Abdulloh Ngoh page

Abdulloh Ngoh page

แชร์

พื้นที่แลกเปลี่ยนแบ่งปันประสปการณ?

02/06/2022

สวัสดี ช่วยฟังเรื่องของเราได้รึเปล่า
เพื่อนของเราหายไปสองปีแล้ว
.สองปีแล้ว
หลังจากที่เขาพูดคำว่า “หายใจไม่ออก”

เรามีเรื่องจะเล่าให้ฟัง
เรามีเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนของเราชื่อ #วันเฉลิม

เพื่อนของเราหายไปวันที่ 4 มิถุนายน 2563 ตอนประมาณห้าโมงเย็น ที่ประเทศกัมพูชา ผ่านไปแล้วสองปี จนถึงวันนี้เพื่อนเรายังไม่ได้รับความยุติธรรม

ในความทรงจำของพี่สาวของเพื่อนเรา “ต้าร์” หรือ “วันเฉลิม” เป็นนักวิชาการ ที่ผ่านมาเขาได้รณรงค์เรื่องเอชไอวี/เอดส์ รวมถึงได้ทำค่ายเยาวชน นี่คือจุดเริ่มต้นของการเคลื่อนไหวของเขา

ต้าร์ทำค่ายให้เด็กเรียนรู้ว่าการมีประชาธิปไตยเป็นอย่างไร อะไรคือการละเมิดสิทธิ จากนั้นได้ขยับเข้ามาสู่การเมืองโดยเริ่มจากการทำเรื่องสื่อโทรทัศน์

ก่อนหน้าที่ต้าร์จะหายไป ตำรวจไปบ้านแม่ต้าร์หลายรอบ นอกจากนี้ยังมีสัญญาณที่ไม่ดี คือการที่มีคนท้องถิ่นในประเทศกัมพูชาซึ่งเป็นประเทศที่ต้าร์ได้ลี้ภัยทางการเมือง บอกต้าร์ว่า ‘อันตรายนะ มีคนตามหาตลอดเวลา’

แล้วต้าร์ก็หายไป ตอนที่กำลังคุยโทรศัพท์กับพี่ของเขา

“หายใจไม่ออก” นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่พี่ของเขาได้ยิน

หลังจากนั้นมา ไม่มีใครติดต่อต้าร์ได้อีกเลย

ต้าร์ถูกบังคับให้สูญหาย หรือที่หลายคนรู้จักกันในคำว่า #อุ้มหาย

ตลอดเวลาที่เพื่อนเราหายไป พี่สาวของเพื่อนเรายังคงเดินหน้าทวงถามความยุติธรรมให้กับเขา “สิตานัน” พี่สาวของเพื่อนเราได้ไปยื่นหนังสือถึงผู้แทนยูเอ็น ทวงถามความยุติธรรมให้เพื่อนเราที่ดีเอสไอ สำนักงานอัยการสูงสุด สถานทูตกัมพูชา และอีกหลายหน่วยงาน แต่เธอกลับยังไม่ได้รับคำตอบถึงการหายไปของเขาจากรัฐบาล

ตรงกันข้าม “สิตานัน” พี่สาวของเพื่อนเราได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการทวงถามความเป็นธรรมให้แก่น้องชายและเหยื่อการบังคับสูญหาย

ครั้งหนึ่งพี่ของต้าร์หรือวันเฉลิม เคยพูดไว้ว่า “พี่จะตามหาผู้ลี้ภัยที่หายไป และจะพยายามทำให้ดีที่สุด เราไม่รู้หรอกว่าจะทำได้แค่ไหน แต่จะไม่ละความพยายาม จะทำให้ดีที่สุด และฝากทุกคนเป็นแรงผลักดัน ยืนหยัดประคับประคองกันไป”

ดังนั้นเราจึงขอส่งเสียงผ่านข้อความถึง “เพื่อนของต้าร์ วันเฉลิม” อย่าง “คุณ” และขอชวนคุณร่วมยืนหยัดเคียงข้างนักปกป้องสิทธิมนุษยชนไปด้วยกัน

กดที่อัลบั้มเพื่อตามหาชื่อของคุณ หรือเขียนชื่อของคุณลงบนรูปแรก แล้วร่วมกันส่งข้อความบนโซเชียลมีเดียเพื่อแสดงออกว่าคุณยังคงยืนหยัดเพื่อทวงความยุติธรรมให้ “วันเฉลิม” และ “ผู้ที่ถูกบังคับให้สูญหายทุกคน” ผ่านการแชร์ภาพพร้อมข้อความ เซฟรูปเพื่อโพสต์ในช่องทางอื่น ๆ ของคุณ หรือเปลี่ยนรูปโพรไฟล์

หรือ Copy ข้อความของเราไปได้เลย

เพราะ #เราคือเพื่อนวันเฉลิม
#2ปีเราไม่ลืมวันเฉลิม (อย่าลืมติด # ด้วยนะ เราจะได้หากันเจอ)

หาชื่อของคุณที่: https://bit.ly/3x9zo6E

08/04/2022

อันที่จริงมีเรื่องราวมากมายที่สามารถเขียนสะท้อนการทำงานของ เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงได้ แต่คิดว่ามันจะเกิดประโยชน์และเกิดการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ?

12 กุมภาพันธ์ 2563 : กมธ.กฎหมายฯชี้แจงเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจเก็บ DNA ประชาชนทั่วไป หากเจ้าตัวไม่ยินยอม

หลังจากนั้น : เจ้าหน้าที่ยังคงเก็บ DNA ชาวบ้านในพื้นที่ได้ บางรายถูกบังคับให้เซ็นยินยอม

9 มีนาคม 2565 : กมธ.กฎหมายฯ แจ้งข่าวเจ้าหน้าที่ไม่สามารถถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนบุคคลทั่วไปตามด่านตรวจได้

หลังจากนั้น : ผบ.ศชต.ชี้แจงเจ้าหน้าที่ยังคงสามารถ ถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนได้ ด้วยความนุ่มนวล สุภาพเรียบร้อย

2 เมษายน 2565 ทีมพูดคุยสันติสุขแถลงข่าว : ทั้งสองฝ่ายตกลงยุติความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนจนถึงวันที่ 10 เชาวาล ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน - 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

หลังจากนั้น : เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงยังคงลาดตระเวน ตรวจค้น เยี่ยมเยียน อดีตผู้ต้องขัง บ้านผู้ต้องสงสัย ในพื้นที่ฯ

ฯลฯ :

#กมธ.การกฎหมายฯ

23/02/2022

“คิดว่าถ้ามี พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานอุ้มหายอย่างน้อยเป็นหลักประกันได้ว่า สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ เวลาเกิดเหตุการณ์สงสัยว่ามีการซ้อมทรมานระหว่างควบคุมตัว และถ้าค้นหาความจริงได้ อาจจะเอาหลักฐานแจ้งความต่างๆมาต่อสู้ในชั้นศาลได้ สามารถเอาผิดไปถึงผู้บังคับบัญชาได้ ซึ่งอาจจะเป็นบรรทัดฐานให้มีการตระหนักถึงคนที่จะกระทำการซ้อมทรมานได้ และมีการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาด้วยตัวเงิน ด้านร่างกาย และจิตใจ”

อับดุลเลาะ เงาะ
เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ(JASAD)จังหวัดชายแดนใต้

03/12/2021

" KEEP IN THE DARK "
หลังจากที่ไดัไปชมงานแสดงศิลปะ KEEP IN THE DARK ของพี่ ตะวัน วัตุยา ที่จัดแสดงที่มหาวิทยาลัยศิลปากรณ์ ได้มองเห็นว่ามีบุคคลมากมายที่ ต้องหลี้ภัยไปต่างประเทศ ต้องติดคุก โดนคุกคาม ถูกอุ้มหาย ไม่ทราบชะตากรรม เพียงแค่ออกมา พูด วิจารณ์ รณรงค์ ออกมายื่นข้อเสนอ ให้เกิดการเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งไม่ได้ไปทำร้ายใครหรือสร้างความเจ็บปวดให้ใคร บุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบเพียงคนเดียวแต่รวมไปถึงคนรอบข้างที่ได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจและร่างกายรวมไปถึงด้านสังคม ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนสำหรับบางคนยังไม่สามารถก้าวข้ามเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งอาจทำให้ต้องทุกทนทรมานกับความทรงจำเหล่านั้นที่ติดตัวไปตลอดชีวิต

แต่สำหรับในพื้นที่ 3 จชต.หลายคนที่ควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ มักได้รับประสบการณ์ที่เลวร้ายและหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวออกมาสำหรับบางคนชีวิตของเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพจิต ร่างกาย สังคม ครอบครัว และจะมีอาการติดตัวไปติดตัวไปตลอดชีวิตรวมไปถึงโอกาสต่างๆที่จะได้รับในสังคมนี้ และไม่ใช่ผู้ที่ถูกควบคุมตัวโดยตรงเท่านั้นที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ รวมไปถึงครอบครัวและคนรอบข้าง ที่ต้องทนทุกข์ทรมานกับประสบการณ์เลวร้ายเหล่านี้ มินิซ้ำยังมีอาการ flash back ตามหลอกตามหลอน

ขอบคุณกิจกรรม Safe in Custody awareness month กับสารคดีเรื่อง I DID NOT SEE YOU (Je ne te voyais pas) จัดฉายที่สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพฯ Alliance Française de Bangkok
(75 นาที | 2018 | กำกับโดย François Kohler)

กระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่มุ่งเน้นในการลงโทษผู้กระทำผิดนั้นมีข้อจำกัดและจะต้องถูกตั้งคำถาม โดยเฉพาะในมุมที่ให้ความสำคัญกับการกระทำโดยไม่ฟังเสียงที่แท้จริงของผู้เสียหาย สารคดี Je ne te voyais pas จะพาผู้ชมเข้าไปสำรวจความพยายามในการหาจุดตรงกลางระหว่างเหยื่อที่ต้องการฟื้นฟูชีวิตของตนเองขึ้นมาใหม่และผู้กระทำผิดที่พร้อมรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง ให้พวกเขาได้ค้นพบตัวเองและปลดปล่อยตัวเองจากสถานะเดิมของตน

ความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (Restorative justice) เป็นแนวคิดที่มุ่งเน้นความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงชุมชน ให้เข้ามามีบทบาทในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ผู้เสียหายจะได้รับการเยียวยา และผู้กระทำผิดจะได้รับการแก้ไข

ขอบคุณ:พี่ตะวันสำหรับโฟโต้บุคดีๆ

29/08/2021

ที่ผ่านมาเราเคยพูด เคยสื่อสาร เคยนำเสนอ เคยแนะนำ รณรงค์ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น การป้องกัน การทรมาน การนำคนผิดมาลงโทษ การเยียวยาฯ ผู้ที่ถูกซ้อมทรมาน เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียขึ้นมา

แต่บางคน กลับถูกผู้มีอำนาจ ดำเนินคดี
ข่มขู่ คุกคาม ให้ร้าย มองว่าชังชาติบ้าง หวังผลประโยชน์บ้าง เป็นปีกการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งฯ มาโดยตลอด

เราอยากให้ทางผู้มีอำนาจ ลดความอคติ มองการสื่อสาร การวิพากษ์วิจารณ์ฯ อย่างสร้างสรรค์ ในฐานะ คนที่ทำงานด้านสิทธิฯ คนที่หวังดีต่อช่าติบ้านเมือง คนที่ต้องการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียฯ

มิเช่นนั้นเราจะไม่สามารถ ลดการสูญเสีย แก้ไขหรือทำให้เกิดความเชื่อมั่น การเปลี่ยนแปลง ในเชิงนโยบาย เชิงปฏิบัติ หรือเชิงโครงสร้างได้ฯ

18/07/2021

"หากมีการล็อกดาวน์อย่างที่ สมช.แถลง โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จชต. ให้ประชาชนอยู่แต่ในบ้าน แล้วเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงสามารถ ไปเคาะประตูควบคุมตัวชาวบ้าน บังคับใช้กฎหมายพิเศษได้ "

1.คำถามคือ กรณีมีสมาชิกในครอบครัวโดนควบคุมตัวจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษที่ค่ายทหาร ญาติสามาถเดินทางไปเยี่ยมได้หรือไม่ ?
2. ญาติสามาถเดินทางไปร้องเรียน ที่หน่วยงานที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน หรือ ศูนย์ทนายความต่างๆได้หรือไม่ ? หากมีการดำเนินคดี หรือ ละเมิดสิทธิฯ
3.เข้าใจว่าปัจจุบันนี้ยังมีผู้ถูกควบคุมตัวจากการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ หลายคนยังไม่ได้รับการปล่อยตัว หากมีการล็อกดาวน์อย่างที่ สมช.แถลง ญาติจะสามารถเดินทางไปเยี่ยมได้หรือไม่ ?

ประเด็นเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากกับชาวบ้านในพื้นที่ และเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

#โลกสวยหลีกไปครับ
#ประยุทธ์ออกไป
#ยกเลิกกฎหมายพิเศษ

เลขาธิการ สมช. ย้ำว่า ตั้งแต่วัน 20 ก.ค.จะเริ่มมาตรการล็อกดาวน์ ไม่ให้ออกจากบ้านแล้ว เว้นแต่กรณีที่ ศบค. กำหนดในประกาศฯ ฉบับที่ 28 เช่น การไปซื้ออาหาร การพบแพทย์ และอาชีพที่กำหนดและให้ทำงานจากที่บ้าน (Work fromHome) แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้ห้างสรรพสินค้าเปิดได้เฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายยา ธนาคารในห้างไม่สามาถเปิดได้ แต่ด้านนอกเปิดได้ รวมถึงร้านสะดวกซื้อ และตลาดสด เปิดได้ถึง 20.00 น. มีเคอร์ฟิวตั้งแต่ 21.00 น. – 04.00 น. ห้ามทำกิจกรรมที่รวมตัว 5 คนขึ้นไปในลักษณะมั่วสุม

ส่วนการเดินทางขนส่งในจังหวัดที่กำหนดจะมีการตั้งด่านและตรวจเข้มเริ่ม 21 ก.ค.เน้นพื้นที่ควบคุมสูงสุด 13 จังหวัด โดยรอบนี้จะเป็นเหมือนการล็อกดาวน์เมื่อเดือน เม.ย.63 โดยจะใช้กำลังทหารมากขึ้น ในการตั้งจุดตรวจต่างๆ เพราะต้องใช้กำลังตำรวจในการลาดตระเวนมากขึ้น

https://www.facebook.com/2287975534786167/posts/3040681619515551/?d=n

26/06/2021

"วันที่26มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันต่อต้านการทรมานสากลฯ"

✔️อนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ ( Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment : CAT ) เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ที่สมัชชาสหประชาชาติตกลงรับรองเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2527 อนุสัญญานี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำการสองประการที่ต้องห้ามเด็ดขาด ไม่ว่าในสถานการณ์หรือข้ออ้างใดๆ ไม่ให้เจ้าพนักงานของรัฐกระทำการ รวมทั้งละเว้นกระทำการ ยุยง ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้มีการกระทำการทรมาน การปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ซึ่งรัฐภาคีของอนุสัญญามีพันธะกรณีจะต้องปฏิบัติ โดยการจัดให้มีและใช้มาตรการต่างๆทั้งทางนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำดังกล่าวกับทั้งต้องชดใช้เยียวยาด้วยวิธีการต่างๆ แก่ผู้ตกเป็นเหยื่อและผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการลงโทษเจ้าพนักงานที่กระทำผิด

✔️สำหรับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2550 โดยอนุสัญญามีผลบังคับใช้กับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เป็นต้นมา การเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา มีผลให้ประเทศไทยต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่กำหนดไว้ในอนุสัญญา และจะต้องจัดทำรายงานผลการดำเนินงานของประเทศไทยเสนอต่อคณะกรรมการการต่อต้านการทรมาน (UN Committee Against Torture) โดยรายงานฉบับแรกให้เสนอภายในหนึ่งปีหลังจากอนุสัญญามีผลใช้บังคับ และทุกๆสี่ปีหลังจากนั้น

✔️“การทรมาน” ตามความหมายของอนุสัญญาหมายถึง การกระทำของเจ้าพนักงานรัฐ หรือการกระทำของบุคคลอื่นที่เกิดจากการยุยง ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจของเจ้าพนักงานรัฐ ต่อบุคคล (1) ให้เกิดความเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานอย่างสาหัส ไม่ว่าทางร่างกาย หรือ จิตใจ เพื่อมุ่งประสงค์ให้ได้มาซึ่งข้อมูล ข้อสนเทศหรือคำรับสารภาพจากบุคคลนั้นหรือบุคคลอื่น หรือ (2) การลงโทษ หรือข่มขู่ให้กลัว หรือบังคับขู่เข็ญ บนพื้นฐานของการเลือกปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด

“การปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี” อนุสัญญาไม่ได้ให้คำนิยามไว้ ทั้งนี้ก็เนื่องจากแม้ถ้อยคำดังกล่าวจะมีหลักการพื้นฐานบางประการคล้ายคลึงกัน แต่ปัจจัยต่างๆในด้านสังคม ประเพณีและวัฒนธรรม การกระทำและสภาพแวดล้อม ตลอดจนความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยี่ มีส่วนอย่างมากในการที่จะพิจารณาว่าการกระทำใดเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติ หรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรีหรือไม่ ทั้งการกระทำดังกล่าวมีหลากหลายรูปแบบที่ผันแปรได้ การให้คำนิยามอาจส่งผลให้เป็นการจำกัด จนอาจทำให้การกระทำบางอย่างในอนาคตไม่เข้าข่ายครอบคลุมเป็นความผิดตามอนุสัญญานี้ได้

✔️นับแต่อนุสัญญามีผลบังคับใช้กับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เป็นต้นมา ประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนแปลงปรับปรุง กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับให้สอดคล้องกับพันธกรณีตามอนุสัญญาฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

1. การกำหนดนิยามของคำว่า”การทรมาน” ซึ่งประเทศไทยได้ตั้งข้อสงวนในการตีความไว้ กล่าวคือแม้คำว่า “ทรมาน” ได้มีบัญญัติไว้ในกฎหมายของไทยหลายฉบับ เช่น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 32 วรรค 2 บัญญัติว่า “การทรมาน การทารุณกรรมหรือการลงโทษโดยวิธีโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมจะกระทำมิได้ ฯลฯ”

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 135 “ในการถามคำให้การผู้ต้องหา ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำหรือจัดให้ทำการใดๆซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน การใช้กำลังบังคับหรือกระทำโดยมิชอบด้วยประการใดๆเพื่อจูงใจให้เขาให้การอย่างใดๆในเรื่องที่ต้องหานั้น”

แต่กลับปรากฎว่าประมวลกฎหมายอาญาของไทยที่ใช้บังคับในปัจจุบัน ไม่มีบทบัญญัติจำกัดความคำว่า “ทรมาน” ไว้โดยเฉพาะ ทั้งๆที่ประมวลกฏหมายอาญาเป็นกฎหมายหลักสำคัญสำหรับการกำหนดองค์ประกอบความผิด ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงขอตีความความหมายของคำดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญาของเราไปก่อน อันอาจไม่สอดคล้องกับความหมายตามอนุสัญญาได้

2. การทำให้การทรมานหรือการพยายามทำทรมานเป็นความผิด และการกำหนดโทษเฉพาะให้กับการทำทรมาน

3. การฝึกอบรมเจ้าพนักงาน บุคลาการทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายตุลาการหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่เกี่ยวข้องและการปฏิบัติตามอนุสัญญานี้

4. การปรับปรุงกฎหมายระเบียบหรือข้อบังคับในการควบคุมหรือปฏิบัติต่อผู้อยู่ใต้การจับกุมหรือกักขัง การจำคุกในรูปแบบใดๆ เพื่อป้องกันการทรมาน และการปฏิบัติหรือการลงโทษที่ทารุณโหดร้ายหรือทำให้เสื่อมเสียศักดิ์ศรี

5 การสร้างกระบวนการเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับความเสียหายแก่ผู้ได้รับการทรมาน โดยการจ่ายค่าสินไหมทดแทนหรือการฟื้นฟูที่เป็นธรรม

✔️สิ่งเหล่านี้ส่อสะท้อนให้เห็นว่า แนวคิดในเรื่องเกี่ยวกับการต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรี (Concept against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment) ยังไม่ได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางและมีประสิทธิภาพจนสามารถเปลี่ยนแปรทัศนคติในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐได้

08/05/2021

📌หลังจากที่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ ก็ได้มีเจ้าหน้าที่ หน่วยงานความมั่นคงปิดล้อม ตรวจค้น ในพื้นที่ 3 จชต./ปาตานี บ่อยขึ้น จากการที่ได้ติดตามจากสื่อโซเชี่ยลมีเดีย

📌จึงขอแนะนำสำหรับท่านใด ที่คิดว่าตัวเองถูกละเมิดสิทธิฯ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ท่านสามารถไปร้องเรียนได้ที่ หน่วยงานดังนี้

1.ศูนย์ประสานงานสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ 3จชต./ปาตานี ไปร้องเรียนได้ที่ คณะรัฐศาสตร์ มอ.ปัตตานี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

2.มูลนิธิผสานวัฒนธรรม(CRCF) Cross Cultural Foundation (CrCF)

3.หน่วยงานที่ทำงานด้านสิทธมนุษยชนในพื้นที่ 3 จชต./ปาตานี

4.คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน รัฐสภา

5.สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ(UNOHCHR)

6.กรมคุมครองสิทธิและเสรีภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

7.สำนักงานยุติธรรมจังหวัด

📌 ขั้นตอนที่ 1 ไปร้องเรียนด้วยตัวเองให้ท่านจดบันทึกรายละเอียดต่างๆ เช่นวันเวลา ที่โดนปิดล้อม รายการสิ่งของที่ถูกยึดไปทั้งหมด ภาพถ่ายต่างๆ(ถ้ามี)และหน่วยงานที่กระทำการละเมิดสิทธิฯ
📌ขั้นตอนที่ 2 ส่งสำเนาการร้องช่องทาง e-mail.หรือส่งจดหมายไปตามที่อยู่ ของหน่วยงานต่างๆที่จะร้องเรียน โดยแนบชื่อที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ

📌 ข้อเสนอแนะ ที่1. สำหรับท่านใดที่เจ้าหน้าที่ไปที่บ้านบ่อยๆและรู้สึกว่าโดนคุกคามหรือได้รับผลกระทบ ให้ท่านจดบันทึกรายละเอียดเบื้องต้น เช่น วันเวลาที่ จนท.มาที่บ้าน หน่วยงานที่มา จำนวน ผลกระทบที่เกิดขึ้น สิ่งของหรือทรัพย์สินที่ถูกยึดไป(ถ้ามี)และให้หน่วยงานที่มา ช่วยเซ็นกำกับ หาก จนท.ไม่ยอมเซ็นให้ท่านเขียนกำกับว่า จนท.ไม่ยอมเซ็น และนำหลักฐานที่จดบันทึกมาร้องเรียนที่หน่วยงานที่กล่าวข้างต้น

📌 ข้อเสนอแนะที่ 2. หากท่านพอมีต้นทุนให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดที่บ้าน และเชื่อมกับโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน เปิดออนไลน์เมื่อเกิดเหตุการณ์ ต่างๆท่านสามารถแชร์สาธาราณะได้ทันที ไม่ต้องกังวลในเรื่องที่จะโดนยึดคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค หรือ ฮาร์ดดิส

📌 สิ่งที่ได้นำเสนอข้างต้นหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เจ้าหน้าที่เองก็จะได้แสดงความบริสุทธิใจ ในการบังคับใช้กฎหมายและมีโอกาสที่จะชี้แจงให้สังคมเข้าใจมากขึ้น หากมีหน่วยงานอิสระมาตรวจสอบถ่วงดุล

📌 สุดท้ายขอเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่กำลังปฎิบัติหน้าที่ท่ามกลางโรคโควิด-19กำลังระบาดอย่างหนักระลอกใหม่
และขอเป็นกำลังใจให้กับชาวบ้านทุกคนให้ผ่านความยากลำบากนี้ไปให้ได้

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
#หิวแสง ันเฉลิม #ยกเลิกกฎหมายพิเศษ #พรบอุ้มต้องไม่หาย

13/02/2021

"วันนี้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว "

✔️ เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 13 ก.พ. 2556 เกิดเหตุกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ ไม่ทราบฝ่าย และจำนวน แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมอาวุธปืนครบมือบุกโจมตีฐานปฏิบัติการทหารร้อยปืนเล็กที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 32 ซึ่งตั้งอยู่บริเวณบ้านยือลอ หมู่ 3 ต.บาเร๊ะเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส และเกิดการปะทะกันเป็นเหตุให้ฝ่ายกองกำลังติดอาวุธเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 16 ราย

23/01/2021

⚫️ หลังจากเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่ 3จชต./ปาตานี ก็จะมีผู้ถูกควบคุมตัวตามอำนาจกฎอัยการศึกหลายคน

⚫️ ส่วนใหญ่จะเป็นอดีตผู้ถูกคุมตัวตามกฎหมายพิเศษบ้าง อดีตผู้ต้องขังคดีความมั่นคงบ้าง บางคนได้รับการปล่อยตัวในวันเดียวกันบางคนถูกส่งต่อไปควบคุมตัวที่อื่น บางคนถูกเก็บดีเอ็นเอ บางคนโดนยึดสิ่งของเครื่องใช้ฯลฯ

⚫️ ส่วนตัวจึงคิดว่าการบังคับใช้กฎอัยการศึก กฎหมายพิเศษ โดยไม่มีขอบเขตและขีดจำกัด อาจจะไปกระทบวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ครอบครัว สุขภาพจิต เศรษฐกิจ สังคม ของคนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง และการยึดสิ่งของต่างๆที่อ้างว่าต้องการตรวจสอบนั้น โดยไม่ได้ลงบันทึกในเอกสารอาจจะทำให้ชาวบ้านมีปัญหาเวลาไปขอรับคืน

⚫️ ส่วนตัวขอเรียกร้องให้หน่วยงานความมั่นคงทบทวนการบังคับใช้หมายพิเศษในพื้นที่เท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน จำกัดสมควรแก่เหตุต้องสงสัยเท่านั้น มิเช่นนั้นอาจจะกลายเป็นการสร้างปัญหาสร้างเงื่อนไขเป็นวงกว้างอย่างไม่จบสิ้น ตลอดระยะเวลากว่า16-17 ปีที่บังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ ได้แสดงเห็นถึงความล้มเหลวในการบังคับใช้กฎหมายที่ไปละเมิดสิทธิฯไปกระทบชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในพื้นที่อย่างมากมาย

⚫️ #พื้นที่แบ่งปันประสบการณ์การทำงานแลกเปลี่ยน เสนอแนะ วิพากษ์วิจารณ์ เพื่อ ป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน และให้เกิดการถ่วงดุลระหว่างอำนาจรัฐกับชาวบ้านในพื้นที่
#ติดตามได้ ep ต่อไป

30/12/2020

📌 ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา มีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษมายาวนาน ประมาณ 16-17 ปี ซึ่งยังไม่สามารถยกเลิกได้ จึงทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงมีอำนาจในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ปิดล้อมตรวจค้น ยึดสิ่งของต่างๆ ฯลฯ
📌 ส่วนตัวแล้วมองว่า การบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่
มีอำนาจในการบังคับใช้ แต่ต้องได้สัดส่วนที่พอดี ไม่ไปกระทบหรือละเมิดสิทธิฯ บุคคลอื่นหรือคนรอบข้างและผู้ถูกควบคุมตัว จนเกินไป เช่น
📌สัดส่วนในการเข้าไปปิดล้อมตรวจค้น ไม่เยอะจนเกินไป เช่นอาวุธ จำนวนคน รถถัง ฯต่อผู้ต้องสงสัย 1 คน
📌สัดส่วนในการไปเยี่ยม อดีตผู้ต้องขัง อดีตผู้ถูกคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ ครอบครัวผู้ที่หนีหมายฯ ไม่บ่อยจนเกินไป ในรอบ 1 เดือน
📌 มีข้อมูล ที่ชัดเจน ในแต่ละพื้นที่ เช่น มีคนชรา เด็ก คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดัน มีผู้หญิงพึ่งคลอด ฯ
📌 อดีตผู้ต้องขังหรือผู้ถูกคุมตัว ที่มีภาวะเรื่องสุขภาพจิต หรือ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder)จากการเจอหรือได้รับประสปการณ์ที่เลวร้าย

⏩ เพื่อลดช่องว่างหรือเปิดโอกาสให้มีการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และผลกระทบในด้านอื่นๆเป็นวงกว้าง ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ได้

#พื้นที่แบ่งปันประสบการณ์การทำงานแลกเปลี่ยน เสนอแนะ วิพากษ์วิจารณ์ เพื่อ ป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน และให้เกิดการถ่วงดุลระหว่างอำนาจรัฐกับชาวบ้านในพื้นที่
#ติดตามได้ ep ต่อไป

ขอบคุณภาพประกอบจาก google

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Pattani?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่

Pattani
94220