CSEAS Thammasat

CSEAS Thammasat

แชร์

Southeast Asia Inside Out

วิสัยทัศน์-เป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พันธกิจ-สร้างเครือข่ายทางวิชาการ ศึกษาวิจัยและเผยแพร่ความรู้ ตลอดจนบริการวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา

Photos from Research Division, Institute of East Asian Studies, Thammasat University's post 24/05/2026
Photos from CSEAS Thammasat's post 24/05/2026

🤩 the Darmasiswa Indonesian Scholarship Program for Academic Year 2026/2027

👉 the Darmasiswa is a non-degree scholarship program offered to foreign students from countries that maintain diplomatic relations with Indonesia.
Participants are given the opportunity to study the Indonesian language, arts, and culture at selected universities across Indonesia.

📌 the application period is open from 15 May 2026 until 15 June 2026.

📧 further information or assistance regarding the program, please do not hesitate to contact the Education and Culture Attaché of the Embassy of the Republic of Indonesia in Bangkok at telephone number +66 2 252 3135 ext. 198, email [email protected], or Line ID: sarisuharyo.

เวียดนาม เมืองโตไว แต่คนโตไม่ทันเมือง | Spotlight World 21/05/2026

เมืองต่าง ๆ ในเวียดนามกำลังโตไม่หยุด ตึกสูงขึ้นทุกปี ค่าเช่าขยับทุกเดือน แต่สำหรับบางคนชีวิตกลับไม่ได้ขยับตาม

เวียดนาม เมืองโตไว แต่คนโตไม่ทันเมือง | Spotlight World เมืองต่าง ๆ ในเวียดนามกำลังโตไม่หยุด ตึกสูงขึ้นทุกปี ค่าเช่าขยับทุกเดือน แต่สำหรับบางคน ชีวิต…กลับไม่ได้...

Photos from Institute of East Asian Studies,Thammasat University,Thailand's post 21/05/2026
19/05/2026

EP.2 ของ Jora Podcast เชิญชม Live สนทนาถึงประเด็น "ผ้าคลุม เพศสภาพ เเละกระเเสฟื้นฟูอิสลามในชายเเดนใต้" โดย อัมพร หมาดเด็น จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569

อ่านบทความของ อัมพร หมาดเด็น ได้จาก
Contested Meanings of the Veil’s Resurgence Among Thai Muslim Youth บทที่ 7 ของหนังสือ Muslim Youth in Southeast Asia
https://link.springer.com/chapter/10.1007/978-981-95-3369-5_7

ทิศทางกระบวนการสันติภาพชายแดนใต้ จากมุมมองของประชาชน. วารสารสถาบันพระปกเกล้า 22(2), 144–164.
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/kpi_journal/article/view/271420

ไม่มีตราฮาลาลที่ตู้อาหาร: การต่อรองอำนาจผ่านฮิญาบ. วารสารสถาบันพระปกเกล้า 21(2), 140–161.
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/kpi_journal/article/view/265213

Jora Podcast กลับมาอีกครั้งเป็น Season 3 ที่เราจะชวนผู้เขียนหนังสือ/บทความมาคุยเกี่ยวกับงานของพวกเขา จะเจอกันช่วงค่ำ 19.00 - 20.00 น. ทางเพจวารสารมานุษยวิทยาศาสนาคับ

18/05/2026

เหตุผลด้านความมั่นคงในประเทศ ทำให้ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ไทย และอินโดนีเซีย เป็นสองประเทศที่กำลังเร่งทบทวนนโยบายยกเว้นการตรวจลงตรา (ฟรีวีซ่า) แม้อาจมีผลกระทบต่อรายได้จากการท่องเที่ยว แต่ทั้งสองประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งไทย เห็นว่าการมีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ เอื้อประโยชน์ต่อประเทศ มากกว่าในเชิงปริมาณ อย่างไรก็ดี เป้าหมายการดึงดูดการท่องเที่ยวก็ยังเป็นนโยบายหลักในการสร้างรายได้ของประเทศ

ไทยย้ำว่าการที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาลดระยะเวลาสิทธิยกเว้นฟรีวีซ่าจาก 60 วัน เหลือ 30 วัน ก็เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยเมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 ว่า ไทยจะทบทวนวีซ่าทุกประเภทที่อาจให้ระยะเวลาพำนักเกินความจำเป็น และไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ประเทศใดเป็นพิเศษ แต่เพื่อทบทวนการเข้ามาประกอบกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และเป็นภัยต่อความมั่นคงในไทย

ไทยประกาศ รายชื่อ 93 ประเทศหรือดินแดนที่ได้รับสิทธิยกเว้นวีซ่า และสามารถพำนักในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวได้ไม่เกิน 60 วัน เพื่อการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจ และการทำงานระยะสั้น ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 อย่างไรก็ดี หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบข้างต้น รัฐบาลจะมีการพิจารณาทบทวนรายชื่อประเทศที่จะได้รับสิทธิ์ใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมประเทศที่ประเทศไทยต้องการสนับสนุนการท่องเที่ยวหรือมีการเชื่อมสัมพันธ์ทางการทูตใหม่ ๆ

นโยบายการลดจำนวนวันฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวของไทย สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดผลกระทบจากอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ใช้ไทยเป็นแหล่งพักพิงที่ปลอดภัย รวมทั้งกำลังมีแนวโน้มที่จะมีชาวต่างชาติใช้การพำนักในไทยเอื้อประโยชน์ในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ หรือธุรกิจไทย โดยใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย และใช้คนไทยเป็นนอมินี ซึ่งล่าสุดก็มีกรณีจับกุมนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีน เมื่อ 9 พฤษภาคม 2569 ที่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำในจังหวัดชลบุรี จนนำไปสู่การขยายผลว่ามีการครอบครองอาวุธสงครามร้ายแรง

ส่วนอินโดนีเซียก็มีการเตรียมทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าเช่นเดียวกับไทย แต่ของอินโดนีเซียชัดเจนว่า เป้าหมายต้องการกวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งกวาดล้างอย่างหนักในช่วงนี้ พบว่าผู้เกี่ยวข้องใช้ฟรีวีซ่า เป็นช่องทางเข้าประเทศเพื่อประกอบอาชญากรรม โดยผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของอินโดนีเซียประกาศ เมื่อ 13 พฤษภาคม 2569 ว่า เตรียมจะทบทวน การให้ฟรีวีซ่า 30 วัน สำหรับ นักท่องเที่ยวจากประเทศสมาชิกอาเซียน

ตำรวจอินโดนีเซียที่กวาดล้างอาชญากรรมออนไลน์อย่างหนักในช่วงนี้ และเมื่อ 6-7 พฤษภาคม 2569 ที่มีการทลายเครือข่ายพนันออนไลน์ในกรุงจาการ์ตา และแก๊งสแกมเมอร์ ในเมืองบาตัม จังหวัดหมู่เกาะรีเยา สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติมากกว่า 500 ราย เช่น เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย ลาว และเมียนมาที่ใช้ฟรีวีซ่า 30 วัน เดินทางไปยังอินโดนีเซีย

ทั้งไทยและอินโดนีเซียมีเป้าหมายตรงกันในเรื่องการต้องมีการทบทวนการให้ฟรีวีซ่าแก่บุคคลที่จะเดินทางเข้าประเทศ แม้ต้องการรายได้จากการท่องเที่ยว เพื่อไปขับเคลื่อนประเทศ แต่ทั้งสองประเทศก็ให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคงที่จะต้องปกป้องประชาชนให้รอดพ้นจากภัยคุกคามทางออนไลน์ หรืออาชญากรรมข้ามชาติอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นจากการฉวยโอกาสของชาวต่างชาติจากการใช้ฟรีวีซ่าด้วยเช่นกัน

#ไทยอินโดนีเซีย #ฟรีวีซ่า #ความมั่นคง #อาชญากรรมข้ามชาติ #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมออนไลน์ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวอาเซียน #ข่าววันนี้ #ข่าวร้อน #ทันโลก #ข่าวความมั่นคง #จับตาอาเซียน #นักท่องเที่ยว #ภูมิรัฐศาสตร์ #ข่าวเศรษฐกิจ #ท่องเที่ยว #ข่าวต่างประเทศวันนี้ #เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ #ข่าวทันกระแส

18/05/2026

For English, please scroll down.

งานประชุมวิชาการนานาชาติไทยศึกษา วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ครั้งที่ 4 "บางกอกที่รัก" (Bangkok Ti Rak)

Beloved Bangkok: Past, Present, and Future
สำรวจกรุงเทพผ่านอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

Keynote speaker ในงานประชุมครั้งนี้ คือ Dr. Edward Van Roy ผู้เขียนหนังสือ “Siamese Melting Pot: Ethnic Minorities in the Making of Bangkok” หรือ “ก่อร่างเป็นบางกอก“ และหนังสืออีกหลายเล่มที่มีคุณูปการต่อวงการไทยศึกษา ในครั้งนี้ Dr. Edward Van Roy จะมากล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Reflections on Six Bangkok Decades”

งานประชุมวิชาการ “บางกอกที่รัก“ จะจัดขึ้นวันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 - 17.00 น. ณ วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

ลงทะเบียนล่วงหน้า 200 บาท ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคม 2569
ลงทะเบียนหน้างาน 300 บาท โดยโอนผ่านบัญชีธนาคารเลขที่ 155-2-08342-8 (ธนาคารทหารไทย) ชื่อบัญชี Donation For Pridi Banomyong International College Thammasat University

***นิสิต/นักศึกษา พระภิกษุ เข้ารับฟังฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงลงทะเบียนและแนบภาพบัตรประจำตัวนักศึกษา หรือบัตรประจำตัวพระพิกษุที่ยังไม่หมดอายุผ่าน Google Form นี้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อีเมล [email protected]

———

The 4th PBIC International Conference on Thai Studies "Bangkok Ti Rak" (Beloved Bangkok)
Beloved Bangkok: Past, Present, and Future

We invite you to explore the evolution of Bangkok through its past, present, and future.

Keynote Speaker
We are honored to welcome Dr. Edward Van Roy, the author of “Siamese Melting Pot: Ethnic Minorities in the Making of Bangkok” and numerous works in the field of Thai Studies. Dr. Van Roy will deliver a keynote address titled “Reflections on Six Bangkok Decades”

• Date: June 6, 2026
• Time: 09:00 AM – 05:00 PM
• Venue: Pridi Banomyong International College (PBIC), Thammasat University, Tha Prachan Campus

Registration Fees
• Early Bird: 200 THB (Available from now until May 31, 2026)
• On-site Registration: 300 THB

Payment Method:
Please transfer the registration fee to the following account:
• Bank: TMBThanachart Bank (ttb)
• Account Number: 155-2-08342-8
• Account Name: Donation For Pridi Banomyong International College Thammasat University

***Students and Monks may attend free of charge. To secure your seat, please register via the Google Form and attach a copy of your valid Student ID or Monk Identification Card.

For more information, please contact:
Email: [email protected]

18/05/2026

🇻🇳โฮจิมินห์โฉมใหม่ มหานคร 22 ล้านคน กับโมเดล “เดินทางทั่วเมืองใน 1 ชั่วโมง”

เมื่อพูดถึงศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างร้อนแรงที่สุดในอาเซียน นาทีนี้คงปฏิเสธชื่อ “นครโฮจิมินห์” ไปไม่ได้ ล่าสุดทางการเวียดนามได้อนุมัติโครงร่างแผนแม่บทระยะยาว (ปี 2021-2050) ที่จะเปลี่ยนเมืองเศรษฐกิจแห่งนี้ให้กลายเป็น “อภิมหานคร (Mega-city)” ระดับโลก โดยตั้งเป้าดึงดูดประชากรทะยานสู่ 20-22 ล้านคน และปั้น GDP พุ่งแตะ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2050 ซึ่งเป็นตัวเลขที่เทียบชั้นได้กับระบบเศรษฐกิจระดับประเทศเลยทีเดียว
-----

🎯หัวใจสำคัญของการปฏิรูปเมืองครั้งมโหฬารนี้คืออะไร? และเวียดนามกำลังจะเดินหน้าไปในทิศทางไหน?

1. ทลายขีดจำกัด สู่โมเดล “มหานครหลายศูนย์กลาง”

จากเดิมที่โฮจิมินห์กระจุกความเจริญไว้ที่ใจกลางเมือง แผนใหม่นี้จะเปลี่ยนไปใช้โมเดล "Multi-centered mega-city" หรือการกระจายศูนย์กลางความเจริญ หลังจากที่เพิ่งมีการควบรวมจังหวัดข้างเคียงอย่าง บิ่ญเซือง และ บ่าเสียะ-หวุงเต่า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของนครโฮจิมินห์แห่งใหม่เมื่อกลางปี 2025 ที่ผ่านมา โดยมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ชัดเจน

#ใจกลางเมืองเดิม มุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ บริการชั้นสูง และเทคโนโลยี
#โซนบิ่ญเซืองเดิม ปั้นให้เป็นฮับอุตสาหกรรมไฮเทค
#โซนบ่าเสียะ-หวุงเต่าเดิม เน้นเศรษฐกิจทางทะเล โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยวชายฝั่ง

2. บุกเบิก “3 แนวระเบียงเศรษฐกิจ” เชื่อมบก-ต่อทะเล

เมืองใหม่ต้องการเส้นเลือดใหญ่ที่ทรงพลัง แผนแม่บทนี้จึงกำหนดกรอบพัฒนาผ่าน "3 ภูมิภาค - 3 แนวระเบียงเศรษฐกิจ" โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ "แนวระเบียงชายฝั่งทางตอนใต้" ซึ่งจะทำหน้าที่เชื่อมโยงพื้นที่อู่ข้าวอู่น้ำอย่างสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงเข้ากับโฮจิมินห์ ผ่านระบบถนนวงแหวนรอบที่ 3 และ 4 ตลอดจนกลุ่มท่าเรือขนาดใหญ่ ยิงยาวตั้งแต่เกิ่นเซอไปจนถึงโฮจ่าม เพื่อสร้างเชนเมืองใหม่ ทั้งเมืองโลจิสติกส์ เขตการค้าเสรี และเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

3. วิสัยทัศน์ “One-hour mobility” พลิกโฉมการเดินทาง

หนึ่งในความท้าทายที่สุดของเมืองขนาด 22 ล้านคน คือ "ปัญหารถติด" โฮจิมินห์จึงแก้เกมด้วยแนวคิด TOD (Transit-Oriented Development) หรือการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน โดยตั้งเป้าหมายสุดทะเยอทะยานว่า "ประชากรต้องเดินทางข้ามอภิมหานครนี้ได้ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง"

เพื่อตอบโจทย์นี้ เมืองจะระดมสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบรางขนานใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดิน (Metro), รถไฟฟ้ารางเบา (LRT) และรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) รวมไปถึงการเจาะอุโมงค์ใต้ดินและสร้างทางยกระดับ เพื่อลดปัญหาการเวนคืนที่ดินและเพิ่มขีดความสามารถในการเดินทางให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
-----

📍บทสรุป
แผนแม่บทปี 2050 ของนครโฮจิมินห์ ไม่ใช่แค่การขยายเมืองเพื่อรองรับคนให้มากขึ้น แต่เป็นการ "คิดใหม่ทำใหม่" เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ติดอันดับ Top 100 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก หากเวียดนามสามารถผลักดันโปรเจกต์หมื่นล้านเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริงได้สำเร็จ โฮจิมินห์โฉมใหม่จะเป็นทั้งศูนย์กลางการเงิน นวัตกรรม และโลจิสติกส์ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไปอีกหลายทศวรรษ

Source: The Investor VN
17 May 2026

#วันนี้คุณออกนอกกรอบแล้วหรือยัง #คิดใหม่ทำใหม่

Photos from CSEAS Thammasat's post 18/05/2026

รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยวัฒน์ มีสันฐาน ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับเชิญร่วมแลกเปลี่ยนทางวิชาการภายใต้BRICAP SEMINAR 2026 :The relevance of the Global Governance Initiative (GGI) amid the rise of the Global South and the global order reset ณ Crystal Crown Hotel Petaling Jaya, Malaysia

18/05/2026

Webinar: "Encounters at the Edge of Night: An ethnography of the weird," with Andrew A. Johnson (Stockholm University, 26 May (Tuesday), 17:00-19:00 Central European Time (Heidelberg). Hosted by the T[h]ai Studies Network Germany. No need to register. The zoom link is:

https://eu02web.zoom-x.de/j/61406802085

18/05/2026

ช่วงสายของวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ผู้ที่อยู่บนอาคารสูงในเขตกรุงเทพมหานครต้องตกใจอีกครั้ง หลังมีประชาชนรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจนทำให้ผู้ที่อยู่บนอาคารสูงต้องอพยพออกจากอาคาร โดยรายงานจากผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คทั้ง Facebook และ X ต่างแสดงความเห็นว่า ตึกสูงในกรุงเทพฯ เช่นในพื้นที่เขตดอนเมือง พญาไท บางรัก ห้วยขวาง ปทุมวัน คลองเตย จตุจักร ฯลฯ ต่างรายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือน

เฟซบุ๊ก Earthquake TMD หน่วยงานแจ้งเตือนและรายงานสถานการณ์แผ่นดินไหวในประเทศไทยและทั่วโลก โดยกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 09.05 น. ได้เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 5.3 ความลึก 10 กม. นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศ เมียนมาบริเวณปากแม่น้ำอิรวดี ใกล้เมือง ย่างกุ้ง ห่างจากไทยประมาณ 247 กม.ส่งผลให้หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่บนอาคารสูง พบมีอาการอาคารโยกและโคมไฟแกว่ง

เป็นที่รับรู้ว่าแม้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวจะอยู่ห่างจากประเทศไทย แต่ด้วยลักษณะชั้นดินเหนียวอ่อนของกรุงเทพฯ ทำให้แรงสั่นสะเทือนถูกขยายจนประชาชนในหลายพื้นที่สามารถรับรู้ได้ อย่างไรก็ตามการเกิดเหตุในครั้งนี้มีการตั้งคำถามว่าเหตุใดถึงไม่มีการแจ้งเตือน CellBroadCast ซึ่งภายหลังกรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ในระดับ 5.3 ยังไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเตือน CellBroadCast ในแผ่นดินไหวขอบเขตที่ 2 (พื้นที่รอบนอกประเทศไทย) ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนเมื่อมีขนาดมากกว่าหรือเท่ากับ 6.0

ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ เป็นนักวิชาการและอาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ก่อตั้งเพจและเว็บไซต์ มิตรเอิร์ธ - mitrearth ให้สัมภาษณ์เนชั่นแนล จีโอกราฟิก ฉบับภาษาไทยว่า ติดตามเหตุเช้านี้อย่างใกล้ชิด และประเมินว่ายังไม่มีความรุนแรงใดๆ จากความสั่นในกรุงเทพฯ อย่างไรก็ดีการไม่แจ้งเตือนคือสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะความสั่นยังไม่เข้าข่ายภัยพิบัติ และการเกิดเหตุขนาด 5.3 ในวันนี้โดยหลักการแล้ว ไม่ส่งผลอันตรายใดๆกับอาคาร

“ต้องแยกความรู้สึกว่าแผ่นดินมันสั่นกับภัยพิบัติที่ต้องแจ้งเตือน หากต้องเตือนทุกครั้งที่แผ่นดินไหวก็อาจจะต้องแจ้งเตือนกันทุกวัน มันไม่ใช่ภัยพิบัติ การแจ้งเตือนที่ระดับที่จะส่งผลกับอาคารคือ 6.0 ขึ้นไป ซึ่งการมี CellBroadCast ก็เปรียบเสมือนเก็บไว้เตือนตอนของจริง คำเตือนจะได้ศักดิ์สิทธิ์ มีน้ำหนัก ประชาชนจะได้ตระหนักครับ” ศ.ดร.สันติ อธิบาย

ภาพประกอบจากห้องทำงาน ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Pathum Thani?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่

ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
Pathum Thani
12120

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:00
อังคาร 09:00 - 16:00
พุธ 09:00 - 16:00
พฤหัสบดี 09:00 - 16:00
ศุกร์ 09:00 - 16:00