ฟาร์มปูทะเลมหาชัย

ฟาร์มปูทะเลมหาชัย

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ฟาร์มปูทะเลมหาชัย, ชายทะเลกระซ้าขาว, Samut Sakhon.

Photos 30/07/2018

วิธีการเลี้ยง “ปูทะเล” 🦀

“ปูทะเล” มีชื่อสามัญที่ต่างกันออกไปตามแต่ละท้องถิ่น เช่น ปูทองแดง ปูทองโหลง ปูขาว ปูดำ ปูทองหลาง ปูทองโหลง ฯลฯ สำหรับปูประเทศไทยนั้น มี 3 ประเภท ได้แก่ ปูดำ ปูขาว และปูเขียว เราสามารถพบเห็นปูทะเลกระจายอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำกร่อยบริเวณป่าชายเลนและปากแม่น้ำที่มีน้ำทะเลท่วมถึง โดยขุดรูอยู่ตามใต้รากไม้หรือเนินดินบริเวณชายฝั่งทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

โดยเฉพาะมีชุกชุมในบริเวณที่เป็นเลนที่มีป่าแสมและโกงกาง ตั้งแต่อ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี ระยอง ตราด ชลบุรี บริเวณอ่าวไทยตอนใน ได้แก่ สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และอ่าวไทยฝั่งตะวันตก ที่ชุกชุมที่จังหวัดชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ส่วนที่ฝั่งอันดามันมีชุกชุมที่จังหวัด ระนอง กระบี่ พังงา ตรังและสตูล

การเจริญเติบโตของปูทะเลอาศัยการลอกคราบ เนื่องจากกระดองของปูเป็นสารประกอบพวกหินปูนที่มีความแข็งแรงมาก จึงไม่สามารถยืดขยายตัวออกไปได้ เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่คือ มีเนื้อแน่นเต็มกระดองก็จะมีการลอกคราบ เพื่อขยายขนาดโดยการสร้างกระดองใหม่มาแทนที่ เมื่อปูลอกคราบใหม่ๆ กระดองใหม่จะนิ่ม ผิวเปลือกย่น เรียกว่า “ปูนิ่ม” ซึ่งต่อมาจะค่อยๆ ตึงและแข็งตัวขึ้น ในระยะที่เป็นปูนิ่มจะเป็นระยะที่ปูมีความอ่อนแอมากที่สุดแทบจะเคลื่อนไหวไม่ได้ ปูทะเลในเขตร้อนจะใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโตจนถึงขั้นสมบูรณ์เพศ ประมาณ 10-12 เดือน

การเลี้ยงปูทะเลปัจจุบัน มีรูปแบบการเลี้ยงอยู่หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับพื้นที่และความสะดวกสบายของผู้เลี้ยงเป็นสำคัญ

🦀การเลี้ยงปูในบ่อดิน การเลี้ยงแบบนี้จะเป็นการเลี้ยงในบ่อกุ้งเก่าที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ผู้เลี้ยงจะทำการล้อมอวนรอบบ่อเพื่อป้องกันปูคลานออก หรืออีกแบบจะเป็นเลี้ยงในวังกุ้งปนกับสัตว์น้ำชนิดอื่นซึ่งวังกุ้งจะมีขนาดใหญ่จึงไม่นิยมล้อมอวน ปูที่ปล่อยในบ่อดินก็จะนิยมนำปูเล็กจิ๋ว ปูโพรก ปูไข่อ่อน มาลงเลี้ยงให้ได้ขนาดที่ต้องการจึงจะจับขาย
#ปูวัง
#ปูขุน
🦀การเลี้ยงปูในตะกร้าพลาสติก การเลี้ยงแบบนี้นิยมเลี้ยงทำเป็นปูนิ่มเป็นส่วนใหญ่ โดยทำแพลอยน้ำอยู่ในบ่อพร้อมปล่อยปูหนึ่งตัวต่อกล่อง การเลี้ยงในตะกร้ายังสามารถเลี้ยงปูไข่และปูเนื้อได้อีกด้วย โดยนำปูไข่อ่อนมาขุนในกล่องให้ได้ไข่เต็มที่ หรือนำปูโพรกมาขุนให้แน่นตามที่ตลาดต้องการอีกด้วย
#ปูไข่อ่อน
🦀การเลี้ยงปูแบบคอนโด เป็นการเลี้ยงในกล่องพลาสติกซ้อนกันเป็นชั้นๆ แบบคอนโดนั่นเองเป็นการเลี้ยงบนบก ในระบบปิด ใช้ระบบน้ำหมุนเวียนตลอดการเลี้ยง

#ปูไข่วัง
#ปูไข่ขุน
#ราคาปู
🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀

Photos from ฟาร์มปูทะเลมหาชัย's post 20/05/2018

เทคนิคการเลือกซื้อปูเนื้อ ว่าแน่นหรือไม่แน่น ซึ่งมีวิธีที่ง่ายไม่ยุ่งยากเหมือนปูไข่ ดังนี้

ต้องเลือกซื้อปูที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น ปูทีแน่นใช้การเช็คดังนี้คือ

🦀 ตัวปูจะมีน้ำหมักมากยกดูจะให้ความรู้สึกว่าตัวปูจะตันๆๆ
🦀 ตัวของปูจะมีสีคล้ำ เปลือกใต้ท้องจะมีสีเข้มหรือดำ
🦀 ใช้นี้วโป้งกดที่ช่องท้องบริเวณข้างจับปิ้ง ต้องแข็งกดไม่ยุบลงไป โดยต้องใช้น้ำหนักในการกดให้พอดีป้องกันความเสียหายให้กับตัวปู

Photos from ฟาร์มปูทะเลมหาชัย's post 30/03/2018

ว่าด้วยเรื่องราคาของปูเนื้อ🦀

🦀ปูเนื้อหรือปูก้าม แล้วแต่จะเรียกตามพื้นที่. ราคาของปูที่สัมผัสจากประสบการณ์ส่วนตัวจากพื้นที่บริเวณอ่าวไทย ตัวกอ

🦀ปูเนื้อจะแยกราคาจาก น้ำหนัก ชนิดของตัวปูและแหล่งที่มาด้วย ซึ่งชนิดของปูที่แยกกันชัดเจนคือปูที่มีขนาดจัมโบ้หรื่อปูขนาด7ขีดขึ้น นั่นเอง ซึ่งปูขาวหรือปูทองหลางจะแพงสุด และปูดำหรือปูแดงราคาจะไล่ลงมา แต่ปูม่วงจะราคาถูกสุด แต่บางที่ก็จะให้ราคาเดียวกับปูแดง

🦀ปูเนื้อยังแยกจากแหล่งที่มาด้วย เช่นเดียวกับปูไข่

🦀ทั้งนี้ที่ปูเนื้อแยกทั้งชนิดและแหล่งที่มา ก็น่ามาจากเราทานเนื้อปูเป็นหลักโดยเฉพาะก้ามนั่นเอง. ซึ่งปูแต่ละชนิดก็มีรสชาดแตกต่างกันและแหล่งที่มาก็จะมีรสชาดิของเนื้อปูแตกต่างกันอีกด้วย ราคาจึงต่างกันนั่นเอง

Photos 23/03/2018

ว่าด้วยเรื่องของราคาปูไข่

🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀🦀

🦀ปูไข่โดยทั่วไปที่เคยพบ ราคาของปูไข่จะแบ่งตามขนาดน้ำหนักของตัวปูเป็นหลักแต่ปูก้ามหักจะเป็นราคาต่ำสุดของปูไข่คือราคาปูจิ๋วหรือปูขนาด6-8ตัว/กก. นั่นเอง

🦀ปูไข่ซึ่งเป็นปูทะเล ไม่ว่าจะเป็น ปูดำ ปูแดง ปูขาว ปูม่วง ปูทองหลาง จะมีราคาเท่ากันหมดไม่แยกชนิดแต่จะแยกตามน้ำหนักตัว

🦀แต่ราคาของปูไข่จะแยกจากแหล่งที่มาของปู เช่นปูวังบริเวณอ่าวไทย ปูใต้ ปูฝั่งอันดามัน ปูจากประเทศเพื่อนบ้าน หรือปูนำเข้าจากแหล่งต่างๆ ราคาจะแตกต่างกันพอสมควรเพราะความนิยมบริโภคในตัวปูไม่เหมือนกัน

🦀และที่ปูไข่ซึ่งเป็นปูทะเลทุกชนิดมีราคาเท่ากันแต่จะต่างกันจากแหล่งที่มา ก็น่าจะเพราะเราทานไข่ปูเป็นหลัก ซ่่ึงไข่ปูแต่ละชนิดรสชาดเหมือนกันนั่งเอง

ปล.เป็นความรู้สึกส่วนตัวเป็นหลัก

Photos from ฟาร์มปูทะเลมหาชัย's post 09/03/2018

เทคนิคส่วนตัว การเลือกซื้อปูไข่

......เลือกซื้อปูไข่ในเดือนที่เหมาะสมจะได้ทั้งราคาถูกและคุณภาพของปู ซึ่งเดือนที่เหมาะสมหรือเรียกว่าหน้าปูไข่. จะเริ่มประมาณต้นเดือนสิงหาคมจนถึงปลายตุลาคม

......การเลือกซื้อปูไข่โดยส่วนใหญ่เราจะต้องแงะจับปิ้งปูเพื่อดูไข่ใต้กระดองเป็นหลัก แต่ความเป็นจริงเราจะทำไม่ได้เพราะคนขายปูจะไม่ให้แงะดูไข่ปูอย่างแน่นอน เราจึงต้องอาศัยดูลักษณะปูจากภายนอกเป็นหลัก

การเลือกซื้อปูไข่หลักๆ มีดังนี้

🐍🐍เลือกซื้อปูไข่ทีมีน้ำหนักมากๆไว้ก่อน โดยปูที่มีขนาดเท่ากัน ปูตัวทีมีน้ำหนักมากจะมีโอกาสได้ไข่แน่นๆสูง

🐍🐍เลือกปูไข่ทีมีสีใต้ท้องหรือบริเวณจับปิ้ง มีสีคล้ำๆ ท้องไม่ขาวเกินไป ซึ่งปูแบบนี้จะลอกคาบมานานการสะสมอาหารและไข่จะมีมากกว่า แต่ก็ไม่แน่นอนเพราะปูที่ไข่นอกกระดองและสลัดไข่แล้วและเตรียมตัวไข่อีกรอบ ก็จะมีสีคล้ำเหมือนกัน

🐍🐍ใช้มือกดจับปิ้งปูไข่ จะต้องแข็งไม่นิ่มเกินไป มีลักษณะนูนโค้งขึ้นมา

🐍🐍ใช้มือกดบริเวณริมกะดองที่จะมีไข่อยู่ข้างใต้กระดองจะต้องแข็งกดไม่ยุบลงไป การกดแบบนี้จะเป็นการดูว่ามีไข่บริเวณริมกระดองมากหรือน้อย

🐍🐍ลักษณะกระดองปูใกล้จะเปิด โดยทีเผยอห่างจากจับปิ้ง ลักษณะแบบนี้ท่านจะได้ปูไข่ ทีไข่แน่นมาก เพราะปูแบบนี้เตรียมตัวไข่นอกกระดอง ไข่เต็มกระดอง รับรองได้ไข่จุใจไม่ผิดหวัง

🐷🐷ที่กล่าวมาเป็นความเชื่อและเทคนิคส่วนตัวที่ผ่านประสบการณ์มาอาจจะมีผิดและถูก ซึ่งแต่ละคนแต่ละพื้นที่ก็มีเทคนิคและวิธีการดูไม่เหมือนกัน

ปล. ถ้าให้ชัวร์สุดก็คงต้มกินดู
ปล. ราคาของปูไข่จะขึ้นกับขนาดและแหล่งที่มาของปูไม่ใช่ชนิดของปู

เปิดเคล็ดลับขยายพันธุ์ปูทะเล(ปูขาว)…หนุนเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ-กิโลละ 500 บาท | เกษตรโว้ย 03/02/2018

เปิดเคล็ดลับขยายพันธุ์ปูทะเล(ปูขาว)…หนุนเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ-กิโลละ 500 บาท | เกษตรโว้ย Home ข่าวเด่น เปิดเคล็ดลับขยายพันธุ์ปูทะเล(ปูขาว)…หนุนเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจ-กิโลละ 500 บาท ข่าวเด่นเลี้ยงสัตว์โ...

Photos 23/08/2017

ลักษณะเพศของปูทะเล. จะสังเกตุได้ง่ายเมื่อถึงช่วงตัวโตเต็มวัย

ปูตัวผู้ หรือ ปูเนื้อ หรือ ปูก้าม แล้วแต่จะเรียก จะมีลักษณะที่สังเกตุได้ชัดเจนคือลักษณะของก้ามจะมีขนาดใหญ่ ส่วนท้องจะมีปล้องเปลือง ปล้องที่ 3,4 และที่ 5 จะเชื่อมกับปล้องที่ 1 มีลักษณะแถบเล็ก ปล้องที่ 6 มีฐานกว้างปลายเรียวแคบได้พัฒนาเป็นแผ่นบางๆ ฟันติดกับอกเรียกว่า จับปิ้ง

ปูตัวเมีย หรือ ปูกะเทย คือปูเพศเมีย ทียังไม่ถึงวัยเจริญพันธ์และยังไม่ได้รับการผสม ลักษณะเด่นชัดคือ ก้ามจะมีขนาดเล็ก จับปิ้งจะเล็กเรียว คลายครึ่งวงกลมแต่จะยังไม่ขยายเต็มหน้าท้อง สีส่วนใหญ่จะสีเดียวกับปล้องเปลือก และจะไม่มีไข่ในลำตัวเลยแต่จะเป็นมันแทน

ปูไข่ คือปูเพศเมียซึ่งได้รับการผสมพันธ์แล้วจากปูเพศผู้ จับปิ้งจะมีลัษณะขยายกว้างเป็นรูปครึ่งวงกลมเต็มหน้าอก ปลายมนกลม ที่ขอบปล้องมีขนละเอียดทุกปล้อง เพื่อประโยชน์ในการอุ้มไข่เมื่อโตเต็มวัย สีจะเปลียนเป็นคนละสีกับปล้องเปลือก

Photos 08/06/2017

#ปูทะเล ชนิดของปูทะเลทีพบเห็นได้โดยทั่วไป ที่แบ่งแยกได้หลักๆก็จะมีอยู่ 4 ชนิด ซึ่งแต่ละพื้นที่อาจเรียกชื่อแตกต่างกันออกไป

1. ปูดำหรือปูทองแดงหรือปูแดง เป็นปูชนิดเดียวกันแต่ชื่อทีเรียกแตกต่างกันตามพื้นที่ที่พบ ปูแดงหรือทองแดงจะเรียกกันในจังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เนื่องจากสีของก้ามและตัวจะออกเป็นสีแดงมากกว่าสีดำ ส่วนปูที่พบในพื้นทีภาคใต้ซึ่งสีของก้ามและตัวจะออกเป็นสีดำมากกว่าเช่นกัน
🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋

2. ปูขาวหรือปูทองหลาง เป็นปูชนิดเดียวกันแต่คนส่วนใหญ่จะเรียกปูขาว มีเฉพาะบางพื้นที่จะเรียกปูทองหลาง ซึ่งน่าจะเกิดจากสีของปูคล้ายต้นทองหลางนั่นเอง เป็นปูที่มีรดชาดดี เป็นที่นิยมทีสุด
🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋🐋

3. ปูเขียวหรือปูทองโหลง ปูชนิดนี้คนส่วนใหญ่ยังเรียกปูทองหลางเพราะเข้าใจผิด ซึ่งเกิดจากลักษณะของปูจะคล้ายกับปูทองหลางมาก แต่อาจพบเจอไม่บ่อยเท่าปูทั้งสองชนิดข้างต้น แต่จะมีขนาดใหญ่ที่สุดของปูทั้ง 4ชนิด ปูยักษ์ที่พบเจอและเป็นข่าวจะเป็นปูชนิดเกือบทั้งหมด

4.ปูม่วง เป็นปูที่พบเห็นได้เยอะพอสมควร ส่วนใหญ่จะมีมากทางด้านทะเลตะวันออกของไทย เช่นจันทบุรี ระยอง ตราด และแถบประเทศกำพูชา

ปล. ยังมีชื่ออื่นๆอีกที่เรียกตามพื้นที่เฉพาะ
เป็นความเห็นส่วนตัว อาจจะมีผิดพลาดเพราะเกิดจากประสบการณ์ที่พบเจอ

#ราคาของปูแต่ละชนิด #แบ่งลักษณะของปูแต่ละชนิด #การมัดปูแบบต่างๆ

Photos 26/05/2017

#กุ้งแชบ๊วย
กุ้งแชบ๊วย คือกุ้งทะเลชนิดหนึ่ง มีทั้งอาศัยอยู่ตามธรรมชาติในทะเลและเลี้ยงตามวังที่มีพื้นที่ติดชายทะเล และก็ยังมีเลี้ยงตามบ่อแบบพัฒนาแต่ก็มีไม่มาก
ลักษณะโดยทั่วไปที่สามารถสังเกตุได้ง่ายคือ ลำตัวมีสีขาวหรือเหลือง ตามแหล่งทีอาศัยและสายพันธ์ ขาเดินและแพนหางจะมีสีแดงบ้างก็มีสีสลับเขียวอมม่วง
กุ้งแชบ๊วยจะอาศัยอยู่ในทะเลลึกแต่จะว่ายน้ำมาเผื่อวางไข่แถวชายฝั่งเสร็จแล้วก็ว่ายกลับสู่ทะเล ไข่จะฟักและถูกคลื่นลมพัดพา ล่องลอยมาอยู่อาศัยตามชายฝั่งที่มีระดับน้ำไม่ลึกมาก อยู่ได้ทั้งน้ำเค็มและน้ำกร่อย
การประมงเพื่อจับกุ้งแชบ๊วย มีหลายวีธีทั้งอวนลอยกุ้ง เรืออวนลาก อีกทั้งวังกุ้งตามชายฝั่ง ซึ่งลัษณะของตัวกุ้งก็จะแตกต่างกันด้วย กุ้งอวนลอยหรือเรือลากจะมีขนาดใหญ่กว่ากุ้งวัง. เปลือกของกุ้งวังหรือชายฝั่งจะมีลัษณะเปลือกเป็นมันวาว บางทีจะมีเส้นกลางหลังเป็นสีเขียว

Photos 12/05/2017

#ปูม้าวัง
ปูม้าโดยทั่วไปมีหลายสิบสายพันธ์ แต่ทีเราพบเห็นซื้อขายตามตลาดสดทั่วไปที่พบเห็นได้บ่อยๆก็จะมี ปูม้า ปูดาว ปูลาย ซึ่งมีลักษณะแต่ต่างกันไป แต่ปูในวังเกือบทั้งหมดจะเป็น ปูม้า
ปูม้า สามารถพบเจอได้ตามจังหวัดชายทะเลเกือบทั้งหมด ทำให้มีการทำประมงปูม้าเป็นอาชีพ ซึ่งปูม้าแต่ละท้องทีหรือวีธีการทำประมงก็จะให้ปูม้าทีให้เนื้อทีมีคุณภาพต่างกัน เช่น ปูอวนลาก ปูอวนจม ปูอวนรูน ปูเรือวางลอบ ปูฝั่งอ่าวไทย หรือปูฝั่งอันดามัน ล้วนแต่จะเนื้อและรสชาดทีแตกต่างกันด้วย
#ปูม้าวัง จะหากินอยู่ในวัง ซึ่งระดับน้ำไม่ลึก กินสัตว์น้ำเล็กๆ ส่วนใหญ่จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก 6-7ตัว/กก. หรือจะเรียกอีกชื่อว่าเป็นปูบ้าน ทำให้ไม่น่ารับประทานเหมือนปูที่อยู่ในทะเลลึกซึ่งมีขนาดใหญ่
แต่ปูม้าทีหากินอยู่ในวังจะมีแหล่งอาหารทีสมบรูณ์ ทำให้ปูสะสมไขมันได้ดี ทำให้รสชาดของเนื้อปูดีไปด้วย เป็นทีนิยมของคนที่ชอบรสชาดของอาหารทะเลสดๆ

Photos 06/05/2017

สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในวังส่วนใหญ่ประกอบด้วย
#กุ้งแชบ๊วย
#ปูม้า
#ปูทะเล
#ปลากะพง
และสัตว์น้ำชนิดอื่นๆอีกมากมาย

สัตว์น้ำทีอาศัยอยู่ในวังเป็นการเลี้ยงโดยระบบธรรมชาติไม่มีสารพิษ หากินโดยกินแพลงก์ตอนที่มีสารอาหารสมบรูณ์ ไรน้ำและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร ซึ่งความอุดมสมบรูณ์ของแหล่งอาหารนั้น ทำให้สัตว์น้ำในวังสามารถสะสมไขมัน ทำให้เนื้อใต้เปลือกหรือเกล็ดมีรสชาดทีดีไม่เหมือนทีใด

Photos 21/04/2017

ทำความรู้จัก #วังกุ้ง คืออะไร🐟🐟🐟

กุ้ง หอย ปู ปลา ที่เติบโตแบบธรรมชาติ เป็นการเติบโต ที่ต้องอาศัย ออกซิเจน และแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ เช่น แพลงก์ตอน ไรน้ำ เพื่อให้เกิดวงจรชีวิต ปลาใหญ่กินปลาเล็ก อย่างที่พวกเราเข้าใจกัน ในเขตพื้นที่ใด มีความพร้อมทั้งเรื่องออกซิเจน กับอาหาร พื้นที่เหล่านั้นต้องเป็นพื้นที่ที่สมบูรณ์มากๆ เพราะไม่เช่นนั้น แพลงก์ตอน เป็นสัตว์ที่บอบบางกับการเปลี่ยนแปลงของสภาวะต่างๆ ย่อมเป็นยากที่สัตว์ชนิดนี้จะดำรงอยู่ได้

เพราะฉะนั้นเขตพื้นที่ ที่เหมาะสมจึงเป็นบริเวณที่เป็นดินโคลนตม แนวป่าชายเลน มีปัจจัยที่เอื้อกับการวางไข่ของปลา และการเติบโตได้อย่างดี เมื่ออาหารสมบูรณ์ น้ำดี ออกซิเจนดี สัตว์ทะเลที่อยู่ในบริเวณนี้จึงได้กินแพลงก์ตอนที่มีสารอาหารสมบูรณ์ สัตว์ที่กินก็จะมีความสมบูรณ์ ลักษณะแบบนี้ จึงมีการค้นคิดวิธีการกักเก็บแบบธรรมชาติไว้ในพื้นที่สิทธิ์ของตัวเอง การขุดบ่อลักน้ำในแนวน้ำทะเลขึ้นและลง

โดยสามารถนำคลองส่งน้ำ เพื่อเข้าพื้นที่ตัวเองที่ได้ขุดเจาะด้วยขนาดที่กว้าง-ยาวเหมะสม แต่ไม่ลึกจนเกินไป เพื่อให้ออกซิเจนมีเพียงพอ จึงทำให้ขนาดของแต่ละบ่อ มีขนาดไม่ต่ำกว่า 5 ไร่ ลึกไม่เกิน 1 เมตรของพื้นที่กลางบ่อ และทำการขุดร่องน้ำบริเวณรอบในให้ลึก ประมาณ 2 เมตร เป็นขอบชั้นใน เพื่อรองรับน้ำทะเลและสัตว์บางชนิดที่ชอบอยู่น้ำเย็นกว่า จึงต้องขุดให้ลึกกว่าปกติ ไม่มีการใช้เครื่องจักรใดๆในการทำแบบนี้ จะมีบ้างก็เป็นเพียงมอเตอร์ดูดน้ำเข้า-ออกเพียงเล็กน้อย

ลักษณะพื้นที่ดังกล่าวที่ว่านี้ ชาวประมงแถบจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ เรียกว่า "วัง" เขาไม่เรียกว่า"บ่อ" ถ้าพื้นที่ใดเรียกว่า"บ่อ" แปลว่าที่นั่นต้องเป็นการเลี้ยงแบบพัฒนา ที่อาศัยเครื่องตีน้ำช่วยจะเรียกว่า "วัง" ไม่ได้ ต้องเรียกว่า "บ่อ"

ผลผลิตที่ได้ใน "วัง" จึงมีความสมบูรณ์ด้านอาหารและออกซิเจนอย่างเพียงพอ เพราะชาวประมงที่ทำวัง ต้องคอยดูแล เปิดประตูน้ำที่กั้นระหว่างคลองส่งน้ำกับน้ำในวังอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อาหารหรือแพลงก์ตอนที่ติดมากับน้ำทะเล และเชื้อกุ้ง ปลา ที่อยู่ในทะเล เข้ามาใน"วัง" เอง เชื้อกุ้ง-ปลาพวกนี้เมื่อเข้ามามีขนาดเล็กมากจนบางที่เราก็ไม่ทราบว่าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ พอถึงช่วงปล่อยน้ำออกตอนน้ำลง ชาวประมงก็จะคอยปล่อยน้ำใน "วัง" นั้นออกมาด้วย เพื่อจุดประสงค์หลัก คือ การถ่ายเทน้ำในวังออกทำให้เกิดออกซิเจน น้ำมีการเคลื่อนที่ และป้องกันการเกิดการเน่าเสียของน้ำใน"วัง" ไปด้วย

เมื่อการปล่อยน้ำถูกกำหนดเวลาจากน้ำขึ้น-น้ำลง ชาวประมงจึงต้องมีถุงอวนตาข่าย สำหรับดักสัตว์ จำพวกกุ้ง ปลา ไปด้วย ได้ผลผลิต ออกมา เกือบทุกวัน ตลอดการปล่อยน้ำเข้า-ออก กุ้งปลาที่อยู่ในวังจะมีลักษณะที่แตกต่างจากที่อื่น คือ ความมันวาวของเนื้อกุ้ง และเนื้อปลา เรียกได้ว่า ไม่มีที่ใดในโลกนี้ จะมีรสชาติที่ "ละมุน" มีความมันของไขมันใต้เปลือก หรือเกล็ด อย่างไม่มีที่ไหนทำได้

ดินเลนในพื้นที่ในวัง จึงเป็นตัวบ่งบอกถึงสภาวะน้ำได้ดี เพราะเมื่อถึงเวลา 1 ปี จะมีการถ่ายน้ำออกจากวัง หรือการตากดิน ป้องกันดินเสีย แต่กรณี "วังของเจ้าของใด มีขนาดที่กว้างถึง "วังละ" 100 ไร่ โอกาสในการถ่ายน้ำเข้าน้ำออก ก็เป็นไปได้ยาก เพราะทั้งดินทั้งน้ำในวัง โอกาสที่เสียก็จะมีน้อยกว่า เหมือนการ "จำลองทะเล" มาในฝั่ง

บ่อพัฒนามีเครื่องตีน้ำช่วยเติมออกซิเจนในบ่อ แต่วังกุ้ง จะไม่มีแต่คลองส่งน้ำและประตูปิด-เปิด หรือการตากบ่อ ขุดลอกดินก็จะมีเหมือนกัน แต่บ่อเลี้ยงแบบพัฒนา ต้องทำบ่อยกว่า เพราะด้วยสาเหตุหลักของน้ำที่โอกาสเสียสูงมาก ด้วยอาหารที่ให้ เป็นอาหารเม็ดชีวภาพ ไม่ไช่แพลงก์ตอน ที่มากับน้ำทะเล แบบของวังกุ้ง

ขอบคุณที่มา
http://www.sirikhun.com/read-fish-old-school/วังกุ้ง/

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Samut Sakhon?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่

ชายทะเลกระซ้าขาว
Samut Sakhon
74000