08/02/2026
🔥พายุทอร์นาโด กับ พายุงวงช้าง แตกต่างกันอย่างไร?
สรุปสั้นๆง่ายๆจากลักษณะเกลียวหมุนได้ว่า พายุทอร์นาโด เกลียวหมุนจะบิดจากบน(เมฆ) ลงด้านล่าง(พื้นดินหรือพื้นน้ำ) ส่วนพายุงวงช้างหรือนาคเล่นน้ำ เกลียวหมุนจะบิดจากด้านล่าง(น้ำ) ขึ้นไปด้านบน(เมฆ)
พายุทอร์นาโดเกิดจากการปะทะกันของมวลอากาศร้อนและมวลอากาศเย็นที่แตกต่างกันมากๆ อากาศที่แปรปรวนในก้อนเมฆจนเกิดลมหมุนบิดเป็นเกลียวจากฐานเมฆลงสู่พื้นดินหรือที่เรียกกันว่า “ลมงวง” ซึ่งโดยปกติแล้วมักพบในทวีปอเมริกาเหนือ และมหาสมุทรแอตแลนติก เนื่องจากมีความแตกต่างของสภาพอากาศสูง โดยมีรัศมีราว 50 ถึง 500 เมตร เท่านั้น แต่มีความเร็วลมตั้งแต่ 300 ไปจนถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมงซึ่งลมสามารถพัดพาเอาสิ่งปลูกสร้างลอยขึ้นไปในอากาศได้
พายุงวงช้าง หรือ นาคเล่นน้ำ หรือ พวยน้ำ (waterspout) เกิดจากการที่มวลอากาศเย็นเคลื่อนผ่านเหนือผิวน้ำที่อุ่นกว่า โดยบริเวณใกล้ๆ ผิวน้ำมีความชื้นสูง และไม่ค่อยมีลมพัด ทำให้อากาศที่อยู่ติดกับผืนน้ำซึ่งอุ่นในบางบริเวณจะยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้อากาศโดยรอบไหลเข้ามาแทนที่ จากนั้นอากาศจะพุ่งเป็นเกลียวขึ้นไปบนฟ้า หรือบางครั้งพายุทอร์นาโดที่เกิดเหนือน้ำทะเลก็เกิดเป็นลักษณะเดี๋ยวกันกับพายุงวงช้างแต่การบดเกลียวจะลงมาจากเมฆซึ่งสลับกับพายุงวงช้างทั่วไป
ส่วนอีกลมที่ในไทยคุ้นๆกัน อาจมีชื่อเรียกต่างกันแล้วแต่ท้องถิ่น คือ ลมบ้าหมู หรือ ลมหัวกุด(อีสาน) ลมกิดกิว(เหนือ) ลมหัวด้วน(ใต้) (Dust Devil) จะเกิดในวันที่ร้อนมากๆ ลมนิ่ง แดดแรง จุดใดจุดหนึ่งบนพื้นร้อนเร็วกว่าจุดอื่น อากาศตรงนั้นยกเร็วกว่าตัวอากาศรอบข้างไหลไปแทนที่อย่างรวดเร็ว จึงเกิดจากการหมุนเป็นเกลียวแล้วดูดเอาฝุ่นต่าง ๆ หมุนไปในอากาศ ซึ่งลมหัวกุดนี้จึงเกิดขึ้นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ และแทบไม่สร้างความเสียหายให้ทรัพย์สินแต่อย่างใด
#ภูมิศาสตร์น่ารู้Brr
#ภูมิศาสตร์กายภาพ