เมื่อปี 2520 เกิดการรวมกลุ่มเยาวชนไทยมุสลีมะห์ที่สำเร็จการศึกษาภาควิชาศาสนาและสามัญที่ใกล้กับภูมิลำเนาและมีโอกาสประกอบอาชีพเป็นเจะฆู (ครู) สอนศาสนาในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามและเป็นครูสอนในโรงเรียนสามัญ ได้รวมตัวตั้งกลุ่มในนาม “เครือข่ายมุสลีมะห์จังหวัดชายแดนใต้” มีสำนักงานตั้งอยู่ที่บ้านพักอาจารย์มัรยัม สาเม๊าะ ในบริเวณโรงเรียนสตรีพัฒนาศึกษา กรือเซะ (หะยีนิเซาะ อาเก็บอุไร- บำเพ็ญ) ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
- ปี2524 จัดตั้งกลุ่มแม่บ้านในชนบทในสี่จังหวัดชายแดนใต้ จำนวน 32 กลุ่ม เพื่ออบรมคุณภาพชีวิต
ในยุคอุตสาหกรรม
- ปี 2527 จัดตั้งศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียน ณ บ้านพักอาจารย์มัรยัม สาเม๊าะ มีครูพี่เลี้ยงชื่อ นางสาว
เจะบีเดาะ เจะนิ มีนักเรียนรุ่นแรก จำนวน 9 คน ใช้หลักสูตรบูรณาการวิถีชีวิตอิสลาม นักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้บ้านพักมีพื้นที่คับแคบ จึงย้ายศูนย์ในปี 2528 ไปตั้งบริเวณโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา ตำบลตันหยงลูโละ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี โดยการสนับสนุนจากบาบอฮัจญีแวหามะ แวดือเร๊ะ ผู้รับใบอนุญาต และอุสตาสฮัจญีอับดุลรอเซะ วันดามิด เป็นผู้จัดการ และครูใหญ่ระยะเวลา 8 ปี
- ปี 2533 จัดตั้งศูนย์เด็กกำพร้ายากจนและเด็กยากจนอนาถา อายุ 10 – 17 ปี ที่บ้านเลขที่ 45 หมู่
ที่ 1 ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี จัดซื้อสถานที่โดยการระดมจากเครือข่ายมุสลีมะห์กับศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียน ที่ดินจำนวน 7 ไร่ ราคา 459,000 บาท
- ปี 2535 จัดตั้งศูนย์ฝึกวิชาชีพผู้ด้อยโอกาสในชนบท ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากศูนย์การศึกษา
นอกโรงเรียนจังหวัดปัตตานีอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานีและสำนักงานส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
- ปี 2536 จัดตั้งมุสลิมใหม่ (มูอาลาฟัต) จัดกิจกรรมอบรมศาสนาขั้นพื้นฐาน (ฟัรดูอีน) ทุก ๆ วันอาทิตย์ โดยใช้งบประมาณจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม
- ปี 2537 ย้ายศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนจากโรงเรียนจงรักสัตย์วิทยา มาที่ศูนย์เด็กกำร้ายากจน
อนาถา ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี และได้จัดตั้งสหกรณ์อัล-อัยตาม ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย จำนวน 100,000 บาท มอบหมายให้ อ.อาห์มัดสมบูรณ์ บัวหลวง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษาต่อเนื่องมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
- ปี 2540 เครือข่ายมุสลีมะห์ชายแดนใต้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อเพิ่มพูนทาง
สังคม รู้จักในนามกองทุน SIF จำนวน 530,000 บาท เพื่อพัฒนาอาชีพการตัดเย็บเสื้อผ้าพื้นเมือง การเลี้ยงเป็นบาบารีและการเลี้ยงปลากินพืช
- ปี 2545 เครือข่ายมุสลีมะห์ชายแดนใต้ ได้รับสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อเพิ่มทุนทาง
สังคมครั้งที่ 2 จำนวน 1,200,000 บาท เพื่อสร้างอาคารเรียน ขนาด 8คูณ 8 เมตร จำนวน 6 ห้องเรียน การศึกษาดูงานประเทศอินโดนีเซีย และการจำทำเอกสารความเป็นมาของศูนย์เด็กกำพร้ายากจนอนาถา จังหวัดปัตตานี
- ปี 2546 เปิดโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นเครือข่ายโรงเรียนจริยธรรม บ้านยามู ตำบล
บ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
- ปี 2548 จัดตั้งโรงเรียนดารุลบารอกะฮฺ หลักสูตรระดับปฐมวัยและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมี
อาจารย์วศิน สาเม๊าะ เป็นผู้รับใบอนุญาต นางฮาลูมา แมะตีเมาะ เป็นผู้จัดการและผู้อำนวยการ จัดตั้งในบริวณศูนย์เด็กกำพร้ายากจนและเด็กยากจนอนาถา บ้านสุไหงปาแน หมู่ที่ 1 ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี และได้จดทะเบียนสถาบันปอเนาะเด็กกำพร้าหญิงปัตตานี มีอาจารย์วศิน สาเม๊าะ เป็นโต๊ะครูและอาจารย์มัรยัม สาเม๊าะ เป็นผู้ช่วยโต๊ะครู
- ปี 2549 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา บรมราชกุมารี ได้เด็จเยี่ยมสถาบันศึกษาปอเนะเด็กกำพร้า
หญิงปัตตานี ทรงพระราชทานงบประมาณเพื่อบำบัดน้ำเสียด ปรับภูมิทัศน์ จำนวนเงิน 1,620,000 บาท ในความดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนาและสถาบันปอเนาะเด็กกำพร้าหญิงปัตตานี ได้ทูลเกล้าขอพระราชทานอาคารเรียนขนาด 6 คูณ 10 เมตร สูง 2 ชั้น จำนวน 12 ห้องเรียน และได้โอนสถาบันศึกษาปอเนาะเด็กกำพร้าหญิงให้โรงเรียนดารุลบารอกะฮฺ
- ปี 2550 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา บรราชกุมารี ทรงพระราชทานทุนสร้างอาคารเรียน จำนวน
3,000,000 บาท และได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2551
- ปี 2551 เครือข่ายมุสลีมะห์จังหวัดชายแดนใต้ ขออนุญาตจัดตั้งมูลนิธิ ชื่อมูลนิธิบ้านเด็กกำพร้า
ปัญญาเลิศ และโอนโรงเรียนดารุลบารอกะฮฺเป็นของมูลนิธิพร้อมขออนุญาตขยายชั้นเรียนถึงชันมัธยมศึกษาปีที่ 3