10/02/2026
🥰🙏
เราได้ข้อมูลจากในกลุ่ม
Homeschool Network มา…มันว้าวมาก
🎮 Minecraft: Education Edition เป็นสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจมากค่ะ มีเนื้อหาบทเรียนพร้อมใช้งาน เปลี่ยนการเล่นเกมให้เป็นการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)ที่ได้ลงมือทำจริง
ครูสามารถสร้างบทเรียนที่เรียบง่ายสำหรับเด็กเล็ก หรือสร้างโปรเจกต์ที่ต้องใช้ทักษะวิเคราะห์ซับซ้อนสำหรับนักเรียนประถม-มัธยมปลายได้ค่ะ
แม่เลยลองเอามานำเสนอลูก นึกว่าจะว้าว จะกรี้ดแตก แต่ตรงข้ามเลยค่ะ เบรคหัวทิ่ม ทั้งที่ลูกทั้งสองเป็นสาวก Minecraft อิแม่นิ..งงมาก😆
เหตุผลหลักๆคือ
Minecraft เป็นพื้นที่สำหรับ อิสระ, การผ่อนคลาย, และการเป็นเจ้าของ เมื่อนำมันมาใช้เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ ลูกจะรู้สึกว่า พื้นที่ส่วนตัวถูกรุกล้ำและถูกเปลี่ยนเป็นหน้าที่ ซึ่งทำให้ความสนุกเดิมลดลง
เมื่อพื้นที่ส่วนตัวถูกเปลี่ยนเป็นห้องเรียน เมื่อโลก Minecraft คือ สตูดิโอส่วนตัวของเขา การนำการเรียนเชิงวิชาการเข้ามาปน ทำให้พื้นที่ที่เคยผ่อนคลายกลายเป็นพื้นที่ที่ต้อง "เรียน"
ลูกๆกำลังสร้างเมืองด้วยแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมทั่วโลกอยู่ทุกวันนั้น เด็กๆได้ก้าวข้าม ขั้นพื้นฐานของเกมไปแล้ว
เด็กๆกำลังเป็นผู้เชี่ยวชาญในโลกเซิร์ฟเวอร์ของตัวเอง ลูกคือสถาปนิกหลัก เป็นผู้วางแผนทุกอย่าง การที่เรานำเสนอ Minecraft: Education Edition มาพร้อมกับ บทเรียนและโจทย์ที่กำหนดไว้ (เช่น "สร้างโบราณสถานขนาด 50x50 บล็อก") มันทำให้ลูกรู้สึกเหมือนถูกลดระดับจาก สถาปนิกหลัก ให้กลายเป็น นักเรียนที่ทำตามคำสั่ง 😆
เลยรู้สึกถูกจำกัดอิสระ ถึงแม้จะมีประโยชน์ ได้สาระวิชาดีมาก แต่มันก็มีเป้าหมายการเรียนรู้ที่ชัดเจน ซึ่งทำให้รู้สึกว่ากำลังเรียน ไม่ได้กำลังเล่น เป็นการจำกัดอิสระในการสร้างสรรค์ที่เคยได้รับจากการสร้างเมืองของตัวเอง
และรู้สึกว่าสิ่งที่ทำอยู่ถูกลดค่า ลูกกำลังตั้งใจทำโปรเจกต์ที่ซับซ้อน แต่การกลับไปเรียนตามโจทย์อาจทำให้ลูกรู้สึกเหมือนเราต้องการให้เขาไปทำแบบฝึกหัดที่คนอื่นสร้างให้แทนที่จะเห็นคุณค่าของสิ่งที่ลูกๆกำลังสร้างอยู่แล้วรออวดเรา
สรุปนี้ในวัยนี้ เด็กบ้านนี้ต้องการแยกโลกของการเรียนวิชาการ กับการเล่นของเขาออกจากกันในรูทีนแต่ละวันแล้วค่ะ เรียนวิชาการมันน่าเบื่อ ต่อให้มาในรูปแบบไหนมันก็คือสาระวิชาการ แต่ลูกเข้าใจแล้วว่านั่นคือหน้าที่ประจำวันที่ต้องทำ ฉนั้นเรียนแบบปกติธรรมดาได้ ไม่ต้องหวือหวา ส่วน Minecraft คือที่พักใจ สวนสนุกที่ได้ปลดปล่อยได้เต็มที่
หัวใจของการเรียนรู้ คือการเลือกสื่อให้เหมาะสมตามความถนัดและความสนใจผู้เรียน ยังไม่พอนะคะ…เมื่อลูกโตพอ เราต้องนั่งถกนั่งคุยให้ลึกถึงตามต้องการที่แท้จริงของเค้าด้วย
เราว่าเรารู้ใจลูกมากแล้ว แต่พอลูกโต เค้ามีความคิดเป็นของตัวเองกันมากขึ้น เราก็ต้องรับฟังค่ะ
ไม่งั้นเราจะเหนื่อยและเสียกำลังใจ เสียเงิน เสียเวลาใช่เหตุหลายอย่างสิ่งอย่าง
สรุป Minecraft: Education Edition เป็นสื่อการเรียนรู้ที่น่าสนใจมากๆค่ะ สำหรับเด็กหลายๆคน การใช้เป็นสื่อสอนในคลาสเรียนอาจจะทำให้เด็กๆสนุกกับการเรียนขึ้น แต่อาจจะใช้ไม่ได้กับ พวกเด็กเซียน Minecraft Pros บางคนค่ะ ว้าวอยู่คนเดียวอีกแล้วงานนี้ 🤣🤣
บ้านไหนสนใจ…ตัวอย่างรายละเอียดคร่าวในคอมเม้นนะคะ เข้าเวปหลักเขาได้เลยค่ะ
27/01/2026
🥹 เอ็นดูน้องจัง
เด็กเค้าไว และไม่รู้หรอกเหตุผลอะไร เค้าคิดอะไรในตอนนั้น อันนี้เข้าใจมาก เพราะลูกแม่ก็ใช่ และเหตุการณ์ตรงหน้าก็ดูไม่ได้เสียหายหรือร้ายแรงอะไรเลย
แต่ผู้ใหญ่ คืออะไร ทำไมไวต่อการทำร้ายเด็กขนาดนั้นนะ ??
นึกถึงตัวเองอยู่ครั้งนึง ...
เราก็เคยพาลูกและเพื่อนเค้าไปคาเฟ่
เด็ก 4 คน จังหวะทะยอย ลงจากรถ
คาเฟ่จัเสวนน่าตื่นตาตื่นใจ เด็กๆ ลงไปอย่างไว
ก็ซนนะ เพราะเค้าเป็นเด็กต่างชาติ
เรารีบวิ่งมาห้ามและสอนคนที่ดูเสี่ยงสุด
แต่ไวกว่าไปอีก คือเจ้าของร้าน ออกมาต่อว่าเด็กคนอื่นที่ตามมาและไม่ทันรู้เรื่องอย่างไว 😅
ฉันที่กำลังสอนอยู่ก็ได้แต่ตกใจในความไวและคำพูดแรงๆของเค้า ในใจฉันคือ เอ้ย ยังไม่เสียหาย ฉันควบคุมสถานการณ์อยู่
แต่เอาเถอะ เจ้าของเนอะ เค้าคงกลัวมาก ฉันก็ขอโทษละกันและพาเด็กกลับ ไม่ได้ใช้บริการเลย (เพื่อความสงบสุขทางใจของเจ้าของร้านดีกว่าค่ะ)
กลับมาก็ สอนย้ำ กติกา มารยาทลูกในสถานที่นั่นนี่อีกครั้ง
และบอกให้ลูก ดูเลยว่า เด็กไม่ได้น่ารักสำหรับทุกคน
และผู้ใหญ่ก็ไม่ได้ใจดี (กับเด็ก) ทุกคน
ลูกอยากโตแบบผู้ใหญ่แบบไหนนะ
ใจร้อน ดุเด็ก หรือทำร้ายจิตใจเด็กโดยไม่ฟังเหตุผลแบบที่เจอไม๊ ?
ถ้าไม่ ลูกไม่ต้องเอาเป็นตัวอย่างนะ
แรงมาก! “น้องวายุ” ลูกชาย “บัว–สโรชา” โดนนักแสดงหุ่นนิ่งตบหัว ระหว่างทริปญี่ปุ่น!
กลายเป็นดรามา เมื่อครอบครัว #บัวสโรชา น้องสาว #บีมกวี ได้พาลูกแฝดทั้งสอง #น้องวาตะ #น้องวายุ และหลาน ๆ ทั้ง #น้องธีร์ #น้องพีร์ และ #น้องอัญญา #น้องอัยวา ยกบ้านไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ระหว่างทริปกลับเจอเหตุไม่คาดฝัน ขณะที่ครอบครัวยืนดูนักแสดงหุ่นนิ่งทำการแสดง จังหวะนึงน้องวายุได้ก้มลงไปที่เหรียญ ทันใดนั้นนักแสดงหุ่นนิ่งดังกล่าวก็ได้ตบศีรษะของน้องวายุอย่างแรง ท่ามกลางความตกใจของทุกคน โดยบัวได้เผยคลิปนี้ผ่านทาง Vlog Japan ทริปแรกของปี 2026 กับครอบครัว ทางช่องยูทูบ Buablink
ด้านคุณพ่อ #ตั้มพิพัทธ์ ได้เล่าเหตุการณ์ว่า น้องวายุได้โยนเงินในถัง แล้วมือลงไปหยิบปุ๊บ เขานึกว่าหยิบเงิน เลยมาตบหัววายุปั๊บ ก่อนยอมรับว่า เกือบจะตบเขาไปพร้อม ๆ กัน โกรธแวบนึง แต่ลูกเราก็ผิดจริง ๆ ทำอะไรไม่ได้ แต่เขาก็ตีแรง ซึ่งวายุคงไม่ได้เจ็บขนาดนั้นแต่เสียใจ วายุโยนเหรียญลงไปแล้วอาจเขี่ยดูเฉย ๆ ซึ่งแม่บัว ก็ถามต่อว่า “วายุตั้งใจหยิบเงินเขาออกมาเหรอ” ซึ่งน้องวายุได้ส่ายหน้า จากนั้นคุณพ่อได้อุ้มลูกชายขึ้นมาถามอีกครั้งและกอดปลอบใจ โดยวายุได้ร้องไห้ออกมา
หลังคลิปนี้เผยแพร่ออกมาก็กลายเป็นไวรัล มีแฟน ๆ เข้ามาคอมเมนต์กันอย่างหลากหลาย ทั้งมองว่านักแสดงหุ่นนิ่งทำรุนแรงเกินไป และอยากให้พ่อปกป้องลูก บางคนมองว่าเด็กผิดจริง และอีกส่วนก็ชื่นชมว่าคุณพ่อควบคุมอารมณ์ได้ดี และทัศนะคติดีมาก
#สำนักข่าววันนิวส์
ันเทิง
#วันบันเทิง
#ช่องวัน31
27/01/2026
เหตุผลที่หลงรัก โฮมสคูล เพิ่มขึ้นทุกวัน มันช่วยย้ำฉันให้มั่นใจว่า..
ฉันไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง
แต่อะไรที่ฉันทำได้จริงและมันเวิร์ค ฉันก็บอกแบบนั้น ! โฮมสคูลของฉัน
ก็ไม่ได้สร้าง เด็กที่รู้ทุกเรื่องเช่นกัน🥰
18/01/2026
เมื่อคืนไม่ได้อ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอน
สิ่งที่คิดคือลูกจะบ่นๆ
หรือบอกว่า แม่ lying...
แต่สิ่งที่เจอคือเจ้าตัวเล็ก 6 ขวบ
บอกว่า you're SCAMMING me!'
😱😱 แรงมากกกก! 🥹
นี่แม่เองลูก ไม่ใช่มิจฉาชีพที่ไหน 🤣 🤣
เด็กยุค Alpha นี่คลังศัพท์เขาไปไกลจริงๆ
คำว่า 'โกหก' มันธรรมดาไปแล้วสินะ 😂
14/01/2026
ลูกแม่ อนาคตยังไงไม่รู้
บอกทุกวันว่า โตขึ้นจะเป็นแพนด้า 😄
และจะเอาแพนด้ามาไว้ประเทศไทยให้ได้ 🐼
ธรรมชาติมีผลอย่างมากต่อการเติบโตของเด็ก เบียทริกซ์ พอตเตอร์ (Beatrix Potter) นักเขียนหญิงและนักวาดภาพนิทานเด็กชาวอังกฤษ ผู้ให้กำเนิดตัวละคร ปีเตอร์ แรบบิท (Peter Rabbit) ในนิทานคลาสสิกเรื่อง The Tale of Peter Rabbit เคยกล่าวไว้ถึงความโชคดีของเธอที่เติบโตโดยมีธรรมชาติเป็นห้องเรียน และเมื่อเติบใหญ่เธอก็ได้เก็บเกี่ยวความสวยงามของธรรมชาติมาใส่ไว้ในนิทานของเธอผ่านสรรพสัตว์น้อยใหญ่ที่เธอวาดและสามารถเปลี่ยนแปลงธรรมชาติรอบตัวของเธอให้กลายมาเป็นผลงานคลาสสิกที่ครองใจเด็กๆ ทั่วโลก
เบียทริกซ์ พอตเตอร์ เกิดในชนชั้นผู้ดีของอังกฤษ ในยุคสมัยนั้นซึ่งตรงกับยุควิคตอเรียน ครอบครัวผู้ดีมีอันจะกินมักจะส่งเด็กชายไปเรียนในโรงเรียนประจำ ส่วนเด็กผู้หญิงก็จ้างครูมาสอนที่บ้าน นอกจากเธอจะมีครูมาสอนวิชาการและวิชาวาดรูปให้ถึงบ้านแล้ว การที่ครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของที่ดินติดเนินเขาในเขต Lake District ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนประเทศสก็อตแลนด์ ทำให้เขต Lake District กลายเป็นทั้งบ้านพักตากอากาศในช่วงฤดูร้อน และกลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติขนาดใหญ่ของเด็กหญิงเบียทริกซ์
การไม่ได้เข้าโรงเรียนและอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ บวกกับการได้รับอิสระจากพ่อแม่ให้เดินลัดเลาะไปตามสายน้ำลำธาร และสถานที่รอบๆ บ้าน ทำให้เบียทริกซ์ชอบที่จะสังเกตธรรมชาติรอบตัว และเมื่อเธอได้มาคลุกคลีกับกระต่าย เธอก็เริ่มสังเกตและจดจำอริยาบถของกระต่าย พร้อมสเก็ตช์ภาพลายเส้นเลียนแบบการเคลื่อนไหวของมัน
นิสัยชอบวาดภาพลายเส้นด้วยดินสอของเบียทริกซ์ส่งผลให้เธอได้วาดภาพประกอบนิทานที่เธอแต่งเองในเวลาต่อมา โดยเบียทริกซ์ได้นำภาพสัตว์ต่างๆ ที่เธอวาดไว้ มาสร้างเป็นตัวละคร แต่งเป็นเรื่องสอนใจสนุกๆ ไว้อ่านเล่น ในแนวคล้ายๆ กับนิทานอีสป ที่เด็กในอังกฤษและยุโรปสมัยนั้นได้ยินได้ฟังกันมา อีกทั้งห้องเรียนในธรรมชาติยังส่งให้เธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน “เห็ด” และ “รา” จนเวลาผ่านไปกว่า 100 ปี เธอจึงได้รับการยอมรับในฐานะนักราวิทยา (Mycologist and scientific artist)
12/01/2026
เมื่อมีเวลาว่าง
แค่ลูกเดินไปหยิบหนังสือ มานั่งอ่านกันเอง..มันช่างเป็นภาพที่สวยที่สุด 😄
01/01/2026
ลูกบอกอยากดูพลุ countdown แม่ก็สนับสนุน
และลูกก็บอกว่า.. แม่มันง่วงจัง 🥱🥱
🤭 เรียนรู้กันไปอะไรชอบหรือไม่ชอบ
#แม่โฮมสคูล สนับสนุนทุกความสนใจของลูกเสมอ 😄
Happy New Year 2026 🎊
29/12/2025
ประกาศเงินอุดหนุน Homeschool เทอม 2 /2568 ออกแล้ว 🎊 🙏 🇹🇭
18/12/2025
การหยิบมาเป็นกรณีศึกษา ..
แม่ว่าเป็นอะไรที่ดีมากเลยนะ
ขออนุญาตแชร์มาไว้
เพราะทุกวันนี้เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าห่วงจริงๆ
กรณีสตรีมเมอร์โตเกียวเกิร์ล แจ้งว่าทำไปเพราะแพนิค มันสมเหตุสมผลทางจิตวิทยาไหม? เพราะหลายคนบอกว่า "เป็นไปไม่ได้!"
1) “ซ้อมเก่งมาก แต่แข่งจริงเล่นไม่ได้เลย” แบบนี้มันเป็นไปได้ไหม
เป็นไปได้ค่ะ และพบได้บ่อยในคนที่ยังขาดทักษะ self-regulation (การกำกับตัวเอง ในเด็กก็คือ การอด การรอ การทำสิ่งที่ควรทำ)
Performance collapse under pressure ตอนซ้อมสมองอยู่ในโหมดปลอดภัย (safe mode) ก็ใช้สมองส่วนหน้า ใช้ทักษะอัตโนมัติเต็มที่ (ทักษะพวกนี้เราทำโดยไม่ต้องคิด เพราะเราทำบ่อย เช่นบางทีขับรถมาถึงที่ทำงานโดยไม่รู้ตัว) เขาเล่นได้เพราะไม่มีสายตาคนดู ไม่มีเดิมพันชีวิตจริง
แต่ตอนแข่งจริง สมองเข้าสู่โหมดจะสู้หรือจะหนี ย้ายมาสมองส่วนล่าง adrenaline + cortisol พุ่ง สมองส่วนหน้าที่เกี่ยวกับการคิด วางแผน (prefrontal cortex) ทำงานแย่ลง เหลือแต่การเอาตัวรอด ผลคือ สมองปิด เล่นกาก
2) ฆ่าได้ 15 ตอนซ้อม แต่แข่งจริงฆ่าไม่ได้เลย เลยให้คนอื่นเล่นแทน
ตรงนี้สำคัญมาก นี่ไม่ใช่แค่ตื่นเต้นธรรมดา แต่มันสะท้อนว่าเขาอาจรับมือกับความล้มเหลวตรงหน้าไม่ได้ โดยเฉพาะคนที่เก่งมากๆมาโดยตลอด ตัวตนเขาผูกกับคำว่า “ฉันคือคนเก่งที่สุด”
เมื่อฟอร์มการเล่นพัง → ตัวตนพัง
→ ความอับอาย + ตื่นตระหนก
ในวินาทีนั้น คนบางกลุ่มจะไม่ยอมให้ภาพ “ฉันแพ้” มีออกมาได้ เลยเลือกทางลัดเพื่อเอาตัวรอดทางภาพลักษณ์แม้จะผิดกฎก็ตาม
นี่คือการตัดสินใจจากสมองส่วนล่าง
3) เขาว่าตื่นเต้น...เป็นข้ออ้างหรืออาการจริง?
จากที่ฟังเพื่อนๆเล่า มีพื้นฐานอารมณ์ร้อน คุมอารมณ์ยาก พูดซ้ำๆ หลังเกมจบพูดว่า ตาหน้าจะเอาจริง ให้ดีกว่านี้ทั้งหมดนี้ มันเหมือนอาการของ emotional dysregulation ชัดมาก
คือ ณ โมเม้นนั้น คุมตัวเองไม่ได้ พอออกจากสถานการณ์สมองกลับมาหายเครียด รู้สึกฮึกเหิมอีกครั้ง
วงจร “แพ้ → ฮึด → พลาด → พัง”
4) ยกนิ้วกลางหน้ากล้อง เพราะคิดว่าเท่เชิงบุคลิก มันสะท้อนว่า ตัวตนเขาผูกกับภาพลักษณ์ / การถูกมอง เขาคุ้นชินกับโลกสตรีม นี่ยิ่งยืนยันการตัดสินใจจากข้อ 2
แต่เวที SEA Games ไม่ใช่เวที performance แต่เป็นเวที representation ของประเทศ
เขา สลับโหมดไม่ทัน จาก content creator มาเป็นนักกีฬา อันนี้ก็อยากรู้ว่าใช้เวลาในการฝึกด้านนี้มากไหม
5) หลังแข่งจะบอกว่า "เดี๋ยวรอบหน้าจัดการ เอาให้ดีและ" มันเหมือนยังไม่ integrate ความพ่ายแพ้
คนทั่วไปจะพูดว่า “เราพลาดตรงไหน” หรือ “เราต้องปรับอะไร”
6) นายกสมาคม e-sport “น่านับถือ”
มีแสดง emotional maturity สูงมาก
เขาทำ 3 อย่างที่ยาก
1. ยอมรับความผิดพลาดของฝั่งตัวเอง
2. ไม่ปกป้องคนผิด แม้เป็นคนไทย
3. เลือกถอนทีมเพื่อรักษาคุณค่าระยะยาว
นี่คือภาวะผู้นำแบบ Value-based leadership อันนี้ประทับจิตประทับใจค่ะ
การถอนทีม ไม่ใช่หนี แต่คือการ “หยุดวงจร” มันคือการบอกว่าเราไม่ normalize การโกง, เราไม่เอาผลลัพธ์เหนือคุณค่า, เราเลือกเสียวันนี้ เพื่อไม่พังระยะยาว
นี่คือ sportmanship ที่แท้จริง
เก่งทางเทคนิค แต่ยังไม่พร้อมทางจิตใจ และ esports ไทยได้บทเรียนใหญ่มากว่า
“การสร้างนักกีฬา ≠ การปั้นคนเล่นเก่ง”
แต่ต้องปั้น
• self-regulation
• emotional literacy
• ethics
• identity ที่ไม่พังเมื่อแพ้
ซึ่งอะไรรู้ไหมคะ โรงเรียนอิชั้นค่ะ พูดเรื่องนี้มา 5 ปีแล้ว บอกแล้วใช่ไหมๆ ว่ายุคนี้แค่เก่งมันไม่พอ
สุดท้าย ถ้า worst case คือเป็นร่างทรงมาแต่แรก...เฮ้อ มันน่าเศร้ามาก มากกว่าน่าโกรธ
ถ้าเขา “ไม่ได้เล่นเองมาตลอด” แต่เป็นตัวตนที่ถูกประกอบขึ้น
สิ่งนี้จะไม่ใช่แค่การโกง
แต่มันคือ การใช้ชีวิตอยู่ในตัวตนที่ไม่ใช่ของตัวเอง
เขาไม่ได้ภูมิใจใน “ฉัน”
แต่ภูมิใจใน “ภาพที่คนเชื่อว่าเป็นฉัน”
คุณค่าของตัวเอง = reaction ของคนดู
และเมื่อถึงเวทีที่
ไม่มีที่ซ่อน
ไม่มี buffer
ไม่มีคนช่วย
ตัวตนนั้นจะพังทันที
ถ้าเป็นแบบนี้จริง สิ่งที่พังไม่ใช่แค่ฟอร์มแต่คือ identity collapse
คนทั้งวงการเชื่อว่า “ฉันเก่ง”
แต่ข้างในรู้ว่า “ถ้าเล่นเอง ฉันอาจไม่รอด”
ทุกชัยชนะ = ความกลัวว่าจะถูกจับได้
นี่คือชีวิตที่อยู่ความคิดที่ว่า “ฉันไม่มีตัวตนถ้าไม่มีภาพนี้”
อย่าปั้นเด็กให้เป็น ‘ภาพ’
ก่อนที่เขาจะมี ‘ตัวตน’
เพราะถ้าไม่มี self จริง เมื่อเวทีจริงมา
จะเหลือแต่ซากของ persona
นี่แหละจ่ะ พ่อแม่พี่น้อง
เด็กถูกให้คุณค่าจาก “ความเก่ง” มากกว่า “ความเป็นคน”