09/22/2026
ได้ยินชื่อ Hamlet มานาน ว่าเป็นบทประพันธ์โศกนาฏกรรมที่เปี่ยมไปด้วยความลุ่มลึกทางภาษาของ Shakespeare แต่ไม่มีโอกาสได้ดูการแสดงละครเรื่องนี้สักที จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ ชวนให้นึกถึงอะไรหลายๆ อย่างเลย
……
1. นึกถึงตอนเรียนวิชาวรรณกรรมจริงจังครั้งแรก คือสมัยมัธยมปลาย มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS ที่อเมริกา ลงเรียนวิชา“ภาษาอังกฤษ” พร้อมความมั่นใจที่พกมาแบบผิดๆ ว่าน่าจะสบายๆ แหละวิชานี้ เราทำคะแนนได้ดีมาตลอด คิดเอาเองว่าคงเป็นการเรียนแกรมมาร์และอ่านเรื่องราวทั่วไป แบบระบบการเรียนโรงเรียนไทย
…
ปรากฏ เปิดมาคลาสแรก ต้องวิเคราะห์การอ่านหนังสือที่ตัวละครใช้ภาษาอังกฤษแบบโบราณ อ่านงานของ Shakespeare (จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเรื่องอะไร) และ Homer (The Odyssey) ความรู้สึกตอนนั้น มันเหมือนอ่านภาษาต่างดาวเลยอะค่ะ 🥺 เจอสรรพนามแทนผู้พูดที่เต็มไปด้วยคำว่า thou, thee, thy ซึ่งลำพังอ่านบทประพันธ์ก็ไม่ค่อยจะเข้าใจอยู่แล้ว ยังต้องมาเรียนเป็นภาษาอังกฤษล้วนจากคุณครูที่พูดเร็วมาก แล้วพยายามวิเคราะห์ ทั้งตอบและเขียนในห้องเป็นภาษาอังกฤษอีก ช็อคเหมือนกันนะคะตอนนั้น มีหลายเล่มมากๆ ที่ต้องอ่านมาพรีเซนต์ในแต่ละคลาส แต่ก็พยายามสู้ไปตลอดเทอม กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้อ่านอะไรที่เหมือนภาษาต่างดาว แล้วเห็นความสวยงามของมันมากขึ้น
…
2. พอเมื่อคืนได้ดู Hamlet แล้ว ความทรงจำในการรับฟังและวิเคราะห์ภาษาต่างดาวเหล่านั้นก็พรั่งพรูกลับมาอีกที
ใครยังไม่เคยอ่าน Hamlet เดียร์จะพยายามไม่สปอยล์ แต่เนื้อหาคร่าวๆ คือ เจ้าชาย Hamlet ของเดนมาร์ก กลับจากเรียนหนังสือที่อังกฤษมา เพื่อพบว่าพ่อตัวเอง หรือพระราชา จู่ๆ ก็ตายอย่างแปลกๆ และพระราชินี หรือแม่ของตัวเอง ก็รีบแต่งงานกับน้าชายของตัวเอง ที่กลายมาเป็นพระราชาแทน
ทำให้ตัวเองต้องสืบหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่??
3. ในวัยนี้ เราอาจจะยังเหมือนเดิมตรงที่ไม่ได้เข้าใจทุกคำ หรือทุกตัวอักษรในนั้น แต่ที่ต่างจากวัยอายุ 16 น่าจะเป็นการมองทุกคำพูดเป็นศิลปะมากกว่าข้อสอบ
ทุกคำที่ตัวละครพูด เราไม่ได้พยายามตีความตามที่คุณครูถามอีกแล้วว่าเขาหมายความว่ายังไง คิดอะไร แต่เรามองในแง่ว่ามัน “โดน” ยังไงกับชีวิตของเรา หรือคนรอบข้างในอดีตหรือในปัจจุบันบ้าง
4. ตัวอย่างเช่น
“Doubt thou the stars are fire;
Doubt that the sun doth move;
Doubt truth to be a liar;
But never doubt I love.”
Ophelia จะเสียใจขนาดไหน ที่ผู้ชายอย่าง Hamlet ที่เคยบอกว่ารักตัวเองมาก จนสามารถเขียนถ้อยคำที่กินใจว่าเธอสงสัยทุกอย่างได้ แต่อย่าได้สงสัยในความรักที่ฉันมีให้เธอเลย เนี่ย วันนึงจะหมดรักกันไปดื้อๆ
5. หรือกับ Quote ที่ดังที่สุดของเรื่อง อย่าง “To be or not to be, that is the question” ก็เหมือนกัน
ในมุมมองของคนที่รักชีวิตตัวเองมาก หากเป็นเมื่อก่อน เราอาจจะรู้สึกว่าทำไม Hamlet จะต้องอยากจากโลกนี้ไปด้วย ทำไมไม่สู้ต่อ แต่พอโตมา มันก็เข้าใจได้ง่ายๆ แล้วว่า คนมากมายเขามี Existential Crisis เหล่านี้ บางคนเขารู้สึกว่าการอยู่มันเจ็บปวดเกินไป ถ้าเขาอยากเลือกจะไม่อยู่ เราก็คงต้องเคารพในการตัดสินใจของเขาเหล่านั้น ….
6. เดี๋ยวไปเที่ยว Denmark พอดี ตอนนี้เลยตื่นเต้นที่จะได้ไปดู Kronborg Castle หรือปราสาทที่เป็นแรงบันดาลใจให้ Shakespeare นำสถานที่มาเขียนประกอบเรื่อง Hamlet นี้ค่ะ ไว้ได้ไปแล้วจะนำรูปมาให้ทุกคนดูนะคะ 😃