สิบสองเมืองไท

สิบสองเมืองไท ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สิบสองเมืองไท, การศึกษา, Si Bun Ruang.

เพจเพื่อการศึกษาชาติพันธุ์ไท ภาษา สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม
โดย นายนวมินทร์ พวงมาก ครู รางวัลวัฒนคุณาธร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ประจำปี ๒๕๖๘

“หัวฝั่งแกว เอวฝั่งลาว”ธาตุเมืองลวน เจดีย์สักขีพยานแห่งมิตรภาพของลาว-เวียดนาม 🇱🇦🇻🇳ธาตุเมืองลวน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนา/แ...
23/04/2026

“หัวฝั่งแกว เอวฝั่งลาว”
ธาตุเมืองลวน เจดีย์สักขีพยานแห่งมิตรภาพของลาว-เวียดนาม 🇱🇦🇻🇳
ธาตุเมืองลวน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนา/แม่น้ำหม่า Nậm Na (Sông Mã) ในบ้านเมืองลวน ตำบลเมืองลวน อำเภอเดียนเบียนดง จังหวัดเดียนเบียน เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างโบราณของชนชาติพันธุ์ลาวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม ที่มีอายุเกือบ 500 ปี ในอดีตเมืองลวนเคยมีชื่อว่า “เมืองหมูอ้วน” (Mường Mú Uộn) แปลว่าดินแดนแห่งหมูอ้วน มีตำนานเล่าว่า หัวหน้าชนเผ่าชาวลาวคนหนึ่งได้ติดตามรอยเท้าหมูที่ถูกล่ามาจนได้มาพบดินแดนที่สวยงามแห่งนี้ หัวหน้าเผ่าชาวลาวคนนี้ยังเป็นคนพาชาวลาวอพยพย้ายถิ่นฐานจากประเทศลาวลี้ภัยสงครามการรุกรานจากพม่ามายังบ้านเมืองลวน ประเทศเวียดนาม
ตำนานเล่าว่าธาตุเมืองลวนสร้างขึ้นโดยชาวลาว และชาวเวียดนาม ในสมัยราชวงศ์เล ของอาณาจักรไดเวียด(Đại Việt) ในปี พ.ศ. 2112 (ตรงกับช่วงปลายรัชสมัยพระเจ้าบุเรงนองแห่งอาณาจักรตองอู) เกิดเหตุการณ์การปราบกบฏผู้แอบอ้างเป็นพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่หายสาบสูญไป กองทัพหงสาวดีและเมืองประเทศราชต่างๆได้ร่วมกันยกทัพตีอ้ายลาว(อาณาจักรล้านช้าง) หรือประเทศลาวในปัจจุบัน ชาวลาวเหนือบางส่วนจึงอพยพไปยังอาณาจักรไดเวียด หรือ เวียดนามในปัจจุบัน หลังสงครามสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2137 คนลาวเหล่านั้นก็ได้ตั้งถิ่นฐานอย่างถาวรในอาณาจักรไดเวียด เพื่อเป็นการระลึกถึงบ้านเกิดคือประเทศลาวที่จากมานั้น ชาวลาวจึงร่วมมือกับชาวบ้านในพื้นที่(เป็นชาวเวียดนามแต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นชาติพันธุ์ใด) สร้างธาตุเมืองลวนขึ้นมา จากคำแนะนำของหมอดูคนหนึ่งที่เดินทางผ่านมาในบริเวณนี้ สังเกตเห็นทำเลทางภูมิศาสตร์ที่หายาก ซึ่งปรากฎรูปภูเขาที่มีลักษณะคล้ายคนหรือผู้หญิงนั่งสมาธิและเหมือนคนยืนหันหน้าไปทางประเทศเวียดนาม และหันหลังให้ประเทศลาว ภาพของธาตุเมืองลวนนั้นเปรียบได้กับหญิงสาวผู้สง่างามและอ่อนโยนที่ยืนนิ่งอยู่เชิงเขาหัวตา(ภูเขาต้นน้ำ) ทอดเงาสะท้อนลงบนแม่น้ำหม่าที่มีสีฟ้าใส บทกลอนพื้นบ้านที่ว่า "หัวฝั่งแกว เอวฝั่งลาว" ซึ่งแปลได้ว่า หัวหันไปทางเมืองแกว(ประเทศเวียดนาม) และหันหลังไปทางเมืองลาว แสดงถึงความรักความสามัคคี และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชาวเวียดนาม และชาวลาว ดังนั้น ธาตุเมืองลวงจึงถูกสร้างขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของมิตรไมตรี สันติสุข และความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ ซึ่งคาดว่ามีการก่อสร้างในช่วงศตวรรษที่ 15 ถึงช่วงกลางศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีความสูงถึง 15.5 เมตร โดยรอบธาตุเมืองลวนมีการประดับด้วยภาพนูนต่ำเป็นภาพต่างๆ ได้แก่ นกบิน รูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน กลีบดอกบัว หัวหอก ดวงอาทิตย์ แลพญานาคที่แกะสลักนูนต่ำเป็นรูปเลขแปดคู่ซ้อนกัน ล้อมรอบหอคอยทั้งสี่ด้าน ซึ่งมีพญานาคคู่ละห้าคู่ วัสดุที่นำมาก่อสร้างเป็นวัสดุที่สามารถหาได้จากในท้องถิ่น เช่น อิฐสีแดง ปูนขาว ปูนฉาบ ทราย และกากน้ำตาล
เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่ชาวบ้านเมืองลวนนับถือธาตุเมืองลวนว่าเป็นดั่งเทพผู้พิทักษ์ที่คอยปกป้องชีวิต อวยพรให้มีสุขภาพดี และให้ผลผลิตทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ ธาตุเมืองลวนเสื่อมโทรมลงอย่างมาก ในปี พ.ศ.2482 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในพื้นที่บ้านเมืองลวนทำให้ธาตุเมืองลวนทรุดเอียง เจดีย์ทั้งหลังเอนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และฐานหลายส่วนก็สึกกร่อน ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2552 หน่วยงานในท้องถิ่นจึงได้บูรณซ่อมแซมไม่ให้ธาตุเมืองลวนเอียง เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว เคยมีวัดอยู่ทางด้านขวาของธาตุเมืองลวนซึ่งมีรูปปั้นอันล้ำค่ามากมาย แต่ปัจจุบันวัดถูกทำลายในช่วงสงคราม และรูปปั้นเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว
ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ห่างไกล ทำให้ธาตุเมืองลวนแทบไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเลย จากตัวเมืองจังหวัดเดียนเบียน ต้องเดินทางเกือบ 100 กิโลเมตรเพื่อไปยังบ้านเมืองลวน ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งเป็นเส้นทางภูเขาที่อันตรายและมีประชากรเบาบาง โดยธาตุเมืองลวนมีระยะทางห่างจากเมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน ประเทศลาว เพียง 80 กิโลเมตร
ในทุกปีช่วงฤดูใบไม่ผลิ ผู้คนจากในชุมชน และนักท่องเที่ยวจะมารวมตัวกันเพื่อร่วมเทศกาล บุนฮดน้ำ “Hốt Nặm” หรือเทศกาลสาดน้ำแบบดั้งเดิมและเป็นเทศกาลปีใหม่ของชาวลาว ซึ่งจัดขึ้นในช่วงตรุษจีน พระพุทธรูปจะถูกแห่จากวัดไปยังเชิงเจดีย์ โดยชาวบ้านจะช่วยกันแบกพระพุทธรูปลงไปที่แม่น้ำและประกอบพิธีอาบน้ำด้วยน้ำหอมที่ผสมสมุนไพรห้าสี ตามด้วยการสวดมนต์ และขอพรให้สภาพอากาศเป็นใจ และมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การลำวง การละเล่นพื้นบ้าน หลังจากเทศกาลนี้หายไปเกือบ 50 ปี ได้กลับมาเริ่มจัดอีกครั้งในวันที่ 11-12 เมษายน 2568 จนถึงปัจจุบัน มีพิธีกรรมการผูกด้ายรอบข้อมือเพื่อความเป็นสิริมงคล และการสาดน้ำใส่กันในแม่น้ำหม่า ได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและคึกคัก ปัจจุบันพื้นที่ธาตุเมืองลวนยังคงมี พิธีกรรมบูชายัญควายหน้าธาตุเมืองลวน ซึ่งเป็นพิธีกรรมบ้าน
ในความเชื่อทางศาสนาของคนท้องถิ่นในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ในปี พ.ศ. 2534 ธาตุเมืองลวนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งชาติโดยกระทรวงวัฒนธรรมและสารสนเทศ (ปัจจุบันคือกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว)
ปัจจุบันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ธาตุเมืองลวนได้ถูกบูรณะและปรับปรุงใหม่โดยหน่วยงานรัฐบาลในท้องถิ่นจังหวัดเดียนเบียน รวมไปถึงการสร้างถนนที่ทำให้การเดินทางเข้ามายังพื้นที่บ้านเมืองลวนให้สะดวกยิ่งขึ้น การสร้างซุ้มประตู และศาลาศิลปะแบบล้านช้าง เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชาติพันธุ์ลาว
ธาตุเมืองลวน มีรูปแบบของศิลปะลวดลาย และรูปทรงของเจดีย์ที่แตกต่างจากเจดีย์อื่นๆ ที่พบในเวียดนาม เป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ จึงมีนักประวัติศาสตร์จำนวนมากเลือกสถานที่แห่งนี้เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับระบบเจดีย์โบราณของเวียดนาม
ธาตุเมืองลวน ได้บอกเล่าเรื่องราวยุครุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในประเทศลาว ที่ชาวลาวนำมายังเวียดนาม เป็นหลักฐานที่ระบุได้ชัดเจนว่าพุทธศาสนาได้พัฒนาและแพร่เข้ามาสู่ชนชาติพันธุ์ไทส่วนใหญ่ในพื้นที่ชายแดนเวียดนาม-ลาว ในแถบภาคตะวันตกเฉียงเหนือและภาคตะวันตกของจังหวัดเหงะอาน จากข้อมูลบนศิลาจารึกที่ลาวและในจังหวัดเดียนเบียน, เซินลา, เหงะอาน งานวิจัยยืนยันว่าเจดีย์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 11-14 ซึ่งเป็นช่วงที่พระพุทธศาสนาในลาวมีความเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นวัดและเจดีย์ใหม่ๆ จึงค่อยๆ ถูกสร้างขึ้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่ส่วนหนึ่งของกลุ่มชาติพันธุ์ไทในพื้นที่ชายแดนติดกับลาวนับถือพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเจ้าเมือง(chúa mường) ชาวไท และต่อมาคือรัฐบาลอาณานิคมฝรั่งเศส ไม่ได้ทำนุบำรุงพุทธศาสนา ดังนั้นคนไทจึงค่อยๆ ละทิ้งพุทธศาสนา วัดและเจดีย์ต่างๆ มากมายจึงรกร้างไปในปัจจุบัน

อ้างอิง

Hà Văn Chung. (2025). Một lần đến Tháp cổ Mường Luân. สืบค้นจาก: https://baodienbienphu.vn/tin-bai/du-lich/mot-lan-den-thap-co-muong-luan

Hoàng Châu. (2025). Tháp Mường Luân ‘khoác áo mới’, hút khách bằng giá trị văn hóa xanh. สืบค้นจาก: https://nongnghiepmoitruong.vn/thap-muong-luan-khoac-ao-moi-hut-khach-bang-gia-tri-van-hoa-xanh-d787094.html

Lê Trần Quyên. (2021). Sự du nhập của Phật giáo ở vùng dân tộc thiểu số Việt Nam. Tạp chí Dân tộc học, 6(2021), 132-138.https://scholar.dlu.edu.vn/thuvienso/bitstream/DLU123456789/149580/1/CVv208S062021132.pdf

Ngọc Diệp. (2025). Tháp Mường Luân: Linh hồn bên dòng sông Mã. สืบค้นจาก:
https://giaoducthoidai.vn/thap-muong-luan-linh-hon-ben-dong-song-ma-post735482.html

Phương Liên. (2024). Tháp Mường Luân: Điểm hẹn văn hóa - du lịch - lịch sử. สืบค้นจาก: https://dcs.nhandan.vn/dien-bien-hoi-nhap-va-phat-trien/thap-muong-luan-diem-hen-van-hoa-du-lich-lich-su-659412.html

Chùm ảnh: Bốn ngọn tháp cổ của người Lào ở vùng núi Tây Bắc (2023). สืบค้นจาก: http://redsvn.net/chum-anh-bon-ngon-thap-co-cua-nguoi-lao-o-vung-nui-tay-bac2/?fbclid=IwAR2QQXfBEsJ6JhciteOWv0O8SwJNhZ0xbVO5veSwyO_vhWhzO4PqGQpXYGw

Tháp cổ gần 500 tuổi ở Điện Biên mang biểu tượng đoàn kết Việt - Lào. (2024).
สืบค้นจาก:
https://laodong.vn/du-lich/kham-pha/thap-co-gan-500-tuoi-o-dien-bien-mang-bieu-tuong-doan-ket-viet-lao-1375807.html

22/04/2026

เทศกาลปีใหม่ลาวในเวียดนาม🇻🇳 บุญฮดน้ำ ของชาติพันธุ์ลาว บริเวณธาตุเมืองลวน บ้านเมืองลวน ตำบลเมืองลวน จังหวัดเดียนเบียน ประเทศเวียดนาม

ธาตุเมืองวา หลักฐานทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ในเวียดนามธาตุเมืองวา Tháp Mường Và Mường Và, huyện Sốp Cộp, tỉnh Sơ...
21/04/2026

ธาตุเมืองวา หลักฐานทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ในเวียดนาม
ธาตุเมืองวา Tháp Mường Và Mường Và, huyện Sốp Cộp, tỉnh Sơn La ตั้งอยู่ที่บ้านเมืองวา ตำบลเมืองวา ห่างจากตัวอำเภอซบโกบ จังหวัดเซินลาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 7.5 กิโลเมตร คำว่า เมืองวา เป็นภาษาท้องถิ่น แปลว่า เมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย ดินอุดมสมบูรณ์ ทุ่งนากว้างใหญ่ และมีทัศนียภาพที่งดงาม ประชากรส่วนใหญ่ในเมืองลาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาว
มีตำนานเล่าถึงประวัติการก่อสร้างธาตุเมืองวา ว่าเมื่อประมาณ 400 ปีก่อน (ช่วงศตวรรษที่ 17) ชาวลาวได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่บ้านเมืองวา ตรงกับหลังช่วงสมัยของพระยาโพธิสาลราชของอาณาจักรล้านช้างที่ให้มีการยกเลิกการนับถือผี และให้ชาวลาวหันมานับถือพระพุทธศาสนา มีหมอดูชาวจีนคนหนึ่งเดินทางผ่านมายังบริเวณนี้พบว่า มีทำเลที่ตั้งที่งดงาม ด้านหลังหมู่บ้านเป็นเทือกเขายาว ด้านหน้าเป็นทุ่งนากว้างมีลำธารไหลผ่าน ตามหลักฮวงจุ้ยแล้วที่นี่เป็นพื้นที่ที่สวยงามและมั่นคง หมอดูจีนผู้นั้นจึงได้หารือกับโจวฮวา(เจ้าหัว) ”Chẩu Hua“ ซึ่งแปลว่า พระสงฆ์ ในภาษาลาวเหนือ เกี่ยวกับการสร้างวัดและเจดีย์ ซึ่งในปัจจุบันวัดที่สร้างจากไม้นั้นไม่มีอยู่แล้ว เจ้าหัวได้เกณฑ์ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวลาวและชาวไท มาช่วยกันสร้างเนินเขาขึ้นใจกลางหมู่บ้าน ดินที่ใช้สร้างเนินเขานั้นมาจากการขุดดินด้านข้างและด้านหลังเจดีย์ ซึ่งในปัจจุบันยังปรากฏร่องรอยเป็นทะเลสาบสามแห่งอยู่รอบเจดีย์ หลังจากสร้างเนินเขาเสร็จเจ้าหัวก็ได้สร้างวัดและเจดีย์ขึ้น ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางทางพระพุทธศาสนา และเทศกาลต่างๆ ของชุมชน ตำนานยังเล่าว่า บนยอดหอคอยแห่งนี้เคยมีแจกันบรรจุน้ำหอมของนางอำ ซึ่งคือลูกสาวของหัวหน้าหมู่บ้านเมืองวาในอดีต ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าสามารถช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและช่วยปกป้องประเทศลาวทั้งประเทศได้ ซึ่งปัจจุบันแจกันนี้หายไปหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี พ.ศ.2481 ธาตุเมืองวามีความสูง 13 เมตร และตั้งอยู่บนเนินดินสูง 15 เมตร ธาตุเมืองวาแบ่งออกเป็น 5 ชั้น พระธาตุเมืองวานี้ได้รับการยอมรับให้เป็นอนุสรณ์สถานทางสถาปัตยกรรมและศิลปะแห่งชาติ ตามมติเลขที่ 95/1998/QD-BVHTT ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ.2541 ของกระทรวงวัฒนธรรมและสารสนเทศ ของประเทศเวียดนาม
ในปี พ.ศ.2508 ในช่วงสงครามเย็น การทิ้งระเบิดของอเมริกาทำลายส่วนยอดของหอคอยไป 0.60 เมตร ระเบิดของอเมริกาที่ตกบริเวณธาตุเมืองวานั้น ปัจจุบันชาวบ้านนำมาดัดแปลงเป็นฆ้องและนำไปตั้งไว้ที่หน้าหมู่บ้าน
และแผ่นดินไหวในปี พ.ศ.2536 ทำให้เกิดรอยแตกร้าวในแนวดิ่งบนตัวหอคอย ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อปูนที่ฉาบโดยรอบ และเกิดการกัดเซาะของฐานเจดีย์ ลวดลายตกแต่งและองค์ประกอบสำคัญหลายอย่างรอบเจดีย์สูญหายไป ธาตุเมืองวาได้รับการบูรณะครั้งแรกในปี พ.ศ.2543 โดยกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว และคณะกรรมการประชาชนจังหวัดเซินลา ตามด้วยการบูรณะครั้งที่สองในปี พ.ศ.2555 และอาคารบริหารจัดการธาตุเมืองวาในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี พ.ศ.2556 ธาตุเมืองวาเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ลาว ในประเทศเวียดนาม สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะ และสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าสูง รวมไปถึงการที่ศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตของชาวบ้านเมืองวามาหลายร้อยปี ในช่วงเทศกาล เซนเมือง “Xên Mường” และ เข่าห่อ(เทศกาลข้าวห่อใบตอง) “Khảu hó” ในช่วงเทศกาล ผู้คนจะจัดพิธีข้าวห่อใบตองที่ธาตุเมืองวา ซึ่งหมอผีจะประกอบพิธีกรรมเพื่อแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษและสวรรค์ อธิษฐานขอให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์และพืชผลงอกงาม พิธีกรรมการผูกด้ายรอบข้อมือเป็นการอวยพรให้กันและกันมีสุขภาพแข็งแรง โชคดี และประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเทศกาลที่สำคัญของกลุ่มชาติพันธุ์ลาว จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากออกมาท่องเที่ยวเยี่ยมชมเทศกาลในชุมชน อายุที่แท้จริงของธาตุเมืองวาไม่มีการบันทึกไว้แน่ชัด แต่ในพื้นที่ใกล้เคียงก็มีปรากฏหลักฐานวัดและเจดีย์โบราณ เช่น ในจังหวัดเดียนเบียนมี ธาตุเมืองลวน และธาตุเชียงเสอ(เชียงใส) คาดว่ามีอายุราว 400-500 ปี ในจังหวัดเซินลามี ธาตุเมืองบาม หรือมีอีกชื่อว่า “ธาตุบ้านลาว” สร้างโดยชุมชนชาวลาวที่หนีการรุกรานของพม่า ในช่วงปี พ.ศ.2112-2137 และธาตุเชียนเวียน หรือมีอีกชื่อว่า “ธาตุวัดหงส์” สร้างขึ้นราว 800-900 ปีก่อน โดยกลุ่มชาติพันธุ์ไทขาว(ไทด่อน) ในจังหวัดเหงะอาน มีธาตุบ้านเย่นห่าว(ธาตุบ้านส้างเต้อ/ส่างใต้)คาดว่ามีอายุราว 1,000 ปี ธาตุเมืองวาเป็นสิ่งก่อสร้างโบราณที่มีรูปแบบคล้ายกับธาตุเมืองลวน (อำเภอเดียนเบียน จังหวัดเดียนเบียน) อาจมีวัดอีกสองแห่งที่เกี่ยวข้องกับธาตุเมืองวา แต่ปัจจุบันเหลือเพียงฐานรากเท่านั้น วัดหนึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหอเมืองวา ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร และอีกวัดตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้านเมืองวา ห่างออกไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร ทั้งสองวัดมีฐานรากและอิฐที่คล้ายกับที่ใช้ในการก่อสร้างธาตุเมืองวา ตามคำบอกเล่าของคนท้องถิ่น วัดแห่งนี้เคยประดิษฐานรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ 8 องค์ รูปปั้นไม้ 4 องค์ รูปปั้นแก้ว 1 องค์ กลองไม้โบราณ 1 ใบ และหนังสือโบราณ 1 เล่ม

*พื้นที่ใกล้กันในอำเภอซบโกบ มีหมู่บ้านชื่อ บ้านหัวเมือง
*คำว่า น้ำหัว แปลว่า ต้นน้ำ,หัวน้ำ (ต้นน้ำของแม่น้ำหม่า)

อ้างอิงข้อมูล
Trần Hải Âu . (2019). Tháp Mường Và nét đẹp văn hóa của dân tộc Lào xã Mường Và, huyện Sốp Cộp, tỉnh Sơn La. สืบค้นจาก: https://sopcop.sonla.gov.vn/1320/34824/66337/538260/di-tich-danh-thang/di-tich-thap-co-muong-va?fbclid=IwZnRzaARUUS0BHUN0ROP3H89OGIjZPS3P4zsWYisuHHBehpRDYfUeuv_RO5Ash7BpD8nglw

TRƯỜNG SƠN. (2025). Thăm tháp cổ Mường Và
สืบค้นจาก: https://laodong.vn/du-lich/kham-pha/tham-thap-co-muong-va-1631360.html

Chùm ảnh: Bốn ngọn tháp cổ của người Lào ở vùng núi Tây Bắc. (2023). สืบค้นจาก: http://redsvn.net/chum-anh-bon-ngon-thap-co-cua-nguoi-lao-o-vung-nui-tay-bac2/?fbclid=IwAR2QQXfBEsJ6JhciteOWv0O8SwJNhZ0xbVO5veSwyO_vhWhzO4PqGQpXYGw

THÁP MƯỜNG VÀ. (2012). สืบค้นจาก: https://ditichlichsuvanhoa.com/dttc/THAP-MUONG-VA-a126.html

กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศจีน ชาติพันธุ์กลุ่มต้ง-ไท (กลุ่มที่ใช้ภาษาตระกูล ขร้า-ไท) มีจำนวน 40 กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศจีน ใ...
21/04/2026

กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศจีน ชาติพันธุ์กลุ่มต้ง-ไท (กลุ่มที่ใช้ภาษาตระกูล ขร้า-ไท) มีจำนวน 40 กลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศจีน ในแต่ละกลุ่มจะมีกลุ่มชนเผ่าย่อยๆ อีก ซึ่งแต่ละชนเผ่าจะถูกจำแนกออกเป็นชาติพันธุ์ต่างๆ ใน 56 ชาติพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลจีน
https://zhuanlan.zhihu.com/p/115217093?utm_id=0&fbclid=IwZnRzaARUHG5leHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEeGZLUJqsp61brjYtN6BZ40xbhM5QzpbNtUQHj8I-6F2MJ8TZc8vbB3J0m7hQ_aem_E3EqaLqRf-34KqqDoobS-Q

计40个族群 仫佬族:人口约17万人,主要分布于广西河池的罗城仫佬族自治县、环江毛南族自治县、都安瑶族自治县和宜州区,广西来宾的忻城县,广西柳州的柳城县、融安县和融水苗族自治县,使用仫佬语(属侗台语系侗…

ขอขอบคุณผู้ติดตามเพจ สิบสองเมืองไท ครบ 45,000 ผู้ติดตาม🙏
21/04/2026

ขอขอบคุณผู้ติดตามเพจ สิบสองเมืองไท ครบ 45,000 ผู้ติดตาม🙏

ชาติพันธุ์ไทยวน-ไทลื้อ ในเมืองเลย
20/10/2025

ชาติพันธุ์ไทยวน-ไทลื้อ ในเมืองเลย

เผยแพร่ผลงาน ไฟล์เอกสารตัวอย่าง PDF/Word การพิจารณาคัดเลือกรางวัลวัฒนคุณาธรระดับชาติ ของกระทรวงวัฒนธรรม จำนวน ๒ ประเภท ค...
16/10/2025

เผยแพร่ผลงาน ไฟล์เอกสารตัวอย่าง PDF/Word การพิจารณาคัดเลือกรางวัลวัฒนคุณาธรระดับชาติ ของกระทรวงวัฒนธรรม จำนวน ๒ ประเภท คือ ๑) ประเภทนิติบุคคลหรือคณะบุคคล และ ๒) ประเภทบุคคลธรรมดา (ประเภทเด็กหรือเยาวชนถูกยกเลิกในปี ๒๕๖๘)
โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑) ประเภทนิติบุคคลหรือคณะบุคคล กลุ่มบุคคล องค์กร หรือทรัพย์สินที่จัดไว้เป็นกองทุนเพื่อดำเนินกิจการอันใดอันหนึ่ง ซึ่งกฎหมายบัญญัติให้เป็นบุคคลอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดา หรือการร่วมกลุ่มกันของบุคคลตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป(มิใช่สามีภรรยา) เพื่อดำเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งร่วมกัน แนบเอกสารหลักฐานผู้แทนนิติบุคคลหรือคณะบุคคล(สำเนาบัตรข้าราชการผู้ส่งผลงาน) ตัวอย่างไฟล์เอกสารในลิงก์ด้านล่าง
https://drive.google.com/drive/folders/1UNO62IekyDsIOkY-s-CkWfHhdehFSuvM
๒) ประเภทบุคคลธรรมดา อายุ ๑๘ ปีขึ้นไปตัวอย่างไฟล์เอกสารในลิงก์ด้านล่าง
https://drive.google.com/drive/folders/1L66wSXEEm3NhSRcBeQn2bxKM8nJbzbiu
รายละเอียดการคัดเลือก
๑) ส่วนภูมิภาค ระดับจังหวัด
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด เสนอรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก ระดับจังหวัด ประเภทละ ๑ ราย/จังหวัด เท่านั้น
๒) ส่วนกลาง หน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง วัฒนธรรม เสนอชื่อผู้ผ่านดารคัดเลือกระดับหน่วยงาน ประเภทละ ๑ ราย/หน่วย
- ต้องมีประวัติผลงาน การดำเนินงานกิจกรรม เข้าร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ๓ ปีติดต่อกัน/ภายใน ๓ ปี นับแต่ปีที่เสนอผลงาน เช่น ระหว่างปี ๒๕๖๕-๒๕๖๘ (๓ ปี)
- ผู้ได้รับการเสนอชื่อจากหน่วยงานในระดับภูมิภาค(จังหวัด) ยังไม่ถือว่าเป็นผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม จนกว่าจะผ่านการคัดเลือกในระดับกระทรวงวัฒนธรรม และออกเป็นประกาศกระทรวงเท่านั้น (มีบางองค์กร/บุคคล ในบางจังหวัด ไม่ผ่านการพิจารณาคัดเลือกในระดับกระทรวง)
- เข้ารับโล่เชิดชูเกียรติ มอบโดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ณ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานครฯ ในวันที่ ๓ ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันสถาปนากระทรวงวัฒนธรรม

ศึกษาเกณฑ์รางวัลวัฒนคุณาธรปี ๒๕๖๘ ได้ที่ลิงก์ด้านล่างhttps://ratchaburi.prd.go.th/th/file/get/file/202501209870fbf2ccb2b42ad8fac97c5af636a1102216.pdf
E-book แบบประวัติผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ทุกจังหวัด ทุกประเภท ประจำปี ๒๕๖๘ จัดทำโดยกระทรวงวัฒนธรรม อ่านได้ที่ลิงก์ด้านล่าง https://online.fliphtml5.com/cvlva/qdnv/ =93

https://www.facebook.com/share/19sv66rqEL/?mibextid=wwXIfr
02/02/2025

https://www.facebook.com/share/19sv66rqEL/?mibextid=wwXIfr

“ถ้าไม่นับไทยสยามในภาคกลางและคาบสมุทรมลายูแล้ว กลุ่มคนที่ในภายหลังเรียกตนเองว่า ไทหรือไต ล้วนอยู่บนโซเมีย”
– ส่วนหนึ่งจากหนังสือ “รวมข้อมูลวรรณกรรมวิชาการ โซเมีย, ไท-ไต ใน “นิธิ เอียวศรีวงศ์”
นักอ่านสายประวัติศาสตร์ไทยอาจคุ้นเคยกันดีกับคำว่า “ไท-ไต”
“ไท-ไต” ไม่ใช่คนไทย แต่มีส่วนเกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่งกับการเป็นบรรพชนคนไทยปัจจุบัน
คนกลุ่มนี้ล้วนอยู่บน “โซเมีย” พื้นที่สูงในจีนใต้แม่น้ำแยงซี ไปทางตะวันตกจนถึงที่ราบสูงทิเบต เทือกเขาหิมาลัย และย้อนลงทางใต้ เป็นเทือกเขาทางตะวันตกของเวียดนาม รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของลาว ไทย และพม่าตอนเหนือ
เร็วๆ นี้ สำนักพิมพ์มติชนขอชวนนักอ่านไปร่วมศึกษา ทำความรู้จัก “โซเมีย” รากเหง้าประวัติศาสตร์ที่ลึกที่สุดในการอธิบายความเป็นมาของชนชาติไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในผลงานเขียนเล่มสุดท้ายของ “นิธิ เอียวศรีวงศ์” หนังสือรวมข้อเขียนเบ็ดเตล็ด และบทความวิชาการ
📚 รวมข้อมูลวรรณกรรมวิชาการ โซเมีย, ไท-ไต ใน “นิธิ เอียวศรีวงศ์”
✏️สุจิตต์ วงษ์เทศ : บรรณาธิการ
เนื้อหาของหนังสือ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
🔖 ส่วนหน้าเป็นต้นฉบับเบ็ดเตล็ดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของอาจารย์นิธิ เลือกสรรเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโซเมีย, ไท-ไตโดยตรง มีทั้งต้นฉบับ “ร่าง” ที่ยังไม่พร้อมใช้งาน และข้อมูลดิบในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งมีทั้งที่ใช้แล้ว ใช้ไม่หมด และยังไม่ได้ใช้
🔖 ส่วนหลังเป็นบทความวิชาการที่เกี่ยวข้องกับไท-ไต และไม่ไท-ไต แต่อยู่รวมยุคสมัย เคยพิมพ์เผยแพร่แล้วในวงจำกัด
ติดตามรายละเอียดหนังสือและช่องทางการจับจองได้เร็วๆ นี้ 📌
#โซเมีย #รวมข้อมูลวรรณกรรมวิชาการโซเมียไทไตในนิธิเอียวศรีวงศ์ #นิธิเอียวศรีวงศ์ #สุจิตต์วงษ์เทศ #สำนักพิมพ์มติชน
_____________________
ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
☑ Line :
☑ Youtube :
☑ Tiktok :
☑ Twitter :
☑ Instagram : matichonbook

ม่วนขนาด
24/01/2025

ม่วนขนาด

30/12/2024

โรงเรียนฝายหินประชารักษ์ ขอเชิญร่วมกิจกรรมโครงการ ผ้าขาวม้าพาดบ่า มาเอาบุญคูณลาน สืบตำนานพระแม่โพสพ ณ วัดพรหมวิหาร บ้านฝายหิน ตำบลโนนม่วง อำเภอศรีบุญเรือง จังหวัดหนองบัวลำภู
ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม 2568
* ปราสาทข้าวเรือสุพรรณหงส์
* พิธีบายศรีสู่ขวัญข้าว
* การแสดงฟ้อนรำของกลุ่มแม่บ้านในชุมชน
* การแสดงกลองยาวเยาวชนนักเรียนโรงเรียนฝายหินประชารักษ์ และชาวบ้าน จากคณะกลองยาวอีสานเสียงพิณ
*กิจกรรมตีนวดข้าว
* การแสดงหมอลำจากบรมครูหมอลำ ดร.ฉวีวรรณ ดำเนิน ศิลปินแห่งชาติ สาขา ศิลปการแสดงหมอลำ และคณะ
จัดโดยวัดพรหมวิหาร สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดหนองบัวลำภู องค์การบริหารส่วนตำบลโนนม่วง รพ.สต.บ้านฝายหิน และเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่

ที่อยู่

Si Bun Ruang
39180

เบอร์โทรศัพท์

+66828743752

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สิบสองเมืองไทผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง สิบสองเมืองไท:

ทางลัด

แชร์

ประเภท