เพจนี้เป็นเพจเก่าได้ทำการยกเลิกไปแล้วนะครับ
ถ้าต้องการสมัคร นศท.สจล.
ติดต่อ อาจารย์ผู้กับกับนศท.
ว่าที่ร้อยตรี อภิชัย แส้ทอง
ส่วนกิจการนักศึกษา สำนักงานอธิการบดี
พระจอมเกล้าลาดกระบัง ครับ
โทร 0841396929 ครับ
KMITL ARMY Reserve Force Students Club
ชมรมนักศึกษาวิชาทหาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
07/05/2015
สปอตเรียกพลเพื่อตรวจสอบและฝึกวิชาทหาร ประจำปี 2558 สปอตเรียกพลเพื่อตรวจสอบและฝึกวิชาทหาร ประจำปี 2558 กองทัพบกจะทำการเรียกพลเพื่อตรวจสอบและฝึกวิชาทหาร ประจำปี 2558
19/04/2014
02/03/2014
รับสมัครนักศึกษาวิชาทหาร
พระจอมเกล้า ลาดกระบัง
24/02/2014
บุคคลเหล่านี้คือ ยุวชนทหาร ที่มีวีรกรรมต่อสู้กับการยกพลขึ้นบกเพื่อให้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ณ สะพานท่านางสังข์ จังหวัดชุมพร
หากไม่มีพวกท่านเหล่านี้คงไม่มีรักษาดินแดนในปัจจุบัน
@เรือใบ
ที่มา
ภาพ : กลุ่ม "เรารัก รด."
ข้อมูล : http://th.wikipedia.org/wiki/ยุวชนทหาร
08/12/2013
กองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบก ณ บริเวณอ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
8 ธันวาคม 1941 (พ.ศ.2484)
08/12/2013
ยุวชนทหาร และการกำเนิด รด.
ยุวชนทหาร (ยวท.) คือ เยาวชนที่ได้รับการฝึกวิชาทหารขึ้นในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2478-2490 (ค.ศ. 1935-1947) โดยขณะที่เหตุการณ์ในยุโรปประมาณทศวรรษที่ 1930 กำลังผันผวนอยู่นั้น รัฐบาลได้คำนึงว่า ทหารกองหนุนของไทยมีจำนวนมาก แต่ขาดตัวผู้บัญชาการในตำแหน่งผบ.หมวด จึงได้มีแนวคิดจัดตั้งกรมยุวชนทหารขึ้น โดยให้มีหน้าที่ผลิตนายทหารชั้น ผบ.หมวด ดังนั้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2478 กระทรวงกลาโหมได้เริ่มมีการฝึกวิชาทหารให้แก่นักเรียน โดยหน่วยฝึกยุวชนทหารครั้งแรกของประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้น 315 นาย อยู่ในความอำนวยการของมณฑลทหารบกที่ 1 ต่อมาได้ขยายกว้างขวางออกไปจนถึงต่างจังหวัด มีหลักเกณฑ์เข้ารับการฝึกเพื่อเป็นยุวชนทหาร คือ
1.ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และไม่เกิน 17 ปี
2.เป็นลูกเสือเอก
3.เป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลาย
ยุวชนทหารมีวีรกรรมที่เป็นที่รู้จักคือ การปฏิบัติการต่อต้านทหารญี่ปุ่นที่ยกพลขึ้นบกในรุ่งเช้าวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 (ค.ศ.1941) ที่จังหวัดชุมพร โดยภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลงได้ประมาณ 2 ปี การฝึกยุวชนทหารได้ถูกยกเลิกตามพระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติยุวชนแห่งชาติ พุทธศักราช 2490 อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นในด้านการเตรียมกำลังสำรองสำหรับประเทศยังคงมีอยู่ จึงได้มีการจัดตั้งกรมการรักษาดินแดนในปี พ.ศ. 2491 เพื่อผลิตทหารเป็นกำลังสำรองทดแทนยุวชนทหารสืบต่อมา โดยมีชื่อเรียกกำลังสำรองดังกล่าวว่า"นักศึกษาวิชาทหาร" (นศท.) หรือที่คนทั่วไปนิยมเรียกว่า "รด." ซึ่งมาจากการย่อชื่อของ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน
ภาพประกอบ : พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ทรงฉลองพระองค์ยุวชนทหาร พระราชทานธงประจำกองยุวชนนายทหาร เมื่อ พ.ศ. 2482 (ค.ศ.1939)
ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3
06/12/2013
12 ธ.ค.นี้ นศท.สวนสนามที่กรมทหารราบที่11 งานใหญ่อีก1งาน กับความภูมิใจของ นศท.ทุกคน
05/12/2013
พระราชดำรัส ณ ศาลาราชประชาสมาคม 5 ธันวาคม 2556 พระราชดำรัส ณ ศาลาราชประชาสมาคม 5 ธันวาคม 2556 พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
18/11/2013
เกร็ดความรู้วันละนิด เรื่อง "ปลย.11 ตำนานปืนเล็กยาวแห่งสยามประเทศ"
ype/ชนิด : Assault Rifle/ไรเฟิลจู่โจม
Caliber/กระสุน : 5.56x45mm NATO
Rate of fire 750 rds/min
Germany
เอชเค 33 (อังกฤษ : HK 33) เป็นปืนเล็กยาว พัฒนาโดยบริษัท เฮกเลอร์แอนด์คอช ตั้งแต่ ทศวรรษ 1960 มีประจำการในกองทัพบราซิล ไอร์แลนด์ ตุรกี และได้รับสิทธิ์ผลิตใช้ในกองทัพไทย และมาเลเซีย
กองทัพไทยได้ซื้อลิขสิทธิ์มาผลิตเองโดยกรมสรรพาวุธและนำเข้าประจำการในปี พ.ศ. 2511 โดยใช้ชื่อ ปืนเล็กยาวแบบ 11 (ปลย.11) สำหรับทหารบก หรือ ปืนเล็กยาวอัตโนมัติ ขนาด 5.56 มม. เอชเค 33 (ปลยอ.5.56-3) สำหรับทหารอากาศ
ปัจจุบันยังประจำการอยู่ในบางหน่วยของกองทัพไทย และใช้สำหรับฝึกยิงปืนด้วยกระสุนจริงของนักศึกษาวิชา ทหาร (รด.) เพื่อให้เกิดความคุ้ยเคย
ปลย.เอ็ม 16 A 2 ยิงได้ไกลกว่า HK ตั้ง 200 เมตร ก็ถูกเพียงครึ่งเดียวครับ ที่ยิงได้ไกลกว่านั้นเนื่องจาก ปลย.M16 เอ 2 ได้รับการพัฒนาให้ใช้กระสุนชนิดใหม่ ที่มีแกนเหล็กฝังอยู่ภายใน มีน้ำหนักเฉพาะลูกกระสุน 62 เกรน เรียกกระสุนชนิดนี้ว่า M855 หรือ SS109 ครับ ส่วนกระสุน 5.56 มม.รุ่นเก่า (M193) นั้นหนักเพียง 55 เกรน รวมทั้งเอ็ม 16 เอ2 ตัวใหม่ยังได้เปลี่ยนเกลียวลำกล้องให้มีความถี่เพิ่ม มากขึ้น จากเดิม 12 นิ้ว/รอบ เป็น 7 นิ้ว/รอบ ปัจจัยนี้ต่างหากที่ทำให้ ปลย.เอ็ม 16 เอ 2 ยิงได้ไกลกว่า HK33 รุ่นเก่า
ที่มา:http://www.km-ordn.org/smallgunstudy/9-hk33.html
@เรือใบ
17/11/2013
นอกจากภารกิจของชมรมแล้วยังมีภารกิจร่วมกับสถาบันฯ โดยภารกิจนี้ได้เดินในขบวนเกียรติยศ ซึ่งเป็นจัดเป็นครั้งแรกปี 2554 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ได้จัดตั้ง ชมรม นศท.สจล. ขึ้น