E-Class English Class for students. Make it simple

28/06/2024
เนื่องจากสถานการณ์ COVID19 ทำให้เราต้องมานั่งเรียน online กัน ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนลดลง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรั...
23/07/2021

เนื่องจากสถานการณ์ COVID19 ทำให้เราต้องมานั่งเรียน online กัน ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนลดลง ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่สำหรับนักเรียนทุกคน โดยเฉพาะ ม.3 และ ม.6 ที่กำลังเตรียมสอบเข้า ชั้น ม.ปลาย และระดับมหาวิทยาลัย การสอบวัดความรู้ต่างๆถูกยกเลิกหมด SAT, TU-GET, CU-TEP, etc. ไม่อยากให้ทุกคนมองว่ามันเป็นวิกฤต จงมองว่ามันเป็นโอกาสซะ อย่างน้อยเราก็มีเวลาเตรียมตัวให้พร้อมมากยิ่งขึ้น แต่เราต้องปรับตัวนิดหน่อยสำหรับการสร้างบรรยากาศให้ที่บ้านสามารถกลายเป็นสถานที่เหมาะแก่การเรียนรู้ วันนี้เลยอยากมาแชร์วิธีที่เคยใช้ให้ฟัง เผื่อใครสามารถเอาไปปรับใช้ได้
1. เลือกเวลาให้เหมาะสมกับตัวเรา บางคนถนัดอ่านหนังสือตอนกลางวัน บางคนถนัดอ่านตอนกลางคืน บางคนถนัดอ่านตอนดึก บางคนถนัดอ่านตอนเช้ามืด เลือกให้เหมาะกับตัวเราที่สุด
2. สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านหนังสือแบบจริงๆจังๆมาก่อน (มีแน่นอนเพราะครูก็เป็นคนนึงที่สมัยเรียนจะอ่านเฉพาะก่อนสอบ) ให้ลองอ่านแบบจำกัดเวลาไปก่อน เริ่มที่วันละ 15 - 30 นาที พอครบเวลาที่กำหนดให้หยุดเลย ห้ามอ่านต่อ อยากไปทำไรก็ทำ แต่ต้องทำทุกวัน ห้ามขาดห้ามมีข้อแม้เด็ดขาด ถ้าวันไหนทำไม่ได้ให้ไปทบเพิ่มอีกวันนึง ทำครบ 21 วัน มันจะกลายเป็นนิสัยแล้วเราจะเริ่มอ่านได้นานขึ้น เราก็ค่อยๆปรับเวลา
3. เวลาอ่านหนังสือ ไม่ควรหันหน้าไปทางเตียงนอน หรือ อ่านบนเตียง หรือ โซฟา เพราะจะทำให้เราสบายเกินไปและง่วงนอนมากๆ โต๊ะควรหันไปทางอื่นที่ไม่ใช่เตียงนอน หรือโซฟา
4. เลือกบรรยากาศรอบตัวให้เหมาะกับเรา บางคนชอบเปิดเพลงไปด้วยอ่านไปด้วย บางคนชอบอยู่เงียบๆ เลือกให้เหมาะกับตัวเรา
5. เวลาอ่านควรมี น้ำเปล่า, ลูกอม, ขนมที่ทานง่ายๆไม่เลอะมือ (มือเปื้อนก็ต้องไปล้างทำให้เราเสียสมาธิได้ง่าย) ไม่ทำให้เราหิวน้ำบ่อย (ดื่มน้ำเยอะ เข้าห้องน้ำบ่อย ทำให้เราเสียสมาธิ) เพราะการอ่านหนังสือนาน หรือการเรียนรู้แบบจริงจัง เผาผลาญพลังงานเรามากพอสมควร เมื่อน้ำตาลในเลือกต่ำจะทำให้เสียสมาธิ เราจึงควรมีขนมและน้ำ ติดไว้บ้าง แต่ห้ามมากเกินไป เพราะถ้ากินเยอะมาก น้ำตาลในเลือดจะพุ่งสูงและทำให้เราง่วงนอน
6. หลีกเลียงสิ่งที่จะทำให้เราหมดความสนใจในการอ่านหนังสือ บางคนติดโซเชียล บางคนติดดูซีรี่ส์ ดูการ์ตูน เล่นเกมส์ ระหว่างอ่านหนังสือ ให้เอาสิ่งเร้าพวกนี้อยู่ห่างเราที่สุด เข้าถึงยากที่สุด ยิ่งเอาไปเก็บในที่ๆเราขี้เกียจไปหยิบที่สุดยิ่งดี (ใช้ความขี้เกียจให้เป็นประโยชน์)
7. สุดท้าย ให้โฟกัสที่เป้าหมายของเราเสมอ เขียนลงกระดาษแปะไว้ในที่ๆเรามองเห็นมันได้เสมอๆ เราจะยิ่งมีกำลังใจ และมีความมั่นใจว่าเราทำได้ ถ้าเราเชื่อว่าเราทำได้ เราจะทำได้จริงๆ ความเชื่อมั่น จะช่วยควบคุมพฤติกรรมของเราเอง ถ้าเราเชื่อจริงๆว่าเราสอบเข้าคณะนี้ได้ เราทำสิ่งๆนี้ได้ ความเชื่อมั่นตรงนั้นจะผลักดันให้เราอยากทำยังไงก็ตามให้ตัวเราสามารถทำสิ่งนั้นได้จริงๆ
** หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์สำหรับพวกเรานะครับ ช่วงนี้ก็รักษาตัวกันดีๆ Stay safe and healthy.

4. Set คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา1. Heal = v. รักษา, เยียวยา2. Cure = v. รักษา เยี่ยวยา n.การรักษา3. Recover = v. ท...
21/07/2021

4. Set คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา
1. Heal = v. รักษา, เยียวยา
2. Cure = v. รักษา เยี่ยวยา n.การรักษา
3. Recover = v. ทำให้หาย, ทำให้กลับคืนมา, ฟื้นฟู
4. Recovery = n. การรักษา, การฟื้นฟู
5. Recoverable = adj. ที่สามารถฟื้นฟูได้, สามารถรักษาได้
ส่วนถ้าเวลาที่เราอยากจะเขียนการ์ดหรือส่งอวยพรสั้นๆใครให้หายป่วยเร็วๆก็มีประโยคง่ายๆที่เราสามารถหยิบมาใช้ได้ครับ
Ex.
Hope you feel better soon. หวังว่าคุณจะหายเร็วๆนะ
Get well soon. หายไวๆนะ
I wish you a speedy recovery. ขอให้หายไวๆนะ
หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ดูแลตัวเองกันดีๆด้วยนะครับ Take extra good care of yourself.

3. Set คำศัพท์ที่มีความหายเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน1. Vaccine = n. วัคซีน2. Vaccinate, Immunize, Inoculate = v. ฉีดวัคซี...
19/07/2021

3. Set คำศัพท์ที่มีความหายเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีน
1. Vaccine = n. วัคซีน
2. Vaccinate, Immunize, Inoculate = v. ฉีดวัคซีน
* คำว่า Vaccinate เป็น Verb ที่ต้องการ Preposition เฉพาะ คือ against เท่านั้น Ex. They were vaccinated against Covid-19 virus. พวกเข้่ฉีดวัคซีนต้านไวรัส Covid19
3. Vaccination, Inculation = n.การฉีดวัคซีน
4. Immunity = n. ภูมิคุ้มกัน
Example : I got vaccinated. = ฉันได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว

2. Set คำศัพท์ที่มี Part of Speech เป็น Noun และบางคำเป็น Adjective, Verb ได้ด้วย ความหมายว่า การระบาด Outbreak, Pandemi...
18/07/2021

2. Set คำศัพท์ที่มี Part of Speech เป็น Noun และบางคำเป็น Adjective, Verb ได้ด้วย ความหมายว่า การระบาด
Outbreak, Pandemic(adj), Epidemic(Adj), Plague(v),

ช่วงนี้ Covid-19 ระบาดหนักจนเราต้องกลับมาสอน online กันเลยทีเดียว วันนี้เลยอยากเอา Series คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับโรคระบา...
18/07/2021

ช่วงนี้ Covid-19 ระบาดหนักจนเราต้องกลับมาสอน online กันเลยทีเดียว วันนี้เลยอยากเอา Series คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับโรคระบาด มาเล่าให้ฟังกัน
1. คำที่มี part of speech เป็น Noun และมีความหมายว่า โรค, โรคภัยไข้เจ็บ, ความเจ็บป่วย
Disease, Disorder, Affliction, Malady, illness, Sickness, Ailment*(คำนี่ต้องระวังให้ดี ถ้าสะกดผิดเป็น Aliment ความหมายจะกลายเป็น อาหาร, สิ่งค้ำจุน ทันทีนะ)

Will you marry me? คำที่สาวๆทุกคนที่มีแฟนอยู่อยากได้ยินจากคู่รักของพวกเค้า คำนี้ถ้าได้ยินก็เป็นที่รู้กันว่าเพื่อนเรากำลั...
29/12/2020

Will you marry me? คำที่สาวๆทุกคนที่มีแฟนอยู่อยากได้ยินจากคู่รักของพวกเค้า คำนี้ถ้าได้ยินก็เป็นที่รู้กันว่าเพื่อนเรากำลังจะสละโสด หรืออาจจะเป็นตัวเราเองนั่นแหละที่กำลังจะสละโสด วันนี้เลยอยากเอาคำศัพท์ที่เราจะพบเจอกันในงานแต่งงานและธรรมเนียมต่างๆของฝั่งตะวันตกม มาเล่าให้ทุกคนฟังกัน มาดูกันว่าเหมือนหรือต่างจากของบ้านเรายังไงบ้าง

คิดว่าหลายๆคนคงเคยเจอปัญหาการออกเสียง verb ที่เติม -ed ลงท้าย เช่นคำว่า Stopped ก็ออกเสียง สต็อปเป็ด พร้อมกับพยายามดึงหน...
26/12/2020

คิดว่าหลายๆคนคงเคยเจอปัญหาการออกเสียง verb ที่เติม -ed ลงท้าย เช่นคำว่า Stopped ก็ออกเสียง สต็อปเป็ด พร้อมกับพยายามดึงหน้าไม่ให้ขำออกมา หรือบางคนเลือกที่จะไม่ออกเสียงซะเลย วันนี้เลยอยากมาช่วยหลายๆคนแก้ปัญหาในเรื่องนี้กัน

Merry Christmas!!25 December ของทุกปีจะเป็นวันที่ชาวคริสต์เฉลิมฉลองให้การเทศกาล Christmas ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางศาสนาของ...
25/12/2020

Merry Christmas!!
25 December ของทุกปีจะเป็นวันที่ชาวคริสต์เฉลิมฉลองให้การเทศกาล Christmas ซึ่งถือเป็นวันสำคัญทางศาสนาของชาวคริสต์ทั้งหลายเพราะวันนี้คือวันที่ พระเยซูทรงประสูติ ซึ่งชาวคริสต์ถือเป็นเรื่องที่น่าปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ตัวแทนของพระเจ้าได้จุติลงมาบนโลกมนุษย์ ชาวคริสต์จึงเฉลิมฉลองให้กับเหตุการณ์นี้ครับ
เรามาดูคำศัพท์ที่มักจะเห็นเกี่ยวกับเทศกาลนี้กันบ้าง
Merry = adj. ร่าเริง, รื่นเริง, สนุกสนาน
Celebrate = v. ฉลอง, เฉลิมฉลอง
Celebration = n. การเฉลิมฉลอง, งานเลี้ยง, งานสังสรรค์
Wish = v. อวยพร
n. ความต้องการ, ความประสงค์
*คำนี้อาจจะ Tricky เล็กน้อยนะครับ เนื่องจากมีหลายความหมายและออกเสียงต่างกันแต่เขียนรูปเดิม
Present = n. ของขวัญ ออกเสียง (เพรส' เซนท)
adj. ปัจจุบัน, ณ ตอนนี้ (เพรส' เซนท)
v. นำเสนอ, เสนอ, มอบ (พรี เซนท)

14/10/2020

เปิดรับนักเรียนครับ🎉🎉🎉🎉🎉
👦🏻ม.ต้น เนื้อหาเกี่ยวกับพื้นฐานภาษาอังกฤษ
Grammar, Reading, Writing,
เรียนพื้นฐานเสร็จจะปรับเข้าเนื้อหาเตรียมสอบทันทีครับ
👱🏻‍♂️ม.ปลาย
เตรียมสอบเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย
TU, CU, G*T, Error Identification and Writing
Reading, Vocab and Cloze test
📅วันและเวลาคือ วันจันทร์ หรือ วันอังคาร เวลา
16.30 - 18.30 หรือ 17.30 - 19.30 สามารถปรับเปลี่ยนตามความสะดวกของผู้เรียนครับ
ค่าเรียน รายเดือน 1500 บาทต่อเดือน ระหว่างเดือนถ้าขาดเรียนสามารถติดต่อของเรียนชดเชยได้ครับ
รับจำนวนจำกัดครับ แค่ Class ละไม่เกิน 6 คนเท่านั้นครับ
ติดต่อ ครูเอก 0948219778 หรือ inbox ได้เลยครับ

ไม่ได้โพสต์ซะนานเพราะนึกไม่ออก มาวันนี้นั่งอ่านข่าวเลยไปสะดุดกับภาพๆหนึ่งเข้า เลยนึกได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เห็นมานา...
14/12/2019

ไม่ได้โพสต์ซะนานเพราะนึกไม่ออก มาวันนี้นั่งอ่านข่าวเลยไปสะดุดกับภาพๆหนึ่งเข้า เลยนึกได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เห็นมานานที่คนหลายๆคนเอามาใช้ผิดๆกันเยอะมาก เรื่องของการที่เราต้องการจะบอกกับชาวต่างชาติว่า เรามาจากประเทศไหนหรือที่ไหน
เราสามารถสื่อสารได้ 2 แบบ มาดูตัวอย่างกัน
A: Where are you from? Where are you come from?
B: I come from Thailand.
หรือ I’m/I am from Thailand.
จะเห็นได้จากตัวอย่างว่า รูปแบบการถามเราสามารถถามได้ 2 แบบ คือ 1. Where are you from? หรือ 2. Where are you come from? ถามว่า สองแบบนี้ต่างกันยังไง? ง่ายๆ แบบแรกดูเป็นภาษาที่เหมาะสมมากกว่า ดูเป็นคนที่เชี้ยวชาญด้านภาษามากกว่าแบบหลัง
ส่วนการตอบเราตอบได้ 2 แบบ เหมือนกัน
คือ 1. I come from Thailand.
2. I am from Thailand.
ทั้สองแบบไม่ต่างกันใช้ได้ทั้งคู่ แต่ใช้แบบในรูป มันไม่ได้ผิดหลักไวยกรณ์นะ แค่ความหมายที่จะสื่อมันเปลี่ยน การเอา Verb to be + Verb ช่อง 3 จะทำให้ประโยคเปลี่ยนจาก Active (แระธานเป็นผู้กระทำสิ่งนั้นเอง) เป็น Passive (ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ)ดังนั้น ประโยคในรูปจะกลายเป็นสื่อว่า ฉันถูกทำให้มาจาก Social Network มันสื่อว่าถูกทำให้มา ไม่ได้มาเองล่ะ เพราะฉะนั้น รู้ไว้ใช้ว่า ใส่บ่าแบกหาม รู้กันไว้จะได้ไม่เอาไปใช้ผิดๆเนอะ ความหมายจะได้ตรงกับสิ่งที่จะสื่ออ่ะนะ จะได้ไม่อายเค้า 🤣🤣

ภาษาก็คือสิ่งที่เราใช้สื่อสาร เพราะฉะนั้นมันต้องมีรูปแบบที่หลากหลาย สื่อความหมายได้หลายสถานการณ์ มีลวดลาย มีความงดงามในก...
08/10/2019

ภาษาก็คือสิ่งที่เราใช้สื่อสาร เพราะฉะนั้นมันต้องมีรูปแบบที่หลากหลาย สื่อความหมายได้หลายสถานการณ์ มีลวดลาย มีความงดงามในการใช้ภาษา วันนี้เลยอยากมาแชร์การจะพูดว่า “ผมไม่รู้” หรือ “I don’t know” เราสามารถพูดแบบไหนอีกได้บ้าง
1. I have no idea.
2. I have no clue.
3. It’s beyond me.
4. I am not sure./ I am unsure.
5. I’m not 100% sure on that
6. It’s a mystery to me.

ที่อยู่

Suphan Buri

เวลาทำการ

จันทร์ 16:00 - 21:00
อังคาร 16:00 - 21:00
พุธ 16:00 - 21:00
พฤหัสบดี 16:00 - 21:00
ศุกร์ 16:00 - 21:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ E-Classผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์