26/09/2026
การวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน ไม่ใช่เพียงเรื่องของ “ข้อสอบ” แต่คือส่วนหนึ่งของการสร้าง “ระบบนิเวศแห่งการอ่าน”
การอ่านมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาตนเอง เพราะช่วยเพิ่มพูนความรู้ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และเสริมสร้างทักษะการสื่อสารในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นสมรรถนะที่จำเป็นในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้คนต้องเผชิญกับข้อมูลจำนวนมหาศาลจากสื่อดิจิทัล สื่อสังคมออนไลน์ และแหล่งข้อมูลที่มีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น
ด้วยความมุ่งหมายที่จะพัฒนาความรู้และความเข้าใจของครูเกี่ยวกับการวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) ตามแนวทาง PISA ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569 คณะครูภาษาไทย ฝ่ายมัธยมศึกษาและประถมศึกษา โรงเรียนรุ่งอรุณ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการออกแบบกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาแบบทดสอบความฉลาดรู้ด้านการอ่าน โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์ชวิน พงษ์ผจญ อาจารย์ประจำสาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นวิทยากรในครั้งนี้
การอ่านตามแนวทาง PISA เป็นการอ่านที่นักเรียนต้องรู้ว่า “อ่านอะไร อ่านเพื่ออะไร และอ่านแล้วนำไปทำอะไร” ขณะเดียวกัน การสร้างนิสัย “รักการอ่าน” ต้องอาศัยระบบนิเวศที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พบกับการอ่านหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้นักเรียนมองเห็นว่า การอ่านเชื่อมโยงกับชีวิตและช่วยให้เข้าใจโลกได้ในหลากหลายมิติ
หัวใจสำคัญของการออกแบบกระบวนการเรียนรู้จึงอยู่ที่การเชื่อมโยงสิ่งที่อ่านเข้ากับชีวิตของนักเรียน ทั้งในและนอกห้องเรียน พร้อมทั้งสร้างกิจกรรมที่กระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ เพราะทุกองค์ประกอบภายในโรงเรียนล้วนส่งเสริมให้นักเรียนอยากอ่านได้ เมื่อมองเห็นความหมายของการอ่านและไม่รู้สึกกลัว ไม่ว่าบทอ่านนั้นจะง่ายหรือท้าทายเพียงใด การอ่านก็จะค่อย ๆ เติบโตเป็นสมรรถนะที่ขับเคลื่อนด้วย “วินัยในการเรียนรู้” ของนักเรียนเอง
นอกจากนี้ การอ่านยังเป็น “กระบวนการทางปัญญา” (Cognitive Process) ตั้งแต่การเข้าถึงและค้นคืนสารสนเทศ การสร้างความเข้าใจ ไปจนถึงการประเมินและสะท้อนคิดต่อบทอ่าน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ช่วยสะท้อนระดับความสามารถด้านการอ่านของนักเรียน เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็น “ผู้จัดการการอ่าน” ที่รู้ว่าตนเข้าใจอะไร กำลังติดขัดตรงไหน และควรใช้วิธีใดเพื่อสร้างความเข้าใจต่อไป
เมื่อนำแนวคิดดังกล่าวกลับมาพิจารณาบทบาทของครู ครูเองจำเป็นต้องใช้กระบวนการคิดของตน (Metacognition) ในการออกแบบบทอ่านและข้อคำถามให้สอดคล้องกับกระบวนการคิดของนักเรียน โดยเริ่มจากการกำหนดระดับความสามารถที่ต้องการวัด ระบุกระบวนการทางปัญญาที่มุ่งประเมิน แล้วจึงออกแบบบทอ่านและข้อคำถามให้สัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ เพราะข้อสอบที่ดีไม่ควรเพียงให้นักเรียนคัดลอกคำตอบจากข้อความ แต่ควรเปิดพื้นที่ให้นักเรียนได้คิด ตีความ เชื่อมโยง ประเมิน และสร้างความหมายจากสิ่งที่อ่าน
การพัฒนาแบบทดสอบความฉลาดรู้ด้านการอ่านจึงไม่ใช่ปลายทางของการเรียนรู้ หากเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยให้เด็ก “อยากอ่าน อ่านเป็น และใช้การอ่านเพื่อเรียนรู้ตลอดชีวิต”
โรงเรียนรุ่งอรุณขอขอบพระคุณ อาจารย์ชวิน พงษ์ผจญ ที่กรุณาสละเวลามาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคณะครูในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสสานต่อความร่วมมือทางการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาแบบทดสอบความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) ในแบบฉบับของโรงเรียนรุ่งอรุณให้สามารถนำไปใช้พัฒนาผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพและมีความหมายต่อไป
#โรงเรียนรุ่งอรุณ
#ภาษาไทยมัธยมรุ่งอรุณ #ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน