15/07/2026
🇨🇳 เลือกมหาวิทยาลัยอย่างเดียวไม่พอ... " #เมือง" ก็สำคัญไม่แพ้กัน
หลายคนเวลาเลือกเรียนต่อจีน มักดูแค่อันดับมหาวิทยาลัย (University Ranking) แต่ในความเป็นจริง "เมือง" (城市线级) ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ เพราะส่งผลต่อโอกาสฝึกงาน การหางาน เงินเดือน คุณภาพชีวิต และเครือข่ายทางธุรกิจในอนาคต
ภาพนี้แสดง การแบ่งระดับเมืองของจีน (中国城市线级划分) ออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้
🔴 สีแดง = 一线城市 (Tier 1 / First-tier City)
เมืองศูนย์กลางระดับประเทศ เป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจ การเงิน เทคโนโลยี และนวัตกรรม
ตัวอย่าง
• Beijing (北京)
• Shanghai (上海)
• Guangzhou (广州)
• Shenzhen (深圳)
จุดเด่น
✅ บริษัทระดับโลก
✅ มหาวิทยาลัย TOP
✅ เงินเดือนสูง
✅ โอกาสการทำงานมากที่สุด
🟢 สีเขียวมิ้นต์ = 新一线城市 (New First-tier City)
เมืองศักยภาพสูงที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งใหม่
ตัวอย่าง
• Hangzhou (杭州)
• Chengdu (成都)
• Chongqing (重庆)
• Wuhan (武汉)
• Nanjing (南京)
• Suzhou (苏州)
• Xi'an (西安)
• Tianjin (天津)
• Hefei (合肥)
• Zhengzhou (郑州)
จุดเด่น
✅ เติบโตเร็ว
✅ ค่าครองชีพต่ำกว่า Tier 1
✅ บริษัทเทคโนโลยีและ Startup จำนวนมาก
🔵 สีฟ้าอ่อน = 二线城市 (Tier 2 City)
เมืองหลวงมณฑลหรือเมืองเศรษฐกิจสำคัญ มีมหาวิทยาลัยคุณภาพสูง บริษัทขนาดใหญ่ และโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วน
จุดเด่น
✅ สมดุลระหว่างโอกาสและค่าครองชีพ
✅ เหมาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติ
🟡 สีเหลือง = 三线城市 (Tier 3 City)
เมืองขนาดกลาง กำลังพัฒนา มีค่าครองชีพไม่สูง การแข่งขันน้อย
จุดเด่น
✅ ค่าใช้จ่ายประหยัด
✅ มหาวิทยาลัยหลายแห่งมีทุนการศึกษาที่ดี
🩷 สีชมพู = 四线城市 (Tier 4 City)
เมืองขนาดเล็ก การแข่งขันต่ำ ค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตต่ำกว่าเมืองใหญ่
จุดเด่น
✅ ใช้ชีวิตสบาย
✅ ค่าเช่าและค่าครองชีพต่ำ
🟣 สีม่วง = 五线城市 (Tier 5 City)
เมืองขนาดเล็กหรือพื้นที่กำลังพัฒนา ค่าครองชีพต่ำที่สุด
จุดเด่น
✅ ค่าใช้จ่ายต่ำมาก
✅ มหาวิทยาลัยหลายแห่งให้ทุนเพื่อดึงดูดนักศึกษาต่างชาติ
✅ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเรียนภาษาจีนหรือศึกษาต่อด้วยงบประมาณจำกัด
แล้ว "Tier" ใช้วัดจากอะไร?
การแบ่ง Tier ไม่ใช่การจัดอันดับอย่างเป็นทางการของรัฐบาลจีน แต่เป็นดัชนีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการวิเคราะห์เศรษฐกิจและตลาดแรงงาน โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น
• ขนาดประชากร
• GDP และศักยภาพทางเศรษฐกิจ
• รายได้และกำลังซื้อ
• การดึงดูดธุรกิจและบุคลากร
• ระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน
• จำนวนสำนักงานใหญ่บริษัท
• ความสามารถด้านนวัตกรรม
• ความน่าสนใจในการอยู่อาศัยและทำงาน
สิ่งที่น่าสนใจจากแผนที่นี้
จะเห็นว่าเมืองระดับ Tier 1, New Tier 1 และ Tier 2 กระจุกตัวอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของจีน ขณะที่พื้นที่ภาคตะวันตกส่วนใหญ่เป็น Tier 4–5
รูปแบบนี้สอดคล้องกับแนวคิด "เส้นหูหวนยง" (胡焕庸线, Hu Huanyong Line) ซึ่งเสนอโดยนักภูมิศาสตร์ 胡焕庸 (Hu Huanyong) ตั้งแต่ปี 1935
เส้นนี้แบ่งจีนออกเป็น
📍 ฝั่งตะวันออก
พื้นที่ประมาณ 43%
มีประชากรราว 94%
เมืองใหญ่และเศรษฐกิจกระจุกตัว
📍 ฝั่งตะวันตก
พื้นที่ประมาณ 57%
มีประชากรเพียง 6%
เมืองกระจายตัวและมีความหนาแน่นประชากรต่ำกว่า
แม้รัฐบาลจีนจะลงทุนพัฒนาภาคตะวันตกอย่างต่อเนื่อง แต่โครงสร้างของเมืองและเศรษฐกิจยังคงสะท้อนแนวคิดนี้อยู่
สำหรับน้อง ๆ ที่อยากเรียนต่อจีน พี่เติ้ลไม่เคยเลือกมหาวิทยาลัยจาก Ranking เพียงอย่างเดียว แต่จะวางแผนตามลำดับ
Career → Industry → City → University → Major → Scholarship
เพราะสุดท้าย เป้าหมายไม่ใช่แค่ "เรียนจบ"
แต่คือ เรียนจบแล้วมีงาน มีโอกาส และมีอนาคตที่ดีที่สุด
📩 เด็ก 69 / 70 / 71 / 72 ที่กำลังวางแผนเรียนต่อจีน สามารถ Inbox มาปรึกษาได้ พี่เติ้ลจะช่วยวางแผนตั้งแต่ Day 0 ทั้งการเลือกเมือง เลือกมหาวิทยาลัย เลือกสาขา และวางกลยุทธ์สมัครทุนให้เหมาะกับเป้าหมายของแต่ละคน พี่เติ้ลเป็นทั้ง Agent และ Coach ที่จะช่วยวางแผนอนาคตไปด้วยกัน
อ้างอิง
第一财经《城市商业魅力排行榜 (China City Business Attractiveness Ranking)》
新一线城市研究所 (New First-tier Cities Research Institute)
国家统计局 (National Bureau of Statistics of China)
中国城市统计年鉴 (China City Statistical Yearbook)
胡焕庸 (1935).《中国人口之分布》
World Bank. Urban China: Toward Efficient, Inclusive, and Sustainable Urbanization
OECD. Urbanisation and Regional Development in China
Cr : Study in China- ทุนเรียนฟรีประเทศจีน