13/03/2026
กิจกรรม "ทดสอบความรู้สึก"
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ครูชวนนักเรียนสังเกตและตั้งคำถาม
ถ้ามีบางอย่างสัมผัสที่มือ เรารู้ได้ยังไงว่ามีอะไรมาสัมผัสเรา?
เรารู้ได้ไหมว่าถูกสัมผัสบริเวณไหนของมือ?
ถ้าสัมผัสเบา ๆ กับแรง เราจะรู้สึกต่างกันไหม?
จากนั้นรวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- บริเวณฝ่ามือมีความไวต่อการสัมผัส หากจิ้มดินสอบริเวณปลายนิ้ว
- การใช้ดินสอปลายแหลม 2แท่ง อาจจะไวต่อความรู้สึก มากกว่าดินสอแท่งเดียว
ทดลองและบันทึกผล
1. นักเรียนจับคู่กัน 2 คน โดยคนหนึ่งเป็นผู้จิ้ม อีกคนเป็นผู้รับการทดสอบ
2. ใช้ดินสอสองแท่ง (หรือแท่งไม้) จิ้มเบา ๆ ที่ฝ่ามือในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ปลายนิ้ว กลางฝ่ามือ ขอบฝ่ามือ
3. ทดสอบโดยจิ้มแบบ “สองจุดพร้อมกัน” ในระยะใกล้และห่าง
4. ผู้ถูกทดสอบต้องตอบว่า “รู้สึกกี่จุด” และบริเวณที่รู้สึกนั้นเป็นส่วนใดของมือ
5. สลับบทบาทกัน แล้วบันทึกผลการรับรู้ของแต่ละตำแหน่งลงใน ใบกิจกรรมการทดสอบความรู้สึก
อภิปรายผล
ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรมการทดสอบความรู้สึก
ดินสอที่แหลม หลายแท่ง หากจิ้มบริเวณปลายนิ้ว จะไวต่อความรู้สึกมากกว่าบริเวณฝ่ามือ เพราะบริเวณนิ้วผิวหนังบางกว่าและนุ่มกว่าบริเวณฝ่ามือ
10/03/2026
กิจกรรม "ลายนิ้วมือ"
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ครูชวนนักเรียนสังเกตและตั้งคำถาม
- รูปแบบของลายนิ้วมือของแต่ละคนเหมือนกันหรือไม่ ?
- ลายนิ้วมือข้างซ้าย และข้างขวาของเราเหมือนกันหรือไม่ ?
ลายนิ้วมือของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
จากนั้นรวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
รูปแบบลายนิ้วมือของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน
จึงได้ทดลองหารูปแบบลายนิ้วมือของแต่ละคน โดยให้นักเรียนพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วของตนเอง ทั้งข้างซ้าย และข้างขวา ลงในตาราง จากนั้นสังเกตและเปรียบเทียบลายนิ้วมือแต่ละนิ้ว
พร้อมระบุรูปแบบของลายนิ้วมือแต่ละนิ้วเทียบกับภาพลายนิ้วมือที่อ้างอิง "ลายมัดหวาย ลายก้นหอย ลายโค้ง" และบันทึกผลลายนิ้วมือให้ครบทั้ง 10นิ้ว
ร่วมกันอภิปรายผล พบว่า
รูปแบบของลายนิ้วมือของแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนลายนิ้วมือข้างซ้าย ไม่เหมือนกับลายนิ้วมือข้างขวา ซึ่งบ่งชี้ได้ว่า แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรูปแบบลายนิ้วมือที่ต่างกัน
06/03/2026
กิจกรรม งานวิจัยเกี่ยวกับพืช นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ครูชวนนักเรียนสังเกตและตั้งคำถามว่า
"คนกินอาหาร ดื่มน้ำ ผ่านทางใด" ? = ทางปาก
"พืชกินอาหาร ดื่มน้ำ ผ่านทางใด" ? = ทางรากของพืช
จากนั้นชวนนักเรียนตรวจสอบข้อสันนิษฐาน โดยการทำการทดลอง เปรียบเทียบระหว่าง ต้นพืชที่อยู่ในน้ำธรรมดา 500 ml. และต้นพืชที่อยู่ในน้ำสีแดง 500 ml.
โดยใช้อุปกรณ์ดังนี้ บีกเกอร์ ต้นพืช (ขึ้นฉ่าย) น้ำ สีผสมอาหารสีแดง
และบันทึกผลการทดลอง "เมื่อเวลาผ่านไป 25นาที สังเกตเห็นน้ำสีแดงเข้าไปตามซอกรากของพืช ต้นพืชจากที่เหี่ยวค่อยๆดูดน้ำเข้าไป น้ำลดลงจาก 500 เป็น 300 ml"
สรุปได้ว่า "พืชดูดน้ำผ่านรากขึ้นไปผ่านลำต้น เป็นกระบวนการดูดน้ำและธาตุอาหารของพืช
05/03/2026
กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง รถของเล่น 🚗 🛻
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ครูชวนนักเรียนสังเกตและตั้งคำถามว่า
"รถของเล่นเคลื่อนที่ได้เพราะอะไร " ?
"อะไรเป็นแรงที่ทำให้รถของเล่นวิ่งไปข้างหน้าได้" ?
จากนั้นรวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้จากการหมุนของล้อ
- ล้อหรือแกนหมุนต้องสมดุลกัน รถถึงจะวิ่งตรงและไกล
นักเรียนร่วมกันลงมือทำรถของเล่นและทดลองปล่อยรถ
โดยครูช่วยเจาะรูที่ขวดพลาสติก เพื่อทำเป็นแกนหมุนของล้อให้กับนักเรียน
จากนั้นสังเกตและจดบันทึกว่า : รถวิ่งได้ไหม ,วิ่งตรงหรือเอียง, วิ่งได้ใกล้หรือไกล
และร่วมกันอภิปรายผลการทดลอง
-แรงที่ทำให้รถวิ่ง มาจากการออกแรงผลัก ทำให้ล้อหมุน รถจึงเคลื่อนที่ได้
เมื่อทดลองครั้งแรก นักเรียนจะได้เห็นว่ารถของกลุ่มตนเองวิ่งได้หรือไม่ได้ วิ่งได้ใกล้หรือไกล ก็จะนำไปปรับปรุงการทดลองครั้งที่ 2 ปรับปรุงรถของตนเอง
เช่น เปลี่ยนตำแหน่งแกนหมุน ปรับให้ล้อหมุนได้ลื่นขึ้น
จากนั้นทดลองวิ่งใหม่อีกครั้ง และบันทึกผล
ผลที่ได้จากกิจกรรมนี้
- นักเรียนได้รู้จักการวางแผนการออกแบบรถของตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้รถได้พุ่งไปไกลที่สุด
- แรงผลักคือแรงที่ส่งรถให้วิ่งออกไป แกนหมุน เกิดการหมุน ส่งผลให้ล้อหมุนได้ หากล้อหมุนได้ดี รถก็วิ่งได้ตรงและไกลขึ้น
04/03/2026
กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การสร้างเรือ 🚤
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ครูตั้งคำถาม และชวนนักเรียนร่วมกันหาคำตอบ
"ทำไมเรือจึงไม่จมน้ำ" ?
เรือไม่จมน้ำเพราะมีรูปร่าง มีฐานเรือที่ทรงตัวให้น้ำได้
-ทำไมเรือจึงบรรทุกสิ่งของได้มาก ?
เรือบรรทุกได้มากเพราะมีขนาดใหญ่และกระจายน้ำหนักได้ดี
น้ำจะดันเรือให้ลอยไม่จ
จากนั้นครูได้รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียน
เรือขนาดใหญ่บรรทุกสิ่งของได้มากกว่าเรือขนาดเล็ก
เรือที่มีลักษณะต่างกันจะบรรทุกสิ่งของได้ไม่เท่ากัน
ทดลองและสังเกตผล
1.ทำการทดลองการบรรทุกของเรือกระดาษตามที่ได้ออกแบบการทดลองไว้ โดยให้แต่ละกลุ่มใส่ลูกแกวในเรือทีละ 1 ลูกไปเรื่อยๆ แล้วนับจำนวนลูกแก้วที่อยู่ในเรือ เมื่อเรือจมน้ำจะหยุดวาง จากนั้นสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทำการทดลอง
2. ครูถามคำถามดังนี้
- เมื่อนำเรือกระดาษใส่ลงไปในน้ำ โดยที่ยังไม่ใส่ลูกแก้ว นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้าง ?
- เมื่อใส่ลูกแก้วลงไปในเรือ เกิดอะไรขึ้นกับเรือ
3. ครูและนักเรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับการทดลอง
- นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันออกแบบการบันทึกผลการทดลอง
- นักเรียนแต่ละกลุ่มบันทึกผลการทดลอง ว่าบรรจุลูกแก้วได้กี่ลูก ก่อนที่เรือจะจม
4. อภิปรายผล
เมื่อนำเรือกระดาษไปลอยในน้ำ เรือจะลอยน้ำได้ ไม่จม เพราะเรือมีรูปร่างที่กว้าง สูง และท้องแบน มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำ ทำให้น้ำสามารถดันเรือขึ้นมาได้ หากใส่สิ่งของลงไปในเรือ ช่วงแรกเรือจะยังคงลอยได้ แต่ถ้าใส่ของมากเกินไป เรือนั้นจะเริ่มจมลงเรื่อย ๆ สาเหตุที่เรือจมก็เพราะน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมากเกินไป จนน้ำไม่สามารถดันเรือให้ลอยได้อีก
จากการทดลองนี้นักเรียนได้เรียนรู้ว่าเรือจะลอยหรือจมขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่บรรทุกและการกระจายน้ำหนักของสิ่งของในเรือ ถ้าเรือมีการกระจายน้ำหนักดีและไม่หนักเกินไป เรือก็จะลอยได้อย่างปลอดภัย
02/03/2026
กิจกรรมด้านเทคโนโลยี "ตรวจสอบสภาพจักรยาน"
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ครูตั้งคำถาม นักเรียนปั่นจักรยานเป็นหรือไม่ ?
เราจะรู้ได้อย่างไรว่ารถจักรยานของเราพร้อมใช้งาน ?
เมื่อได้คำตอบจากนักเรียนแล้ว จึงเกิดการรวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- จักรยานจะใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพอุปกรณ์ทุกส่วนต้องพร้อมใช้งานอย่างดี
- ถ้าดูแลรถจักรยานสม่ำเสมอ จะไม่พังง่าย
จากนั้นนำนักเรียนไปทดสอบเพื่อตรวจสภาพจักรยาน จำนวน 2คัน
โดยตรวจสอบสภาพรถจักรยาน ดังหัวข้อต่อไปนี้
- เบรก หน้า/หลัง ทำงานหรือไม่
- กระดิ่งดังหรือไม่
- มีแผ่นสะท้อนแสงหรือไม่
- ยางแบนหรือมีลม
- โซ่ตึง/หลุด/หลวม
- ไฟหน้ารถติดหรือไม่
- นักเรียนสามารถซ่อมหรือบำรุงบางอย่างได้หรือไม่
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดและลงความเห็นจากกิจกรรมการตรวจสอบสภาพรถจักรยาน
- นักเรียนพบว่าส่วนใดของจักรยานที่มักมีปัญหามากที่สุด ?
- อุปกรณ์ใดบ้างที่ควรมีติดจักรยานเพื่อความปลอดภัย ?
ครูและนักเรียนร่วมกัน สรุป อภิปรายผล การทำกิจกรรม ตรวจสอบสภาพรถจักรยาน
"การตรวจสอบรถจักรยานอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้เราใช้ได้อย่างปลอดภัย และอุปกรณ์สำคัญกระดิ่งหรือแผ่นสะท้อนแสง จะช่วยให้การใช้งานจักรยานในช่วงเวลากลางคืนปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย"
27/02/2026
กิจกรรมเทคโนโลยี จากที่นี่ไปที่นั่น "วางแผนระบบการจราจร"
ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3
ครูชวนนักเรียนสังเกตสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายทางจราจร ที่เคยเห็นบนท้องถนนว่ามีอะไรบ้าง และมีความหมายอย่างไรบ้าง
“ถ้าไม่มีป้ายจราจรบนถนนจะเกิดอะไรขึ้น?”
รถติด รถชนกัน
“นักเรียนเดินทางจากบ้านมาโรงเรียนอย่างไร ผ่านถนนแบบใดบ้าง?”
เดินทางด้วยรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ผู้ปกครองมาส่ง ผ่านร้านค้า ผ่านถนนใหญ่ ขึ้นสะพาน
“เราจะรู้ได้อย่างไรว่าถึงทางโค้งหรือวงเวียน?”
มีป้ายบอกทางข้างหน้า
จากนั้นรวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
-การมีป้ายบอกทาง จะทำให้คนอื่นทราบเส้นทางการเดินทางได้
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม วางแผนระบบการจราจร
-ครูอธิบายสัญลักษณ์ป้ายจราจรที่สำคัญ เช่น
🚦ไฟจราจร/➕ ทางสี่แยก / 🚸 ทางข้าม / 🔁 วงเวียน / ↪ เลี้ยวขวา
นักเรียนบันทึกผลการทำกิจกรรม วางแผนระบบการจราจร ลงในใบกิจกรรมวางแผนระบบการจราจร
"วาดแผนที่จากบ้านตนเองถึงโรงเรียน"
โดยทำลูกศรการเดินทาง วาดสัญลักษณ์ป้ายจราจรที่เจอบนท้องถนน
และร่วมกันสรุปว่า ระบบการจราจรที่ดีช่วยให้การเดินทางปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นทุกคนจะต้องคำนึงถึงการใช้รถและถนนรวมถึงการปฏิบัติตามสัญลักษณ์จราจรอย่างถูกต้อง เช่น ป้ายบอกทาง ป้ายเตือน ป้ายบังคับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งกับตนเองและผู้อื่น
03/02/2026
กิจกรรมการเรียนรู้ "จรวดลูกโป่ง"
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
เป้าหมาย : เพื่อให้นักเรียนเข้าใจหลักการเคลื่อนที่จากแรงดันอากาศ และสามารถสังเกตการทดลอง อธิบายผลได้
1. ครูชวนนักเรียนคิดว่า "ทำไมลูกโป่งเวลาปล่อยลมถึงพุ่งไปได้ และอะไรที่ทำให้ลูกโป่งพุ่งไปข้างหน้า" ?
2. รวบรวมความคิดและตั้งสมมิตฐาน
- ถ้าลูกโป่งใหญ่ ลมน่าจะดันแรงกว่า ลูกโป่งพุ่งไปได้ไกล
- ถ้าเชือกหย่อน ลูกโป่งจะไม่วิ่ง
3. ทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน
3.1 ตัวแทนกลุ่มดึงเชือกให้ตึงระหว่างจุด A กับ B
3.2 ร้อยหลอดดูดน้ำเข้าไปในเชือก
3.3 ติดลูกโป่งเข้ากับหลอดด้วยเทป (ยังไม่ปล่อยลม)
3.4 เป่าลมลูกโป่งแล้วปล่อยให้ลูกโป่งพุ่งไป
4. สังเกตและบรรยาย
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดและลงความเห็นจากกิจกรรมการจรวดลูกโป่ง
ลูกโป่งเคลื่อนที่ไปได้เพราะอะไร ? และบันทึกข้อมูลลงในใบกิจกรรม
5. ร่วมกันอภิปรายผล
- แรงอากาศที่เกิดจากการปล่อยลมในลูกโป่ง ทำให้วัตถุ(ลูกโป่ง)พุ่งไปข้างหน้าหรือเคลื่อนที่ได้ โดยใช้หลักของแรงและแรงปฏิกิริยา
29/01/2026
กิจกรรม “ขนส่งว่องไว” 📬🎒
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
1. จะทำอย่างไรให้ขนส่งกระเป๋าให้ไปถึงปลายทางเร็วที่สุด ?
- ใช้รถเข็น
- ใส่ตะกร้า ใส่ถุง
- ช่วยกันขนทั้งห้อง
- ต่อเป็นแถว แล้วส่งต่อ
2. ถ้าแต่ละคนถือกระเป๋าใบเดียว แล้วเดินไปจะช้าหรือเร็ว ?
“ช้ากว่า”
3. ถ้าทุกคนช่วยกันแบกกระเป๋า จะเร็วขึ้นหรือไม่ ?
“เร็วกว่า”
นี่คือคำตอบของนักเรียนที่ช่วยกันระดมความคิด ตอบคำถามจากคุณครู
เมื่อนักเรียนมีปัญหาหรือข้อสงสัย จึงเกิดการร่วมกันค้นหาคำตอบและคาดเดาคำตอบที่จะเกิดขึ้น
“ช่วยกันแบกกระเป๋า ต่อเป็นแถวแล้วส่งต่อเป็นทอดๆ จะทำให้ขนส่งกระเป๋าได้เร็วขึ้น”
จากนั้นนักเรียนได้วางแผนร่วมกันในกลุ่ม คิดหาวิธีที่จะขนส่งกระเป๋าให้ไปถึงปลายทางได้ครบทุกใบและเร็วที่สุด ...ได้ข้อสรุปว่า
- แบบแบกหลายใบคนเดียว ใช้ชำนวนคนน้อย และใช้เวลา 5.5 วินาที สามารถขนส่งกระเป๋าไปถึงปลายทางได้ แต่มีความยาก เพราะกระเป๋าหลายใบ ทำให้มีน้ำหนักมากตามไปด้วย
- แบบเดิน-รับส่งเป็นทอดๆ ใช้จำนวนคนในการขนส่ง 3คน ใช้เวลา 5 วินาที มีความยากปานกลาง
- แบบช่วยกันขนส่งทั้งกลุ่ม ใช้จำนวนคนมากถึง 5คน และใช้เวลามากถึง 8.1 วินาที เพราะต้องเดินเป็นกลุ่มพร้อมๆกันทำให้ขนส่งถึงปลายทางได้ช้ากว่าวิธีอื่น
สามารถอภิปรายผลได้ว่า “การขนส่งสิ่งของสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และประสิทธิภาพแตกต่างกัน การวางแผนที่ดี การร่วมมือกันของสมาชิกในทีม และการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์ จะช่วยให้การขนส่งเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย”
27/01/2026
กิจกรรม “กระดาษแผ่นเดียวกับสิ่งของมากมาย”
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ผู้จัดกิจกรรม นางสาวเขมมิกา พรมภักดี
🤚 จุดประสงค์ของกิจกรรม
- เพื่อศึกษาการนับจำนวนตัวเลขและวิธีการจดบันทึก
🧠 คำถามเพื่อกระตุ้นและสะท้อนการสืบเสาะ
1.นักเรียนจะสามารถนับจำนวนของสิ่งของไม่ให้นับผิดได้อย่างไร
2.นักเรียนจะมีวิธีช่วยไม่ให้นับจำนวนสิ่งของผิดได้อย่างไร
👁️สังเกตและบรรยาย
ครูตั้งคำถามขณะทำกิจกรรม เช่น “หากนักเรียนเป็นโอ๊ตนักเรียนจะวางสิ่งของชนิดใดลงบนกระดาษ” นักเรียนจะมีวิธีช่วยไม่ให้นับจำนวนสิ่งของผิดได้อย่างไร เป็นต้น
✍🏻บันทึกข้อมูล
- นักเรียนบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึกกิจกรรม
👄ผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน
- นักเรียนรู้ถึงวิธีการนับสิ่งของและวิธีการจดบันทึกจำนวนของสิ่งของได้ถูกต้อง
- นักเรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ ทักษะการสังเกต ทักษะใช้จำนวน และทักษะการจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล
20/01/2026
กิจกรรม การเรียนเรื่อง "ระบบสุริยะ" (Solar System) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
นักเรียนได้สังเกตลักษณะสำคัญของดาวดวงต่างๆในระบบสุริยะ จากนั้นได้มีการจัดกลุ่ม และวาดภาพดาวต่างๆ
☀️🌍🪐⭐️
ดวงอาทิตย์ : เป็นดาวฤกษ์เพียงดวงเดียวในระบบสุริยะ เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่สุดที่ให้แสงสว่างและความร้อนแก่ดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ
ดาวพุธ: เล็กที่สุดและอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ไม่มีชั้นบรรยากาศ
ดาวศุกร์: ร้อนที่สุดเพราะมีชั้นบรรยากาศหนาทึบกักเก็บความร้อน
โลก: ดวงดาวแห่งชีวิต มีน้ำและชั้นบรรยากาศที่เหมาะสม
ดาวอังคาร: ดาวเคราะห์สีแดง มีร่องรอยของน้ำในอดีต
ดาวพฤหัสบดี: ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ มีจุดแดงใหญ่
ดาวเสาร์: โดดเด่นด้วยระบบวงแหวนที่ชัดเจนและสวยงาม
ดาวยูเรนัส: ดาวเคราะห์น้ำแข็งยักษ์ หมุนตะแคงข้าง
ดาวเนปจูน: อยู่ไกลที่สุด มีสีน้ำเงินเข้มและมีลมพายุรุนแรง
กิจกรรมนี้เป็นการบูรณาการทักษะ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ (โลก ดาราศาสตร์) และการทำงานด้านศิลปะ ในการออกแบบวาดภาพ ระบายสีและนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
15/01/2026
กิจกรรม “เครื่องบินกระดาษ” 🛩🚀🪽
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
เครื่องบินกระดาษแบบใด ร่อนได้ไกลที่สุด ?
- แบบหัวแหลมปีกยาว
-ใช้กระดาษเบา บาง ในการพับ
เมื่อนักเรียนมีปัญหาหรือข้อสงสัย จึงเกิดการร่วมกันค้นหาคำตอบและคาดเดาคำตอบที่จะเกิดขึ้น
"เครื่องบินกระดาษแบบหัวแหลม ปีกยาว น่าจะร่อนได้ไกลกว่าหัวทู้ เพราะมันต้านลมได้ดีกว่า พุ่งไปได้ไกลกว่า
จากนั้นนักเรียนได้ออกแบบ แบบเครื่องบินกระดาษ ทั้ง2แบบ เพื่อเปรียบเทียบก่อน จากนั้นลงมือทำการทดลอง บันทึกผล และสรุปผลการทดลอง