SNRU CNC ศูนย์ความเป็นกลางทางคาร์บอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
SNRU Center For neutrality Carbon: SNRU-CNC

เป็นสัญญาณเตือน.....ที่ทุกคนจะต้องร่วมด้วยช่วยกัน
26/01/2026

เป็นสัญญาณเตือน.....ที่ทุกคนจะต้องร่วมด้วยช่วยกัน

นักวิจัยขั้วโลกของจีน เผยเรื่องที่น่าตกใจ หลังพบว่า ภูเขาน้ำแข็งใหญ่สุดในโลก ที่เคยแยกตัวจากแผ่นดินใหญ.....

CFO & CFP
14/01/2026

CFO & CFP

วันโอโซนโลก
16/09/2025

วันโอโซนโลก

16 กันยายน วันโอโซนโลก 🌏✨
วันที่ 16 กันยายนของทุกปี เป็นวันโอโซนโลก เพื่อช่วยกันลดใช้สารซี เอฟ ซี และสารฮาลอน ซึ่งเป็นตัวทำลายบรรยากาศโอโซนในชั้นบรรยากาศ
ชวน “สร้างภูมิ..คุ้มนิเวศ” เพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน เพื่อลดมลพิษ จับฝุ่น ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ติดตามเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่: https://www.thaihealth.or.th/?p=230594
#สสส #สื่อสารสุข #วันโอโซนโลก

รับชม(ย้อนหลัง)กิจกรรม Sakon Nakhon Green tourism Forum 2025 SNRU CNC TALK "Sakon Next : ท่องเที่ยววิถีใหม่ สไตล์ Low-Ca...
10/09/2025

รับชม(ย้อนหลัง)กิจกรรม Sakon Nakhon Green tourism Forum 2025

SNRU CNC TALK "Sakon Next : ท่องเที่ยววิถีใหม่ สไตล์ Low-Carbon ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์" 14 สิงหาคม 2568 ณ ห้องดุสิตา โรงแรมภูพานเพลซ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

🌿ศูนย์ความเป็นกลางทางคาร์บอน มรสน. ขอเชิญร่วมกิจกรรม SNRU-CNC TALK "Sakon Next : ท่องเที่ยววิถีใหม่ สไตล์ Low-Carbon ขับเคลื่อนเศ.....

04/09/2025
ไข่เจียวปู 1 จาน 🫢
02/09/2025

ไข่เจียวปู 1 จาน 🫢

ไข่เจียวปู 1 จาน ปล่อยคาร์บอนฟุตพริ้นท์เท่าไหร่?
เวลาเราเอ่ยถึงเมนู “ไข่เจียวปู” หลายคนคงนึกถึงความหอมกรอบนอกนุ่มใน แต่รู้หรือไม่ว่าแค่จานเดียวก็มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอยู่ไม่น้อย การประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของอาหารจานโปรดนี้ จะทำให้เราเห็นภาพว่า องค์ประกอบต่าง ๆ ของการประกอบอาหารทุกมื้อมีส่วนที่ส่งผลกระทบต่อ Climate change อย่างไร
การได้มาของวัตถุดิบ
🔹 ไข่ไก่เบอร์ 0 จำนวน 4 ฟอง ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 0.3010 kgCO2e
🔹 เนื้อปู 245 กรัม ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 1.1387 kgCO2e
🔹 น้ำมันพืช 1 ลิตร ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 1.1085 kgCO2e
กระบวนการผลิต
🔸 เตาแก๊ส LPG ใช้ราว 8 นาที ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 0.1271 kgCO2e (0.032 กก. × 3.9716 kgCO2e/หน่วย)
🔸 พัดลม เปิดช่วยระบายควัน 15 นาที ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 0.006 kgCO2e (0.050 kW × 0.25 ชม. × 0.5986 kgCO2e/หน่วย)
🔸 ไฟส่องสว่างในห้อง 9 วัตต์ เปิดระหว่างทำอาหาร ปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 0.0013 kgCO2e (0.009 kW × 0.25 ชม. × 0.5986 kgCO2e/หน่วย)
รวมวัตถุดิบหลักเพียงสามอย่าง ก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 2.5482 kgCO2e คิดเป็น 95% ซึ่งถือเป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุดของเมนูนี้ แต่ยังมีกระบวนการวิธีการทำที่ยังต้องใช้เชื้อเพลิงรวมอยู่ด้วย ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 0.1359 kgCO2e คิดเป็น 5% ซึ่งการคิดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต้องคิดรวมตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน และการกำจัดซากของผลิตภัณฑ์ เมื่อรวมทั้งหมด ไข่เจียวปู 1 จาน มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์เฉลี่ยราว 2.68 kgCO2e/จาน
แล้วตัวเราปล่อยเท่าไหร่?
หากแค่ไข่เจียวปู 1 จาน ยังปล่อยถึง 2.68 kgCO2e/จาน ลองนึกภาพว่าทั้งวัน ทั้งสัปดาห์ หรือทั้งปี เราจะสร้างคาร์บอนฟุตพริ้นท์มากขนาดไหน การรู้ตัวเลขเหล่านี้เป็นก้าวแรกของการปรับพฤติกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในชีวิตประจำวัน ปัจจุบัน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ได้พัฒนา แอปพลิเคชัน “Net Zero Man” ที่ช่วยให้แต่ละคนประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของตนเองได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะจากการกิน การเดินทาง หรือการใช้พลังงานในบ้าน แอปฯ ยังแนะนำแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อก้าวไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน
ดังนั้น ครั้งหน้าที่คุณตักไข่เจียวปูเข้าปาก ลองนึกถึง “คาร์บอนฟุตพริ้นท์” ที่มากับรสชาติอร่อยด้วย และอย่าลืมดาวน์โหลด Net Zero Man มาลองประเมินฟุตพริ้นท์ของคุณเอง แล้วเริ่มต้นปรับเปลี่ยนเพื่ออนาคตที่เป็น Net Zero ไปด้วยกันครับ
อ้างอิง: thaicarbonlabel.tgo.or.th
--------------------------------------------

#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
#ไข่เจียวปู #คาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ #คาร์บอนฟุตพริ้นท์
#ลดก๊าซเรือนกระจก #ก๊าซเรือนกระจก

19/08/2025

ต้นไม้ 1 ต้นกักเก็บคาร์บอนได้เท่าไหร่ ?
✅ คำตอบ : ค่าประมาณการเฉลี่ยที่ต้นไม้สามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ 9.5 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบต่อต้นต่อปี แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อปริมาณการกักเก็บคาร์บอนของต้นไม้ด้วย
เช่น
1. ชนิดพันธุ์ไม้ เช่น พรรณไม้ไม้โตเร็ว พรรณไม้โตช้า
2. อายุของต้นไม้ กรณีหากเป็นต้นไม้ที่มีช่วงที่โตเร็ว ก็จะสามารถกักเก็บคาร์บอนมาก
3. สภาพแวดล้อมและพื้นที่ปลูก เช่น การดูแลรักษา ประเภทป่าที่เหมาะสมกับชนิดพรรณไม้
📃 Q&A จากประชาชน เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับ “ก๊าซเรือนกระจก” คาร์บอนเครดิต / คาร์บอนฟุตพริ้นท์ / ตลาดคาร์บอน / การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก / ระบบทะเบียนคาร์บอน / Net Zero / LESS

#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
#ก๊าซเรือนกระจก
#คาร์บอนเครดิต
#โครงการลดก๊าซเรือนกระจก
#คาร์บอนฟุตพริ้นท์
#คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
#ฉลากคาร์บอน #ฉลากลดโลกร้อน

#ถามตอบ #คำถาม #คำถามจากประชาชน

19/08/2025

[ประชาสัมพันธ์]
SME รู้หรือไม่? ค่าธรรมเนียมการขอรับรองกับ อบก. สสว. ให้การสนับสนุนภายใต้โครงการส่งเสริมผู้ประกอบการผ่านระบบ BDS
รายละเอียดสามารถติดตามได้ทาง https://bds.sme.go.th/Service/Detail/535
-----------------------------------

#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
#ก๊าซเรือนกระจก
#คาร์บอนเครดิต
#โครงการลดก๊าซเรือนกระจก
#คาร์บอนฟุตพริ้นท์
#คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร
#ฉลากคาร์บอน #ฉลากลดโลกร้อน
-CFP
#คูลโหมด

19/08/2025

ปฏิวัติการประเมินการกักเก็บคาร์บอนของป่าไม้ ด้วย Ai
ในโลกที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นทุกปี...ต้นไม้ กลายเป็นหนึ่งในแนวหน้าในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน เป็นแหล่งดูดซับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศและสามารถกลายเป็น ‘คาร์บอนเครดิต’ ได้ แต่คำถามคือ... จะวัดคาร์บอนที่อยู่ในต้นไม้จำนวนมหาศาลเหล่านี้ได้อย่างไร?
อบก. ได้พัฒนาวิธีการคำนวณโดยใช้เทคโนโลยี Remote Sensing หรือการสำรวจระยะไกล ที่ผสานเข้ากับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่ง AI สามารถวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมตรวจวัดพื้นที่ป่า ความสูงของต้นไม้ ความหนาแน่นของเรือนยอดและคำนวณปริมาณ ‘ชีวมวล’ ที่เปลี่ยนเป็นค่าการกักเก็บคาร์บอนในเนื้อไม้ได้ ซึ่งปัจจุบัน มีแพลตฟอร์มการประเมินคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ด้วย “Remote Sensing และ AI” จะช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดระยะเวลาและต้นทุนในการตรวจวัดปริมาณการกักเก็บคาร์บอนของพื้นที่ป่าไม้ เพื่อนำไปสู่การซื้อขายคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ที่มีความโปร่งใสและน่าเชื่อถือในระดับสากล โดยมี 4 แพลตฟอร์มแรกที่ผ่านมาตรฐานตามเกณฑ์การพิจารณาของ อบก. ได้แก่
1. แพลตฟอร์ม Carbon Atlas พัฒนาโดย GISTDA โดยเทคโนโลยี LiDAR เป็นนวัตกรรมที่ใช้ในการเก็บข้อมูลภาคสนาม ผสานข้อมูล Remote sensing และแบบจำลอง Machine learning ที่จะช่วยให้การประเมินคาร์บอนในภาคป่าไม้มีความแม่นยำ น่าเชื่อถือ มีข้อมูลบริการครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 90 % ของพื้นที่ป่าที่ได้รับรองจาก อบก. แล้วคือ ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าชายเลน และสวนยางพารา
2. แพลตฟอร์ม CarbonWatch โดย THAICOM เป็นเครื่องมือในการประเมินการกักเก็บคาร์บอนในภาคป่าไม้ ด้วยเทคโนโลยีดาวเทียม และ AI ใช้ประเมินการกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่ป่า 2 ประเภท ได้แก่ ป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณ ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางของประเทศไทย เหมาะสำหรับป่าที่มีความหนาแน่นของเรือนยอด และยังสามารถระบุตำแหน่งของโครงการและแยกชนิดป่าในโครงการได้ด้วย
3. แพลตฟอร์ม CERT+ โดย บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) เป็นเทคโนโลยีการกักเก็บคาร์บอนของพื้นที่ปลูกยูคาลิปตัส 4 สายพันธุ์ ที่มีระยะเวลาการปลูกตั้งแต่ 1-17 ปี มีพื้นที่ที่มีระยะปลูก 2x3 เมตร หรือ 3x3 เมตร เป็นต้น โดยแพลตฟอร์มยังสามารถติดตามการเจริญเติบโตของพืช วิเคราะห์ความเสี่ยงในพื้นที่ โดยบูรณาการข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ มารวมไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
4. แพลตฟอร์ม Smart Forest โดย บริษัท วรุณา (ประเทศไทย) จำกัด ในกลุ่มบริษัท ปตท. เทคโนโลยีการประเมินปริมาณมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน ที่สามารถประเมินในพื้นที่ขั้นต่ำตั้งแต่ 2,500 ตารางเมตร เป็นต้นไป และสามารถประเมินได้ใน 2 ป่า 1 สวน คือ ป่าดิบแล้ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ป่าผสมผลัดใบ ในภาคกลาง และสวนยางพารา อายุระหว่าง 6-19 ปี ในภาคตะวันออก
ทั้งนี้ อบก. ได้กำหนดแนวทางการตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกสำหรับการประเมินการกักเก็บคาร์บอนโดยเทคโนโลยีการสำรวจระยะไกล ด้วยเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ ดังนี้
1) ผู้ประเมินภายนอกต้องทำการตรวจสอบข้อมูลของพื้นที่โครงการให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่แต่ละ แบบจำลองกำหนด
2) ผู้พัฒนาโครงการแสดงความเหมาะสมของแบบจำลองสำหรับแต่ละพื้นที่ดำเนินโครงการในขั้นตอน การตรวจสอบความใช้ได้ของโครงการ โดยกำหนดให้ผู้พัฒนาโครงการจำแนกชั้นภูมิอย่างเหมาะสม และทำการวางแปลงตัวอย่างในชั้นภูมิกลาง ขนาด 40 x 40 เมตร อย่างน้อย 1 แปลงตัวอย่าง และคำนวณหาค่าปริมาณการกักเก็บคาร์บอน โดยค่าที่คำนวณได้ต้องแตกต่างไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความไม่แน่นอน (Uncertainty) ที่แบบจำลองกำหนด
การนำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Remote Sensing และ AI มาใช้ในโครงการ T-VER ภาคป่าไม้ ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานของตลาดคาร์บอนเครดิตในประเทศไทย นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การประเมินคาร์บอนเครดิตมีความแม่นยำเท่านั้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนในการดำเนินโครงการคาร์บอนเครดิต รวมทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้พัฒนาโครงการและผู้ซื้อคาร์บอนเครดิตทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emissions)
--------------------------------------------

#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
#ก๊าซเรือนกระจก
#คาร์บอนเครดิต
#โครงการลดก๊าซเรือนกระจก #ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
#การกักเก็บคาร์บอน #ป่าไม้ #เทคโนโลยี #นวัตกรรม

19/08/2025

การกำหนดขอบเขตเป้าหมาย Net Zero องค์กร
- องค์กรต้องตั้งเป้าหมายระยะสั้นครอบคลุม 5 ปีและกำหนดเป้าหมาย Net Zero ไม่เกินปี
พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) โดยครอบคลุม Scope1 Scope 2 และ Scope 3
- องค์กรต้องกำหนดขอบเขตของเป้าหมาย Net Zero โดยครอบคลุมตามขอบเขตบัญชีรายการแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ซึ่งการกำหนดขอบเขตเป้าหมาย ปีฐาน ไม่ควรเก่ากว่าปี 2018
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://thaicarbonlabel.tgo.or.th/tools/files.php?mod=Ym1WMGVtVnliMTlrYjNkdWJHOWhaQT09&type=WDBaSlRFVlQ&files=TWc9

#อบก #องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก
#ก๊าซเรือนกระจก

ที่อยู่

มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เลขที่ 680 ถนนนิตโย ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
Sakhon Nakhon
47000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SNRU CNCผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์