24/08/2025
🌪️ แนวทางปฏิบัติรับมือพายุ (ประเทศไทย)
ถอดบทเรียนจากญี่ปุ่น + ปรับใช้ในบริบทไทย
1. ก่อนเกิดพายุ (Preparedness)
ครัวเรือน / ประชาชน
การประเมินตนเอง
บ้านอยู่ใน พื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก ไหม? (ริมน้ำ, ที่ลุ่ม, น้ำท่วมบ่อย)
บ้านมี ชั้นบน/ที่สูง ให้หลบหรือไม่? ถ้าไม่มี ต้องรู้ จุดอพยพ ที่ใกล้ที่สุด
ครอบครัวมี ผู้สูงอายุ, เด็กเล็ก, ผู้พิการ หรือไม่ → ถ้ามี ต้องเตรียมการล่วงหน้า
เครื่องมือและการใช้ข้อมูล
ติดตามพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา (เว็บไซต์, TV), SMS เตือนภัยของ ปภ., แอป Thai Disaster Alert, วิทยุชุมชน
ใช้ เรดาร์ฝนออนไลน์ (TMD Radar) ดูว่าฝนกำลังเคลื่อนเข้าหรือไม่
จัดทำ แผนที่เส้นทางอพยพ บ้าน–โรงเรียน–ที่ทำงาน–ศูนย์พักพิง → พิมพ์เก็บไว้ (ใช้ได้แม้อินเทอร์เน็ตล่ม)
การปฏิบัติ
เตรียม ถุงยังชีพ (Go Bag): น้ำ, อาหารแห้ง, ไฟฉาย, วิทยุพกพา, power bank, ยาสามัญ/ยาประจำตัว, บัตรประชาชน, เงินสด
ตัดแต่งกิ่งไม้, เก็บสิ่งของกลางแจ้ง, ยึดหลังคา/โครงสร้างที่เสี่ยงปลิว
ตรวจสอบรางน้ำ, ทางระบายน้ำรอบบ้าน
เติมน้ำมันรถ เมื่อน้ำมันเหลือไม่ถึงครึ่งถัง
2. ระหว่างเกิดพายุ (Response)
ครัวเรือน / ประชาชน
การประเมินตนเอง
ถ้าบ้านเริ่มมีน้ำท่วม → สามารถขึ้นชั้นบนได้หรือไม่? ถ้าไม่ได้ ต้องอพยพไปศูนย์พักพิง
ถ้ามีคนในบ้านที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องรีบโทรหา ผู้นำชุมชน/กู้ภัย/ปภ.
การใช้ข้อมูล
ติดตามประกาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา และ ปภ. ทุก 1–3 ชั่วโมง
ฟังประกาศจาก หอกระจายข่าว/เสียงตามสาย ในหมู่บ้าน
การปฏิบัติ
หลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน, หากเสี่ยงน้ำท่วมให้อพยพขึ้นชั้นบน
ห้ามอยู่ใกล้เสาไฟฟ้าและสายไฟที่ขาด → แจ้งการไฟฟ้าทันที
ปิดสวิตช์ไฟหลักเมื่อเริ่มมีน้ำท่วมถึงพื้นบ้าน
ไม่ลงไปลุยน้ำท่วม → เสี่ยงไฟฟ้าช็อต/ติดเชื้อ
3. หลังพายุ (Recovery)
ครัวเรือน / ประชาชน
การประเมินตนเอง
บ้านปลอดภัยหรือไม่? → ตรวจสอบโครงสร้าง, เสา, หลังคา, ระบบไฟ ก่อนเข้า
น้ำที่ใช้/ดื่ม ปลอดภัยหรือยัง? ถ้าไม่มั่นใจให้ต้ม/ใช้คลอรีน
สมาชิกในบ้านมีอาการเจ็บป่วย/บาดเจ็บ/เครียดหรือไม่?
การใช้ข้อมูล
ติดตามประกาศ “ปลอดภัยแล้ว” จากจังหวัด/อำเภอ ก่อนกลับเข้าบ้าน
ใช้การสื่อสารข้อความสั้น (SMS/Line) เพื่อลดการใช้งานเครือข่าย
เก็บหลักฐานความเสียหาย (ถ่ายรูป/วิดีโอ) เพื่อขอเยียวยา
การปฏิบัติ
หลีกเลี่ยงน้ำท่วมขัง → เสี่ยงเชื้อโรค (เลปโตสไปโรซิส, ไข้เลือดออก)
ใช้อุปกรณ์ป้องกัน (รองเท้าบูท, ถุงมือ) เมื่อต้องลุยน้ำหรือเก็บซาก
ประสานงานกับผู้นำชุมชนเพื่อรับการช่วยเหลือ
จุดเด่นที่ควรถอดแบบจากญี่ปุ่น
1. การซ้อมจริง (Drill) → ซ้อมอพยพทั้งชุมชน, โรงเรียน, ที่ทำงาน
2. แผนที่กระดาษ → ใช้ได้เมื่อมือถือ/อินเทอร์เน็ตล่ม
3. ถุงยังชีพมาตรฐาน → เพิ่มรายการเฉพาะของไทย เช่น ยาสมุนไพร, สมุดบัญชีเกษตร, สำเนาทะเบียนบ้าน
4. ระบบเตือนภัยหลายช่องทาง → ไม่พึ่งมือถือเพียงอย่างเดียว แต่ใช้วิทยุ FM, หอกระจายข่าว, รถประกาศ
การบูรณาการในแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของไทย
ระดับชาติ: ใช้กรอบ พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550
ระดับจังหวัด/อำเภอ/ท้องถิ่น: แทรกแนวทางนี้ในแผนปฏิบัติการของ ปภ.จังหวัด, อบต., เทศบาล
ภาคการศึกษา: โรงเรียน–มหาวิทยาลัยเป็น ศูนย์การเรียนรู้ภัยพิบัติ
การมีส่วนร่วม: จัดตั้ง ทีมอาสาภัยพิบัติชุมชน (เหมือนญี่ปุ่นมี Volunteer Fire Corps)