23/02/2026
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลกาญจนดิษฐ์ จัดประชุมหัวหน้าส่วนราชการ ผู้อำนวยการกอง ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัด พนักงานเทศบาล และพนักงานจ้าง เพื่อขับเคลื่อนการจัดทำรายงานและประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร โดยมี นายพัลลภ จิตรจง ปลัดเทศบาลตำบลกาญจนดิษฐ์ เป็นประธานในการประชุม
ทั้งนี้ เทศบาลตำบลกาญจนดิษฐ์ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 20 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในโครงการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีหน่วยวิจัยเพื่อการจัดการพลังงานและเศรษฐนิเวศ สถาบันวิจัยพหุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่ปรึกษาโครงการ
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการจัดเก็บข้อมูล การสำรวจ รวบรวม และวางแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ตามเป้าหมายการเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานจัดทำบัญชีข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ณ ห้องประชุม ชั้น 2 เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
31/12/2025
🌱 ของขวัญเล็ก ๆ เปลี่ยนโลกได้ 🌍
SCIT ชวนคุณเลือก “ของขวัญรักษ์โลก” ในโอกาสพิเศษ
🎁 ไอเดียง่าย ๆ ที่ช่วยลดคาร์บอน
✅ เลือกของขวัญคาร์บอนต่ำ
♻️ ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้
🌳 มอบต้นไม้แทนของขวัญ เพิ่มพื้นที่สีเขียว
🌍 ชดเชยคาร์บอนด้วยคาร์บอนเครดิต (T-VER)
เพราะการให้…ไม่ใช่แค่ความสุขของผู้รับ
แต่คือความรับผิดชอบต่อโลกของพวกเราทุกคน 💚
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคาร์บอนต่ำไปกับ SCIT
#ของขวัญรักษ์โลก
#คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
17/07/2025
🌍 เดินหน้าสู่เมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน!
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม ม.อ. วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี
ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก.
และหน่วยวิจัย 3E มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ให้คำปรึกษาและสนับสนุนเชิงวิชาการด้าน Carbon Footprint
เพื่อร่างแนวทาง Net Zero Pathway แก่ เทศบาลตำบลวัดประดู่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
📊 ภายในเวทีประชุมมีการวิเคราะห์ข้อมูลการปล่อยคาร์บอน
และหารือแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับพื้นที่
เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องกับแนวทางของ SDGs
📆 วันที่ 17 กรกฎาคม 2568
✅ การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนคือกุญแจสำคัญ
ในการบรรลุเป้าหมายเมืองปลอดคาร์บอนในอนาคต
#เทศบาลวัดประดู่
#มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ #อบก
12/07/2025
NbS ทางรอดจากโลกเดือด ด้วยแนวทางธรรมชาติ
ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ที่รุนแรงขึ้น ตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ คลื่นความร้อน ไปจนถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลกระทบต่อผู้คนและเศรษฐกิจอย่างเป็นวงกว้าง ทำให้ทั่วโลกเกิดความพยายามในการปรับตัวและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น Nature based Solutions หรือ NbS จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีศักยภาพสูงและยั่งยืน
ในปี 2016 สมาชิกของ IUCN ได้รับรองคำจำกัดความของ NbS ว่าเป็น การดำเนินการเพื่อปกป้อง จัดการอย่างยั่งยืน และฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติหรือระบบนิเวศที่ถูกปรับแต่ง เพื่อรับมือกับความท้าทายของสังคมอย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น พร้อมทั้งให้ประโยชน์ทั้งต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์และความหลากหลายทางชีวภาพในเวลาเดียวกัน อีกทั้ง จากรายงานของ IPCC แสดงให้เห็นว่าแนวทางจากธรรมชาติ เช่น การลดการทำลายป่าไม้และระบบนิเวศอื่นๆ การฟื้นฟูธรรมชาติที่ถูกทำลาย การจัดการพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ใช้ประโยชน์อื่นๆ อย่างยั่งยืน ล้วนอยู่ใน 5 กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดการปล่อยคาร์บอนภายในปี 2030
ข้อมูลจาก IUCN ระบุว่า NbS เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในกรอบการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก โดยสามารถตอบโจทย์ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและการตัดไม้ทำลายป่า การดูดซับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศ และการเพิ่มความสามารถในการปรับตัวของระบบนิเวศ เพื่อสนับสนุนชุมชนในการรับมือกับภัยภูมิอากาศ เช่น น้ำท่วม ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และไฟป่า อีกทั้ง ข้อมูลจาก UNEP ระบุว่า NbS จะช่วยให้สามารถลดหรือดูดซับคาร์บอนได้อย่างน้อย 5 พันล้านตันต่อปี ภายในปี 2030 และเพิ่มเป็น 10 พันล้านตันต่อปีภายในปี 2050 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มีนัยสำคัญของการลดการปล่อยทั้งหมด เพื่อจำกัดอุณหภูมิตามเป้าหมายความตกลงปารีส โดยในจำนวนนี้ 62% มาจากป่าไม้ ร้อยละ 24 จากทุ่งหญ้าและพื้นที่เกษตร ร้อยละ 10 จากพื้นที่พรุ และอีกร้อยละ 4 จากระบบนิเวศชายฝั่งและทะเล
นอกจากนี้ รายงานจาก IFRC และ WWF ระบุว่า NbS สามารถลดความรุนแรงจากภัยพิบัติสภาพอากาศได้ถึงร้อยละ 26 ช่วยประเทศกำลังพัฒนาลดความเสียหายทางเศรษฐกิจได้มาก โดยคาดว่าจะประหยัดได้อย่างน้อย 104 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2030 และเพิ่มขึ้นเป็น 393 พันล้านดอลลาร์ในปี 2050 อีกทั้งยังได้ระบุอีกว่า ประชากรโลกกว่า 3.3 พันล้านคน อาศัยในพื้นที่ที่มีความเปราะบางสูงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และระหว่างปี 2010–2019 มีผู้เสียชีวิตกว่า 410,000 คน จากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เช่น น้ำท่วม พายุ ความร้อนจัด และภัยแล้ง
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นภัยคุกคามขั้นพื้นฐานต่อธรรมชาติ สิ่งมีชีวิต และมนุษย์อย่างลึกซึ้ง
อย่างไรก็ตาม “ธรรมชาติ” เองก็มีศักยภาพเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหา NbS จึงเป็น “ทางรอด” ที่สำคัญของโลกในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ด้วยการผสานพลังของธรรมชาติในการลดผลกระทบของภัยพิบัติ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และส่งเสริมสวัสดิภาพของมนุษย์ การขยายและลงทุนใน NbS อย่างจริงจัง จะช่วยรักษาโลกให้คนรุ่นหลัง และสร้างสังคมมีภูมิคุ้มกันได้อย่างยั่งยืน
ที่มา
(1) IUCN, Nature-based Solutions for climate
https://iucn.org/our-work/topic/nature-based-solutions-climate
(2) Nature-based solutions for climate change mitigation
https://wedocs.unep.org/xmlui/bitstream/handle/20.500.11822/37318/NBSCCM.pdf
(3) Nature-based Solutions for Climate Adaptation and Mitigation
https://iucn.org/our-work/region/asia/our-work/nature-based-solutions-climate-adaptation-and-mitigation
(4) IFRC, 2022 Working With Nature to Protect People
https://www.ifrc.org/document/working-nature-protect-people
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
05/07/2025
Climate Change A-Z Challenge
IPCC คือใคร? ทำไมต้องฟัง 'เสียง' จากนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก “เรื่องโลกร้อน”
เมื่อพูดถึงปัญหา "โลกร้อน" หรือ "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" ชื่อหนึ่งที่มักถูกอ้างถึงบ่อยครั้งคือ IPCC หรือชื่อเต็มว่า Intergovernmental Panel on Climate Change (คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ซึ่งเป็นองค์กรวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการรวบรวม วิเคราะห์ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศของโลก
IPCC คือใคร?
IPCC ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1988 โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เพื่อเป็นเวทีสำหรับนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกในการประเมินหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยไม่ดำเนินการวิจัยเอง แต่ใช้วิธี “ประเมิน” งานวิจัยจากทั่วโลก แล้วสรุปเป็นรายงานที่ใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายระดับโลก
รายงานสำคัญ: IPCC Assessment Reports
ทุก ๆ 5-7 ปี IPCC จะเผยแพร่รายงานฉบับใหญ่ที่เรียกว่า "Assessment Report" ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายเล่ม โดยครอบคลุมทั้ง
• วิทยาศาสตร์พื้นฐานของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
• ผลกระทบและความเปราะบางของระบบต่าง ๆ
• มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ล่าสุดคือ รายงาน AR6 (Sixth Assessment Report) ซึ่งเน้นย้ำว่า:
“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่างชัดเจนและรวดเร็ว โดยมีต้นตอจากกิจกรรมของมนุษย์อย่างไม่ต้องสงสัย
IPCC กับนโยบายโลก
รายงานของ IPCC ถูกใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เช่น ข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) ปี 2015 ที่ประเทศต่าง ๆ ตกลงร่วมกันในการจำกัดอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5°C - 2°C เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม
ทำไม IPCC สำคัญกับเรา?
แม้เราจะอยู่ไกลจากศูนย์กลางของ IPCC แต่ข้อมูลจากรายงานเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของเรา:
• ภาวะน้ำทะเลหนุนในพื้นที่ชายฝั่ง
• ภัยแล้งหรือฝนตกหนักที่รุนแรงขึ้น
• ความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านอาหาร
การเข้าใจงานของ IPCC จึงไม่ใช่แค่เรื่องของนักวิทยาศาสตร์หรือรัฐบาล แต่เกี่ยวข้องกับ ทุกคนที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้
อ้างอิง :
1. IPCC Official Website – https://www.ipcc.ch
2. Summary for Policymakers, Sixth Assessment Report (AR6), 2021
3. United Nations Environment Programme (UNEP) – https://www.unep.org
4. องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) https://www.tgo.or.th/2023/index.php/th/post/%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%AA
5. World Meteorological Organization (WMO) – https://public.wmo.int
📣 ร่วมกันแชร์ความรู้เพื่ออนาคตของโลกเรา 🌏
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
#สิ่งแวดล้อม #โลกร้อน
03/07/2025
Climate Change A-Z Challenge
รู้จัก “Greenhouse Gases หรือก๊าซเรือนกระจก” ตัวการ “โลกร้อน”
ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) คือ ก๊าซที่อยู่ในชั้นบรรยากาศโลก มีหน้าที่สำคัญในการ "กักเก็บความร้อน" จากดวงอาทิตย์ ทำให้โลกของเราอบอุ่น และมีอุณหภูมิพอเหมาะกับการดำรงชีวิต
แต่ถ้ามีมากเกินไป? ก๊าซเหล่านี้จะกักเก็บความร้อนมากเกินไป จนทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นถึงระดับอันตราย ก่อให้เกิด “ภาวะเรือนกระจก” (Greenhouse Effect) ที่รุนแรง และนำไปสู่ “โลกร้อน” นั่นเอง
7 ชนิดหลักของก๊าซเรือนกระจก มีทั้งจากธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์
คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)
🔹ก๊าซมีเทน (CH4)
🔹ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O)
🔹ก๊าซไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFCs)
🔹ก๊าซเปอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFCs)
🔹ก๊าซไนโตรเจนไตรฟลูออไรด์ (NF3)
🔹ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6) (SF6)
ภาวะเรือนกระจกที่มากเกินไป ส่งผลกระทบอย่างไร?
🌊น้ำแข็งละลาย น้ำทะเลหนุน: น้ำแข็งขั้วโลกและธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งและชุมชน
🔥สภาพอากาศสุดขั้ว: ภัยธรรมชาติรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้น เช่น พายุรุนแรง น้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และไฟป่า
ระบบนิเวศพัง สัตว์ป่าเดือดร้อน: สิ่งมีชีวิตปรับตัวไม่ทัน สูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
🌾กระทบเกษตรและอาหาร: ฤดูกาลเปลี่ยน ผลผลิตลดลง เกิดความไม่มั่นคงทางอาหาร
😷สุขภาพแย่: อุณหภูมิสูงขึ้น มลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ ลมแดด และโรคติดต่อ
💵เศรษฐกิจเสียหาย: ภัยพิบัติและทรัพยากรที่ลดลง ก่อความเสียหายต่อภาคเกษตร อุตสาหกรรม และพลังงาน
ร่วมกันเข้าใจและช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจก เพื่อโลกที่ดีขึ้นของพวกเราทุกคน!
ที่มา: กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
https://online.fliphtml5.com/jrbcl/qlah/ =1
NPS PLC. (2023). What is Greenhouse Gas and why it is a global issue.
https://www.npsplc.com/th/updates/blog/773/what-is-greenhouse-gas-and-why-it-is-a-global-issue
"ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน"
#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม