บ้านวิทย์น้อย รร.บ้านเนินสะอาด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3

บ้านวิทย์น้อย รร.บ้านเนินสะอาด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3 ประชาสัมพันธ์กิจกรรม/ข่าวสาร บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย โรงเรียนบ้านเนินสะอาด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เปียกและเย็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวัน...
03/07/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เปียกและเย็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันที่ 29 มกราคม 2569 จำนวน 1 ชั่วโมง โรงเรียนบ้านเนินสะอาด อำเภอวิเชียรบุรี  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 3 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
- นักเรียนทราบหรือไม่ว่าทำไมเราถึงเหงื่อออกตอนที่ร่างกายร้อน
- นักเรียนคิดอย่างไรที่ว่าทำไมผ้าเปียกช่วยปกป้องเราจากความร้อนในฤดูร้อนได้
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- อุณหภูมิน้ำมีผลต่อการระบายความร้อนของร่างกาย
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
- ชี้แจงกิจกรรม ทดสอบความรู้สึก วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนรู้ ได้แก่ ถังหรือชาม กรรไกร ผ้าเช็ดจาน น้ำเย็นและน้ำอุ่น ยางรัดหรือเชือก เทอร์โมมิเตอร์ ผ้าเช็ดจานขนาดเล็กและผ้าซับน้ำ
- นักเรียนทำให้แขนข้างหนึ่งเปียก อีกข้างหนึ่งปล่อยให้แห้ง แล้วบันทึกผล
- หยดน้ำอุ่นลงบนแขน แล้วบันทึกผล
- ใช้ผ้าชุบน้ำให้เปียกแล้วบิดน้ำออกให้ผ้าหมาดๆ คนที่ 1 พันบริเวณแขนให้เพื่อนคนที่ 2 จากนั้นสลับหน้าที่กัน แล้วบันทึกผล
4. สังเกตและบรรยาย
ครูตั้งคำถามถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม
- เมื่อแขนเปียกนักเรียนรู้สึกอย่างไร
- ทำไมน้ำอุ่นถึงเย็นลงหลังจากทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง
- น้ำจะเกาะอยู่บนแขนของนักเรียนได้นานแค่ไหนแล้วน้ำจะหายไป
5. บันทึกข้อมูล
- นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามใบกิจกรรม และบันทึกผลการทดลองลงในใบกิจกรรมเปียกและเย็น
6. อภิปรายผล
- แขนที่เปียกจะรู้สึกเย็นเพราะน้ำมีการระเหยออกไป และในระหว่างการระเหย น้ำจะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นแก๊สและจะดึงความร้อนจากตัวเราออกไปด้วย
- เมื่อหยดน้ำอุ่นลงบนแขน น้ำอุ่นจะเย็นลงจะรู้สึกเย็นที่แขน
- เมื่อพันแขนด้วยผ้าเปียก ผ้าเปียกช่วยปกป้องเราจากความร้อนในฤดูร้อนได้ ทำให้รู้สึกเย็น
ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
- ร่างกายจะระบายความร้อนออกมาในรูปของเหงื่อ แล้วเหงื่อก็จะเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นแก๊สและจะดึงความร้อนจากตัวเราออกไปด้วย เรียกการระเหยและกลายเป็นไอของน้ำส่งข้อมูลไปยังสมองเพื่อแปลผลเป็นความรู้สึก
ครูผู้รับผิดชอบ
นางสมฤทัย ส่งสุข 

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่องการปรุงรส ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2จัดการเรียนรู้ วันที่ 13 มีนาคม 2569โรงเรียนบ้านเน...
01/04/2026

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่องการปรุงรส
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
จัดการเรียนรู้ วันที่ 13 มีนาคม 2569
โรงเรียนบ้านเนินสะอาด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3

การเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- ลิ้นของเราสามารถรับรู้รสอะไรได้บ้าง?
- เวลาน้ำซุปเค็มมาก ๆ เราควรเติมอะไรให้อร่อยขึ้น?
- ทำไมเวลาทานของหวานตามด้วยของเค็ม ถึงรู้สึกอร่อยขึ้น?
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- ถ้าเติมน้ำตาลลงในน้ำเกลือ จะทำให้รสชาติเค็มลดลงหรือไม่?
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม การปรุงรส ดังนี้
1. ครูให้นักเรียนเตรียมน้ำเกลือในน้ำ 500 มิลลิลิตร ผสมเกลือครึ่งช้อนโต๊ะ คนให้ละลาย จากนั้นเทลงแก้ว 3 ใบ ในปริมาณเท่ากัน
2. เติมน้ำตาลตามลำดับ:
แก้วที่ 1: เติมน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
แก้วที่ 2: เติมน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
แก้วที่ 3: เติมน้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
3. คนให้ละลาย จากนั้นให้นักเรียนชิมแต่ละแก้วโดยเรียงลำดับ
4. ให้นักเรียนเปรียบเทียบรสชาติของทั้ง 3 แก้ว
4. สังเกตและบรรยาย
ครูตั้งคำถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม
- แก้วไหนที่มีรสเค็มมากที่สุด? (แก้วที่ใส่น้ำตาลน้อยที่สุด)
- เมื่อเติมน้ำตาลเข้าไปในน้ำเกลือ ความรู้สึกต่อรสเค็มเปลี่ยนไปอย่างไร?”(รสเค็มลดลง รู้สึกหวานมากขึ้น)
5. บันทึกข้อมูล
- นักเรียนบันทึกผลการทำกิจกรรม การปรุงรส ลงในใบกิจกรรม
6. อภิปรายผล
ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรม การปรุงรสประเด็นดังนี้
- การเติมน้ำตาลมีผลต่อรสชาติน้ำเกลืออย่างไร? (ทำให้รสกลมกล่อม ลดความเค็ม เพิ่มความหวาน)
- รสชาติแบบใดที่น่าทานที่สุด?
- ถ้าอาหารเค็มเกินไป เราควรแก้ไขอย่างไร? (เติมน้ำ เติมน้ำตาล หรือเพิ่มปริมาณวัตถุดิบอื่น)
- เราควรดูแลลิ้นของเราอย่างไรเพื่อให้รับรสได้ดี? (การทำความสะอาดลิ้นทุกวันจะช่วยให้ลมหายใจหอม สดชื่นขึ้น รับรสชาติอาหารได้ชัดขึ้น)
ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสมฤทัย ส่งสุข

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เปียกและเย็น    ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1จัดการเรียนรู้ วันที่ 27 กุ...
04/03/2026

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เปียกและเย็น ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
จัดการเรียนรู้ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 โรงเรียนบ้านเนินสะอาด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
🤚ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
-ถ้าเรานำผ้าไปแช่น้ำเย็นแล้วมาวางบนแขน จะรู้สึกอย่างไร?
-ถ้าเป็นน้ำอุ่นล่ะ รู้สึกเหมือนกันไหม?
-ทำไมถึงรู้สึกต่างกัน ทั้งที่ใช้ผ้าชนิดเดียวกัน?
🤯รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- ผ้าชุบน้ำเย็นจะทำให้แขนเย็น
-ผ้าชุบน้ำอุ่นจะทำให้แขนอุ่น
-ผ้าเป็นวัสดุที่ดูดซึมน้ำและถ่ายเทอุณหภูมิได้
-ถ้าวัดอุณหภูมิแขนจะมีความต่างกัน
👩🏼‍🔬ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม เปียกและเย็น ดังนี้
-แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม
-แจกผ้า 2 ผืน
ผืนที่ 1 ชุบน้ำเย็น
ผืนที่ 2 ชุบน้ำอุ่น
-ให้นักเรียนพันแขนแต่ละข้างด้วยผ้าแต่ละอุณหภูมิ
-ใช้ เทอร์โมมิเตอร์อินฟราเรด หรือเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแขน
-สังเกตความรู้สึกและวัดอุณหภูมิแขนแต่ละข้าง
👀 สังเกตและบรรยาย
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม
-แขนที่พันด้วยผ้าเย็นรู้สึกอย่างไร?
-แขนที่พันด้วยผ้าอุ่นรู้สคกอย่างไร?
🗣️บันทึกข้อมูลและอภิปรายผล
- นักเรียนบันทึกผลการรับรู้ของแต่ละตำแหน่งลงใน เปียกและเย็น
-ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรม เปียกและเย็น ประเด็นดังนี้
1)ผ้าสองผืนให้ความรู้สึกต่างกันไหม เพราะอะไร?
2)ความรู้สึกเย็นเกิดจากการที่ น้ำระเหยออกจากผิวหนัง และพาเอาความร้อนออกไปด้วย ทำให้ผิวรู้สึกเย็น
ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวเจนนิสา จันทร์เส็ง

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่อง ทะเลในกล่อง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จัดกิจกรรมในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569  จำนวน 1 ...
27/02/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่อง ทะเลในกล่อง
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 1 ชั่วโมง
โรงเรียนบ้านเนินสะอาด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3

การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1.ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ 🔎
1.1 นักเรียนเคยเห็นทะเลหรือไม่?
1.2 ใต้ท้องทะเลมีสิ่งมีชีวิตใดบ้างอาศัยอยู่บ้าง?
1.3 คลื่นทะเลเกิดขึ้นได้อย่างไร?
1.4. เมื่อเกิดคลื่นทะเลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
1.5. นักเรียนคิดว่า คลื่นต้องแรงแค่ไหนจึงจะทำให้ทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลง
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน 📚
การเขย่าจะทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลงมากกว่าการเอียงไปมาและการเป่า
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ🧤🧠
3.1 ครูจับคู่ให้นักเรียน
3.2 ครูแจกอุปกรณ์และให้นักเรียนช่วยกันสร้างแบบจำลองทะเลขนาดเล็กในกลุ่มตัวเอง
3.3 ให้นักเรียนสร้างคลื่นในท้องทะเล เพื่อหาคำตอบว่าคลื่นต้องแรงแค่ไหนจึงจะทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลง วิธีการสร้างคลื่นเช่น การเป่า การเอียงไปมา หรือการเขย่า
3.4 ให้นักเรียนสังเกตทะเลในกล่องจากด้านข้างว่าต้องใช้เวลานานเท่าไร น้ำจึงจะกลับมาใสเหมือนเดิม
4. สังเกตและบรรยาย👀
4.1 สังเกตลักษณะของน้ำในทะเลในกล่องทั้งสามกล่อง อธิบายเปรียบเทียบระยะเวลาที่น้ำในกล่องทั้งสาม กลับมามีลักษณะใส
4.2 สังเกตลักษณะการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวริมทะเลทั้งสามกล่อง อธิบายเปรียบเทียบลักษณะพื้นผิวริมทะเลทั้งสามกล่อง
5. บันทึกข้อมูล📝
5.1 การเขย่า ทำให้เกิดการผลกระทบต่อพื้นผิวริมทะเลและ เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดลำดับที่สองคือการเอียงกล่องไปมา และการเป่าทำให้พื้นผิวริมทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด
5.2 การเป่าทำให้น้ำในทะเล กลับมาใสดังเดิมเร็วที่สุด เนื่องจากเวลาน้อยที่สุด การเอียงกล่องไปมาน้ำกลับมาใสเร็วเป็นลำดับที่สอง และการเขย่าทำให้น้ำทะเลกลับมาใสดังเดิมช้าที่สุดเนื่องจากใช้เวลามากที่สุด
6. สรุปและอภิปรายผล📑
แรงจากการเขย่ามีมากกว่าการเอียงกล่องไปมาและการเป่า จึงทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลงมาที่สุด

ผู้จัดกิจกรรม
นางสาวธิดารัตน์ สุพรรณภูวงศ์

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่อง การฉีดน้ำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนบ้านเนินสะอาด อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชร...
25/02/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on
เรื่อง การฉีดน้ำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
โรงเรียนบ้านเนินสะอาด อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
ดำเนินการจัดการเรียนรู้วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569
ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. นางสาวเจนนิสา จันทร์เส็ง
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1.ทำไมอุปกรณ์ฉีดน้ำแต่ละแบบจึงมีจำนวนรูไม่เท่ากัน
2.ทำไมอุปกรณ์ฉีดน้ำแต่ละแบบฉีดน้ำออกไปได้ไม่เหมือนกัน
3.ทำไมอุปกรณ์ฉีดน้ำที่มีรูเดียวน้ำถึงพุ่งไปได้ไกล
รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
1.อุปกรณ์ฉีดน้ำแบบรูเดียวน้ำจะพุ่งได้ไกลกว่าแบบหลายรู
2.อุปกรณ์ฉีดน้ำขนาดใหญ่ น้ำจะพุ่งไปได้ไกลกว่าขนาดเล็ก
3.อุปกรณ์ฉีดน้ำแบบหลายรู จะทำให้น้ำกระจายได้ทั่ว
ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1.นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบอุปกรณ์ฉีดน้ำของกลุ่มตนเอง
2.นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือสร้างอุปกรณ์ฉีดน้ำตามที่ได้ออกแบบไว้
3.ทำการทดลองการฉีดน้ำตามอุปกรณ์ที่ออกแบบไว้
สังเกตและบรรยาย
1.สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทำการทดลอง
2.อุปกรณ์ฉีดน้ำขนาดเล็ก-ขนาดใหญ่เมื่อฉีดน้ำออกไปได้ผลการทดลองเหมือนกันหรือไม่
3.อุปกรณ์ฉีดน้ำรูเดียว-หลายรูเมื่อฉีดน้ำออกไปได้ผลการทดลองเหมือนกันหรือไม่
อภิปรายผล
- นักเรียนและครูสรุปผลร่วมกันว่าขวดน้ำที่มีขนาดใหญ่น้ำจะพุ่งไกลกว่าขวดที่มีขนาดเล็กและขวดที่เจาะเพียงรูเดียวน้ำจะพุ่งไกลกว่าขวดที่เจาะหลายรู

กิจกรรมการเรียนรู้  Hand On  เรื่องเครื่องบินกระดาษ  ชั้นประถมศึกษาปีที่  1 จำนวน  1  ชั่วโมง  โรงเรียนบ้านเนินสะอาด  สั...
24/02/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่องเครื่องบินกระดาษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง
โรงเรียนบ้านเนินสะอาด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3
ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียน ดังนี้
1. ขนาดของเครื่องบินกระดาษมีผลต่อการเคลื่อนที่หรือไม่
2. เครื่องบินกระดาษสามารถบินได้ไกล เพราะอะไร
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
1. ถ้าเราพับกระดาษให้หางเครื่องบินมันหนัก จะบินได้ไกล
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1. แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน
2. นักเรียนเลือกแบบเครื่องบินกระดาษแบบพื้นฐาน ให้นักเรียนทดลองก่อน และให้นักเรียนออกแบบเครื่องบินกระดาษของตนเองลงในกระดาษ
3 ให้นักเรียนดูวิธีการพับเครื่องบินกระดาษแบบต่างๆ จากยูทูป
4. พับและทดลองเครื่องบินกระดาษหลายแบบ โดยเน้นการบินไกล
5. นำเครื่องบินกระดาษมาทดสอบในสนาม และวัดระยะทาง(ใช้หน่วยเป็นเมตร)
4. สังเกตและบรรยาย
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิด ดังนี้
- เครื่องบินแบบไหนที่บินได้ไกลที่สุด เพราะเหตุใด
5. บันทึกข้อมูล
1. นักเรียนบันทึกผลการทำกิจกรรม เครื่องบินกระดาษ ลงในใบกิจกรรม
6. อภิปรายผล
ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่า
1. การพับกระดาษมีผลต่อการเคลื่อนที่ของเครื่องบินกระดาษ
2. แรงที่เกี่ยวข้องคือ แรงผลัก แรงพยุง แรงโน้มถ่วง แรงต้านอากาศ
ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. นางสาวเจนนิสา จันทร์เส็ง

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่อง ทะเลในกล่อง 🏖️📦🐚🌺🪼ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2จัดกิจกรรมในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569  จำน...
18/02/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่อง ทะเลในกล่อง 🏖️📦🐚🌺🪼
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
จัดกิจกรรมในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 จำนวน 1 ชั่วโมง
โรงเรียนบ้านเนินสะอาด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3

การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1.ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ 🔎
1.1 นักเรียนเคยเห็นทะเลหรือไม่?
1.2 ใต้ท้องทะเลมีสิ่งมีชีวิตใดบ้างอาศัยอยู่บ้าง?
1.3 คลื่นทะเลเกิดขึ้นได้อย่างไร?
1.4. เมื่อเกิดคลื่นทะเลมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
1.5. นักเรียนคิดว่า คลื่นต้องแรงแค่ไหนจึงจะทำให้ทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลง
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน 📚
การเขย่าจะทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลงมากกว่าการเอียงไปมาและการเป่า
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ🧤🧠
3.1 ครูจับคู่ให้นักเรียน
3.2 ครูแจกอุปกรณ์และให้นักเรียนช่วยกันสร้างแบบจำลองทะเลขนาดเล็กในกลุ่มตัวเอง
3.3 ให้นักเรียนสร้างคลื่นในท้องทะเล เพื่อหาคำตอบว่าคลื่นต้องแรงแค่ไหนจึงจะทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลง วิธีการสร้างคลื่นเช่น การเป่า การเอียงไปมา หรือการเขย่า
3.4 ให้นักเรียนสังเกตทะเลในกล่องจากด้านข้างว่าต้องใช้เวลานานเท่าไร น้ำจึงจะกลับมาใสเหมือนเดิม
4. สังเกตและบรรยาย👀
4.1 สังเกตลักษณะของน้ำในทะเลในกล่องทั้งสามกล่อง อธิบายเปรียบเทียบระยะเวลาที่น้ำในกล่องทั้งสาม กลับมามีลักษณะใส
4.2 สังเกตลักษณะการเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวริมทะเลทั้งสามกล่อง อธิบายเปรียบเทียบลักษณะพื้นผิวริมทะเลทั้งสามกล่อง
5. บันทึกข้อมูล📝
5.1 การเขย่า ทำให้เกิดการผลกระทบต่อพื้นผิวริมทะเลและ เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดลำดับที่สองคือการเอียงกล่องไปมา และการเป่าทำให้พื้นผิวริมทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด
5.2 การเป่าทำให้น้ำในทะเล กลับมาใสดังเดิมเร็วที่สุด เนื่องจากเวลาน้อยที่สุด การเอียงกล่องไปมาน้ำกลับมาใสเร็วเป็นลำดับที่สอง และการเขย่าทำให้น้ำทะเลกลับมาใสดังเดิมช้าที่สุดเนื่องจากใช้เวลามากที่สุด
6. สรุปและอภิปรายผล📑
แรงจากการเขย่ามีมากกว่าการเอียงกล่องไปมาและการเป่า จึงทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลงมาที่สุด

ผู้จัดกิจกรรม
นางสมฤทัย ส่งสุข

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่องการปรุงรส 🥣🍲 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดกิจกรรม วันที่13 กุมภาพันธ์ 2568 จำนวน 1...
17/02/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่องการปรุงรส 🥣🍲
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ดำเนินการจัดกิจกรรม
วันที่13 กุมภาพันธ์ 2568 จำนวน 1 ชั่วโมง
โรงเรียนบ้านเนินสะอาด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- ลิ้นของเราสามารถรับรู้รสอะไรได้บ้าง?
- เวลาน้ำซุปเค็มมาก ๆ เราควรเติมอะไรให้อร่อยขึ้น?
- ทำไมเวลาทานของหวานตามด้วยของเค็ม ถึงรู้สึกอร่อยขึ้น?
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- ถ้าเติมน้ำตาลลงในน้ำเกลือ จะทำให้รสชาติเค็มลดลงหรือไม่?
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม การปรุงรส ดังนี้
1. ครูให้นักเรียนเตรียมน้ำเกลือในน้ำ 500 มิลลิลิตร ผสมเกลือครึ่งช้อนโต๊ะ คนให้ละลาย จากนั้นเทลงแก้ว 3 ใบ ในปริมาณเท่ากัน
2. เติมน้ำตาลตามลำดับ:
แก้วที่ 1: เติมน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
แก้วที่ 2: เติมน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
แก้วที่ 3: เติมน้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
3. คนให้ละลาย จากนั้นให้นักเรียนชิมแต่ละแก้วโดยเรียงลำดับ
4. ให้นักเรียนเปรียบเทียบรสชาติของทั้ง 3 แก้ว
4. สังเกตและบรรยาย
ครูตั้งคำถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม
- แก้วไหนที่มีรสเค็มมากที่สุด? (แก้วที่ใส่น้ำตาลน้อยที่สุด)
- เมื่อเติมน้ำตาลเข้าไปในน้ำเกลือ ความรู้สึกต่อรสเค็มเปลี่ยนไปอย่างไร?”(รสเค็มลดลง รู้สึกหวานมากขึ้น)
5. บันทึกข้อมูล
- นักเรียนบันทึกผลการทำกิจกรรม การปรุงรส ลงในใบกิจกรรม
6. อภิปรายผล
ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรม การปรุงรสประเด็นดังนี้
- การเติมน้ำตาลมีผลต่อรสชาติน้ำเกลืออย่างไร? (ทำให้รสกลมกล่อม ลดความเค็ม เพิ่มความหวาน)
- รสชาติแบบใดที่น่าทานที่สุด?
- ถ้าอาหารเค็มเกินไป เราควรแก้ไขอย่างไร? (เติมน้ำ เติมน้ำตาล หรือเพิ่มปริมาณวัตถุดิบอื่น)
- เราควรดูแลลิ้นของเราอย่างไรเพื่อให้รับรสได้ดี? (การทำความสะอาดลิ้นทุกวันจะช่วยให้ลมหายใจหอม สดชื่นขึ้น รับรสชาติอาหารได้ชัดขึ้น)
👩🏻‍🔬ครูผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้👩🏻‍🏫
1. นางสมฤทัย ส่งสุข

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เปียกและเย็น    ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จัดการเรียนรู้ วันที่ 4 กุม...
12/02/2026

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เปียกและเย็น ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดการเรียนรู้ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 โรงเรียนบ้านเนินสะอาด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
🤚ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
-ถ้าเรานำผ้าไปแช่น้ำเย็นแล้วมาวางบนแขน จะรู้สึกอย่างไร?
-ถ้าเป็นน้ำอุ่นล่ะ รู้สึกเหมือนกันไหม?
-ทำไมถึงรู้สึกต่างกัน ทั้งที่ใช้ผ้าชนิดเดียวกัน?
🤯รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- ผ้าชุบน้ำเย็นจะทำให้แขนเย็น
-ผ้าชุบน้ำอุ่นจะทำให้แขนอุ่น
-ผ้าเป็นวัสดุที่ดูดซึมน้ำและถ่ายเทอุณหภูมิได้
-ถ้าวัดอุณหภูมิแขนจะมีความต่างกัน
👩🏼‍🔬ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม เปียกและเย็น ดังนี้
-แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม
-แจกผ้า 2 ผืน
ผืนที่ 1 ชุบน้ำเย็น
ผืนที่ 2 ชุบน้ำอุ่น
-ให้นักเรียนพันแขนแต่ละข้างด้วยผ้าแต่ละอุณหภูมิ
-ใช้ เทอร์โมมิเตอร์อินฟราเรด หรือเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแขน
-สังเกตความรู้สึกและวัดอุณหภูมิแขนแต่ละข้าง
👀 สังเกตและบรรยาย
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม
-แขนที่พันด้วยผ้าเย็นรู้สึกอย่างไร?
-แขนที่พันด้วยผ้าอุ่นรู้สคกอย่างไร?
🗣️บันทึกข้อมูลและอภิปรายผล
- นักเรียนบันทึกผลการรับรู้ของแต่ละตำแหน่งลงใน เปียกและเย็น
-ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรม เปียกและเย็น ประเด็นดังนี้
1)ผ้าสองผืนให้ความรู้สึกต่างกันไหม เพราะอะไร?
2)ความรู้สึกเย็นเกิดจากการที่ น้ำระเหยออกจากผิวหนัง และพาเอาความร้อนออกไปด้วย ทำให้ผิวรู้สึกเย็น
ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวธิดารัตน์ สุพรรณภูวงศ์

กิจกรรมการเรียนรู้  Hand On  เรื่องลายนิ้วมือ  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  จำนวน  1  ชั่วโมง  โรงเรียนบ้านเนินสะอาดสังกัดสำนั...
28/01/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่องลายนิ้วมือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1 ชั่วโมง โรงเรียนบ้านเนินสะอาด
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียน ดังนี้
- นักเรียนรู้จักลายนิ้วมือไหม
- ลายนิ้วมือของนักเรียนและเพื่อนเหมือนกันหรือไม่มี
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
-ลายนิ้วมือของแต่ละคนแตกต่างกันจะมีรูปแบบที่ไม่เหมือนกัน
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
- ครูชี้แจงกิจกรรม ลายนิ้วมือ แจกวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำกิจกรรมให้กับนักเรียน ได้แก่ ใบบันทึกกิจกรรม “บัตรประจำตัว” ตลับหมึก แว่นขยาย
- นักเรียนกดนิ้วมือลงบนหมึกโดยเริ่มจากมือข้างซ้าย ไม่กดนิ้วมือแรงจนเกินไปเพราะหมึกที่มีปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ลายพิมพ์ไม่ชัดเจน
- พิมพ์ลายนิ้วมือ ลงในแบบบันทึก “บัตรประจำตัว” โดยวางนิ้วบนกระดาษเพียงครั้งเดียวโดยไม่ขยับนิ้วไปมาช่องละ 1 นิ้ว ตามช่องที่กำหนดให้ครบทั้ง 10 นิ้วตามลำดับ
4. สังเกตและบรรยาย
ครูใช้คำถามกระตุ้นให้นักเรียนสังเกตระหว่างทำกิจกรรม
- ลายนิ้วมือของตนเองมีรูปแบบใดบ้าง
- ลายนิ้วมือของตนเองเหมือนหรือแตกต่างกัน
- ลายนิ้วมือของแต่ละคนเหมือนหรือแตกต่างกัน
5. บันทึกข้อมูล
- ครูให้นักเรียนดูรูปแบบของลายนิ้วมือที่กำหนดไว้ 3 รูปแบบ (1. แบบมัดหวาย 2. แบบก้นหอย 3. แบบโค้ง)
- นักเรียนบันทึกผลการทำกิจกรรมลงในใบกิจกรรมลายนิ้วมือ(บัตรประจำตัว)
6. อภิปรายผล
- ลายนิ้วมือมีลักษณะเส้นนูน ร่อง มีรายละเอียดที่ชิดติดกัน บางเส้นมีลักษณะโค้ง วนเป็นวงกลม ได้แก่ แบบมัดหวาย แบบก้นหอยและแบบโค้ง
- ลายนิ้วมือแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลจึงสามารถใช้ในการระบุตัวบุคคลได้
ข้อค้นพบจากการทำกิจกรรมการเรียนรู้
- นักเรียนสามารถสังเกตและบอกรูปแบบของลายนิ้วมือตนเองได้
- นักเรียนสามารถเปรียบเทียบลายนิ้วมือตนเองได้
ผู้จัดกิจกรรม
1. นางสาวเจนนิสา จันทร์เส็ง

ที่อยู่

โรงเรียนบ้านเนินสะอาด ตำบลยางสาว อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
Wichian Buri
67130

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านวิทย์น้อย รร.บ้านเนินสะอาด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์