24/07/2026
นักเรียนชั้น ป.3 เรียนเรื่อง อากาศ จึงเป็นที่มาของกิจกรรม "บอกทิศทางลมด้วยศรลม"
ศรลม ใช้วัดทิศทางของลม
โดยทำทิศทาง วาดวงกลมตรงกลางจาน และเขียนทิศทั้ง 4 ได้แก่
🔺N = เหนือ
🔺E = ตะวันออก
🔺S = ใต้
🔺W = ตะวันตก
จากนั้นนำไปทดลอง นำศรลมไปวางในที่โล่งหรือใช้พัดลมหรือให้ลมธรรมชาติพัด
สังเกตว่าหางลูกศรจะถูกลมดัน ทำให้หัวลูกศรชี้ไปยังทิศที่ลมพัดมา แล้วอ่านค่าทิศจากตัวอักษรบนจาน
💡หลักการทำงาน
ลมจะดันหางลูกศร ให้หมุนไปตามทิศทางลม
ส่วนหัวลูกศรจะชี้ไปยังทิศที่ลมพัดมา เช่น หากหัวลูกศรชี้ไปทาง ทิศเหนือ แสดงว่า ลมพัดมาจากทิศเหนือ
20/07/2026
ปั้นไป เรียนไป..."อวัยวะในระบบย่อยอาหาร"
พี่ๆป.6 ลงมือ ปั้น อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารด้วยดินเบา หรือดินน้ำมัน เพื่อให้เห็นโครงสร้าง หน้าที่ ของระบบย่อยอาหาร
สร้างโมเดลระบบย่อยอาหาร 3 มิติ
ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้ ครบจบในใบงานเดียว! 🍽️🧠
17/07/2026
เมื่อครูชวนนักเรียนชั้น ป.3 พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์
ไฟไหม้ ณ. ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว
เชื่อมโยงกับการเรียนรู้เรื่อง ส่วนประกอบในอากาศ ที่มีทั้งแก๊สไนโตรเจน ออกซิเจน และแก๊สอื่นๆ
"ทำไมเวลาเกิดไฟไหม้ ควรจะต้องก้มต่ำ" ?
นำมาสู่การออกแบบ การทดลอง จุดเทียนไข 3 ขนาด (สูง กลาง ต่ำ) แล้วครอบด้วยแก้วบีกเกอร์
นักเรียนตั้งสมมติฐานว่า เมื่อเกิดไฟไหม้ ควันพิษและอากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นด้านบน จึงควรก้มต่ำหรือคลานต่ำขณะหนีไฟ
จากนั้นนักเรียนได้ทำการทดลอง **โดยขั้นตอนการจุดไฟ อยู่ในการควบคุมของคุณครูอย่างใกล้ชิด** นำแก้วบีกเกอร์ มาครอบเทียนทั้ง 3ขนาด แล้วสังเกตว่าเทียนเล่มไหนจะดับก่อน
พบว่า เทียนเล่มสูงดับก่อน จากนั้นเล่มกลางดับ และเล่มต่ำดับเป็นลำดับสุดท้าย
อภิปรายและสรุปผลได้ว่า เมื่อเกิดไฟไหม้ เปลวไฟจะทำให้อากาศร้อน และเกิดแก๊สพิษ เช่น คาร์บอนมอนนอกไซด์ หรือแก๊สพิษอื่นๆ ลอยตัวขึ้นด้านบน ออกซิเจนบริเวณด้านบนจะลดลงเร็วกว่าด้านล่าง เทียนที่อยู่สูงจึงดับก่อน
ส่วนด้านล่างยังมีอากาศและมีออกซิเจนมากกว่า
ทำให้อากาศใกล้พื้นล่างมีอากาศที่หายใจได้มากกว่า ดังนั้นจึงควร "ก้มต่ำหรือคลานต่ำ" เพื่อหลีกเลี่ยงการสูดดมควันพิษและเพิ่มโอกาสในการหนีออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง จากเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้ด้วยค่ะ 🙏
03/07/2026
Play-Based Learning การเรียนรู้ผ่านการเล่น
จากการเล่นรถกระดาษของพี่ๆชั้นป.5 นำมาสู่การเรียนรู้เรื่อง "แรงเสียดทาน" ที่แล่นบนพื้นผิวต่างกัน
แรงเสียดทาน คือ แรงที่เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุ 2 ชนิด โดยเป็นแรงที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ
รถกระดาษจะแล่นในพื้นที่ผิวเรียบ พื้นกระเบื้อง หรือพื้นปูนหยาบ ได้ระยะทางได้ไกลกว่ากัน ? 🚗
นักเรียนได้ออกแบบการพับรถกระดาษของตนเอง และทำตารางบันทึกผล จากนั้นทดลอง บันทึกและสรุปผล
19/06/2026
ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
สนุกกับการเรียนรู้เรื่อง “การวัดขนาดของแรง” ด้วยเครื่องชั่งสปริง
นักเรียนได้ฝึกทดลอง วัด และเปรียบเทียบขนาดของแรงจากวัตถุต่าง ๆ พร้อมเรียนรู้การอ่านค่าจากเครื่องชั่งสปริงอย่างถูกต้อง ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ทำให้เข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างสนุกสนาน
#เครื่องชั่งสปริง #การวัดแรง
16/06/2026
"นักสืบวิทย์ สำรวจสิ่งมีชีวิตภายในโรงเรียน" 🔎
กิจกรรมคาบเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ครูใช้คำถามกระตุ้นการคิดให้กับนักเรียน
นักเรียนพบสิ่งมีชีวิตชนิดใดบ้างในโรงเรียน?
สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดอาศัยอยู่บริเวณใด?
สิ่งมีชีวิตที่พบเป็นเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสัตว์ หรือกลุ่มไม่ใช่พืชและสัตว์ เพราะเหตุใด?
🦟🐞🌱🍄
จากกิจกรรมนี้ นักเรียนได้สำรวจสิ่งมีชีวิตที่พบภายในโรงเรียนและสามารถจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิตได้
13/03/2026
กิจกรรม "ทดสอบความรู้สึก"
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ครูชวนนักเรียนสังเกตและตั้งคำถาม
ถ้ามีบางอย่างสัมผัสที่มือ เรารู้ได้ยังไงว่ามีอะไรมาสัมผัสเรา?
เรารู้ได้ไหมว่าถูกสัมผัสบริเวณไหนของมือ?
ถ้าสัมผัสเบา ๆ กับแรง เราจะรู้สึกต่างกันไหม?
จากนั้นรวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- บริเวณฝ่ามือมีความไวต่อการสัมผัส หากจิ้มดินสอบริเวณปลายนิ้ว
- การใช้ดินสอปลายแหลม 2แท่ง อาจจะไวต่อความรู้สึก มากกว่าดินสอแท่งเดียว
ทดลองและบันทึกผล
1. นักเรียนจับคู่กัน 2 คน โดยคนหนึ่งเป็นผู้จิ้ม อีกคนเป็นผู้รับการทดสอบ
2. ใช้ดินสอสองแท่ง (หรือแท่งไม้) จิ้มเบา ๆ ที่ฝ่ามือในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ปลายนิ้ว กลางฝ่ามือ ขอบฝ่ามือ
3. ทดสอบโดยจิ้มแบบ “สองจุดพร้อมกัน” ในระยะใกล้และห่าง
4. ผู้ถูกทดสอบต้องตอบว่า “รู้สึกกี่จุด” และบริเวณที่รู้สึกนั้นเป็นส่วนใดของมือ
5. สลับบทบาทกัน แล้วบันทึกผลการรับรู้ของแต่ละตำแหน่งลงใน ใบกิจกรรมการทดสอบความรู้สึก
อภิปรายผล
ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรมการทดสอบความรู้สึก
ดินสอที่แหลม หลายแท่ง หากจิ้มบริเวณปลายนิ้ว จะไวต่อความรู้สึกมากกว่าบริเวณฝ่ามือ เพราะบริเวณนิ้วผิวหนังบางกว่าและนุ่มกว่าบริเวณฝ่ามือ
10/03/2026
กิจกรรม "ลายนิ้วมือ"
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ครูชวนนักเรียนสังเกตและตั้งคำถาม
- รูปแบบของลายนิ้วมือของแต่ละคนเหมือนกันหรือไม่ ?
- ลายนิ้วมือข้างซ้าย และข้างขวาของเราเหมือนกันหรือไม่ ?
ลายนิ้วมือของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
จากนั้นรวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
รูปแบบลายนิ้วมือของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน
จึงได้ทดลองหารูปแบบลายนิ้วมือของแต่ละคน โดยให้นักเรียนพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้วของตนเอง ทั้งข้างซ้าย และข้างขวา ลงในตาราง จากนั้นสังเกตและเปรียบเทียบลายนิ้วมือแต่ละนิ้ว
พร้อมระบุรูปแบบของลายนิ้วมือแต่ละนิ้วเทียบกับภาพลายนิ้วมือที่อ้างอิง "ลายมัดหวาย ลายก้นหอย ลายโค้ง" และบันทึกผลลายนิ้วมือให้ครบทั้ง 10นิ้ว
ร่วมกันอภิปรายผล พบว่า
รูปแบบของลายนิ้วมือของแต่ละคนไม่เหมือนกันบางคนลายนิ้วมือข้างซ้าย ไม่เหมือนกับลายนิ้วมือข้างขวา ซึ่งบ่งชี้ได้ว่า แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีรูปแบบลายนิ้วมือที่ต่างกัน
06/03/2026
กิจกรรม งานวิจัยเกี่ยวกับพืช นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ครูชวนนักเรียนสังเกตและตั้งคำถามว่า
"คนกินอาหาร ดื่มน้ำ ผ่านทางใด" ? = ทางปาก
"พืชกินอาหาร ดื่มน้ำ ผ่านทางใด" ? = ทางรากของพืช
จากนั้นชวนนักเรียนตรวจสอบข้อสันนิษฐาน โดยการทำการทดลอง เปรียบเทียบระหว่าง ต้นพืชที่อยู่ในน้ำธรรมดา 500 ml. และต้นพืชที่อยู่ในน้ำสีแดง 500 ml.
โดยใช้อุปกรณ์ดังนี้ บีกเกอร์ ต้นพืช (ขึ้นฉ่าย) น้ำ สีผสมอาหารสีแดง
และบันทึกผลการทดลอง "เมื่อเวลาผ่านไป 25นาที สังเกตเห็นน้ำสีแดงเข้าไปตามซอกรากของพืช ต้นพืชจากที่เหี่ยวค่อยๆดูดน้ำเข้าไป น้ำลดลงจาก 500 เป็น 300 ml"
สรุปได้ว่า "พืชดูดน้ำผ่านรากขึ้นไปผ่านลำต้น เป็นกระบวนการดูดน้ำและธาตุอาหารของพืช
05/03/2026
กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง รถของเล่น 🚗 🛻
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ครูชวนนักเรียนสังเกตและตั้งคำถามว่า
"รถของเล่นเคลื่อนที่ได้เพราะอะไร " ?
"อะไรเป็นแรงที่ทำให้รถของเล่นวิ่งไปข้างหน้าได้" ?
จากนั้นรวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้จากการหมุนของล้อ
- ล้อหรือแกนหมุนต้องสมดุลกัน รถถึงจะวิ่งตรงและไกล
นักเรียนร่วมกันลงมือทำรถของเล่นและทดลองปล่อยรถ
โดยครูช่วยเจาะรูที่ขวดพลาสติก เพื่อทำเป็นแกนหมุนของล้อให้กับนักเรียน
จากนั้นสังเกตและจดบันทึกว่า : รถวิ่งได้ไหม ,วิ่งตรงหรือเอียง, วิ่งได้ใกล้หรือไกล
และร่วมกันอภิปรายผลการทดลอง
-แรงที่ทำให้รถวิ่ง มาจากการออกแรงผลัก ทำให้ล้อหมุน รถจึงเคลื่อนที่ได้
เมื่อทดลองครั้งแรก นักเรียนจะได้เห็นว่ารถของกลุ่มตนเองวิ่งได้หรือไม่ได้ วิ่งได้ใกล้หรือไกล ก็จะนำไปปรับปรุงการทดลองครั้งที่ 2 ปรับปรุงรถของตนเอง
เช่น เปลี่ยนตำแหน่งแกนหมุน ปรับให้ล้อหมุนได้ลื่นขึ้น
จากนั้นทดลองวิ่งใหม่อีกครั้ง และบันทึกผล
ผลที่ได้จากกิจกรรมนี้
- นักเรียนได้รู้จักการวางแผนการออกแบบรถของตัวเองว่าจะทำอย่างไรให้รถได้พุ่งไปไกลที่สุด
- แรงผลักคือแรงที่ส่งรถให้วิ่งออกไป แกนหมุน เกิดการหมุน ส่งผลให้ล้อหมุนได้ หากล้อหมุนได้ดี รถก็วิ่งได้ตรงและไกลขึ้น