คอร์สสอน การตลาดออนไลน์สร้างรายได้ในมือถือ

คอร์สสอน การตลาดออนไลน์สร้างรายได้ในมือถือ

แชร์

คอร์สสอนออนไลน์ นอกห้องเรียน

19/06/2022

คนธรรมดาส่วนใหญ่ มักพร่ำบ่นหาข้ออ้างว่า การที่เราทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักที ส่วนหนึ่งก็เพราะเวลามันจำกัด มีเวลาน้อยเกินไปสำหรับหนึ่งวัน

หรือไม่ก็บอกว่าเวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ พริบตาเดียวเดือนก็ผ่านไป อีกอึดใจก็สิ้นปีแล้ว โดยที่เรายังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย สุดท้ายก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเข้าใกล้ความสำเร็จแม้แต่นิด

เราจึงควรวางตารางเวลาที่แน่นอน และทำตามแผนที่วางไว้ โดยจัดการเรียงลำดับว่าอะไรควรมาก่อนหลัง เพราะเวลาทุก ๆ นาทีสามารถใช้มันไปกับการทำให้ธุรกิจก้าวหน้า มั่นคง และได้ผลตอบแทนเป็นเม็ดเงิน

ถ้ามองย้อนกลับมาที่ตัวเองแล้ว ว่าเราใช้เวลาแต่ละนาทีไปกับอะไร ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการหาความสนุกเท่านั้นกับตัวเอง เช่น พูดคุยเรื่องไร้สาระ เล่นเกม นินทา ดราม่า เล่นโซเชียล

หากเรายังเป็นแบบนั้น ขอให้รีบเปลี่ยนตัวเองโดยเร็วที่สุด เพราะไม่มีคำว่า “ช้าเกินไป” เพียงแค่จัดสรรเวลาโดยพยายามแบ่งเวลาให้กับเรื่องสำคัญที่จะสร้างความสำเร็จให้เราได้

เพราะความสนุกที่มาไว อาจเสียไปไว แต่ความสนุกและความสุขบางอันที่ต้องใช้เวลานาน จะอยู่กับเราได้นาน และมั่นคงกว่า

เราต้องเลือกทำสิ่งที่ก่อประโยชน์ ไม่ใช่ทำอะไรก็เป็นเงิน เพราะคนอีกมากมายคิดแบบนั้น ดังนั้นเราจึงต้องบริหารเวลาให้เป็น ใช้เวลาไปกับสิ่งที่มีคุณค่าสร้างจนมีราคา จากนั้นก็ต้องเลือกสิ่งที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเรา เพื่อให้หนึ่งชั่วโมงของเรามีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

ถ้าเราทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เราจะค่อย ๆ เพิ่มมูลค่าในตัวเอง ค่อย ๆ ขยับตำแหน่งของเราเองไปเรื่อย ๆ และแน่นอนว่าท้ายที่สุด เราจะได้ไปยืนอยู่จุดที่เราฝันถึง

กดติดตาม CEO Noppakrit ได้ทุกช่องทางที่ : https://linktr.ee/ceonoppakrit




#สร้างชีวิต
#พลิกธุรกิจจากชีวิตติดลบ

01/06/2022

เหตุผลหรือข้ออ้าง

ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ

แล้วคุณจะได้ในสิ่งที่ไม่เคยได้

25/05/2022

การกล่าวชื่นชมมีความสำคัญต่อการสร้างวัฒนธรรมแห่ง “ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” และการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ทุกเดือนจะมีบางครั้งที่การทำงานใหญ่สำเร็จ ย่อมมีพฤติกรรมที่คุณอยากส่งเสริม

เช่นมีแรงจูงใจอันแน่วแน่ที่จะพัฒนาสิ่งต่าง ๆ การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การพร้อมที่จะร่วมมือกับผู้อื่น การทุ่มเทให้บริษัทหรือลูกค้าแทนที่จะสนใจแค่ฝ่ายของตัวเอง รวมถึงการทำให้ได้มากกว่าที่สัญญาไว้

วิธีที่ดีที่สุดในการสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมพฤติกรรมเหล่านี้ คำตอบก็คือ “การกล่าวชื่นชมต่อหน้า” อย่ากล่าวชื่นชมผ่านทางข้อความ จดหมาย Email หรือรางวัลชมเชย เพราะไม่มีอะไรสามารถสื่อข้อความที่ว่า “เรารู้ว่าเขาเป็นใคร และเราซาบซึ้งในสิ่งที่เขาทำ” ได้ดีเท่ากับการพูดมันออกมาได้อีกแล้ว แถมยังใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น

เวลาที่โครงการบางอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คุณต้องการพูดชื่นชมผู้ที่มีส่วนร่วมในงานให้ได้มากที่สุด อย่ามองข้ามคนงานระดับล่างตัวเล็ก ๆ เด็ดขาด

ต้องรับฟังอย่างตั้งใจ แล้วตั้งคำถามสักหนึ่งหรือสองข้อที่ช่วยเน้นย้ำถึงพฤติกรรมที่ยอดเยี่ยมบางอย่าง เหมือนถ้าซีอีโอคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกค้าคนโปรดของเราถึงขั้นจับมือกับทุกคนให้ทีม พร้อมทั้งกล่าวขอบคุณโดยเอ่ยชื่อคนเหล่านั้นเป็นรายบุคคล ไม่น่าแปลกใจที่ว่าแม้กระทั่งพนักงานที่ดูเหน็ดเหนื่อยที่สุดก็ยังสามารถเดินออกจากห้องประชุมไปด้วยความรู้สึกที่ดีได้


กดติดตาม CEO Noppakrit ได้ทุกช่องทางที่ : https://linktr.ee/ceonoppakrit




#สร้างชีวิต
#พลิกธุรกิจจากชีวิตติดลบ

23/05/2022

สิ่งที่ทำให้ คนสำเร็จ กับ คนที่ไม่ไปไหน
แตกต่างกัน คือ “นิสัย”

คนสำเร็จจะ ขยัน หมั่นศึกษา ทำงานหนัก
พัฒนาตัวเอง และ ลงมือทำ

ส่วนคนไม่ไปไหนจะ ขี้บ่น หาข้ออ้าง
วิจารณ์คนอื่นไปเรื่อย แต่ไม่ลงมือทำ

ถ้าอยาก กำหนดอนาคต ของตัวเอง
ให้เริ่มจาก กำหนดนิสัย


เขียนโดย #สมองไหล
#สังคมคนสร้างธุรกิจจากศูนย์

19/05/2022

ธุรกิจที่เริ่มต้นโดยคนไม่กี่คน หรือไม่ได้รับไม้ต่อจากที่บ้าน เรียกว่า “Self Made” คือคนที่สร้างธุรกิจขึ้นมาด้วยตัวเอง ซึ่งสังคมมักสนใจที่ผลงานและความสำเร็จของงานที่ทำออกมามากกว่า ไม่ใช่ที่ตัวคน เพียงแต่มันอาจจะมีเรื่องคุยมากหน่อยถ้าลูกเจ้าของกิจการเป็นคนที่เข้ามาพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้น แต่ก็มีลูกเจ้าของกิจการทำธุรกิจดี ๆ ให้พังคามือตัวเองก็เยอะเช่นกัน

แล้วคนทั่วไป ไม่ว่าจะขายผัก ปลา สามารถเติบโตได้จากเดิมด้วยความคิดที่สร้างสรรค์และความชอบโดยใช้พื้นฐานของธุรกิจเดิมมาพัฒนาสร้างความท้าทายใหม่ ๆ ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นธุรกิจได้ทั้งหมดเพียงเริ่มทำได้จาก 3 สิ่งนี้

1. สำรวจหาสิ่งที่เราชอบให้เจอ

ถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบและถนัดด้วยจะยิ่งดีมาก เพราะว่า สิ่งที่ชอบ จะทำให้เรามีความอยากคิดอะไรใหม่ ๆ เรื่อย ๆ และเป็นวัคซีนป้องกันความท้อได้ ส่วนสิ่งที่ถนัดจะช่วยให้เราอยู่รอด หาเลี้ยงตัวเองได้ แต่อาจจะไม่มีความอยากพัฒนามากกว่าที่เป็นอยู่ได้ ใครที่เอาความถนัดไปเป็นตัวนำ สักวันจะหยุดพัฒนา แต่ถ้าทำไปทำมาจนชอบ ก็จะเป็นผลที่ดีได้

2. มองหาโอกาสว่าของที่เราชอบและทำได้มันเหมาะที่จะขายอยู่ตรงไหน

หลายคนอยากทำธุรกิจ แต่ไม่เคยแม้แต่จะศึกษาเรื่องโอกาส เริ่มต้นมาแล้วก็ไปแข่งขันมั่วไปหมดสุดท้ายก็แพ้คนที่ทุนหนา แล้วก็มานั่งบ่นว่าเงินน้อย

3. ทดลองทำตัวอย่างมาลองตลาด

เพื่อศึกษาหาทางที่จะปรับปรุงงานนั้นให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องไหนฟังแล้วมีแรงอยากเอาชนะคำติ แสดงว่ามีแววทำต่อเป็นธุรกิจได้ เรื่องไหนฟังแล้วถอดใจแปลว่าเราไม่อยาก แนะนำให้หยุดซะ

เมื่อเริ่มแล้ว ห้ามหยุดคิดสิ่งใหม่ พยายามทำออกมาสม่ำเสมอ ผิดบ้าง ถูกบ้าง ยังไงก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย อะไรทำไม่ไหวให้หาคนช่วย ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน คนกลุ่มนี้คนที่ควรนึกถึง แต่ให้เลือกมาช่วยเฉพาะคนที่มีความเชื่อเดียวกันและมีปรัชญาในการทำงานร่วมกัน ถึงจะอยู่กันได้นาน


กดติดตาม CEO Noppakrit ได้ทุกช่องทางที่ : https://linktr.ee/ceonoppakrit




#สร้างชีวิต
#พลิกธุรกิจจากชีวิตติดลบ

11/05/2022

การยกมือยอมรับว่าตนได้ทำผิดพลาดไปและขออภัยนั้นเป็นเครื่องหมายแสดงว่า คนผู้นั้นเป็นคนมีวุฒิภาวะและมีปัญญา มีคนจำนวนมากที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองทำผิด เลือกที่จะโทษคนอื่นและหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ

การใช้ชีวิตโดยไม่คิดขอโทษใครสำหรับความผิดที่ตัวเองทำนั้น ย่อมทำให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บช้ำน้ำใจ แสดงให้เห็นถึงการเป็นคนขาดความเมตตา ดื้อรั้น

คำขอโทษและการขอให้ยกโทษให้นั้นมันเหมือนการปลดเปลื้องให้เราหลุดพ้นจากความรู้สึกผิด และลบล้างความเจ็บปวดออกไปจากความสัมพันธ์

สัญลักษณ์ที่แสดงถึงการมีปัญญา มีความน่าเชื่อถือ และมีคุณธรรม ในการขอโทษนั้น ต้องขอโทษผู้อื่นเสมอเมื่อทำความผิด เปิดใจยอมรับผิด และถ้าจำเป็นก็ควรแสดงการขอโทษต่อหน้าหรือพื้นที่สาธารณะด้วยความจริงใจและตั้งใจ พร้อมที่จะปรับปรุงความผิดนั้นให้ถูกต้อง

ซึ่งการยอมรับที่จะขอโทษหรือยอมรับผิดนั้นอาจยังไม่พอ เราอาจจะต้องขจัดข้อข้องใจ โดยให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีใครถูกกล่าวโทษหรือตำหนิ และทำให้ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากการทำของเรารู้สึกดีขึ้น โดยขึ้นอยู่กับว่าการกระทำของเราเองโดยตรงที่แสดงให้เห็นว่าเราขอโทษอย่างจริงใจหรือไม่

เราต้องยอมปรับปรุงตัวเองใหม่ ถ้ามีเหตุการณ์อะไรคล้าย ๆ เดิมเกิดขึ้น ต้องบังคับตัวเองให้ได้ว่าจะไม่ทำอะไรแบบเดิม เราอาจต้องพยายามให้มากกว่าเก่าด้วยซ้ำไป

เพราะทุกความผิดพลาดนั้น ย่อมมีทางแก้อยู่เสมอ เพียงแต่เราจะยอมรับและทำตามได้อย่างถูกต้องหรือไม่ คำขอโทษและการยกโทษเป็นเรื่องง่ายที่ทุกคนพึงมี แต่ทุกคนก็ต้องสร้างน้ำหนักที่เป็นคุณค่าในความมั่นใจที่จะเป็นความน่าเชื่อถือของทั้งคนพูดและคนฟังด้วยตัวของเราเองเช่นกัน


กดติดตาม CEO Noppakrit ได้ทุกช่องทางที่ : https://linktr.ee/ceonoppakrit




#สร้างชีวิต
#พลิกธุรกิจจากชีวิตติดลบ

08/05/2022

สัญชาตญาณความรู้สึกข้างในลึก ๆ คืออาวุธลับที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จตามที่เราตั้งใจ เมื่อเราเคยพยายามที่จะเชื่อความรู้สึกข้างในลึก ๆ ของเรา โดยตั้งใจถามตัวเองว่า “ฉันรู้สึกอย่างไรกับการตัดสินใจแบบนี้ ฉันคิดยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ หรือฉันรู้สึกอย่างไรกับการตัดสินใจแบบนี้”

การเชื่อในสัญชาตญาณตัวเองอาจช่วยได้ในเรื่องการทำงานหรือเรื่องใด ๆ ก็ตาม ไม่ดีแน่หากเราปล่อยให้เสียงจากภายนอกกลบเสียงข้างในใจที่กำลังบอกบางอย่างแก่เรา หรือปล่อยให้มุมมองและความเห็นของคนอื่นมาอยู่เหนือความคิดของตัวคุณเอง

เราควรมีความมั่นใจที่จะฟังเสียงจากสัญชาตญาณของตัวเอง คนที่ประสบความสำเร็จรู้ตัวว่าควรจะใช้เครื่องมือและทักษะชนิดใด เมื่อไหร่ และตอนไหน เมื่อต้องตัดสินใจและเผชิญหน้ากับการต้องเลือกอะไรบางอย่าง ด้วยการใช้ข้อเท็จจริงและข้อมูลในมือ พร้อมกับฟังเสียงของหัวใจของตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีคิดแบบใช้สัญชาตญาณและใช้การไตร่ตรองด้วยเหตุผลอย่างสมดุล


กดติดตาม CEO Noppakrit ได้ทุกช่องทางที่ : https://linktr.ee/ceonoppakrit




#สร้างชีวิต
#พลิกธุรกิจจากชีวิตติดลบ

07/05/2022

สูตรลับที่เรียบง่ายที่สุด
ของคนสำเร็จ คือ

คิดให้น้อย ทำให้มาก ปรับให้ไว

เพราะบางทีการ “คิดมากไป”
ก็ไม่ได้เริ่มทำ

สุดท้ายพอปรับตัวไม่ทัน
ก็มานั่งบ่นพึมพำ

ว่าทำไมตอนนั้น
ถึงไม่ยอมเริ่มทำสักที


เขียนโดย #สมองไหล
#สังคมคนสร้างธุรกิจจากศูนย์

29/04/2022

การมีสติคือการรู้ตัวว่า ณ ปัจจุบันกำลังเกิดอะไรขึ้น โดยปราศจากความปรารถนาให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่เป็นเช่นนั้น

ในแต่ละวันเราไม่อาจหยุดยั้งความคิดมากมายหลายพันเรื่องที่วิ่งเข้ามาในหัว โดยที่ไม่ได้เชื้อเชิญหรือไม่ได้คาดหมาย แต่คุณจะสงบจิตสงบใจและลดความวอกแวกหวั่นไหวให้น้อยลงได้ ด้วยการฝึกสมาธิเพื่อเรียนรู้วิธีชะลอความคิดของเราให้สงบลง ที่จริงมีวิธีการหลากหลายรูปแบบที่อาจเลือกนำมาใช้ได้

การฝึกสติเป็นเรื่องง่าย ๆ คือการอยู่กับปัจจุบัน และในขณะที่อยู่กับปัจจุบันนั้น ก็ตัดความกังวลทั้งหลายที่เกิดขึ้นในอดีตหรือความวิตกถึงอนาคตทิ้งไป เพ่งความสนใจอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองในขณะนั้นเท่านั้น มันเหมือนการตื่นขึ้นมาและได้กลิ่นสดชื่นของกุหลาบแย้มบานยามเช้า

แก่นแท้ของความมีสติคือการเข้าหาความสงบสุข อยู่กับปัจจุบันขณะ แทนที่ไปกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต หรืออะไรผิดพลาดไปแล้วในอดีต คนเราล้วนถนัดในการปล่อยให้ความคิดและความกังวลพาเราล่องลอยออกห่างจากปัจจุบันขณะ หากคุณเคยขับรถอย่างใจลอยไปจนถึงจุดหมายปลายทางโดยไม่ได้จดจ่ออยู่กับการขับรถเลยคงจะเข้าใจเรื่องนี้ดี

ความมีสติรู้ตัวเป็นการปล่อยให้อดีตผ่านไปและมองอนาคตว่าเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง คุณจึงควรอยู่กับปัจจุบันโดยไม่ปล่อยให้มีความกังวลถึงสิ่งที่ยังเกิดขึ้นในอนาคต เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเข้ามามีบดบังการรู้ตัวของเราเอง



กดติดตาม CEO Noppakrit ได้ทุกช่องทางที่ : https://linktr.ee/ceonoppakrit




#สร้างชีวิต
#พลิกธุรกิจจากชีวิตติดลบ

28/04/2022

การสร้างชีวิตที่ประสบความสำเร็จ ต้องรู้จักให้อภัย ใครก็ตามที่ทำให้เจ็บปวดและล่วงเกินเรา การให้อภัยเป็นดั่งการปลดปล่อยนักโทษให้เป็นอิสระ ซึ่งนักโทษที่ควรให้อภัยที่สุด คือ "ตัวเราเอง"

การไม่ยอมให้อภัยนั้นไม่เคยทำให้ใครรู้สึกดีขึ้น ไม่ว่ากับเรื่องอะไรก็ตาม ถ้าเราเอาแต่ยึดมั่นอยู่กับความรู้สึกไม่พอใจ โกรธแค้น และอิจฉาริษยา ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย

เราควรจะต้องรู้จักให้อภัยใครก็ตามที่ทำให้เราเจ็บปวดหรือเคยล่วงเกินเรา ไม่ใช่เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายถูกและก็ไม่ใช่เพราะเราลืมสิ่งที่คนพวกนั้นทำกับเราไปแล้ว แต่การให้อภัยจะปลดปล่อยเราให้ได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมีแต่แง่มุมที่ดีช่วยให้ชีวิตเดินหน้าต่อไป

การให้อภัยผู้อื่นไม่ใช่ความอ่อนแอไม่ใช่การยืนยันว่าเรานั้นไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือเป็นการยอมรับว่าคุณผิดที่ไปโกรธเขา การให้อภัยผู้อื่นเหมือนการที่เราพูดว่า “ฉันไม่ต้องการเสียอารมณ์และเสียความรู้สึกกับคุณรวมถึงการกระทำของคุณอีกต่อไปแล้ว” ซึ่งเป็นการแสดงความเข้มแข็งเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไป

โดยการให้อภัยนั้นมักเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเรียนรู้ที่จะเชื่อใจคนอีกครั้ง เมื่อเกิดเรื่องแย่ ๆ เราอาจเลือกที่จะเดินจากไปหรือพยายามสร้างความสัมพันธ์ขึ้นมาใหม่ก็ได้ การให้อภัยจะช่วยสลัดความรู้สึกลบที่มีต่อความไว้เนื้อเชื่อใจกับทิ้งไปได้ และมอบโอกาสให้ความสัมพันธ์เหล่านั้นงอกงามอีกครั้ง


กดติดตาม CEO Noppakrit ได้ทุกช่องทางที่ : https://linktr.ee/ceonoppakrit




#สร้างชีวิต
#พลิกธุรกิจจากชีวิตติดลบ

27/04/2022

จงซื้อประสบการณ์ ไม่ใช่วัตถุสิ่งของ การใช้เงินซื้อประสบการณ์ทำให้เรามีความสุขมากกว่าซื้อสมบัติใด ๆ สิ่งของยังแตกหักชำรุดล้าสมัยได้ แต่ประสบการณ์มีค่าและมีความหมายทุกครั้งที่ได้พูดถึง

อะไรที่เราจดจำได้ดีกว่ากัน ระหว่างการได้ไปเที่ยวอย่างสนุกสนานในวันหยุดกับซื้ออุปกรณ์ของใช้ราคาแพง เป็นไปได้สูงว่าความทรงจำของเราเกี่ยวกับการไปเที่ยวนั้นจะชัดเจนกว่า

ผลการวิจัยของทอมันส จิโลวิช (Thomas Gilovich) อาจารย์มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ ชี้ว่าประสบการณ์ที่ดีนั้นสร้างความสุขที่ยืนยาวกว่าจะเติมเต็มความปรารถนาของคนเราได้มากกว่าการได้ครอบครองวัตถุสิ่งของใด ๆ

การออกไปท่องเที่ยว ชมพิพิธภัณฑ์ หรือเข้าคอร์สเรียนย่อมส่งผลอันทรงพลังที่สร้างทั้งความพึงพอใจ ให้ความรู้สึกเติมเต็ม เพิ่มคุณภาพชีวิต และเพิ่มพูนปัญญา และก็ยังสร้างความทรงจำและความรู้สึกเชิงบวกได้

ส่วนการซื้อข้าวของต่าง ๆ นั้นสร้างความรู้สึกพึงพอใจเพียงชั่วคราวและต่อมาถ้าของพวกนั้นเสีย ชำรุด ใช้การไม่ได้ ใครจะมีอารมณ์ชื่นชมมันอีก และสิ่งของทั้งหลายมีวันล้าสมัยตกยุค หลังจากซื้อมาได้ ไม่ว่าจะเป็นสัปดาห์ หรือเดือน ก็จะมีสินค้าใหม่ ๆ แบบใหม่ ๆ ออกมาวางขายแทนอยู่เสมอ

ไม่มีใครกล้าพูดได้หรอกว่า เราจะเสียใจที่ใช้เงินไปกับการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ในชีวิต มันคงเป็นการเดินทางที่เปลี่ยนชีวิตเราจริง ๆ หากทำได้เราควรหาประสบการณ์ที่หลากหลายรูปแบบ อย่ายอมให้เงินมาเป็นอุปสรรคไม่ให้ตัวเราได้แสวงหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่ว่าช่วงใดของชีวิต


กดติดตาม CEO Noppakrit ได้ทุกช่องทางที่ : https://linktr.ee/ceonoppakrit




#สร้างชีวิต
#พลิกธุรกิจจากชีวิตติดลบ

26/04/2022

การล้มเลิกหมายถึงการยอมแพ้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราได้ทำ ทุ่มเท และพยายามมา หมายถึงเรายอมให้มันเป็นแค่การเสียเวลาเปล่าและหมายถึงเราไม่เสียดายมัน

ไม่มีใครรู้ว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ เราไม่สามารถรู้ได้ แม้แต่ตอนที่เราทำบางสิ่งและไปได้ดีและดูเหมือนจะประสบความสำเร็จก็อาจไปลงเอยที่ความล้มเหลวและยังต้องล้มเหลวอีกหลายครั้งกว่าจะสำเร็จ หรือแม้แต่ตอนที่เราทำบางสิ่งและเต็มไปด้วยอุปสรรคที่ดูเหมือนจะล้มเหลว ก็อาจไปลงเอยที่ความสำเร็จและเร็วกว่าที่เราคาดคิด

ไม่มีใครรู้ว่าเรากำลังยืนอยู่ตรงจุดไหนของความสำเร็จ การที่เราเจออุปสรรคมากหรือน้อยไม่สามารถบอกได้และการที่เราล้มเหลวมากครั้งหรือน้อยครั้งก็ไม่สามารถบอกได้ แต่ที่แน่ ๆ ตราบใดที่เรายังพยายามความสำเร็จย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

แต่น้อยคนนักที่ล้มเลิกแล้วจะไม่เสียดาย เพราะในก้าวที่เราตัดสินใจหยุดเดิน เรามองไม่เห็นอะไรนอกจากความเหน็ดเหนื่อยและความท้อแท้ของตัวเอง

คนเรามักมองไม่เห็นว่าความสำเร็จอยู่ใกล้แค่ไหนจนกระทั่งเราพลาดและทิ้งมันไป จริงอยู่ที่หลังจากการล้มเลิกทุกครั้งเรายังมีโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ แต่จะมีสักกี่ครั้งที่เราสามารถเริ่มจากจุดที่เราเดินไปถึงก่อนหน้านี้ โดยไม่ต้องกลับไปที่จุดศูนย์ จำไว้ว่าการล้มเหลวแล้วเริ่มต้นใหม่ไม่ใช่การสูญเสีย มันคือการเรียนรู้ แต่การล้มเลิกแล้วเริ่มต้นใหม่ คือการสูญเสีย และเป็นการสูญเสียที่เราแทบไม่ได้เรียนรู้อะไรนอกจากคำว่า “แพ้”

หากเราล้มเลิกแล้วคิดจะเริ่มต้นใหม่ ก็ขอให้สู้จนถึงที่สุดในครั้งนั้น อย่ายอมแพ้อีกแม้เราจะยังอยู่ไกลจากความสำเร็จ และยิ่งถ้ามันอยู่ใกล้แค่เอื้อม ยิ่งต้องไม่ยอมแพ้ ถ้าเราไปถึงความสำเร็จสักครั้งหนึ่งในชีวิต เราจะรู้ว่าการล้มเลิกคือสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดที่เราเคยทำ


กดติดตาม CEO Noppakrit ได้ทุกช่องทางที่ : https://linktr.ee/ceonoppakrit




#สร้างชีวิต
#พลิกธุรกิจจากชีวิตติดลบ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Nakhon Sawan?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่

Nakhon Sawan
60000