14/06/2026
มีคอนเทนต์ กล่าวว่า Excel แบบเก่าคือต้องลากสูตรหลายพันแถว ส่วน Excel 365 นั้นคือ Dynamic array ไม่ต้องลากสูตร หลายพันแถวให้เมื่อยมือ -- แนวคิดแบบนั้น คำพูดลักษณะนั้นถูกต้องแล้วกระนั้นหรือ
นี่คือจุดที่คนใช้ Excel ไม่ควรยอมรับคำโฆษณาชวน(หลง) เชื่อนั้น เพราะไม่ว่าจะใช้ Excel รุ่นใดต้องเลือกพื้นที่เสมอ ไม่ว่าจะ 5 แถว หรือ 53,427 แถว
ยกตัวอย่างเห็นชัดๆ 2 จุดใหญ่ดังนี้
จุดที่ 1.เวลาเขียนสูตรแบบนี้ =VLOOKUP(B1,A1:A5,1,0) ต้องลากคลุมกี่แถว คำตอบคือ 5 แถว ไม่ว่าใช้ Excel เวอร์ชั่นไหน
แล้วถ้าเขียนแบบนี้
=VLOOKUP(B1,A1:A53427,1,0) ต้องลากคลุมกี่แถว คำตอบคือ 53,427 แถว ไม่ว่าใช้ Excel เวอร์ชั่นไหน
คำถามคือถ้าใช้ Excel 365 ที่เป็น Dynamic Array แล้วตามที่ ชวนเชื่อว่าไม่ต้องลากคลุม..ตรงไหนก่อน
กรณีที่ไม่ต้องลากคลุมตามที่ มีคนกล่าวอ้างสามารถทำได้ดังนี้ เมื่อคีย์สูตรลักษณะนี้ เช่น
=VLOOKUP(B1,A1 แค่นี้....
แล้วสั่ง Excel ด้วยโทรจิตว่าเฮ้ย วิ่งลงไปถึง เซลล์ A53427 หรือสั่งกุมารทองเสกให้มันวิ่งลงไปถึงเซลล์ A53427 แบบนี้แลจึงเรียกว่า ไม่ต้องลากคลุม แต่ถ้ายังต้องใช้เม้าส์ ลากลงไปแกรกๆๆ หรือจะใช้คีย์บอร์ด Shortcut พวก Shift + Ctrl + ลูกศร ลงไปถึงแถวที่ 53427 ก็คือการลากคลุมดีๆนั่นเอง สรุปแล้วมันไม่ต้องลากคลุมพื้นที่ตรงไหนก่อน??
คราวนี้มาถึงจุดที่ 2 คือหลังจากเขียนสูตรที่ต้องลากคลุม หรือเลือกพื้นที่ทุกแถว สมมุติ 53427 แถว ตามที่ีกล่าวไปในจุดที่ 1 ไม่ว่าใช้ เวอร์ชั่นใดแล้วต้อง Copy สูตรลงไป บางคอนเทนต์สร้างภาพประมาณว่า
Excel เก่า
1. คีย์สูตร
2. ลากเมาส์ลง 10,000 แถว
Excel 365
1. คีย์สูตร
2. จบ
ตัวอย่างกรณีการเขียนสูตรแบบนี้ =VLOOKUP(B2,A:A,1,0) จบแล้วต้อง Copy สูตรลงไปแบบนี้ ถึงแถวที่ 10,000 คนใช้ Excel แอบงง ใครลากเมาส์ลง 10,000 แถววะ? ถ้าจะมีก็คงเด็กอนุบาลที่ยังไม่หย่านมแม่ เพิ่งหัดใช้ Excel เมื่อวานซืน อันนั้นก็ยกไว้ เด็กน้อยยังไม่รู้วิธีที่ดีกว่า ก็ต้องให้โอกาสเขาได้เรียนรู้ด้วยจิตที่เมตตาครับ :)
ปกติ เขียนสูตรที่แถวแรก แล้วดับเบิลคลิก Fill Handle Excel ก็เติมสูตรลงไปจนสุดช่วงข้อมูลที่อยู่ติดกัน เช่น 10,000 แถว 50000 แถว ภายใน 1 วินาที ในทางปฏิบัติ คนทำงาน Excel มักไม่นับสิ่งนี้ว่า ต้องมานั่งลากสูตรหลายหมื่นแถว เพราะการดับเบิลคลิก Fill Handle มันแทบจะเป็นการสั่ง Auto Fill แล้ว ตั้งแต่ 20-30 ปีก่อน ก็มีการใช้ Double-click Fill Handle กันแล้ว ถ้าจะย้อนไปจริงๆก็นานกว่านั้น เพราะเจ้า AutoFill ถูกเพิ่มเข้ามาใน Excel 4.0 ปี ตั้งแต่ปี 1992
สิ่งที่ Dynamic Array ทำได้จริงคือแนวนี้:
=FILTER(A:D,B:B ="Bangkok")
หรือ
=UNIQUE(A:A)
หรือ
=SORT(A:D)
สูตรเดียวแล้ว ผลลัพธ์กระจายออกมาเอง อันนี้ Excel รุ่นเก่าไม่มี
แต่ถ้าพูดถึงสูตรแบบ Row-by-Row เช่น
=VLOOKUP(B2,$A:$D,4,0)
=IF(C2>1000,"Y","N")
=A2*1.07
แล้วให้ Copy สูตรลงไป 10,000 แถว 50,000 แถว ความจริงคือ Excel รุ่นเก่าก็ไม่ได้ลำบากอะไรนักอยู่แล้ว ไม่ได้มีใครนั่งลากเมาส์จากแถว 2 ไปแถว 50,000 เหมือนในนิทานที่เอามาเล่าขายคอร์ส
การ Copy สูตรลงไปโดยไม่ต้องลาก 50,000 แถว มีหลายวิธีมากเช่น
Double-click Fill Handle
Ctrl+D
Table AutoFill
รวมทั้งการใช้คีย์บอร์ด Copy สูตรไป 50,000 แถว หรือล้านแถวโดยไม่ต้องจับเม้าส์เลยก็ยังได้ ต่อให้สะพานในชุด Data ขาดเช่นเว้นแถว การใช้คีย์บอร์ดนั้น สามารถ Copy ลงไปถึงแถวสุดท้ายได้ในพริบตา และเรื่องแบบนี้ ทำได้มานานมากแล้ว
การบอกว่า Excel 365 ไม่ต้องลากสูตร แต่ Excel เก่าต้องลากสูตร เป็นการเอาข้อดีของ Dynamic Array มาขยายความเกินจริง จนเหมือนลืมไปว่า Auto Fill ใน Excel มีมานานเกิน 20ปีแล้ว คนทั่วไปใช้สูตรพวกนี้ทุกวัน VLOOKUP, INDEX/MATCH, SUMIFS, IF ทั่วไป วันหนึ่งมี 50,000 แถว แทบไม่ได้รู้สึกว่า Dynamic Array มาแก้ปัญหาเรื่อง การลากสูตร เลย เพราะปัญหานั้นถูกแก้ไปตั้งแต่ยุคที่ Fill Handle ดับเบิลคลิกได้แล้วครับ
ช่วงหลังมานี้ มักเห็นโฆษณาคอร์ส Excel หรือคลิปสอน Excel ที่ใช้คำพูดประมาณว่า Excel แบบเก่าต้องลากสูตรหลายหมื่นแถว แต่ Excel 365 มี Dynamic Array ไม่ต้องลากสูตรแล้ว ดังนั้นจงพอเถอะกับคำโฆษณา ชวน (หลง) เชื่อแบบผิดๆ Excel แบบ สมัยก่อนต้องลากสูตรหลายหมื่นแถว ฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ในความเป็นจริง ประโยคนี้ทำให้ผู้เริ่มต้นเข้าใจ Excel ผิดมากกว่าถูกปัญหาไม่ได้อยู่ที่ Dynamic Array เพราะ Dynamic Array เป็นความสามารถที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง แต่ปัญหาอยู่ที่การสร้างภาพว่าคนใช้ Excel รุ่นก่อนต้องนั่งลากสูตรทีละหมื่นทีละแสนแถวอยู่ทุกวัน
คำถามคือ คนที่ใช้ Excel เป็นจริง ๆ เขาทำแบบนั้นหรือ? คำตอบคือ ไม่
Excel มี Auto Fill มานานหลายสิบปีแล้ว แค่คีย์สูตรในแถวแรกและดับเบิลคลิก Fill Handle สูตรก็ถูก Copy ลงไปจนสุดข้อมูลโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะ 500 แถว 5,000 แถว หรือ 53,427 แถวนอกจากนี้ Excel ยังมี Table ที่ช่วยเติมสูตรอัตโนมัติเมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามาอีกด้วย ความสามารถเหล่านี้มีมานานก่อนยุค Dynamic Array มากดังนั้นการนำเสนอว่า Excel เก่าต้องลากสูตรหลายหมื่นแถว จึงเป็นการสร้างภาพที่ไม่สะท้อนการใช้งานจริง สิ่งที่ Dynamic Array เก่งจริง คือ Dynamic Array ดีจริงๆ เป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการพัฒนามาในแนวทางนั้น จากทีมวิศวกรของ Microsoft หลายสิบหลายร้อยชีวิต และไม่ใช่เพราะมันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์ไม่ต้องลากสูตร แต่คือการจัดการผลลัพธ์แบบไม่ต้องใช้คอลัมน์ไปช่วย หรือใช้เทคนิคอื่นไปช่วย ที่น่าหงุดหงิดกว่าคือ คอนเทนต์แบบนี้ทำให้คนเริ่มต้น-เด็กอนุบาล เข้าใจผิดว่า Excel รุ่นก่อนหน้าเป็นเครื่องมือโบราณที่ทำงานแทบไม่ได้ ทั้งที่ความจริง Excel มี Auto Fill, Table, Structured Reference และเครื่องมือช่วยทำงานกับข้อมูลจำนวนมากมานานมากแล้ว
ตัวอย่างฟังก์ชั่นแบบ Dynamic Array เช่น
FILTER()
UNIQUE()
SORT()
SEQUENCE()
สูตรเหล่านี้สามารถสร้างผลลัพธ์ได้โดยอัตโนมัติในสูตรเดียวแบบไม่ต้องใช้คอลัมน์ หรือเทคนิคอื่นๆไปช่วยแต่อย่างใด ซึ่งเป็นสิ่งที่ Excel รุ่นเก่าทำได้ยากกว่าและต้องใช้เทคนิคเพิ่มเติม นี่คือจุดแข็งที่แท้จริงของ Dynamic Array น่าเสียดายที่ผู้สอนบางคนเลือกใช้การเปรียบเทียบแบบสุดโต่ง เพราะมันขายง่ายกว่า
การบอกว่า เมื่อก่อนต้องลากสูตร 50,000 แถว ทำให้ผู้ชม ผู้อ่านรู้สึกว่าโลกเก่าล้าหลังมาก และโลกใหม่แก้ปัญหาทุกอย่างได้ในคลิกเดียว ทำราวกับผู้อ่านหลงยุค ขี่ควายออกมามาจากหมู่บ้านบางระจัน ในยุคต้อง ถือจอบ แบกเสียมขี่ควายไปสู้รบ เกิดมาเพิ่งรู้จัก Excel -- แต่ในสภาพจริง สถานการณ์จริง คนที่ทำงานกับ Excel จะรู้ทันทีว่าภาพดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริง การสอนที่ดีควรอธิบายว่าเทคโนโลยีใหม่เก่งตรงไหน ไม่ใช่สร้างภาพว่าเทคโนโลยีเก่าโง่แค่ไหน บางคอนเทนต์หนักกว่านั้นคือให้โยน VLOOKUP ทิ้งไปแล้วให้ใช้ XLOOKUP ราวกับโลกนี้จะไม่มี VLOOKUP ให้ใช้อีกต่อไป ทั้งๆที่ในระดับ Array formula ที่ต้องอ้างอิงคอลัมน์ในชุด Array ชั้นสูงนั้น VLOOKUP กิน XLOOKUP ขาดลอย เนื่องจาก XLOOKUP ต้องไปควานหาคอลัมน์ของผลลัพธ์ที่ต้องการ แบบ MATCH หรือ XMATCH ในชุด Array นั้น และการทำแบบนั้น เท่ากับใช้ XLOOKUP เขียนสูตรแบบแทบจะเหมือนกันเป๊ะๆ สองรอบ ในขณะที่ VLOOKUP ไม่ต้องวนสูตร เมื่อรู้คอลัมน์ในตำแหน่งที่ต้องการจากการหาค่ามาก่อนในชุด Array นั้น
การสอนที่ดีควรอธิบายข้อดีของเทคโนโลยีใหม่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่สร้างภาพจำที่ผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีเดิม เพราะเมื่อผู้เรียนพบความจริงภายหลัง ความน่าเชื่อถือของผู้สอนก็จะลดลงทันที
ความรู้ที่ดีไม่จำเป็นต้องอาศัยการดูถูกของเดิมเพื่อทำให้ของใหม่ดูดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องขายด้วยการบิดเบือนความจริง และคอร์สที่ดีไม่จำเป็นต้องกระทืบเทคโนโลยีรุ่นเก่าให้จมตีน เพื่อทำให้ของใหม่ดูเก่งขึ้น และผู้สอนที่เข้าใจ Excel อย่างลึกซึ้ง ควรอธิบายว่า Dynamic Array เปลี่ยนวิธีคิดในการสร้างผลลัพธ์อย่างไร มากกว่าจะพูดเพียงว่า ไม่ต้องลากสูตรแล้วเพราะคนที่ใช้ Excel เป็นจริง ๆ มักไม่ได้ประทับใจกับประโยค ไม่ต้องลากสูตรแล้ว แต่จะถามกลับทันทีว่า แล้วก่อนหน้านี้มึงคิดว่าพวกกูนั่งลากสูตรทีละ 50,000 แถวจริง ๆ เหรอ?
สุดท้ายแล้ว ความแตกต่างระหว่างผู้เชี่ยวชาญกับนักการตลาด ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครพูดเก่งกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครอธิบายข้อเท็จจริงได้ตรงกับความเป็นจริงมากกว่ากัน และผู้ดูผู้ชมที่มีวุฒิภาวะ อ่านเกมได้ สอนตนเองได้ ย่อมตระหนักและตัดสินได้ด้วยตนเองว่า ควรจะเชื่อถือใครดีกว่ากัน ระหว่างนักการตลาด หรือผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจ Excel อย่างลึกซึ้ง และเข้าใจผู้เรียนอย่างถ่องแท้
แมวใหญ่ Bigcat9
RCA พระราม9 กรุงเทพฯ
14-Jun-2026
Bigcat9 รับอบรม Excel แบบ In-House Training,Private,Small Group