21/08/2026
✨เลิศวินิตมาถูกทาง กับPlay Base ที่ทำมาตลอด 30 ปี ✨Play is not the opposite of learning. Play is one of the ways the developing brain learns how to learn.
“Why Play-Based Learning? — วิทยาศาสตร์ของการเล่นกับสมองเด็ก 3–6 ปี”
✅เพราะงานของเด็กคือการเล่น
✅เพราะการเล่นสร้างสมอง สร้างจุดเชื่อมต่อ
✅ การเล่นสร้างทักษะทางสังคม
✅ การเล่นช่วยสร้างความคิดสร้างสรรค์ ความคิดยืดหยุ่นและพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา
คุณหมอมด (กรมอนามัย) ยืนยันว่างานวิจัย หลายชิ้นยืนยัน เด็กที่ได้เล่น มีพฤติกรรมการเรียนรู้ และมี EQ ที่ดีกว่า สะท้อนออกมาในวัยทำงาน
การเล่นทำให้สมองเปลี่ยนทั้งขนาด ฟังก์ชั่น การแตกแขนงของข่ายใยประสาท ขอเสียงยืนยันจากผู้ปกครองเลิศวินิตทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันหน่อยนะคะ 😊
🍓ช่วยแบ่งปันให้เพื่อนๆ พ่อ-แม่ ฟังหน่อยค่ะว่าเด็กๆที่เรียนแบบบูรณาการมีการเล่นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เติบโตแล้วเป็นอย่างไร
ครูขออนุญาตเก็บสาระสำคัญจากงานสัมมนาเชิงวิชาการมาเป็นบันทึกให้พวกเราได้อ่าน เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงานกับเด็กๆ ดังนี้ค่ะ
American Academy of Pediatrics (AAP) เผยแพร่ในปีมกราคม 2025 และเนื้อหาที่อ้างอิงจากบทความ “The Power of Play: A Pediatric Role in Enhancing Development in Young Children” ตีพิมพ์ใน Pediatrics ปี 2018
The Neurobiology of Play: Cellular & Molecular Mechanisms
ประสาทชีววิทยาของการเล่น: กลไกระดับเซลล์และโมเลกุล
“การเล่นไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุก แต่เป็นประสบการณ์ที่สามารถกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของสมองในระดับโครงสร้าง เซลล์ และการแสดงออกของยีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ การควบคุมตนเอง และพัฒนาการทางสังคม”
1) Prefrontal Cortex — PFC
เปลือกสมองส่วนหน้าผาก (Prefrontal Cortex)
การเล่นเกี่ยวข้องกับ
✅การปรับแต่ง ความยาวและความหนาแน่นของแขนงเดนไดรต์ (dendrites)
✅ส่งเสริมการพัฒนาและจัดระเบียบของ จุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท (synapses)
✅เมื่อขาดประสบการณ์การเล่นในช่วงพัฒนาการ อาจรบกวนกระบวนการ synaptogenesis และ pruning
✅ส่งผลให้ PFC มีลักษณะพัฒนาการที่ยังไม่สมบูรณ์ในแบบจำลองสัตว์ทดลอง
AAP ระบุว่าการศึกษาส่วนนี้พบว่า ความยาว ความซับซ้อน และความหนาแน่นของ dendritic spines ใน medial prefrontal cortex ของหนู (ทดลอง) ได้รับการปรับเปลี่ยนจากการเล่น และหนูที่ถูกจำกัดการเล่นมี PFC ที่ยังไม่สมบูรณ์และมีความสามารถในการแก้ปัญหาลดลง
2) BDNF Transcription
BDNF = Brain-Derived Neurotrophic Factor
ปัจจัยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทจากสมอง
BDNF เป็นโปรตีนสำคัญต่อการอยู่รอดของเซลล์ประสาท
✅การเจริญเติบโตของเซลล์ประสาท
✅การสร้างและพัฒนาจุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท
✅กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้ทางสังคม
งานวิจัยที่ AAP ระบุว่า การเล่นกระตุ้นการแสดงออกของ BDNF ในระดับ RNA ในบริเวณต่าง ๆ ของสมอง เช่น amygdala, dorsolateral frontal cortex, hippocampus และ pons ในหนูทดลอง
3) Gene Expression
ข้อความด้านล่างของภาพเป็นส่วนที่น่าสนใจมาก:
Play modifies the activity of approximately 1/3 of 1,200 genes in frontal and posterior cortical regions within one hour.
ความหมายคือ หลังจากการเล่นเป็นเวลา 30 นาที พบว่าภายในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กิจกรรมของยีนประมาณหนึ่งในสามจากยีนราว 1,200 ยีนที่ตรวจวิเคราะห์ในบริเวณสมองส่วน frontal และ posterior cortical regions มีการเปลี่ยนแปลง
และ BDNF เป็นหนึ่งในยีนที่มีการเปลี่ยนแปลงเด่นที่สุด
อย่างไรก็ตาม "ข้อมูลดังกล่าวมาจาก การศึกษาการเล่นของหนูทดลอง ไม่ใช่การทดลองในเด็กมนุษย์โดยตรง "
สรุป “แก่นของงานวิจัยนี้” ให้เข้าใจง่าย ขอสรุปเป็นโมเดล 3 ระดับดังนี้
PLAY → BRAIN → LEARNING
การเล่น
↓
กระตุ้นประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว อารมณ์ สังคม และการแก้ปัญหา
↓
สมองเกิดการเปลี่ยนแปลง
ระดับโมเลกุล → BDNF / gene expression
ระดับเซลล์ → dendrites / synapses
ระดับวงจรสมอง → Prefrontal Cortex
↓
พัฒนาความสามารถของเด็ก
Executive Function
Self-regulation
Attention
Problem solving
Cognitive flexibility
Language
Social skills
Creativity
แนวคิดนี้สอดคล้องกับข้อสรุปของ AAP ที่ว่า การเล่นส่งผลต่อสมองทั้งในระดับ molecular, cellular และ behavioral และสัมพันธ์กับการเรียนรู้และพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม
3. ประเด็นสำคัญมากสำหรับงานปฐมวัย📍สิ่งที่น่าสนใจคือ AAP ไม่ได้มองว่า “เล่น” กับ “เรียน” เป็นสิ่งตรงข้ามกัน
แต่เสนอแนวคิดเรื่อง
Playful Learning / Guided Play
คือ เด็กยังเป็นผู้ลงมือเล่นและมี agency ของตนเอง ขณะที่ครูหรือผู้ใหญ่ จัดสภาพแวดล้อม ตั้งคำถาม ชวนคิด และ scaffold การเรียนรู้ โดยไม่ควบคุมทุกขั้นตอน
AAP อธิบายว่า free play ช่วยให้เด็กสำรวจโลกและความสนใจของตนเอง ขณะที่ guided play ยังคงให้เด็กเป็นผู้ริเริ่ม แต่ผู้ใหญ่จัดสิ่งแวดล้อมหรือใช้คำถามและการสนทนาเพื่อพาเด็กไปสู่เป้าหมายการเรียนรู้
นี่จึงมีความสำคัญมากสำหรับการศึกษาปฐมวัย เพราะไม่ได้หมายความว่า
✨“ปล่อยเด็กเล่นอย่างเดียว”
แต่หมายถึง
👍“ออกแบบการเรียนรู้ให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือทำ การค้นพบ และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น”
4. สิ่งที่เกิดกับ Executive Function
นี่คือจุดที่เชื่อม Neurobiology → Early Childhood Education ได้ดีที่สุด
AAP อธิบาย Executive Function ว่าประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่
1. Working Memory
จำและนำข้อมูลมาใช้ขณะทำกิจกรรม
2. Inhibitory Control
ยับยั้งแรงกระตุ้นและควบคุมตนเอง
3. Cognitive Flexibility
ปรับเปลี่ยนวิธีคิดหรือเปลี่ยนมุมมองเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน
ทั้งสามอย่างร่วมกันช่วยให้เด็ก
จดจ่อ → รอคอย → ควบคุมตนเอง → เปลี่ยนแผน → แก้ปัญหา → ทำงานร่วมกับผู้อื่น
ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของ school readiness และการเรียนรู้ในระยะยาว
5. งานวิจัยด้านประสาทชีววิทยานี้ ชี้ให้เห็นว่า การเล่นมีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของสมองในหลายระดับ ตั้งแต่การแสดงออกของยีน การพัฒนาเซลล์ประสาทและจุดเชื่อมต่อ ไปจนถึงการทำงานของสมองส่วน Prefrontal Cortex ซึ่งเกี่ยวข้องกับ Executive Function และการเรียนรู้ โดยหลักฐานด้านกลไกระดับเซลล์จำนวนมาก มาจากการศึกษาสัตว์ทดลอง
📍อ่านบทความฉบับเต็มจาก American Academy of Pediatrics
📍 งานวิจัยต้นทางเรื่อง BDNF และการเล่น
Burgdorf, J., et al. (2003). Socially-induced brain “fertilization”: play promotes brain derived neurotrophic factor transcription in the amygdala and dorsolateral frontal cortex in juvenile rats. Neuroscience Letters, 341(1), 17–20. งานนี้พบว่า social play 30 นาทีเพิ่ม BDNF mRNA ใน amygdala และ dorsolateral frontal cortex ของหนูวัยเยาว์
20/08/2026
19/08/2026
19/08/2026