20/02/2026
โพสต์นี้สำหรับสาวๆครับ
🍑 ผ่า Anatomy ก้น (Glute):
กล้ามเนื้อสุดจึ้งที่รับจบทั้งร่างกาย!
แก้มก้น (Gluteal Region) หรือด้านหลังของสะโพก
คือหนึ่งในโซนกล้ามเนื้อที่ทรงพลังและสำคัญเว่อร์ๆ ของร่างกายมนุษย์ ถูกดีไซน์มาเพื่อรับจบเรื่องการถ่ายเทน้ำหนัก ช่วยให้เรายืนสับๆ และใช้เคลื่อนที่
โครงสร้าง (Anatomy) ของบริเวณนี้จะเรียงตัวเป็นเลเยอร์ครับ มีกล้ามเนื้อมัดใหญ่ชั้นตื้นที่เน้น "สร้างแรง" และกล้ามเนื้อมัดลึกที่รับบท "คุมความนิ่ง" ให้ข้อต่อ
ภาพนี้คือการผ่าให้ดูทีละชั้น ทั้งโครงสร้างมัดตื้น มัดลึก ไปจนถึงเส้นประสาทและเส้นเลือดที่อยู่แถวนั้นเลย
🔥 เลเยอร์ 1: ตัวมัมจอมพลัง
ตัวตึงที่อยู่ตื้นสุดและใหญ่สุดคือ Gluteus Maximus (ก้นมัดใหญ่) ตัวนี้แหละที่ปั้นทรงก้นให้ดูปัง หน้าที่หลักคือเหยียดสะโพกไปด้านหลังและหมุนขาออก น้องจะแอคทีฟสุดๆ เวลาเราปีน วิ่ง กระโดด หรือตอนลุกจากเก้าอี้ เส้นใยกล้ามเนื้อจะวิ่งเฉียงๆ ไปเกาะที่เอ็นข้างขา (Iliotibial band) และกระดูกต้นขา (Femur) ทำให้มันมีอิทธิพลกับทั้งการขยับสะโพกและความมั่นคงของต้นขาด้านข้าง ด้วยไซส์และแรงงัดที่อลังการ มันเลยเป็น "ตัวปั่นพลังงานหลัก" ของช่วงล่างทั้งหมด
⚖️ เลเยอร์ 2: เดอะแบกเรื่องบาลานซ์
ซ่อนอยู่ข้างใต้คือ Gluteus Medius (ก้นมัดกลาง) วางตัวอยู่บนผิวนอกของกระดูกเชิงกราน มัดนี้คือเดอะแบกเรื่องสมดุลเชิงกรานเวลาเราต้องยืนขาเดียว (เช่น ตอนเดินหรือวิ่ง) มันจะล็อกไม่ให้เชิงกรานฝั่งที่ลอยอยู่ "ทรุด" ลงมา และช่วยกางบวกหมุนสะโพก ถ้ามัดนี้บ้งหรืออ่อนแรงเมื่อไหร่ ท่าเดินจะเริ่มเพี้ยน และมักจะมีอาการปวดสะโพกด้านข้างตามมาติดๆ
🎯 เลเยอร์ 3: แก๊งคุมงานละเอียด
ลึกลงไปสุดคือ Gluteus Minimus (ก้นมัดเล็ก) แท็กทีมมากับแก๊งกล้ามเนื้อหมุนข้อต่อมัดสั้นๆ (พวก Piriformis, Obturator internus, Gemelli และ Quadratus femoris) แก๊งมัดเล็กพวกนี้รับบทเป็น "Micro-Stabilizer" คอยคุมความนิ่งเบอร์ละเอียดให้ข้อสะโพก ช่วยล็อกหัวกระดูกต้นขาให้เข้าเบ้าเป๊ะๆ และคุมทิศทางการหมุน โดยเฉพาะจังหวะสับขาเปลี่ยนทิศทางหรือถ่ายน้ำหนัก
⚡️ ทำไมบริเวณถึงสำคัญในทางการแพทย์
ในมุมการแพทย์ บริเวณนี้โคตรสำคัญเพราะมีเส้นประสาทเส้นใหญ่เบิ้มพาดผ่าน โดยเฉพาะ Sciatic nerve ที่วิ่งมุดลึกลงไปใต้กล้ามเนื้อก้นก่อนจะยิงยาวลงไปที่ต้นขา ด้วย Anatomy แบบนี้แหละ ถ้าก้นเราตึงเปรี๊ยะ อักเสบ หรือมีระบบชีวกลศาสตร์ (Biomechanics) ที่บ้ง มันก็อาจจะทริกเกอร์ให้เกิดอาการปวดร้าวลงขาได้เลย!
ดังนั้น การมี Strength (ความแข็งแรง), Flexibility (ความยืดหยุ่น) และ Neuromuscular coordination (การทำงานประสานกันของประสาทและกล้ามเนื้อ) ที่ดีในโซนนี้ คือ Must-have ไอเทมสำหรับสุขภาพสะโพก การซัพพอร์ตกระดูกสันหลัง และการมูฟเมนต์ที่เป๊ะปังสุดๆ ครับ!
19/02/2026
สะโพกอ่อนแรง = ปวดหลังล่าง
(Biomechanics แบบเข้าใจง่าย)
ปวดหลังล่างหลายคน “ไม่ได้เริ่มที่หลัง” เสมอไปนะ
แต่เป็น “ผลกระทบ” จากสะโพกและเชิงกรานทำงานผิดจังหวะ จนหลังต้องรับภาระแทน
เคสที่เจอบ่อยมากคือ
ก้นด้านข้าง (Gluteus Medius) อ่อนแรง + กล้ามเนื้อหลังเอว (Quadratus Lumborum: QL) ตึงและทำงานเกิน
พอ 2 ตัวนี้ไม่บาลานซ์กัน ทำให้เชิงกรานไม่มั่นคง ส่งผลให้การส่งแรงทั้งร่างกายเพี้ยน จนหลังล่างโดน Mechanical stress สะสม
โดยเฉพาะตอน เดิน ยืน หรือยืนลงน้ำหนักขาข้างเดียว
1. ก้นอ่อนแรง = หลังต้อง “แบกแทน”
Gluteus Medius คือกล้ามเนื้อหลักที่ช่วย “คุมเชิงกรานให้นิ่ง” โดยเฉพาะตอนยืนขาเดียว (เช่น เดิน ก้าวขึ้นบันได ยืนแต่งตัว)
แต่ถ้า Glute Med อ่อนแรงหรือเหมือนโดนปิดสวิตช์ (inhibited) เชิงกรานจะเริ่ม เอียงและทรุด ฝั่งที่ไม่ได้ลงน้ำหนัก
ร่างกายเลยต้องเรียก “ตัวช่วยฉุกเฉิน” คือ QL มาดึงเชิงกรานไว้แทน เพื่อให้เรายืนตรงได้
ปัญหาคือ…
วิธีนี้เหมือนให้ “หลังทำงานแทนสะโพก” ทำให้เกิด แรงอัด + แรงเฉือน สูงขึ้นที่กระดูกสันหลังส่วนเอวแบบตรง ๆ
2. QL ตึงจัด = หลังล่างพังง่าย
พอ QL ทำงานหนักเกิน (overactive) มันจะตึงและหดสั้น
แล้วดึงเชิงกรานให้ ยกสูงข้างหนึ่ง ทำให้น้ำหนักที่ลง หลังเอวและข้อต่อ SI (Sacroiliac joint) จะไม่เท่ากัน
ผลที่ตามมาคือ
เกิดแรง “บิดด้านข้าง” ที่กระดูกสันหลัง (side-bending moments) เพิ่มแรงกดที่ facet joint
หมอนรองกระดูกต้องรับแรงแบบเอียง ๆ ไม่สมดุล
สะสมไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็น ปวดหลังล่างเรื้อรัง, ตึงแข็ง, ขยับแล้วไม่ลื่น
3. เดินเพี้ยน แล้วหลังรับแรงกระแทกแทนสะโพก
พอ กล้ามเนื้อก้น และ hip abductors อ่อนแรง
ต้นขามักจะ หุบเข้า (adduction) และ บิดเข้า (internal rotation) มากเกินตอนเดิน
จุดศูนย์ถ่วงจะ “ไหล” ไปด้านข้าง
ร่างกายเลยแก้ด้วยการ เอียงลำตัว (trunk lean) ไปฝั่งขาที่ก้าว
แต่การเอียงแบบนี้ = กระตุ้นให้ QL ทำงานหนักกว่าเดิม
สุดท้ายหลังล่างโดน แรงอัดเพิ่ม และสะโพกก็ ซับแรงกระแทกได้น้อยลง
กลายเป็นว่าหลังต้องรับแรงซ้ำ ๆ ทั้งที่โครงสร้างมันไม่ได้เกิดมาเพื่อรับแบบนั้น
4. Kinetic Chain พัง แค่ยืนเฉย ๆ ก็ปวดได้
เมื่อมุมสะโพกและเชิงกรานเพี้ยน การส่งแรงจาก “ขา ไปยัง ลำตัว” จะไม่ดี (force transmission แย่ลง)
เชิงกรานที่ควรเป็นฐานนิ่ง ๆ กลายเป็นฐานที่ “โยก”
ร่างกายเลยชดเชยด้วยการให้หลัง “เกร็งกันไว้” ตลอด (muscular guarding)
ทำให้เกิด spinal overload ได้แม้ทำกิจกรรมธรรมดา เช่น
- ยืนนาน ๆ
- เดินขึ้นบันได
- เดินปกติ
วิธีแก้แบบแก้ที่ต้นเหตุ
เลิกโฟกัสแต่หลัง แล้ว “ซ่อมสะโพก”
ถ้าจะจบวงจรปวดหลังแบบนี้ แนวคิด biomechanical correction คือ
- เพิ่มความแข็งแรง + ความทนทานให้ Gluteus Medius
- ลดบทบาท QL ที่ทำงานเกินและตึงเรื้อรัง
เมื่อก้นกลับมาทำหน้าที่ได้:
- เชิงกรานนิ่งขึ้น ไม่เอียง ไม่เท
- แรงบิดที่กระดูกสันหลังลดลง
- ลงน้ำหนักสมดุลขึ้น กระดูกสันหลังกลับเข้าแนวที่เหมาะสม
สรุปให้เข้าใจง่าย
ปวดหลังล่างหลายเคส “ต้นเหตุไม่ใช่หลัง” แต่เป็นสะโพกและเชิงกรานที่คุมไม่อยู่
พอก้นอ่อนแรง ทำให้ QL ต้องแบกแทน จนหลังล่างรับแรงเกิน ส่งผลให้ปวดเรื้อรัง
ดังนั้นแก้ให้ตรงจุดคือ ทำให้สะโพกกลับมาแข็งแรงและคุมเชิงกรานได้ แล้วหลังมักจะดีขึ้นตาม
12/12/2025
🛑 🚨 จากเคสโค้ชดังตบเด็ก - มีคนแฉว่าเคยให้เทรน “พ่อแม่วัย 60–70” ด้วย!
ผมมาแชร์เรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้ใครต้องเจ็บเหมือนกันอีก
ผู้เสียหายเล่าว่า…
พ่อแม่วัย 60–70 ปี อยากฟิต อยากแข็งแรง
เลยสมัครคอร์ส PT ราคา 20,000 บาท
แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ…
❌ การถูกกดดันให้ออกกำลังกายเกินกำลัง
❌ ถูกด่าว่า “ช้า ผิดท่า”
❌ ความเครียดที่สะสมจนเสียสุขภาพ
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง:
👨🦳 คุณพ่อ – เจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล ทำ CT scan พบปัญหากระดูกคอ ต้องพักยาว
👵 คุณแม่ – เครียดจนต้องหยุดคอร์สกลางคัน ทั้งร่างกายและจิตใจพังลงเรื่อย ๆ
และเมื่อแจ้งเรื่องอาการให้โค้ช…
โค้ชกลับตอบว่า:
> “หมอจะรู้อะไรเกี่ยวกับเวท? หมอเดี๋ยวนี้แก่ ไม่เข้าใจโลกใหม่!”
ตรงนี้… ในฐานะเทรนเนอร์ ผมรับไม่ได้จริง ๆ 🤦♂️
เพราะ ผู้สูงอายุควร “ปลอดภัยที่สุด” ไม่ใช่ถูกเอาไปเสี่ยงตายเพราะอีโก้ของใครบางคน
---
⚠️ ทำไม “ยกของเหนือหัว (Overhead)” ถึงอันตรายสุด ๆ สำหรับคนที่มีปัญหากระดูกคอเสื่อม?
อธิบายง่าย ๆ
ลองจินตนาการว่า…
กระดูกคอเหมือนโดนัท 7 ชิ้นเรียงกัน
ตรงกลางคือหมอนรองกระดูก (ไส้ครีม)
ข้าง ๆ คือรูที่เส้นประสาทต้องลอดผ่าน
พอเรายกของเหนือหัว ร่างกายจะเกิด “3 อย่างอันตราย” ทันที:
---
🧨 1) เราเผลอ “เงยหน้า” โดยอัตโนมัติ
→ ช่องทางออกของเส้นประสาทปิดลง (Foraminal Closing)
→ เกิดอาการปวด–เสียว–ร้าวลงแขนแบบไฟช็อต
นี่คือ Pathophysiology หลักของ Cervical Radiculopathy
---
🧨 2) กล้ามเนื้อบ่า (Upper Trap & Levator Scapulae) ดึงคอลงแรงมาก
ยกสูง = คอรับ Axial Load มากขึ้น
เหมือน “บีบโดนัทจนไส้ทะลัก”
งานวิจัย EMG (Nimbarte, 2014) ยืนยัน
ยิ่งยกสูง → กล้ามเนื้อคอทำงานหนักมาก → คอยิ่งเจ็บมาก
---
🧨 3) Levator Scapulae คือ “ตัวร้ายเงียบ”
มันเกาะตรง C1–C4
เวลายักไหล่ → มันจะดึงคอลงทุกครั้ง
เหมือนโดนกระชากซ้ำ ๆ เวลายกน้ำหนัก
---
🧨 4. Intradiscal Pressure เพิ่มสูงขึ้นมาก
แรงดันในหมอนรองกระดูกยิ่งสูง → ยิ่งเสี่ยง “ปลิ้นเฉียบพลัน” (Disc Herniation)
นี่คือ Biomechanics + Pathophysiology ที่เกิดขึ้นจริง
---
🧨 5) Guidelines ระดับโลกก็เตือนเหมือนกัน
ทั้ง NASS และ APTA ระบุชัดเจนว่า
ผู้ป่วย Cervical Radiculopathy ต้องหลีกเลี่ยง
• ยกเหนือหัว
• ยกหนัก
• ท่าเงยคอ
จนกว่าจะผ่านการประเมินและอาการสงบลง
➡️ สรุป: ถ้าคอยังไม่พร้อม การให้ผู้สูงอายุยกเหนือหัว = อันตรายสุด ๆ
---
✅ แล้วผู้สูงอายุควรเริ่มฝึกอย่างไรให้ปลอดภัย + ได้ผลจริง?
เช็คลิสต์ “พร้อมยกเหนือหัวหรือยัง?”
ถ้ายังไม่ผ่าน → ห้ามยกเด็ดขาด
1. คอต้องนิ่ง
ทดสอบ Deep Neck Flexor
ทำ Chin Tuck ค้าง 10–20 วินาทีโดยไม่สั่น
2. ไหล่ต้องยกได้เต็มองศา
ยกแขนให้แตะหูได้ โดยไม่ยื่นคอและไม่แอ่นหลัง
ถ้ายกแขนยังติด = แรงจะถูกถ่ายมาที่คอแทน
3. ต้องไม่มีอาการ “เสียวแปล๊บ–ชาร้าว” ลงแขน
หากมี ถือว่าเส้นประสาทยังอักเสบอยู่
4. Load Tolerance Test
ถือของระดับไหล่ 30–60 วินาทีโดยไม่ปวดเพิ่ม
ถ้า 4 ข้อนี้ยังไม่ผ่าน
การฝืน Overhead Lifting = เสี่ยงเจ็บมากกว่าเดิม
✔ ผ่านครบ → เริ่มเพิ่มโหลดได้ (Progressive Loading)
❌ ไม่ผ่าน → Overhead = ห้าม!
---
🎯 วิธีที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้…แต่สำคัญที่สุด
👉 ต้อง “ฝึกสะบัก” ก่อน “ฝึกหัวไหล่”
(Scapular Upward Rotation)
เพราะสะบักคือ ฐานยิงจรวด
ถ้าฐานไม่มั่นคง → จรวด (แขน) ก็พัง แล้วแรงทั้งหมดจะลง “คอ”
ทำไมต้องฝึกสะบักก่อน?
✔ ลดการใช้ Levator Scapulae
✔ ลดการยักไหล่
✔ ลดแรงกดคอ
✔ ป้องกัน Shoulder Impingement
✔ ทำให้แขนยกสูงได้โดยไม่ต้องเหวี่ยงคอ
ท่าที่แนะนำ (ทำก่อนยกจริงทุกครั้ง)
• Wall Slide
• Push-up Plus
• Serratus Activation
• Scaption Raise 30–45° (มุมปลอดภัย)
คำสั่งที่ถูกต้องเวลาฝึก
❌ “ยกสูง ๆ” → คนจะยักไหล่ทันที
✅ “เอื้อมให้ไกล” / “ดันศอกขึ้นเพดาน” → ปลอดภัยกว่า
🤍🤍🤍
ผู้ป่วยคอเสื่อม ไม่ได้ “ห้ามออกกำลังกายตลอดชีวิต”
แต่ต้องให้ร่างกาย พร้อมก่อน แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักแบบ Progressive Loading
ผู้สูงอายุเล่นเวทได้
แต่ต้องมีโค้ชที่ “รู้จริง” ไม่ใช่โค้ชที่ใช้อารมณ์หรือ Ego
เพราะ…
Anatomy ไม่เคยโกหกใคร
อย่าเอาคำว่า “ใจสู้” มาแลกกับ “ความปลอดภัยของคอ”
ร่างกายต้องเริ่มจาก
Rehab → Prehab → Strength → Performance
ไม่ใช่
ยกหนักก่อน แล้วค่อยมาแก้ทีหลัง
เพราะถ้าแก้ไม่ทัน… “หมอนรองอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”
---
💬 สิ่งที่อยากฝากไว้
ความปลอดภัยไม่ใช่ความอ่อนแอ
และวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายไม่ใช่ความหัวโบราณ
ก่อนจะยกหนัก ควรยกให้ถูก
ก่อนจะสร้างกล้าม ควรสร้างพื้นฐาน
ก่อนจะเทรนใคร ต้องรู้ว่าร่างกายเขาพร้อมแค่ไหน
เพราะสุดท้าย…
เราไม่ได้แข่งว่าใครยกหนักที่สุด
แต่แข่งว่าใคร “กลับบ้านได้อย่างปลอดภัยที่สุด” ❤️
08/06/2025
มื้อเย็นนี้สำหรับวันพัก
สุกี้แห้งเส้นมาม่าเกาหลี 🍜🔥
ผัดคู่กับน้ำจิ้มสุกี้แจ่มจรุง แจ่มจรุงอาหารคลีน-4289
ขาดอะไรก็ขาดได้ แต่ ขาดน้ำจิ้มสุกี้แจ่มจรุง
แซ่บแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม เพราะน้ำจิ้มเขามีทุกอย่างในตัว
ทั้งหอมงา เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ดกำลังดี…
คือดีแบบไม่ต้องพูดเยอะ ข้น ๆ คลุกเส้นแล้วเข้ากันมาก!
ใครอยากลองทำตามนี่เลย 👇
🥚 ไข่ 2 ฟอง
🍗 ลูกชิ้นอกไก่ทำเอง (อกไก่ 300 กรัม + ปรุงด้วยเกลือ พริกไทย ผงฟู)
🥬 ผักตามใจชอบ (แครอท กะหล่ำ ผักกาดขาว ใส่หมดตู้เย็นไปเลย)
🍜 เส้นมาม่าเกาหลี 2 ห่อ
🔥 ผัดคลุกกับ น้ำจิ้มสุกี้แจ่มจรุง ใส่ตามที่ชอบได้เลย
ถ้าไม่ชอบสุกี้น้ำ ลองเปลี่ยนบรรยากาศมากินแห้ง ๆ แบบนี้ดู อร่อยจนอยากกินทุกวัน 🤤 ลูกก็ชอบ❤️
#แจ่มจรุงอาหารคลีน
#สุกี้แห้งก็แซ่บได้
#น้ำจิ้มสุกี้คลีน
#คลีนแบบไม่รู้สึกผิด
#กินคลีนก็ยังอร่อยได้
#ลูกชิ้นอกไก่ทำเอง
#โตมากับกล้ามพ่อ
12/12/2024
จากว่าที่เจ้าบ่าวหุ่นหมี สู่เจ้าบ่าวหุ่นนายแบบใน 3 เดือน!"
📸 ภาพซ้าย (Before): “ชุดแต่งงานที่บ่งบอกว่าเป็นเจ้าบ่าวที่พร้อมกินมากกว่าฟิต”
📸 ภาพขวา (After): “ทักทายชุดสูทที่เจ้าบ่าวคนใหม่ใส่แล้วมั่นใจแบบสุดๆ”
💡 แรงบันดาลใจ
"การแต่งงานมีครั้งเดียวในชีวิต แล้วทำไมเราจะเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดในวันสำคัญไม่ได้?"
🔥 คุณอยากมีโมเมนต์แบบนี้ไหม?
อยากใส่สูทแล้วดูดีในทุกมุม?
อยากให้ทุกคนในงานพูดว่า "นี่คือเจ้าบ่าวที่ดูดีที่สุดในงาน"?
อยากมีรูปร่างที่เปลี่ยนไปจนตัวเองยังต้องร้องว้าว?
🎯 เป้าหมาย: ลดน้ำหนัก 5 กก. เพิ่มความมั่นใจ ฟิตเพื่อเธอ (และเพื่อตัวเอง!)
🔥 โปรแกรมออกกำลังกายแบบจัดเต็ม
ไม่ใช่แค่ลดน้ำหนัก แต่ต้องเพิ่มกล้ามเนื้อให้ดูสมาร์ท
ปรับอาหารใหม่ทั้งหมด แต่ยังได้กินของที่ชอบ
💪 "ทุกคนสามารถเปลี่ยนตัวเองได้ แค่เริ่มต้นและมีเป้าหมาย!"
ถ้าคุณเคยคิดว่ามันยาก ผมก็เคยเหมือนกัน
“แต่มันคุ้มค่าที่สุด ตอนที่ได้เห็นตัวเองในกระจก แล้วคิดว่า ‘นี่เราเองหรอ?’”
🗣️ พร้อมเริ่มต้นกับผมไหม?
ใครที่อยากฟิตและเฟิร์มแบบนี้ในวันสำคัญของตัวเอง
คอมเมนต์ “พร้อม!” หรือ DM มาได้เลย 📩
#เจ้าบ่าวฟิตหุ่น #ลดน้ำหนักแต่งงาน #แรงบันดาลใจ
10/08/2024
🤍ต่อจากโพสต์ที่แล้วนะครับ🤍
💪 การสร้างกล้ามเนื้อว่ายากแล้ว แต่การที่คุณจะหายจากอาการบาดเจ็บและสร้างกล้ามกลับมาให้เท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม มันยากกว่า!!!
ยาวหน่อยนะครับ แต่หวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนที่กำลังต่อสู้กับอาการบาดเจ็บ หรืออุปสรรคในชีวิต
😖 หมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาท มันไม่ใช่แค่เรื่องของความเจ็บปวด แต่มันคือฝันร้ายที่แทบทำให้ผมหมดหวัง
ทุกการเคลื่อนไหวกลายเป็นการทรมาน จะก้ม จะยกของ หรือแม้แต่การเดิน ทุกอย่างเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยาย มันไม่ใช่แค่ความเจ็บ แต่คือการถูกกักขังในร่างกายที่เคยแข็งแกร่งของตัวเอง ผมถึงขั้นกลั้นฉี่ไม่ได้ ต้องนอนเจ็บพร้อมกับความอับอายที่ทำอะไรไม่ได้เลย
🦵 ขาซ้ายลีบเล็กลง เพราะผมไม่สามารถทิ้งน้ำหนักลงไปได้
ไปหาหมอ หมอบอกว่าต้องผ่าตัดอย่างเดียว และให้เลิกเล่นกล้ามซะ ผมถามหมอว่า แล้วผมจะทำอะไรได้ หมอตอบว่า "ไม่มีเลยครับ" (หมอแม่งให้กำลังใจสุดๆ) แต่ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ผ่าตัดเด็ดขาด!
🚗 ความจริงอันโหดร้ายคือ อาการหมอนรองปลิ้นของผมไม่ได้เกิดจากการซ้อมหนัก แต่มาจากการขับรถนานๆ
ในปี 2018 หลังจากการแข่งขันที่มาเก๊า ผมขับรถเที่ยวยาว 4 วันติด วันละ 8-9 ชั่วโมง อาการเริ่มมาจากการพลิกตัวตื่นนอนแล้วลุกไม่ได้ ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านทำให้ผมต้องคลานออกจากเตียงและอัดยาแก้ปวดไป 2 เม็ด ตอนนั้นคิดว่าเดี๋ยวก็หาย แต่ความจริงคือ มันไม่หาย แถมยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ จนต้องพึ่งยาประทังอาการไปวันๆ
🏥 จนกระทั่งมีรุ่นน้องแนะนำนักกายภาพให้รู้จัก นั่นแหละทำให้ผมได้เจอแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
หนึ่ง Sorawis Suebpong ทำให้ผมรู้ว่าผมยังมีหวัง หนึ่งให้ผมไปทำ MRI แล้วผลออกมาว่าหมอนรองปลิ้นออกมาเกือบ 1 เซนติเมตร หนึ่งบอกให้หยุดกินยา เพราะมันจะทำลายหัวใจของผมเพิ่มขึ้นอีก ตอนนั้นจิตใจที่เคยแข็งแกร่งถูกทดสอบอย่างหนัก จากที่เคยยกเป็นร้อยโล ตอนนั้น 10 โลยังยกไม่ได้เลย เจ็บกายว่ายากแล้ว แต่การทำกายภาพบำบัดยิ่งท้าทายความอดทน มันเจ็บ ทรมาน เหนื่อยจนแทบอยากเลิก
🩺 ผมใช้เวลากายภาพบำบัดกับหนึ่งเกือบปี ทุกวันเป็นเหมือนการต่อสู้กับตัวเอง
ผมบ่นกับหนึ่งทุกวันว่าจะหายกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม หนึ่งบอกหายแน่นอน และในที่สุดผมก็ทำได้จริงๆ
💥 การกลับมาซ้อมเวทหลังพักไป 10 เดือน มันเหนื่อยและหนักกว่าที่คิดไว้มาก
การกลับมายืนในจุดที่เคยอยู่ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมเจอปัญหามากมาย ทั้งแรงตก เหนื่อยง่าย Lat ขวาไม่ทำงาน สะบักขวาและก้นซ้ายไม่ทำงาน แต่หนึ่งก็ช่วยแก้ปัญหาให้ผมทีละจุด จนตอนนี้ผมกลับมาเล่นหนักได้เกือบ 100% Squat Deadlift ได้อย่างปกติ และหนักเหมือนเดิม
🧠 สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการบาดเจ็บครั้งนี้คือ กล้ามเนื้อ core muscle และ Glute เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด
ระยะเวลาฟื้นฟูทั้งหมด 17 เดือน หยุดเวท 10 เดือน และใช้เวลาอีก 7 เดือนในการสร้างกล้ามกลับมา อาการหมอนรองกระดูกปลิ้นไม่มีทางหายทันที มันต้องใช้เวลา อดทน และที่สำคัญคือ ต้องไม่ยอมให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดลบ เพราะยิ่งจิตตกร่างกายก็จะยิ่งแย่ตามไปด้วย
🎬 แต่แล้ววันหนึ่ง ผมได้ดูหนังสารคดีของ Ronnie Coleman ใน Netflix ซึ่งทำให้ผมรู้ว่าต้องไม่ยอมแพ้
รอนนี่กระดูกแตกละเอียดหลายจุดในร่างกาย เขายังกลับมาเดินได้ ยังไม่ท้อ ผมแค่หมอนรองปลิ้น ผมต้องกลับมาได้สิ! และในที่สุดผมก็ทำได้ ผมตั้งเป้าหมายกลับมาเล่นเวทให้ได้ ไม่ได้ตั้งเป้าถึงขั้นกลับมาแข่ง แต่ผมก็ทำได้เกินเป้าหมายของตัวเอง
🙏 ขอบคุณ หนึ่ง และ นุ๊ก มากๆ
พวกเขาทำให้ผมกลับมาเล่นเวทและฝึกซ้อมได้จริงๆ หนึ่งบอกผมว่า "คุณแม็กเป็นเคสแรกที่หายเป็นปกติจนดูไม่ออกว่าเคยหมอนรองกระดูกปลิ้น และเป็นเคสที่ยากที่สุดที่เคยรักษามา"
📌 ภาพแรกคือภาพก่อนจะบาดเจ็บ2เดือน
และภาพ2คือภาพหลังเจ็บแล้ว2เดือน สังเกตุไหล่ซ้ายตกเนื่องจากหมอนรองทับเส้นประสาท ทำให้กล้ามเนื้อด้านขวาไม่ทำงาน
ตอนนี้หลังจากฟื้นตัวและกลับมาซ้อม น้ำหนักผมเท่ากับตอนบาดเจ็บ แต่กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมหรืออาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ!
สุดท้าย ต้องขอบคุณทีมซ้อมทุกคนที่ช่วยให้ผมกลับมาได้
ฝากถึงทุกคนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบากอยู่ตอนนี้
จำไว้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว และไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าคุณมีความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ ผมผ่านมันมาได้ คุณก็ทำได้เช่นกัน สู้ต่อไปครับ! 💪
ภาพนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดในปี2018-2020 หวังว่าจะเป็นกำลังใจสำหรับทุกๆคนได้นะครับ
09/08/2024
8.8 🔥ลดราคาเทรนส่วนตัวและเทรนออนไลน์
เฉพาะทาง Line Shopping เท่านั้น❗️
🛒 ช้อปเลย! ▶️ : https://shop.line.me/
DOUBLE SHOPPING ลดสูงสุด 4 ต่อ! ✨
🩵 ต่อที่1: กรอกโค้ด 88AUGUST40 ลด 40.-
💚 ต่อที่2: คูปองร้านค้า 5%
🧡 ต่อที่3: คูปองส่งฟรี
🗓️ 7-12 ส.ค. 67 เท่านั้น
ด่วน ❗️คูปองมีจำนวนจำกัด❗️
👀*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
เปิด LINE ▶ เข้า Wallet ▶ กด LINE SHOPPING
07/08/2024
💔 จากความเจ็บปวดสู่ชัยชนะ: เรื่องราวของการต่อสู้กับหมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาท 💔
ทุกคนเคยเจอกับช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิตไหม? สำหรับผม มันคือวันที่แพทย์บอกว่าผมมีปัญหาหมอนรองกระดูกปลิ้นกดทับเส้นประสาท L4 L5 S1 ต้องหยุดออกกำลังกายและเข้ารับการทำกายภาพบำบัด นั่นคือช่วงเวลาที่หัวใจผมแตกสลายไปพร้อมกับความฝันของการเป็นนักเพาะกาย
🌧️ ช่วงเวลาที่ความหวังแทบจะดับลง 🌧️
ในปี 2018 ทุกอย่างดูเหมือนจะพังทลาย การออกกำลังกายที่ผมรักและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตต้องหยุดลง ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ไม่สามารถบรรยายได้ ผมต้องใช้เวลาในการทำกายภาพบำบัดวันแล้ววันเล่า ทุกครั้งที่มองเห็นเพื่อนร่วมยิมฝึกซ้อม ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบได้ทิ้งผมไว้ข้างหลัง
การเจ็บปวดที่ผมต้องเผชิญนั้นเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ มันไม่ใช่แค่การปวดเมื่อยธรรมดา แต่มันเป็นความเจ็บที่ทำให้ผมไม่สามารถยืดตัวหรือเดินได้อย่างปกติ ทุกการเคลื่อนไหวเป็นเหมือนการทิ่มแทง ทุกคืนที่ผมต้องนอนกลั้นน้ำตาเพราะความเจ็บปวดที่ไม่สามารถบรรเทาได้ มันทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตนี้ไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิมได้อีก
🚀 การลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้ง 🚀
แต่ผมไม่เคยยอมแพ้ต่อชะตากรรม ผมเริ่มฟื้นฟูร่างกายด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่น วันแล้ววันเล่า ผมต่อสู้กับความเจ็บปวด ทำกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัด และไม่ยอมให้ความท้อแท้เข้ามาครอบงำ ทุกการทำกายภาพบำบัดเป็นเหมือนการต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็น แต่ผมรู้ว่าผมต้องชนะ
💪 การกลับมายิมครั้งแรก 💪
หลังจากเวลาผ่านไปเกือบปี ในปี 2020 ผมกลับมาที่ยิมด้วยความกังวลและความกลัวว่าจะไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่ด้วยกำลังใจจากเพื่อนๆ และนักกายภาพของผม
Suebpong
ผมเริ่มฝึกซ้อมอีกครั้งทีละนิด ความเจ็บปวดนั้นกลายเป็นแรงผลักดันให้ผมมุ่งมั่นที่จะกลับมาแข็งแรงกว่าเดิม
การกลับมายิมครั้งแรกนั้นเต็มไปด้วยความกลัวและความไม่แน่นอน แต่ผมไม่เคยหยุดเชื่อว่าผมสามารถกลับมาได้ ทุกครั้งที่ยกน้ำหนัก ทุกครั้งที่ฝึกซ้อม ผมต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่ยังคงอยู่ แต่ผมไม่เคยยอมแพ้ ผมใช้ความเจ็บปวดนั้นเป็นพลังให้ผมเดินหน้าต่อไป
🏅 การกลับสู่เวทีแข่งขัน 🏅
ในปี 2022 ผมได้กลับมายืนบนเวทีแข่งขันอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เป็นการพิสูจน์ตัวเอง แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าความพยายามและการไม่ยอมแพ้สามารถเอาชนะทุกอุปสรรคได้ ความเจ็บปวดนั้นไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางใหม่ที่เข้มแข็งและมีพลังมากขึ้น
การกลับมายืนบนเวทีแข่งขันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมทำได้ ผมพิสูจน์ให้เห็นว่าความพยายามและการไม่ยอมแพ้สามารถเอาชนะทุกอุปสรรคได้ ไม่ว่าคุณจะเผชิญกับความยากลำบากแค่ไหน คุณก็สามารถกลับมายืนได้อีกครั้ง
🙏 ขอบคุณทุกคนที่อยู่เคียงข้างผมในทุกช่วงเวลา 🙏
ขอให้เรื่องราวของผมเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน คุณก็สามารถเอาชนะมันได้ ด้วยความมุ่งมั่นและความไม่ยอมแพ้
เมื่อคุณต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและความท้อแท้ ให้จำไว้ว่า ทุกการต่อสู้คือการเรียนรู้ และทุกความยากลำบากคือโอกาสที่จะเติบโต ความพยายามและความไม่ยอมแพ้คือสิ่งที่จะพาคุณไปสู่ความสำเร็จ
"ไม่ว่าวันนี้คุณจะเจออะไร ขอให้เชื่อมั่นในตัวเองและสู้ต่อไป"
และในปีนี้ผมจะหวนคืนเวทีอีกครั้ง ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ ไว้จะมาเล่าประสบการณ์แบบเต็มๆให้ฟัง
#จากความเจ็บปวดสู่ชัยชนะ #หมอนรองกระดูกปลิ้น #แรงบันดาลใจ #นักเพาะกาย #การต่อสู้ #การไม่ยอมแพ้