23/04/2026
“หัวฝั่งแกว เอวฝั่งลาว”
ธาตุเมืองลวน เจดีย์สักขีพยานแห่งมิตรภาพของลาว-เวียดนาม 🇱🇦🇻🇳
ธาตุเมืองลวน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนา/แม่น้ำหม่า Nậm Na (Sông Mã) ในบ้านเมืองลวน ตำบลเมืองลวน อำเภอเดียนเบียนดง จังหวัดเดียนเบียน เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างโบราณของชนชาติพันธุ์ลาวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม ที่มีอายุเกือบ 500 ปี ในอดีตเมืองลวนเคยมีชื่อว่า “เมืองหมูอ้วน” (Mường Mú Uộn) แปลว่าดินแดนแห่งหมูอ้วน มีตำนานเล่าว่า หัวหน้าชนเผ่าชาวลาวคนหนึ่งได้ติดตามรอยเท้าหมูที่ถูกล่ามาจนได้มาพบดินแดนที่สวยงามแห่งนี้ หัวหน้าเผ่าชาวลาวคนนี้ยังเป็นคนพาชาวลาวอพยพย้ายถิ่นฐานจากประเทศลาวลี้ภัยสงครามการรุกรานจากพม่ามายังบ้านเมืองลวน ประเทศเวียดนาม
ตำนานเล่าว่าธาตุเมืองลวนสร้างขึ้นโดยชาวลาว และชาวเวียดนาม ในสมัยราชวงศ์เล ของอาณาจักรไดเวียด(Đại Việt) ในปี พ.ศ. 2112 (ตรงกับช่วงปลายรัชสมัยพระเจ้าบุเรงนองแห่งอาณาจักรตองอู) เกิดเหตุการณ์การปราบกบฏผู้แอบอ้างเป็นพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่หายสาบสูญไป กองทัพหงสาวดีและเมืองประเทศราชต่างๆได้ร่วมกันยกทัพตีอ้ายลาว(อาณาจักรล้านช้าง) หรือประเทศลาวในปัจจุบัน ชาวลาวเหนือบางส่วนจึงอพยพไปยังอาณาจักรไดเวียด หรือ เวียดนามในปัจจุบัน หลังสงครามสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2137 คนลาวเหล่านั้นก็ได้ตั้งถิ่นฐานอย่างถาวรในอาณาจักรไดเวียด เพื่อเป็นการระลึกถึงบ้านเกิดคือประเทศลาวที่จากมานั้น ชาวลาวจึงร่วมมือกับชาวบ้านในพื้นที่(เป็นชาวเวียดนามแต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นชาติพันธุ์ใด) สร้างธาตุเมืองลวนขึ้นมา จากคำแนะนำของหมอดูคนหนึ่งที่เดินทางผ่านมาในบริเวณนี้ สังเกตเห็นทำเลทางภูมิศาสตร์ที่หายาก ซึ่งปรากฎรูปภูเขาที่มีลักษณะคล้ายคนหรือผู้หญิงนั่งสมาธิและเหมือนคนยืนหันหน้าไปทางประเทศเวียดนาม และหันหลังให้ประเทศลาว ภาพของธาตุเมืองลวนนั้นเปรียบได้กับหญิงสาวผู้สง่างามและอ่อนโยนที่ยืนนิ่งอยู่เชิงเขาหัวตา(ภูเขาต้นน้ำ) ทอดเงาสะท้อนลงบนแม่น้ำหม่าที่มีสีฟ้าใส บทกลอนพื้นบ้านที่ว่า "หัวฝั่งแกว เอวฝั่งลาว" ซึ่งแปลได้ว่า หัวหันไปทางเมืองแกว(ประเทศเวียดนาม) และหันหลังไปทางเมืองลาว แสดงถึงความรักความสามัคคี และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชาวเวียดนาม และชาวลาว ดังนั้น ธาตุเมืองลวงจึงถูกสร้างขึ้นเป็นสัญลักษณ์ของมิตรไมตรี สันติสุข และความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ ซึ่งคาดว่ามีการก่อสร้างในช่วงศตวรรษที่ 15 ถึงช่วงกลางศตวรรษที่ 16 ซึ่งมีความสูงถึง 15.5 เมตร โดยรอบธาตุเมืองลวนมีการประดับด้วยภาพนูนต่ำเป็นภาพต่างๆ ได้แก่ นกบิน รูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน กลีบดอกบัว หัวหอก ดวงอาทิตย์ แลพญานาคที่แกะสลักนูนต่ำเป็นรูปเลขแปดคู่ซ้อนกัน ล้อมรอบหอคอยทั้งสี่ด้าน ซึ่งมีพญานาคคู่ละห้าคู่ วัสดุที่นำมาก่อสร้างเป็นวัสดุที่สามารถหาได้จากในท้องถิ่น เช่น อิฐสีแดง ปูนขาว ปูนฉาบ ทราย และกากน้ำตาล
เป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่ชาวบ้านเมืองลวนนับถือธาตุเมืองลวนว่าเป็นดั่งเทพผู้พิทักษ์ที่คอยปกป้องชีวิต อวยพรให้มีสุขภาพดี และให้ผลผลิตทางการเกษตรอุดมสมบูรณ์ ธาตุเมืองลวนเสื่อมโทรมลงอย่างมาก ในปี พ.ศ.2482 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในพื้นที่บ้านเมืองลวนทำให้ธาตุเมืองลวนทรุดเอียง เจดีย์ทั้งหลังเอนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และฐานหลายส่วนก็สึกกร่อน ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2552 หน่วยงานในท้องถิ่นจึงได้บูรณซ่อมแซมไม่ให้ธาตุเมืองลวนเอียง เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว เคยมีวัดอยู่ทางด้านขวาของธาตุเมืองลวนซึ่งมีรูปปั้นอันล้ำค่ามากมาย แต่ปัจจุบันวัดถูกทำลายในช่วงสงคราม และรูปปั้นเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว
ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ห่างไกล ทำให้ธาตุเมืองลวนแทบไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเลย จากตัวเมืองจังหวัดเดียนเบียน ต้องเดินทางเกือบ 100 กิโลเมตรเพื่อไปยังบ้านเมืองลวน ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งเป็นเส้นทางภูเขาที่อันตรายและมีประชากรเบาบาง โดยธาตุเมืองลวนมีระยะทางห่างจากเมืองซำเหนือ แขวงหัวพัน ประเทศลาว เพียง 80 กิโลเมตร
ในทุกปีช่วงฤดูใบไม่ผลิ ผู้คนจากในชุมชน และนักท่องเที่ยวจะมารวมตัวกันเพื่อร่วมเทศกาล บุนฮดน้ำ “Hốt Nặm” หรือเทศกาลสาดน้ำแบบดั้งเดิมและเป็นเทศกาลปีใหม่ของชาวลาว ซึ่งจัดขึ้นในช่วงตรุษจีน พระพุทธรูปจะถูกแห่จากวัดไปยังเชิงเจดีย์ โดยชาวบ้านจะช่วยกันแบกพระพุทธรูปลงไปที่แม่น้ำและประกอบพิธีอาบน้ำด้วยน้ำหอมที่ผสมสมุนไพรห้าสี ตามด้วยการสวดมนต์ และขอพรให้สภาพอากาศเป็นใจ และมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การลำวง การละเล่นพื้นบ้าน หลังจากเทศกาลนี้หายไปเกือบ 50 ปี ได้กลับมาเริ่มจัดอีกครั้งในวันที่ 11-12 เมษายน 2568 จนถึงปัจจุบัน มีพิธีกรรมการผูกด้ายรอบข้อมือเพื่อความเป็นสิริมงคล และการสาดน้ำใส่กันในแม่น้ำหม่า ได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว สร้างบรรยากาศที่สนุกสนานและคึกคัก ปัจจุบันพื้นที่ธาตุเมืองลวนยังคงมี พิธีกรรมบูชายัญควายหน้าธาตุเมืองลวน ซึ่งเป็นพิธีกรรมบ้าน
ในความเชื่อทางศาสนาของคนท้องถิ่นในช่วงเทศกาลตรุษจีน
ในปี พ.ศ. 2534 ธาตุเมืองลวนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งชาติโดยกระทรวงวัฒนธรรมและสารสนเทศ (ปัจจุบันคือกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว)
ปัจจุบันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 ธาตุเมืองลวนได้ถูกบูรณะและปรับปรุงใหม่โดยหน่วยงานรัฐบาลในท้องถิ่นจังหวัดเดียนเบียน รวมไปถึงการสร้างถนนที่ทำให้การเดินทางเข้ามายังพื้นที่บ้านเมืองลวนให้สะดวกยิ่งขึ้น การสร้างซุ้มประตู และศาลาศิลปะแบบล้านช้าง เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชาติพันธุ์ลาว
ธาตุเมืองลวน มีรูปแบบของศิลปะลวดลาย และรูปทรงของเจดีย์ที่แตกต่างจากเจดีย์อื่นๆ ที่พบในเวียดนาม เป็นสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ จึงมีนักประวัติศาสตร์จำนวนมากเลือกสถานที่แห่งนี้เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับระบบเจดีย์โบราณของเวียดนาม
ธาตุเมืองลวน ได้บอกเล่าเรื่องราวยุครุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในประเทศลาว ที่ชาวลาวนำมายังเวียดนาม เป็นหลักฐานที่ระบุได้ชัดเจนว่าพุทธศาสนาได้พัฒนาและแพร่เข้ามาสู่ชนชาติพันธุ์ไทส่วนใหญ่ในพื้นที่ชายแดนเวียดนาม-ลาว ในแถบภาคตะวันตกเฉียงเหนือและภาคตะวันตกของจังหวัดเหงะอาน จากข้อมูลบนศิลาจารึกที่ลาวและในจังหวัดเดียนเบียน, เซินลา, เหงะอาน งานวิจัยยืนยันว่าเจดีย์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 11-14 ซึ่งเป็นช่วงที่พระพุทธศาสนาในลาวมีความเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นวัดและเจดีย์ใหม่ๆ จึงค่อยๆ ถูกสร้างขึ้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่ามีช่วงเวลาหนึ่งที่ส่วนหนึ่งของกลุ่มชาติพันธุ์ไทในพื้นที่ชายแดนติดกับลาวนับถือพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเจ้าเมือง(chúa mường) ชาวไท และต่อมาคือรัฐบาลอาณานิคมฝรั่งเศส ไม่ได้ทำนุบำรุงพุทธศาสนา ดังนั้นคนไทจึงค่อยๆ ละทิ้งพุทธศาสนา วัดและเจดีย์ต่างๆ มากมายจึงรกร้างไปในปัจจุบัน
อ้างอิง
Hà Văn Chung. (2025). Một lần đến Tháp cổ Mường Luân. สืบค้นจาก: https://baodienbienphu.vn/tin-bai/du-lich/mot-lan-den-thap-co-muong-luan
Hoàng Châu. (2025). Tháp Mường Luân ‘khoác áo mới’, hút khách bằng giá trị văn hóa xanh. สืบค้นจาก: https://nongnghiepmoitruong.vn/thap-muong-luan-khoac-ao-moi-hut-khach-bang-gia-tri-van-hoa-xanh-d787094.html
Lê Trần Quyên. (2021). Sự du nhập của Phật giáo ở vùng dân tộc thiểu số Việt Nam. Tạp chí Dân tộc học, 6(2021), 132-138.https://scholar.dlu.edu.vn/thuvienso/bitstream/DLU123456789/149580/1/CVv208S062021132.pdf
Ngọc Diệp. (2025). Tháp Mường Luân: Linh hồn bên dòng sông Mã. สืบค้นจาก:
https://giaoducthoidai.vn/thap-muong-luan-linh-hon-ben-dong-song-ma-post735482.html
Phương Liên. (2024). Tháp Mường Luân: Điểm hẹn văn hóa - du lịch - lịch sử. สืบค้นจาก: https://dcs.nhandan.vn/dien-bien-hoi-nhap-va-phat-trien/thap-muong-luan-diem-hen-van-hoa-du-lich-lich-su-659412.html
Chùm ảnh: Bốn ngọn tháp cổ của người Lào ở vùng núi Tây Bắc (2023). สืบค้นจาก: http://redsvn.net/chum-anh-bon-ngon-thap-co-cua-nguoi-lao-o-vung-nui-tay-bac2/?fbclid=IwAR2QQXfBEsJ6JhciteOWv0O8SwJNhZ0xbVO5veSwyO_vhWhzO4PqGQpXYGw
Tháp cổ gần 500 tuổi ở Điện Biên mang biểu tượng đoàn kết Việt - Lào. (2024).
สืบค้นจาก:
https://laodong.vn/du-lich/kham-pha/thap-co-gan-500-tuoi-o-dien-bien-mang-bieu-tuong-doan-ket-viet-lao-1375807.html