นิเวศวิทยาวัฒนธรรมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

นิเวศวิทยาวัฒนธรรมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เรื่องราวเกี่ยวกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมของผู้คนในบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง

รุ่งเช้า ชวนกินอาหารจานโบราณที่บ้านม่วงงาม: ข้าวยำน้ำเคย------ณ ริมทะเลอ่าวไทย บนชายหาดที่บ้านม่วงงาม ตำบลม่วงงาม อำเภอส...
25/08/2026

รุ่งเช้า ชวนกินอาหารจานโบราณที่บ้านม่วงงาม: ข้าวยำน้ำเคย
------
ณ ริมทะเลอ่าวไทย บนชายหาดที่บ้านม่วงงาม ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา หมู่บ้านคนแขกสงขลา ในวิถีประมงที่หาอยู่หากินในทะเลอ่าวไทยมาหลายชั่วคน ทุกเช้าจะมีร้านขายอาหารจานโบราณที่สะท้อนรากเหง้าในวิถีการกินของผู้คนแถบนี้

บนฐานทรัพยากรและวัตถุดิบจากทะเลอ่าวไทยหน้าบ้าน ซึ่งถูกนำมาปรุงเป็นอาหารจานอร่อยเรียบง่ายที่นิยมกินกันในตอนเช้า

ณ ร้านค้าเล็กๆ มุงหลังคาด้วยตับจากทรงจั่ว เปิดโล่งทั้งสี่ด้านไร้ฝาผนัง มีโต๊ะตั้งอาหารเพื่อจำหน่ายหนึ่งตัวและที่นั่งสำหรับลูกค้า ไม่มีชื่อทางการ แต่คนในชุมชนเรียกด้วยชื่อของคนขายสองสามีภรรยาว่า "ร้านวาบ่าววาหวี" ( วาคือป้า ) ขายน้ำชา ข้าวแกงคือเมนู ข้าวกินกับแกงคั่วไก่เป็นแกงกะทิไก่ รสชาติมันเผ็ดกำลังดีหอมกลิ่นเครื่องแกงเป็นเอกลักษณ์ เพิ่มรสเผ็ดเปรี้ยวหวานด้วย "ยำส้ม" มะม่วงเบาขูดฝอย ราดรวมกับพริกที่ตำรวมกับน้ำตาลเกลือน้ำตาลและกะปิ

เมนูจานเด่นของร้านคือ "ข้าวยำน้ำเคย" ข้าวหุงสุกสีขาวกินกับผักสดซอยหลายชนิดเช่น ตะไคร้ ถั่วฝักยาว ใบชะพลู ฯลฯ "ปลาผง" ซึ่งใช้ปลาจากทะเลอ่าวไทย "พริกผง" เพิ่มรสเผ็ด "บี้หุน" ที่ผัดกับน้ำซีอิ๋วรสชาติมันเค็มกำลังดี "มะพร้าวคั่ว" กลิ่นหอม น้ำมะนาวเพิ่มความเปรี้ยว และพระเอกของจานคือน้ำราด ที่มีนามว่า "น้ำเคย" เป็นวัตถุดิบภูมิปัญญาการถนอมอาหารที่ทำโดยคนในชุมชนม่วงงามที่เรียกว่า "เคยน้ำ" ซึ่งได้จากการนำปลาหลากหลายชนิดที่จับโดยวิถีประมงพื้นบ้านจากทะเลอ่าวไทย นำมาหมักกับเกลือในโอ่ง ปิดฝาให้มิดชิด ตั้งตากแดดไว้หลายเดือน นำมาต้มเคี่ยวกับน้ำตาลและพืชพรรณหลายชนิดตามสูตรลับก้นครัวที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่นของ "วาหวี" (ป้าคนขาย)

"ข้าวยำน้ำเคย" ซึ่งทำจาก"เคยน้ำ" ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอาหารแบบคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ที่มีชื่อเรียกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ ท่ามกลางความหลากหลายของเมนูข้าวยำที่มีในภาคใต้ เช่น "ข้าวยำบูดู" ของพี่น้องมลายูมุสลิม(ออแรนายู)ในพื้นที่ชายแดนใต้ หรือ "ข้าวยำน้ำปลา" ที่ใช้ปลาร้านำมาเป็นวัตถุดิบทำน้ำปลาเป็นข้าวยำแบบคนนครศรีธรรมราช ฯลฯ

หากมีโอกาสมาเยือนสงขลาหรือลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ขอชวนคุณมาเปิดประสบการณ์ทางรสชาติกับ "ข้าวยำน้ำเคย" อาหารพื้นถิ่นจานโบราณที่สะท้อนเสน่ห์ปลายจวักแบบคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ตามรอยตำรับความอร่อยที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมสัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ที่ ชุมชนบ้านม่วงงาม ตำบลม่วงงามอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

รุ่งเช้า ชวนกินอาหารจานโบราณที่บ้านหัวเขา: ข้าวมันแกงหรือข้าวมันแกงไก่------ จากบ่อยางย่านเมืองเก่าสงขลาขับรถมาประมาณ 20...
24/08/2026

รุ่งเช้า ชวนกินอาหารจานโบราณที่บ้านหัวเขา: ข้าวมันแกงหรือข้าวมันแกงไก่
------
จากบ่อยางย่านเมืองเก่าสงขลาขับรถมาประมาณ 20 นาที มาตามเส้นทางแพขนานยนต์บริเวณปากทะเลสาบสงขลา ตั้งGpS มาที่โรงเรียนบ้านหัวเขา ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา หมู่บ้านคนแขก(มุสลิมสงขลา) ณ บริเวณปลายคาบสมุทรสทิงพระ ที่หาอยู่หากินในวิถีประมงมาหลายชั่วคน ทุกเช้าจะมีร้านขายอาหารจานโบราณที่สะท้อนรากมลายูในวิถีการกินของผู้คนแถบนี้ บนฐานทรัพยากรและวัตถุดิบจากทะเลสาบสงขลาหน้าบ้าน กับทะอ่าวไทยที่อยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งของชุมชน ผสมรวมกับอาหารพื้นถิ่นหลายเมนูที่มีมรดกภูมิปัญญาการอาหารอยู่เบื่องหลัง รวมอยู่ในจานเดียว

ณ ร้านเล็กๆที่ตั้งขายบนรถเข็น ไม่มีชื่อทางการ แต่คนในชุมชนเรียกด้วยชื่อของคนขาย คือสตรีสูงอายุผู้ใจดีว่า “ร้านวาโมย” (วาคือป้า โมยคือชื่อ)

อาหารจานนี้คือ “มันแกง” หรือ “ข้าวมันแกงไก่” ซึ่งครบรสทั้งมันเปรี้ยวเผ็ดเค็มหวาน ประกอบไปด้วย “ข้าวมัน” หุงกับกะทิรสชาติมันหอมกลิ่นกะทิสดเป็นเอกลักษณ์ กินคู่กับ “แกงคั่ว” ซึ่งเป็นแกงกะทิรสชาติกลมกล่อมเผ็ดกำลังดี วันที่ผู้เขียนได้ไปเยือนมีแกงคั่วจากสามวัตถุดิบคือ แกงคั่วไก่ แกงคั่วเนื้อ และ แกงคั่วปลาโอ ผมเลือกรับประทานแกงคั่วไก่ มีผักคือมะละกอ ซึ่งจะแยกหม้อไว้ต่างหาก

เพิ่มรสเผ็ดเปรี้ยวตัดความมันด้วย “ดีปลียำส้ม” (ดีปลีคือพริกสดตำรวมกับวัตถุดิบบางอย่าง ราดรวมกับส้มทำจากมะม่วงเบาขูดฝอยผสมหอมแดงซอย) เพิ่มความมันเค็มจาก “ปลาลูกเมะ” ปลาขนาดเล็กที่นำมาล้างให้สะอาด ดองน้ำเกลือ แล้วตากแดดให้แห้งได้เป็นปลาลูกเมะแห้ง นำมาทอดในน้ำมันพืชให้สุกกรอบ และเพิ่มรสหวานด้วย “กุ้งต้มน้ำผึ้ง” กุ้งหัวมันสดๆนำมาต้มกับน้ำตาลเป็นการถนอมอาหารโดยใช้ความหวาน

ข้าวหนึ่งจานที่รวมหลายเมนูถูกตักใส่จานยืนให้ผู้เขียน ซึ่งนั่งอยู่หน้ารถเข็นที่แบ่งพื้นที่ไว้สำหรับลูกค้าที่นั่งรับประทาน ผมรับมาแล้วจัดการคลุกเคล้าหรือซาวทั้งหมดในจานเดียวรวมกัน แล้วตักกิน เป็นวิถีการกินแบบคนโบราณ เราจะได้ความครบรส ทั้งมันเปรี้ยวเผ็ดเค็มหวาน ในหนึ่งคำที่ตักเข้าปาก

หากมีโอกาสมาเยือนสงขลา ขอชวนคุณมาเปิดประสบการณ์ทางรสชาติกับ "ข้าวมันแกง" หรือ "ข้าวมันแกงไก่" อาหารมลายูพื้นถิ่นจานโบราณที่สะท้อนเสน่ห์ปลายจวักแบบคนแขกสงขลาขนานแท้ ตามรอยตำรับความอร่อยที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมสัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมท้องถิ่นได้ที่ ชุมชนบ้านหัวเขา ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา

จากขนมครกสู่ขนมครกไข่: ที่ตลาดเช้าพุมเรียง-------------ท่ามกลางความคึกคักของตลาดเช้าบ้านพุมเรียง ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา ...
18/08/2026

จากขนมครกสู่ขนมครกไข่: ที่ตลาดเช้าพุมเรียง
-------------
ท่ามกลางความคึกคักของตลาดเช้าบ้านพุมเรียง ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลาดชุมชนขนาดกะทัดรัดแห่งนี้เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมการกินพื้นบ้านที่น่าสนใจ หนึ่งในของกินที่โดดเด่นสะดุดตาคือ " #ขนมครกไข่" ของคนแขะหรือคนแขก(มุสลิม)พุมเรียง
ขนมชนิดนี้พัฒนาขึ้นจากขนมครกแบบดั้งเดิม โดยผสมไข่เป็ดลงในน้ำแป้งก่อนหยอดลงรางขนมครก ทำให้ได้เนื้อสัมผัสนุ่ม หอมกลิ่นไข่ชัดเจน สิ่งที่สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือวิธีการกิน ซึ่งไม่ได้กินโดยจิ้มน้ำตาลทราย แต่เลือกกินคู่กับมะพร้าวทึนทึกขูดคลุกเกลือ ให้รสชาติเค็มมันตัดกับความนุ่มหอมของตัวแป้งอย่างลงตัว
หน้าร้านเป็นรถเข็นขนาดเล็ก รอจำหน่ายให้ลูกค้าโดยสองสามีภรรยา ฝ่ายภรรยาดูแลหน้าเตาหยอดขนม ส่วนสามีรับหน้าที่บรรจุห่อและส่งมอบให้ลูกค้า "ขนมครกไข่" จำหน่ายในราคากล่องละ 10 บาท สะท้อนภาพวิถีชีวิตที่เป็นกันเองและอัธยาศัยไมตรีอันอบอุ่นของชาวพุมเรียงที่มีต่อผู้มาเยือน
สำหรับผู้เขียนในมุมมองเชิงเปรียบเทียบทางวัฒนธรรมอาหาร ขนมครกไข่มีส่วนผสม ขั้นตอนการทำ และวิธีกินที่แทบไม่ต่างจาก "ขนมราง" ที่บ้านผู้เขียน หรือที่บางพื้นที่ของสงขลาเรียกว่า ขนมลูกโดนหรือขนมดอกโดน จุดต่างสำคัญอยู่ที่การเลือกใช้พิมพ์ โดยพิมพ์ทรงกลมของขนมครกถูกนำมาใช้แทนพิมพ์ทองเหลืองลายดอกไม้
ขณะที่พิมพ์ลายดอกไม้ที่ใช้ทำขนมรางหรือขนมลูกโดนแบบบ้านผู้เขียนนั้น พี่น้องมุสลิมพุมเรียงกลับนำไปใช้ทำขนมครกสิงคโปร์แทน และเรียกชื่อขนมนั้นว่า "ขนมราง"
ข้อมูลจากคุณสะอาด ร่าหมาน อดีตข้าราชการครู บอกเล่ากับผู้เขียนว่า "ขนมครกไข่" นับเป็นขนมประยุกต์ร่วมสมัยที่เพิ่งเกิดขึ้นในชุมชนพุมเรียงได้ราว 8 ปี แต่ได้กลายมาเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนพลวัตและการปรับใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างสร้างสรรค์ เป็นของอร่อยที่อยากเชิญชวนให้คนต่างถิ่นได้ลิ้มล้องเมื่อเยือนตลาดเช้าพุมเรียงซึ่งเป็ดขายทุกวัน

ขนมครกเหนียว: มรดกขนมโบราณแห่งเมืองนครศรีธรรมราช---------​ #ขนมครกเหนียว หรือที่คนนครเรียกกันในชื่อท้องถิ่นว่า " #หนมครก...
17/08/2026

ขนมครกเหนียว: มรดกขนมโบราณแห่งเมืองนครศรีธรรมราช
---------
​ #ขนมครกเหนียว หรือที่คนนครเรียกกันในชื่อท้องถิ่นว่า " #หนมครกเหนียว" คือขนมหวานพื้นบ้านโบราณของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ปัจจุบันหาทานได้ยากยิ่ง
ทว่ากลิ่นอายความอร่อยแบบดั้งเดิมนี้ยังคงถูกถ่ายทอดผ่านสองสามีภรรยาผู้ใจดีอย่าง น้าแรดและน้าน้อง ที่ยังคงตั้งเตาถ่านทำขายเป็นประจำทุกวัน
​พิกัดความอร่อยยามเช้า

​ทุกวันตั้งแต่เวลาประมาณ 06:00 น. - 10:00น บริเวณริมถนนใกล้สี่แยกตลาดท่าชี เส้นทางมุ่งหน้าสู่ถนนพุทธภูมิ และอยู่ใกล้กับบ้านหลังเก่าของอาเทศ ปราชญ์แห่งเมืองนครศรีธรรมราช
น้าแรดกับน้าน้อง จะตั้งเต็นท์และจุดเตาถ่านเพื่อทำขนมพื้นบ้านสูตรโบราณนี้จำหน่ายในราคาย่อมเยาเพียงจานละ 20 บาท
"​ขนมครกเหนียว " มีความโดดเด่นตรงที่ไม่ต้องผ่านกระบวนการบดแป้งเหมือนขนมครกทั่วไป แต่นำวัตถุดิบเรียบง่ายใกล้ตัวมาสร้างสรรค์เป็นความอร่อย โดยใช้ข้าวเหนียวแช่น้ำเปล่าจนพองได้ที่ มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย และน้ำตาลทรายกับเกลือเล็กน้อยสำหรับทำไส้
​ขั้นตอนการทำ

ใช้ช้อนกินข้าวตักเฉพาะเนื้อข้าวเหนียวที่แช่น้ำ นำมาละเลงลงในหลุมรางขนมครกที่ตั้งบนเตาถ่านร้อนๆ ให้แผ่บางในหลุมรางขนมครกเป็นแผ่นกลม
ความร้อนจากเตาจะทำให้ข้าวเหนียวดิบสุกเป็นแผ่นกลมตามรูปหลุม ​ใช้ช้อนตักข้าวเหนียวสุกรูปทรงกลมขึ้นมา
แล้วตักมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยที่เคล้าน้ำตาลและเกลือใส่ไว้ตรงกลาง

"​น้าแรด" ให้ความสำคัญกับความอร่อยเป็นอย่างยิ่ง โดยระบุว่าขนมชนิดนี้ต้องรับประทานขณะร้อนๆ เท่านั้น เมื่อทำสุกแล้วจึงต้องตั้งซ้อนกันไว้ในรางขนมครกเพื่อให้ร้อนอยู่ตลอดเวลา และจะตักมะพร้าวใส่ให้เมื่อลูกค้ามาซื้อ
ส่วนขนมครกเหนียวในจานกระดาษที่วางไว้บนโต๊ะเป็นเพียงตัวอย่าง เพื่อให้เห็นหน้าตาของขนมเท่านั้น จะไม่มีการตักขายล่วงหน้าหากขนมเย็นลง เพราะจะทำให้เนื้อข้าวเหนียวแข็งและเสียรสชาติกินไม่อร่อย
​สูตรลับของขนมครกเหนียวนี้ น้าแรดได้รับการถ่ายทอดมาจากปู่ย่าตายายในชุมชนหลังวัดสระเรียง ภายในเขตกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช
ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยทำรับประทานร่วมกันในครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก อาศัยวัตถุดิบที่มีอยู่รอบตัว ทั้งข้าวเหนียวที่ปลูกเอง น้ำตาลและเกลือติดครัว รวมถึงมะพร้าวที่ปลูกไว้รอบบ้าน แม้ทั้งสองคนเพิ่งจะเริ่มต้นทำขายได้ไม่นาน แต่พื้นฐานความเข้าใจในรสชาติและกรรมวิธีได้ถูกหล่อหลอมมาจากการทำกินจริงในครอบครัวมาตั้งแต่เยาว์วัย
​หากใครมีโอกาสได้มาเยือนเมืองนครศรีธรรมราช
ขอเชิญชวนแวะมาสัมผัสและลิ้มลองรสชาติความอร่อยดั้งเดิมของ "หนมครกเหนียว" ขนมหวานโบราณหาทานยากและทรงคุณค่าจากภูมิปัญญาของคนท้องถิ่นกันดูสักครั้งครับ

ซามายบั๊วสะตอ : น้ำชุบมังคุดแบบมลายูมุสลิม(อูรังมลายู)ที่นครศรีธรรมราช ------------ #ซามายบั๊วสะตอ เครื่องจิ้มพื้นบ้านอั...
16/08/2026

ซามายบั๊วสะตอ : น้ำชุบมังคุดแบบมลายูมุสลิม(อูรังมลายู)ที่นครศรีธรรมราช
------------
#ซามายบั๊วสะตอ เครื่องจิ้มพื้นบ้านอันเป็นเอกลักษณ์
สูตรของ "หวอฉ๊ะ" (คุณวรรณา ดารากัย) คนมลายูมุสลิมที่เรียกตนเองว่า อูรังมลายู ที่บ้านไสเจริญ ตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

" #ซายมาย" ในภาษามลายูของอูรังมลายูเป็นภาษามลายูเดียวกับมลายูสตูลเรียกว่า #ซามาย เหมือนกัน ในภาษามลายูกลางคือ " #ซัมบาล" Sambal หรือ " #ซามา" ในภาษามลายูถิ่นปตานี หรือที่คนพูดไทยถิ่นใต้บางพื้นที่เรียกในชื่อ " #สมัน" หมายถึง #น้ำชุบ ในภาษาไทยถิ่นใต้ หรือ #น้ำพริก ในภาษาไทยกลาง และ #บั๊วสะตอ หมายถึง ลูกมังคุด หรือในบางพื้นที่ของสามจังหวัดชายแดนใต้ ก็เรียกมังคุดว่า " #บูเวาะสือตอ" บางพื้นที่ก็เรียกว่า " #เวาะมาโฆ๊ะ" ที่มาจากภาษามลายูกลาง(มาเลเซีย) ว่า อ่านว่า มังคิส"(1)

"หวอฉ๊ะ" เก็บจากสวนรอบบ้าน ที่ปลูกรวมกับผลไม้ พืชผัก แบบผสมผสานหรือที่เรียกว่า " #ดูโซน" หรือ"สวนรมสม" ในภาษาไทยถิ่นใต้ สะท้อนถึงการนำวัตถุดิบใกล้ตัวอย่างผลไม้มาทำเป็นเครื่องจิ้มได้อย่างเรียบง่ายและลงตัว

วัตถุดิบหลักคือ "ลูกมังคุด" เลือกผลที่มีรสเปรี้ยวใช้ได้ทั้งลูกสุกแดงหรือที่เรียกว่า " #มอไม" กลายเสียงมาจากภาษาไทยคือ " #หม้อใหม่" ซึ่งเป็นคำเรียกระดับการสุกของลูกมังคุดของคนนครศรีธรรมราช หรือลูกสุกก็ได้

นำมาแกะเปลือกเอาเนื้อข้างในใส่ภาชนะไว้ ใส่กะปิ( #เบอลาจัน)เพียงเล็กน้อยตามลงไป ซอยพริกสด( #จาบาย)และหอมแดง( #บาวังแมเราะ) ลงไปรวมในภาชนะเดียวกัน แล้วใช้มือขยำให้เนื้อมังคุดละลายผสมกับกะปิ โดยพริกสดกับหอมแดงซอย ยังมีลักษณะเป็นชิ้นบางๆไม่ได้ขยำจนละเอียด ทำง่ายๆได้น้ำพริกผลไม้ที่มีกลิ่นหอมของมังคุด รสชาติเปรี้ยวละมุนลิ้นไม่จัดจ้านเหมือนใส่น้ำมะนาว จะกินกับข้าวสวยร้อนๆโดยการซาวผสมกัน หรือจะกินกับผักเหนาะอูลัม) ก็อร่อย

" #ซามายบั๊วสะตอ" หรือ #น้ำพริกลูกมังคุด คือเครื่องจิ้มอีกหนึ่งถ้วยในคาบสมุทรมลายูที่มีกรรมวิธีเรียบง่ายโดยใช้มือขยำแทนการใช้ครกตำ เป็นเครื่องชูรสชาติ ที่ใช้พืชพรรณจากสวนดูโซนรอบบ้านผสานกับวัตถุดิบคู่ครัว สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความผูกพันกับธรรมชาติ และมรดกทางวัฒนธรรมการกินอันเป็นเอกลักษณ์ของคนในท้องถิ่น ที่ยังคงส่งต่อรสชาติจากรุ่นสู่รุ่น
(1) ข้อมูลจากแบ Tarmizi Ahama

รสชาติสามชั่วคน ข้าวมันหัวผงย่านพะเนียด เมืองนครศรีธรรมราช-----------​หัวรุ่งตอนตีสี่ ณ มุมหนึ่งของย่านพะเนียด ใจกลางเมื...
15/08/2026

รสชาติสามชั่วคน ข้าวมันหัวผงย่านพะเนียด เมืองนครศรีธรรมราช
-----------
​หัวรุ่งตอนตีสี่ ณ มุมหนึ่งของย่านพะเนียด ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช ครอบครัวหนึ่งสืบทอดการทำอาหารมลายูโบราณต่อกันมาสามชั่วคน เมนูสำคัญคือ " #ข้าวมันหัวผง" ที่สืบทอดมายาวนานกว่าหนึ่งร้อยปี ตั้งแต่รุ่นโต๊ะ (ยาย) มะ(แม่) และบังคนปัจุบัน
​บังโหด หรือ นายกฤษดา วิเศษกาล อายุ 67 ปี เจ้าของร้านคนปัจจุบัน เล่าว่าตนเองเริ่มช่วยขายตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ โดยเดินเร่ขายที่ย่านตลาดท่าวัง ส่วนมะเคยขายที่ตลาดแขก และต่อมาขายที่บริเวณวิกนิวคิงเดิม ขณะที่รุ่นโต๊ะก็ขายอยู่ที่ตลาดแขกเช่นเดียวกัน
​การปรับเปลี่ยนสูตรตามกาลเวลา
​สูตรอาหารดั้งเดิมจากรุ่นโต๊ะและมะถูกปรับเปลี่ยนวัตถุดิบบางส่วนเพื่อให้เข้ากับรสนิยมของคนรุ่นใหม่ ดังนี้
"​ข้าวมัน" ปัจจุบันใช้ข้าวหอมมะลิท่อนผสมกับข้าวสังหยด ทำให้สุกด้วยการนึ่ง ใส่หางกะทินึ่งซ้ำอีกครั้ง แล้วนำมามูนกับหัวกะทิ ในอดีตรุ่นโต๊ะและมะจะใส่ลูกซรัด หอมแดง และขิง ซึ่งปัจจุบันเลิกใส่แล้วเพื่อปรับให้ตรงกับความนิยมของคนรุ่นหลัง
"​หัวผง" ทำจากกุ้งสด มะพร้าวขูดมอน(มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย) และหอมแดง ตำรวมกันแล้วผัดกับน้ำกะทิ ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บและน้ำตาลทราย จนได้หัวผงแห้งๆ สีส้ม มีรสชาติออกหวาน
"​แกงข้าวมัน" ใช้เครื่องแกงข้าวมันสูตรเฉพาะที่ซื้อจากตลาด มีทั้งแกงเนื้อและแกงกุ้ง ในอดีตรุ่นโต๊ะและมะนิยมทำแกงหอยแครงด้วยเพราะราคาย่อมเยา แต่ปัจจุบันราคาสูงจึงไม่ได้นำมาทำ อีกทั้งในอดีตยังนิยมทำเครื่องแกงเองโดยใช้แผ่นหินและสากกลมกลิ้งบดวัตถุดิบให้ละเอียดแทนการตำด้วยครก ก๊ะฝาตีม๊ะ วิเศษกาลน้องบังโหด เล่าให้ฟังเพิ่มเติม
​วิธีกินแบบดั้งเดิม
​การรับประทานให้อร่อยตามแบบดั้งเดิมคือนำข้าวมันมาคลุกเคล้ากับหัวผงและแกงให้เข้ากัน จะได้รสชาติมันหวาน พร้อมกลิ่นหอมของเครื่องเทศในคำเดียว
​สำหรับผู้มาเยือนเมืองนครศรีธรรมราช "ข้าวมันหัวผง" ที่ร้านบังโหดนับเป็นร้านเดียวในย่านพะเนียดที่ทำขาย และยังมีข้าวมันแกง(ไม่มีหัวผง) เป็นข้าวมันดั้งเดิมของนครศรีธรรมราชเช่นกันให้เลือกชิมอีกหลายร้านในย่านนี้
นอกจากนี้ในย่านเดียวกันยังมี "ข้าวมันสงขลา" ซึ่งเป็นเมนูข้าวมันแกงไก่ที่นำมาขายโดยคนสงขลาตอนหลังประมาณ100 ปีมาแล้ว และสืบทอดสูตรให้คนนครศรีธรรมราชที่ทำขายในปัจจุบัน
ข้าวมันหัวผงร้านบังโหด เริ่มขายเวลา 04.00 ประมาณ 06.30 จะขายหมดแล้ว ขายตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดีและหยุดขายวันศุกร์ ใครมาเยือนนครศรีธรรมตามมาลิ้งลองกันนะครับ

ขนมเบื้องน้ำแกง: มรดกขนมหวานโบราณแห่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สูตรลับจากพี่ไหวด๊ะ เกาะนางคำ พัทลุง----------------" #ขนมเบื้อ...
14/08/2026

ขนมเบื้องน้ำแกง: มรดกขนมหวานโบราณแห่งลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สูตรลับจากพี่ไหวด๊ะ เกาะนางคำ พัทลุง
----------------
" #ขนมเบื้องน้ำแกง" เป็นขนมหวานโบราณที่หาทานได้ยากในปัจจุบัน ของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา มักทำขายกันในกลุ่มคนแขก(มุสลิม)

ที่ร้านพี่ไหวด๊ะ สุขแสง ไหวด๊ะ สุขเเสง (คนแขกพัทลุง) ในพื้นที่บ้านเกาะหัวนอน หรือ บ้านเกาะนางคำใต้ ตำบลเกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง

ยังสืบทอดมรดกวัฒนธรรมนี้เอาไว้ ไม่ได้ขายทั้งปี ในหนึ่งปีจะมีให้รับประทานเพียงประมาณ 3 เดือน คือช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน เนื่องจากเจ้าของร้านยึดอาชีพออกหาปลาในทะเลสาบเป็นหลัก และจะทำขนมขายเฉพาะในช่วงที่หยุดออกเรือเท่านั้น ดังคำพูดติดตลกของเจ้าของร้านว่า "พี่เอาที่สะดวก ร้านตามใจแม่ค้า"

"พี่ไหวด๊ะ" เจ้าของสูตรขนมหวาน เล่าว่า ได้รับการถ่ายทอดสูตรมาจากพี่สาวของสามี จุดเด่นอยู่ที่การใช้แป้งที่โม่เองแบบดั้งเดิม ไม่ใช้แป้งถุงสำเร็จรูป แบ่งออกเป็นสองแบบคือ แบบแป้งธรรมดาที่ละลายกับกะทิ และแบบแป้งที่ใส่ไข่เพิ่มลงไป และ "น้ำแกง" ทำจากน้ำกะทิ น้ำตาล และไข่ ให้รสชาติหวานมัน พร้อมเนื้อไข่ฝอยลอยอยู่ แบบแป้งปกติสนนราคาขายเพียง 8 ฝา หรือ 4 คู่ ในราคา 10 บาท และแบบแป้งใส่ไข่ขาย 6 ฝา หรือ 3 คู่ในราคา 10 บาท
เมื่อแป้งสีขาว สีเหลืองสุกใหม่จากรางขนมเบื้องร้อนๆ ตั้งไว้รอลูกค้ามาอุดหนุน ตามความชอบ แป้งจะถูกตักใส่ถ้วยราดด้วยน้ำแกงกะทิมีไข่ฝอย ผู้เขียนกินแบบแป้งใส่ไข่มีสีเหลืองชวนชิม ตัวแป้งมีความนิ่มและหอมกลิ่นไข่ ผสานกับความหวานของน้ำแกงที่มันกะทิ เข้ากันดีมากครับ
การได้นั่งรับประทานใต้ถุนบ้าน บนแค่ไม้ ริมทะเลสาบ
รับลมเย็นสบาย ท่ามกลางกลิ่นอายของผืนน้ำ ถือเป็นบรรยากาศในวิถีคนริมเลสาบที่หาได้อยากในปัจจุบัน
จากการสำรวจภาคสนามของผู้เขียนพบว่า ขนมหวานชนิดนี้ ในหมู่บ้านคนแขกริมทะเลสาบสงขลาในสงขลาและพัทลุง เรียก "ขนมเบื้องน้ำแกง" เหมือนกัน และมีสูตรแตกต่างกันไปบ้าง เช่น น้ำแกงบางสูตรมีเพียงกะทิกับน้ำตาล บางสูตรใส่หัวมัน ใส่ทุเรียน ฯลฯ
ในขณะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเรียกว่า "ขนมครกน้ำจิ้ม" และในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้พี่น้องมลายูมุสลิม(ออแรนายู) เรียกว่า "ซาแบกูเวาะห์"
หากมีโอกาสมาเยือนถิ่นล่มน้ำทะเลสาบสงขลาทั้งในเขตสงขลาหรือพัทลุง "ขนมเบื้องน้ำแกง" นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอาหารโบราณที่ควรค่าแก่การตามมาลิ้มลองก่อนที่จะเลือนหายไปตามกาลเวลา
พิกัด: ร้านพี่ด๊ะ (ไหวด๊ะ สุขแสง) บ้านเกาะหัวนอน หรือบ่านเกาะนางคำใต้ ตำบลเกาะนางคำ อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ขายประมาณ10.00 - 13.00 น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน

รสชาติปากพะยูน: มรดกวัฒนธรรมอาหารริมทะเลสาบสงขลาในจาน "ข้าวมันแกงไก่"----สามารถ สาเร็ม (เขียน 14 สิงหาคม 2569)ณ ริมทะเลส...
13/08/2026

รสชาติปากพะยูน: มรดกวัฒนธรรมอาหารริมทะเลสาบสงขลาในจาน "ข้าวมันแกงไก่"
----
สามารถ สาเร็ม (เขียน 14 สิงหาคม 2569)
ณ ริมทะเลสาบสงขลาตอนกลางฝั่งจังหวัดพัทลุง ในเขตปากพะยูน ตำบลปากพะยูน อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง พื้นที่แถบนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ มีชุมชนคนมุสลิมที่เรียกตนเองว่า "คนแขก" ตั้งอยู่หลายชุมชนหลายครอบครัว ซึ่งเป็นมุสลิมกลุ่มเดียวกับสงขลา
ร่องรอยทางประวัติศาสตร์นั้นสมัยรัชกาลที่ 5 ปรากฏชื่อของนายอำเภอปากพะยูนซึ่งเป็นคนแขก มีราชทินนามว่า " #หลวงโยธีศรีสุลต่านมะหะหมัดอำเภอปากพยูน" ปรากฏอยู่ในรายงานของพระยาสฤษดิ์ เรื่องตรวจราชการมณฑลนครศรีธรรมราชในสมัย ร.5 หลักฐานที่บอกให้เรารู้ว่าคนแขกปากพะยูนสมัยรัชกาลที่ 5 ก็อาศัยอยู่พื้นที่แห่งนี้แล้ว
ทุกครั้งที่ได้ไปเยือนปากพะยูน ผู้เขียนซึ่งเติบโตมาในหมู่บ้านริมทะเลสาบสงขลาในเขตจังหวัดสงขลา
ความรู้สึกคือเหมือนเดินอยู่ในหมู่บ้านคนแขกสงขลา ภาษาพูด อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์เช่นใช้คำเรียกเครือญาติแบบเดียวกัน มีวิถีการบุญในรอบปีเหมือนกัน อาหารการกินก็มีความเหมือนกันเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะชื่อเรียกเดียวกัน
เมนูจานเด่นที่สะท้อนความรุ่มรวยจากฐานทรัพยากรที่มีในทะเลสาบสงขลาหน้าบ้าน อาหารที่รวมเอามรดกภูมิปัญญาในวิถีการกินเอาไว้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งมีให้กินในหมู่บ้านคนแขกสงขลาและแน่นอนพี่น้องร่วมวัฒนธรรมสำหรับที่ปากพะยูนก็มีเช่นกันนั่นก็คือ " #ข้าวมันแกงไก่"
"ข้าวมัน" หุงด้วยกะทิ กินคู่กับแกงคั่วไก่(เป็นแกงกะทิ) "ยำส้ม" ทำจากพริกตำกับน้ำตาลเกลือราดรวมกับส้มที่ทำจากมะขามหรือมะม่วงเบา "กุ้งต้มน้ำผึ้ง" การถนอมอาหารโดยใช้ความหวานและปลาลูกเมะทอด ปลาลูกเมะสดๆ นำมาล้างแช่น้ำเกลือแล้วตากแดดให้แห้งได้เป็นปลาแห้ง ภายในหนึ่งจานครบรสมัน เผ็ดเปรี้ยว เค็มหวาน
ยามเช้าหอมกลิ่นน้ำทะเลสาบเตะจมูก เสียงเรือหางยาวดังไม่ขาดสาย ขณะผมกำลังนั่งมองจากที่พักริมทะเลสาบสงขลาในปากพะยูน ชมภาพอาทิตย์ขึ้นจนอิ่มใจ
พุงก็เริ่มร้อง ออกสำรวจหาของอร่อยมื้อเช้าในเช้าวันนั้น
ที่ปากพะยูน ผมสำรวจเจอพี่น้องคนแขกปากพยูนขายข้าวมันแกงไก่ 4 ร้าน ในตอนเช้า
ผมได้กินอาหารที่คุ้นเคยจานนี้ที่ "ร้านพี่ขอ" อยู่บริเวณบ้านออก ข้าวมันหุงกะทิหม้อใหญ่ที่มีดังข้าวตั้งไว้ข้างบน แกงคั่วไก่ปนลูกขี้พร้า(ฟักเขียว)หม้อใหญ่เช่นกัน "ส้ม" ใช้มะม่วงเบาและ ดีปลีตำหยาบๆใส่คนละภาชนะตั้งติดกัน เมื่อตักใส่จานจะราดรวมกันเรียกว่า "ยำส้ม" กุ้งต้มน้ำผึ้งและปลาลูกเมะ ตั้งเรียงรายอยู่บนโต๊ะเดียวกัน รอลูกค้ามาอุดหนุน ผมสั่งอาหารจานอร่อยที่คุ้นเคยกินไม่นานก็หมด
ได้คุยกับพี่ลา ยุวดี หีมสุหรี (คุณยุวดี หีมสุหรี) พี่น้องปากพะยูนได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นอกจากสี่ร้านนี้ที่ขายกันตอนเช้ายังมีบางบ้านจะเปิดขายเป็นการเฉพาะ เช่นขายเฉพาะช่วงปิดเทอม หรือขายเมื่ออยากขาย เป็นต้น

"ข้าวมันแกงไก่" อาหารอร่อยอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของผู้คนรอบทะเลสาบสงขลา ตั้งแต่ตอนใต้ของนครศรีธรรมราช พัทลุงและสงขลา หากใครมาเยือนสามพื้นที่นี้อย่าลืมมาลิ้มลองกันนะครับ

อาหารจานโบราณที่ทำกินจากฐานวัตถุดิบในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาหน้าบ้าน อันมีรากเหง้าสะท้อนถึงวิถีการกินแบบมลายู รวมรากกับนาซิเลอะมัก Nasi Lemak อาหารประจำชาติของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิตผ่านผู้คน

 #ชวนอ่านhttps://museumsiam.org/km-detail.php?CID=177&CONID=7753 ------บทความสามารถ สาเร็ม นาซิอูลัม Nasi Ulam ข้าวยำแบบ...
09/08/2026

#ชวนอ่าน
https://museumsiam.org/km-detail.php?CID=177&CONID=7753
------
บทความสามารถ สาเร็ม
นาซิอูลัม Nasi Ulam ข้าวยำแบบ #อูรังมลายู(มลายูมุสลิม) ที่นครศรีธรรมราช สูตร หวอฉ๊ะ (คุณวรรณา ดารากัย)
(ขอบคุณมิวเซียมสยาม)

08/08/2026

ขนมเทียน & ขนมค่อม แบบคนสงขลาบ้านเรา ที่ร้านของคุณน้าในตลาดนัดส.ว.ตลาดเช้าวันเสาหน้าโรงเรียนสงขลาพิทยาคม อ.สิงหนคร จ.สงขลา
" #ขนมเทียน" ทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมมันหลาสีม่วง(มันเทศภาคกลาง) น้ำตาลห่อด้วยใบตองรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแล้วนึ่งให้สุก
" #ขนมค่อม" ทำจากแป้งข้าวเหนียวใส่ไส้ถั่วเขียวผัดกับน้ำตาล ห่อด้วยใบตองมีลักษณะคล้ายทรงพีรามิดหรือหมวกของคนญวน แล้วนึ่งให้สุก

ที่อยู่

Songkhla

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ นิเวศวิทยาวัฒนธรรมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท