05/08/2026
Dj หนึ่งในบุคลากรความสำคัญของการแข่งขันกีฬาเบรกกิ้ง 💯
ในค่ำวันศุกร์นี้ตามเวลาประเทศไทยจะมีการแข่งขันกีฬาประเภทหนึ่งที่ ‘ดีเจ’ จะต้องเข้าไปเปิดเพลงให้กับนักกีฬาในสนามแข่งขัน
กีฬาประเภทที่ว่าคือ ‘เบรกแดนซ์’ ซึ่งเพิ่งได้รับการบรรจุเข้าแข่งขันในโอลิมปิกครั้งนี้เป็นปีแรก สร้างความตื่นเต้นให้คนชื่นชอบฮิปฮอปและการเต้น และถือเป็นการให้ความสำคัญวัฒนธรรมร่วมสมัยในการแข่งขันกีฬาระดับโลก
เบรกแดนซ์เป็นหนึ่งในคัลเจอร์ฮิปฮอปของคนดำที่มีต้นกำเนิดในย่านบรองซ์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ช่วงทศวรรษ 1970 ชื่อของ ‘เบรกแดนซ์’ มาจากดนตรีประกอบแนวฟังก์ โดยศิลปินนำมาทำ ‘จังหวะเบรก’ แล้วประกอบเป็นเพลง หรือที่เรียกกันว่า ‘เบรกเกอร์’ ซึ่งดีเจ Kool Herc ผู้ให้กำเนิดแนวเพลงนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนมาเต้นไปพร้อมจังหวะเพลงของเขา หลังจากนั้น วัฒนธรรมเบรกแดนซ์ก็ค่อยๆ แข็งแรง ได้รับความนิยม และกระจายออกไปในวงกว้าง
วิวัฒนาการของเบรกแดนซ์ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นศิลปะ และจัดแข่งขันในหลายเวทีระดับนานาชาติ บรรยากาศการแข่งขันไม่ได้มีเพียงนักเต้น แต่ประกอบด้วยเอ็มซีที่จะคอยบรรยายการแข่งขัน และดีเจที่จะเข้ามาเปิดเพลงในสนามแบตเทิล
การแข่งขันในโอลิมปิกครั้งนี้ก็เช่นกัน การเข้ามามีส่วนร่วมของดีเจ ทำให้ ‘ศิลปิน’ ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน เบรกแดนซ์จึงแตกต่างจากธรรมเนียมของกีฬาอื่นๆ ที่ต้องใช้เพลงประกอบ เช่น การแข่งขันระบำใต้น้ำ ยิมนาสติกประกอบเพลง หรือสเกตลีลา ซึ่งนักกีฬาสามารถเตรียมเพลงมาเองได้ แต่นักเต้นเบรกแดนซ์ไม่สามารถเลือกเพลงเองได้ เพราะพวกเขาต้องอิมโพรไวส์ร่างกายไปตามดนตรีที่ดีเจเปิดขึ้น
นิโกลาส์ กิลโลโต หรือ DJ One Up ชาวฝรั่งเศส วัย 41 ปี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับเลือกจากรายชื่อผู้เข้าชิงให้เป็นดีเจที่เล่นเพลงประกอบในการแข่งขันโอลิมปิกในปีนี้
“สำหรับผม สิ่งที่สำคัญที่สุดในการแข่งขันคือการสร้างบรรยากาศ ในฐานะดีเจ เราทำได้โดยการให้พื้นที่สบายๆ ด้วยจังหวะเพลงที่นักเต้นคุ้นกันดี” ดีเจ One Up กล่าว
“แต่บทบาทและความรับผิดชอบของดีเจก็คือการสร้างช่วงเวลาอันมหัศจรรย์เช่นกัน และเราทำสิ่งนั้นด้วยเพลงที่ไม่มีใครรู้จัก”
โดยทั่วไป เพลงที่นักเต้นคุ้นหูนั้นจะเป็นเพลงที่นิยมเปิดกันในวัฒนธรรมเบรกแดนซ์อยู่แล้ว โดยเฉพาะแนวฟังก์ในยุค 60-70 เช่น เพลง Get Up, Get Into It, Get Involved ของ เจมส์ บราวน์ ซึ่งยังเป็นเพลงมาตรฐานในการแข่งขันทั่วไปอยู่ แต่ดีเจ One Up ย้ำว่าศิลปะของการเป็นดีเจคือการท้าทายนักเต้นด้วยจังหวะเพลงใหม่ๆ เช่น เพลง The Mexican จากวง Babe Ruth โปรเกรสซีฟร็อกในยุค 70
“นักเต้นบางคนชอบดนตรีฟังก์ บางคนชอบดนตรีอิเล็กทรอนิกส์” ดีเจ One Up กล่าว “แต่สำหรับผม การแสดงแบบด้นสดเป็นกุญแจสำคัญในการเต้นเบรกแดนซ์”
ความแตกต่างของดีเจที่ต้องเปิดเพลงสำหรับปาร์ตี้เบรกแดนซ์กับดีเจสำหรับเปิดเพลงในการแข่งขันเบรกแดนซ์จริงจังระดับนานาชาติ คือ ดีเจในคลับจะสามารถอยู่กับเครื่องมือตัวเองและเปิดเพลงวนไปเรื่อยๆ พร้อมจังหวะเบรกกิ้งให้คนมาร่วมงานสามารถสลับกันเข้ามาเต้นบนฟลอร์ได้
ในขณะที่ดีเจในการแข่งขันระดับนานาชาติ อาจจะไม่สามารถจดจ่ออยู่กับการตีจังหวะให้ถูกต้องเพียงอย่างเดียว เขาต้องดูการเคลื่อนไหวของนักกีฬาไปด้วย เพื่อควบคุมจังหวะเพลงให้สมูทไปกับการแข่งขันตรงหน้าได้
“บางครั้งคุณมีเวลาตอบสนองเพียงห้าวินาที เพราะคุณไม่มีทางรู้เลยว่านักเต้นจะจบรอบเมื่อใด” มาร์ซิน เพรเซพลาสโก หรือที่รู้จักในชื่อ DJ Plash จากโปแลนด์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การเปิดเพลงในการแข่งขันเบรกแดนซ์ระดับโอลิมปิกยังมีเรื่องที่ต้องคำนึงถึงอย่างมาก คือ ลิขสิทธิ์เพลงที่จะต้องสามารถเผยแพร่ผ่านการถ่ายทอดสดได้ โดยข้อจำกัดของดีเจคือ พวกเขาต้องมิกซ์เพลงจากแทร็กที่มีให้จำนวน 390 แทร็ก
มาร์ติน กิลเลียน โฆษกของสหพันธ์กีฬาเต้นรำโลก (WDSF) กล่าวว่า เพลย์ลิสต์เหล่านี้ยังเป็นความลับอย่างสูง บางเพลงนักเต้นอาจจะเคยได้ยินมาแล้วก็จริง แต่หลายเพลงก็ยังหายากที่จะเคยได้ยินมาก่อนเช่นกัน ดังนั้น กฎข้อสำคัญอีกอย่างสำหรับการแข่งขันคือ ดีเจไม่สามารถไปร่วมงาน หรือทำความรู้จักหรือนัดพบกับนักกีฬาในช่วงการแข่งขันได้
การเต้นเบรกแดนซ์ในโอลิมปิกจะเป็นการแข่งขันแบบแบตเทิล โดยกรรมการจะวัดผลคะแนนจากความคิดสร้างสรรค์ บุคลิกภาพ เทคนิค ความหลากหลาย การแสดง และการออกท่วงท่าตามดนตรี รวมถึงการวัดทักษะความแข็งแรงของร่างกายผ่านท่ามาตรฐานของการเต้นเบรกแดนซ์
เช่น ‘ท่าท็อปร็อก’ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายในขณะยืน โดยโฟกัสที่การเคลื่อนไหวของเท้าและมือตามจังหวะเพลง มักใช้เป็นการวอร์มอัปก่อนเปลี่ยนไปเคลื่อนไหวแบบผาดโผน
‘ท่าพาวเวอร์มูฟส์’ เป็นท่าที่ใกล้เคียงกับยิมนาสติกและองค์ประกอบแบบกายกรรม มักอาศัยความเร็วในการเคลื่อนตัว เช่น การเอาร่างกายหมุนไปรอบๆ บนพื้นโดยเท้าไม่แตะพื้น
‘ท่าฟรีซ’ เป็นเทคนิคการเต้นที่จะต้องหยุดการเคลื่อนไหวร่างกายในท่าที่น่าสนใจหรือท่าที่เน้นการทรงตัวเป็นหลัก มักจะเลือกใช้กับท่าที่บิดตัวยากๆ หรือมีลักษณะการทรงตัวเท่ๆ
การแข่งขันเบรกแดนซ์จะจัดขึ้นที่ปลัสเดอลากงกอร์ด หรือจัตุรัสลากงกอร์ด จัตุรัสแห่งความปรองดอง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองฝรั่งเศส เพราะเคยเป็นลานที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อองตัวเน็ตถูกประหารด้วยกิโยตินในการปฏิวัติฝรั่งเศส
จัตุรัสลากงกอร์ดได้รับการแปลงโฉมให้เป็นพื้นที่การแข่งขันกีฬาเอ็กซ์สตรีมหลายชนิด เช่น การแข่งขันสเกตบอร์ด, การแข่งขันจักรยาน BMX, การแข่งขันบาสเกตบอล 3x3 หรือสตรีทบาส ที่มีผู้เล่นทีมละ 3 คน และการแข่งขันเบรกแดนซ์ ที่จะเริ่มการแข่งขันในวันศุกร์นี้
https://plus.thairath.co.th/topic/subculture/104654
#ไทยรัฐพลัส