าง ป.ป.ช. ป.ป.ท. และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) อย่างจริงจัง แม้ผู้ว่าฯ จะมีอำนาจเพียงในเชิงวินัย ไม่สามารถยึดทรัพย์หรือสอบเส้นทางเงินได้เหมือนตำรวจ แต่การจับมือกับหน่วยงานที่มีอำนาจโดยตรงทำให้กระบวนการปราบปรามเห็นผลมากขึ้น และท่านผู้ว่าฯ ย้ำเสมอว่าข้าราชการควรภูมิใจในศักดิ์ศรีของตนเอง

📌 จุดแข็งของ ‘ชัชชาติ’ และความไว้วางใจจากประชาชน

อาจารย์ต่อศักดิ์ บอกกับเราว่าจุดแข็งสำคัญของท่านผู้ว่าฯ คือการสร้าง Trust หรือความเชื่อถือและพัฒนาไปกว่านั้นจนถึงระดับ Empathy หรือความวางใจ ประชาชนรู้สึกว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรแล้วผู้ว่าฯ อยู่ตรงนั้นจะเกิดความมั่นใจ ซึ่งนำไปสู่ Collaboration หรือการมีส่วนร่วมของประชาชนที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาเมือง

ส่วนสิ่งที่บางคนมองว่าเป็นจุดอ่อนอย่างความ ใจดี หรือ ซอฟต์ ของผู้ว่าฯ นั้น ในความเป็นจริงในการทำงาน อาจารย์ต่อศักดิ์ ระบุว่าท่านเป็นคนเข้มและจริงจังมาก เพียงแต่ท่านไม่โกรธใคร ถ้าใครไม่ทำท่านก็แค่หาคนที่พร้อมจะทำแทน

📌 ผลงานโบว์แดงและนโยบายเส้นเลือดฝอย

เมื่อถึงเวลาตรวจการบ้านจากนโยบายกว่า 216 ข้อ อาจารย์ต่อศักดิ์ ได้ฉายภาพความสำเร็จที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มต้นจากการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนฐานรากของระบบราชการอย่าง Traffy Fondue ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่แพลตฟอร์มรับเรื่องร้องเรียน แต่คือหัวใจหลักที่เข้าไปเปลี่ยน Mindset และกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้ตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนได้ทันที

ความต่อเนื่องของการพัฒนาเมืองยังสะท้อนผ่านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่ใกล้ชิดกับชีวิตผู้คนอย่างการปรับโฉมทางเท้ากว่า 1,000 กิโลเมตร ที่มีการรื้อฟื้นรูปแบบวิศวกรรมใหม่ให้มีความคงทนและใช้งานได้จริง ควบคู่ไปกับการรุกแก้ปัญหาน้ำท่วมในระดับเส้นเลือดฝอย โดยการจัดการจุดเสี่ยงที่เคยเป็นปัญหาเรื้อรังกว่า 737 จุด ซึ่งปัจจุบันดำเนินการสำเร็จไปแล้วกว่า 500 จุด ส่งผลให้พื้นที่ที่เคยท่วมซ้ำซากอย่างย่านรัชดาภิเษกหรือซอยเสือใหญ่มีสถานการณ์ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากความพยายามในเชิงโครงสร้างแล้ว อาจารย์ต่อศักดิ์ ยังให้ความสำคัญกับการเติมชีวิตให้กับเมืองผ่านโครงการสวน 15 นาที และการยกระดับสวนหลักให้กลายเป็น สวนมีชีวิต ที่ไม่ใช่แค่สถานที่ออกกำลังกาย แต่เป็นพื้นที่แห่งความสุขและกิจกรรมสร้างสรรค์ระดับสากลที่คนทุกกลุ่มเข้าถึงได้

ซึ่งข้อมูลการดำเนินงานทั้งหมดนี้ถูกเชื่อมโยงเข้ากับนโยบาย Open Data เพื่อเปิดเผยข้อมูลเมืองสู่สาธารณะอย่างโปร่งใส ช่วยให้ภาคประชาชนและธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์และพัฒนาต่อยอดได้อย่างไร้ขีดจำกัด

อย่างไรก็ตาม แม้ผลงานหลายด้านจะอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ แต่ อาจารย์ต่อศักดิ์ ยังคงมองว่าเรื่องเศรษฐกิจเมืองเป็นโจทย์ใหญ่ที่ยังต้องสอบซ่อม และมุ่งมั่นที่จะสร้างเครื่องมือเชิงนโยบายใหม่ ๆ เข้ามาเสริมเพื่อทำให้ภาพรวมการพัฒนาเมืองสมบูรณ์ครบทุกมิติในอนาคต

📌 สำหรับอนาคต..

สไตล์การทำงานแบบวิ่ง ตรวจงานและเข้าถึงปัญหาจะยังคงอยู่ และจะถูกถ่ายทอดลงไปสู่ระดับเขตเพื่อให้กลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรใหม่ และหากมองไปถึงการทำงานในสมัยหน้า อาจารย์ต่อศักดิ์ ชี้ให้เห็นว่าต้นไม้ที่เราปลูกไว้เริ่มโตแล้ว สิ่งที่จะเห็นคือการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากสิ่งที่หว่านไว้ โดยเฉพาะเมกะโปรเจกต์ที่ต้องใช้เวลาในการเตรียมงบประมาณและกฎหมาย รวมถึงการใช้ AI เข้ามาบริหารเมืองในเชิงโครงสร้าง

บทสรุปของการทำงานภายใต้ความคาดหวังของประชาชนในยุคผู้ว่าฯชัชชาติ สำหรับ อาจารย์ต่อศักดิ์ ไม่ใช่ภาระแต่มันคือความรับผิดชอบที่ต้องทำให้ดีกว่าเดิม โดยยึดหลัก 3 คำที่จะมอบให้คนกรุงเทพฯ คือ ‘สนุก(ความสุข) - โอกาส - และความหวัง’ ก

ารทำงานร่วมกับทีมงานที่มีทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ โดยไม่ยึดติดกับตำแหน่ง แต่เน้นที่ความสำเร็จของงานและการสร้างคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทน คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้กรุงเทพมหานครเปลี่ยนก้าวกระโดดและวิ่งไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงในระยะเวลาที่เหลืออยู่และอนาคตข้างหน้า

Want your school to be the top-listed School/college?