13/04/2017
Wowwww การที่ค้นพบมหาสมุทร นั้นหมายความว่าเราอาจจะเจอสิ่งมีชิวิต.....มาศึกษา ข้อมูลการค้นพบมหาสมุทรที่ดาวดวงอื่นกัน
#
นาซาเตรียมประกาศข่าวใหญ่เกี่ยวกับมหาสมุทรนอกโลกที่อยู่ในระบบสุริยะ
องค์การนาซาเตรียมการถ่ายทอดสดการค้นพบเกี่ยวกับมหาสมุทรนอกโลกแต่อยู่ในระบบสุริยะในวันศุกร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2560 เวลา 1:00 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยข้อมูลการค้นพบได้มาจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและยานอวกาศแคสสินี (Cassini spacecraft) ซึ่งเป็นยานอวกาศที่สำรวจระบบดาวเสาร์
ข่าวนี้น่าสนใจมากเพราะการมีอยู่ของน้ำเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการค้นหาสิ่งมีชีวิตและที่สำคัญการค้นพบในครั้งนี้อยู่ในระบบสุริยะของเราด้วย
บทความต่อไปนี้เป็นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับมหาสมุทรในระบบสุริยะสำหรับอ่านเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนรับชมการถ่ายทอดสดในครั้งนี้
โลกของเราไม่ใช่สถานที่เดียวในระบบสุริยะที่มีมหาสมุทร แต่ยังมีสถานที่อื่นอีกได้แก่
1.ดวงจันทร์ยูโรปาซึ่งเป็นบริวารของดาวพฤหัสฯ ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1610 โดยสุดยอดนักดาราศาสตร์โลกชาวอิตาลี กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) มันมีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์ของโลกเราเล็กน้อย พื้นผิวของดวงจันทร์ยูโรปาเป็นน้ำแข็งที่มีความเรียบมาก ความเรียบในระดับนี้บ่งชี้ว่ามันมีความเปลี่ยนแปลงเชิงธรณีวิทยาทำให้ร่องรอยอุกกาบาตต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นเลือนหายไป (ในขณะที่ดวงจันทร์ของโลกเราไม่มีความเปลี่ยนแปลงเชิงธรณีวิทยาใดๆทำให้รอยอุกกาบาตที่เกิดขึ้นไม่เลือนหายไป)
หลักฐานจำนวนมาก เช่น ลักษณะของเปลือกที่เป็นน้ำแข็ง, น้ำพุที่พุ่งออกมาจากผิวที่ความสูงกว่า 200 กิโลเมตรจากพื้นผิว ทำให้นักดาราศาสตร์มั่นใจมากว่าภายใต้เปลือกน้ำแข็งราวๆ 170 กิโลเมตร มีชั้นของมหาสมุทรอยู่
2.ดวงจันทร์เอนเซลาดัส
ดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) เป็นดวงจันทร์ของดาวเสาร์ที่พื้นผิวเป็นน้ำแข็งค่อนข้างเรียบและสะท้อนแสงได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้พื้นผิวของมันเย็นจัดถึง −198 องศาเซลเซียส เนื่องจากพลังงานถูกสะท้อนออกไป
ดวงจันทร์ของดาวเสาร์ดวงนี้ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1789 โดย วิลเลียม เฮอร์เชล (William Herschel) นักดาราศาสตร์ชาวอังกฤษคนเดียวกับที่ค้นพบดาวยูเรนัส แต่ในขณะนั้นกล้องโทรทรรศน์ไม่สามารถเก็บรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับดวงจันทร์ดวงนี้มาได้มากนัก
ราวๆ สองร้อยปีต่อมา ในปี ค.ศ. 2005 ยานอวกาศแคสสินี (Cassini spacecraft) ได้โคจรเข้าไปใกล้ดวงจันทร์ดวงนี้แล้วทำการเก็บภาพพื้นผิวของมันได้อย่างละเอียด จนได้ค้นพบสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง นั่นคือ น้ำพุ และน้ำแข็งที่พุ่งออกมาจากผิวบริเวณขั้วใต้ โดยน้ำพุนั้นมีสารประเภทเกลือละลายอยู่ ยานอวกาศแคสสินีได้เข้าใกล้ดวงจันทร์ดวงนี้อีกหลายครั้งเพื่อศึกษาโครงสร้างภายในของมัน ข้อมูลต่างๆ บ่งชี้ว่ามันมีมหาสมุทรอยู่ภายใต้เปลือกน้ำแข็ง
ล่าสุดในวันที่ 13 มีนาคม ปี ค.ศ. 2017 นักดาราศาสตร์ใช้ข้อมูลจากยานอวกาศแคสสินีที่ทำการปล่อยคลื่นไมโครเวฟไปสำรวจดวงจันทร์เอนเซลาดัสมาวิเคราะห์จนพบว่าขั้วใต้ของดวงจันทร์ดวงนี้มีอุณหภูมิสูงกว่าที่นักดาราศาสตร์เคยคาดการณ์ไว้ นั่นแปลว่ามหาสมุทรของมันน่าจะอยู่ลึกจากผิวลงไปเพียง 2 กิโลเมตร (จากที่เคยคิดว่าน่าจะลึก 5 กิโลเมตร) กล่าวคือ ถ้าเปลือกน้ำแข็งมีความหนามากๆ จนมหาสมุทรของมันอยู่ลึกสุดๆ ความร้อนจากภายในไม่น่าจะส่งขึ้นมาทำให้นักดาราศาสตร์ตรวจจับอุณหภูมิได้สูงเช่นนี้
นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังตั้งสมมติฐานว่า ดวงจันทร์ไททันของดาวเสาร์, ดวงจันทร์แกนีมีดของดาวพฤหัสฯ ก็อาจมีชั้นมหาสมุทรอยู่ภายใต้ผิวเช่นกัน
ส่วนการค้นพบในครั้งนี้จะเป็นดวงจันทร์ดวงไหนหรือเป็นสถานที่ไหนในระบบสุริยะนั้นคงต้องมารอลุ้นกันต่อไป
ปล. องค์การนาซากล่าวว่าการค้นพบในครั้งนี้จะช่วยในการสำรวจดินแดนมหาสมุทรแห่งใหม่ และยังจะส่งผลต่อภารกิจยูโรปาคลิปเปอร์ (Europa Clipper mission) ที่จะส่งไปสำรวจดวงจันทร์ยูโรปาของดาวพฤหัสบดีด้วย
อ้างอิง
https://www.nasa.gov/press-release/nasa-to-reveal-new-discoveries-in-news-conference-on-oceans-beyond-earth
https://www.jpl.nasa.gov/infographics/infographic.view.php?id=11262