03/04/2026
บทความ “สำนึกในถิ่นที่และการประกอบสร้างความหมายของสถานที่ในกวีนิพนธ์ หอมแผ่นดินลาว ของ ‘ลูกดอนกะเด็น’” ของ ลาวัณย์ สังขพันธานนท์ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68) บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา สำนึกในถิ่นที่ ความผูกพันต่อสถานที่และการประกอบสร้างความหมายของสถานที่ในกวีนิพนธ์คัดสรรชุด หอมแผ่นดินลาว โดย “ลูกดอนกะเด็น” กวีซีไรต์จากประเทศ สปป. ลาวประจำปี 2019 โดยใช้มโนทัศน์ด้านสถานที่ตามแนวคิดวัฒนธรรมศึกษามาประกอบการพิจารณา ผลการศึกษาพบว่า หอมแผ่นดินลาว เป็นกวีนิพนธ์ที่มีความโดดเด่นในการนำเสนอสำนึกในถิ่นที่และความผูกพันต่อสถานที่อันได้แก่ประเทศลาวซึ่งเป็นมาตุภูมิของกวี โดยแสดงออกในหลายมิติ ทั้งในระดับของความรัก ความหวงแหนต่อแผ่นดินถิ่นเกิด การเคารพต่อถิ่นที่ จนถึงระดับของการอุทิศตนและเสียสละต่อสถานที่ กวีนำเสนอผ่านโวหารวาทศิลป์ ด้วยการใช้ความเปรียบ สัญญะ และสัญลักษณ์ที่มีชั้นเชิงทางวรรณศิลป์ ในขณะเดียวกันได้ประกอบสร้างความหมายของสถานที่ซึ่งหมายถึงแผ่นดินลาว หรือประเทศลาวในหลายความหมาย ได้แก่ เมืองลาวคือแผ่นดินของแม่ เมืองลาวคือสถานที่อันอุดมสมบูรณ์ สวยงามด้วยธรรมชาติ เมืองลาวคือดินแดนแห่งศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย และเมืองลาวคือดินแดนของการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ เป็นที่น่าสังเกตว่าการประกอบสร้างความหมายของสถานที่นี้ ในแง่หนึ่งก็คือการสร้างอัตลักษณ์ของประเทศลาวนั่นเอง
ข้อมูล: “สำนึกในถิ่นที่และการประกอบสร้างความหมายของสถานที่ในกวีนิพนธ์ หอมแผ่นดินลาว ของ ‘ลูกดอนกะเด็น’” ของ ลาวัณย์ สังขพันธานนท์ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68)
ภาพ: https://www.facebook.com/photo/?fbid=3419162694861331&set=pcb.3419163558194578
📌สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal
📱: 095-1674698 (เลขานุการฯ)
📝พบกับ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #วารสารมนุษย์กับสังคม ในวันศุกร์ เวลา 18.00 น.
#แนะนำบทความ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #วารสารมนุษย์กับสังคม #มนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #มนุษย์กับสังคมปี11ฉบับ2
27/03/2026
บทความ “กลวิธีทางภาษากับการสร้างวาทกรรมโชคลาภในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ออนไลน์” ของ สุทธิลักษณ์ สวรรยาวิสุทธิ์ และ ฐนพรรณ ธูปหอม จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68) การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีทางภาษากับการสร้างวาทกรรมเรื่องโชคลาภในรายการเรื่องเล่าเช้านี้และรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ออนไลน์ โดยใช้กรอบแนวคิดการวิเคราะห์วาทกรรมเชิงวิพากษ์ของ Fairclough ซึ่งเป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ขอบเขตและวิธีการวิจัย ใช้การวิเคราะห์เนื้อหาร่วมกับการวิเคราะห์ตัวบท และนำเสนอผลด้วยวิธีการพรรณนาวิเคราะห์ กลุ่มตัวอย่างคือ บทสนทนา ข่าว และถ้อยคำที่ปรากฏในสองรายการดังกล่าว ขอบเขตด้านเวลาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 โดยการเลือกแบบเจาะจง ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลรวม 69 วันที่เกี่ยวข้องกับวันกำหนดออกเลขสลากรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาล ข้อมูลที่ใช้มาจากรูปแบบออนไลน์บนเว็บไซต์ YouTube เท่านั้น ผลการวิจัยพบว่า ภาษาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความชอบธรรมให้กับระบบเศรษฐกิจ ศาสนา และสื่อ โดยมีวิถีปฏิบัติ 3 ด้าน ดังนี้ 1) กลวิธีทางภาษา ใช้ศัพท์เฉพาะเจาะจง (เช่น คำยืม/คำใหม่) เพื่อนำเสนอสลากดิจิทัล ในฐานะเทคโนโลยีสมัยใหม่และระบบตลาดที่ชอบธรรม ซึ่งนำไปสู่การยอมรับโครงสร้างระบบเสี่ยงโชคในสังคมไทย 2) วิถีปฏิบัติทางวาทกรรม ภาษาทำหน้าที่รักษาความชอบธรรมทางศาสนาและความเชื่อพื้นบ้านโดยการสร้างความเป็นจริงร่วมกันในเรื่องโชคลาภ นอกจากนี้ สื่อยังใช้ภาษาเพื่อยืนยันความชอบธรรมของตนเองในฐานะผู้ผลิตวาทกรรม โดยสร้างพื้นที่อำนาจให้กับผู้พูดและผู้รายงานข่าว และ 3) วิถีปฏิบัติทางสังคมและวัฒนธรรม กลไกทางภาษาดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลิตซ้ำอุดมการณ์ทางเศรษฐกิจ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งทำให้ระบบเสี่ยงโชคมีความต่อเนื่อง เข้มแข็ง และได้รับการยอมรับในวิถีคิดของคนไทยในปัจจุบัน
ข้อมูล: “กลวิธีทางภาษากับการสร้างวาทกรรมโชคลาภในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ออนไลน์” ของ สุทธิลักษณ์ สวรรยาวิสุทธิ์ และ ฐนพรรณ ธูปหอม จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68)
ภาพ: https://ch3plus.com/news/category/432163
https://ch3plus.com/news/fullprogram/weekend/442198
📌สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal
📱: 095-1674698 (เลขานุการฯ)
📝พบกับ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #วารสารมนุษย์กับสังคม ในวันศุกร์ เวลา 18.00 น.
#แนะนำบทความ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #วารสารมนุษย์กับสังคม #มนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #มนุษย์กับสังคมปี11ฉบับ2
20/03/2026
บทความ “ข้าวดอกราย: ภูมิปัญญาด้านอาหารและความสัมพันธ์กับสถาบันทางสังคมชาวตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา” ของ ชญาน์ทัต เอี่ยวเรืองสุรัติ และ นธี เหมมันต์ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68) บทความวิชาการเรื่องนี้ต้องการศึกษาข้าวดอกรายอาหารท้องถิ่นสะกอมใน 2 ประเด็น คือ ศึกษาข้าวดอกรายในมิติภูมิปัญญาด้านอาหารของชาวตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และศึกษาความสัมพันธ์ของข้าวดอกรายกับสถาบันทางสังคมระดับต่าง ๆ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพรวบรวมข้อมูลด้วยการศึกษาข้อมูลเอกสารและข้อมูลภาคสนาม โดยใช้แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ และแบบประเด็นสนทนากลุ่ม ผลการศึกษาพบว่า ข้าวดอกรายสะท้อนภูมิปัญญาอาหารสองมิติ คือ มิติด้านองค์ประกอบของสำรับอาหารดั้งเดิม และมิติความรู้ท้องถิ่นของชุมชน พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นอัตลักษณ์เชิงพื้นที่ของตำบลสะกอม นอกจากนี้ ยังพบว่าข้าวดอกรายมีความสัมพันธ์กับสถาบันทางสังคม 6 สถาบัน ได้แก่ สถาบันครอบครัว มีบทบาทในการรักษาความรู้ ภูมิปัญญาด้านอาหารและสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว สถาบันทางเศรษฐกิจ มีบทบาทในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและรากฐานการประกอบอาชีพ สถาบันการเมืองการปกครอง มีบทบาทในการกำหนดนโยบายเพื่อความมั่นคงทางอาหาร สถาบันศาสนา มีบทบาทในการส่งเสริมความสัมพันธ์ ความรักและความสามัคคีกัน ทั้งยังสะท้อนอัตลักษณ์ชุมชนมุสลิม สถาบันการศึกษาและการถ่ายทอดการเรียนรู้ทางสังคม มีบทบาทในการสร้างการรับรู้และความภูมิใจในท้องถิ่น และสถาบันนันทนาการ มีบทบาทในการทำหน้าที่สนับสนุนการสร้างพื้นที่ร่วมของชุมชน โดยวิธีการมีส่วนร่วมของชุมชนและกระบวนการถ่ายทอดความรู้และรักษาองค์ความรู้ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ภายในชุมชนและภายนอกชุมชน
ข้อมูล: “ข้าวดอกราย: ภูมิปัญญาด้านอาหารและความสัมพันธ์กับสถาบันทางสังคมชาวตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา” ของ ชญาน์ทัต เอี่ยวเรืองสุรัติ และ นธี เหมมันต์ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68)
ภาพ: รูปจากวารสาร
📌สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal
📱: 095-1674698 (เลขานุการฯ)
📝พบกับ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #วารสารมนุษย์กับสังคม ในวันศุกร์ เวลา 18.00 น.
#แนะนำบทความ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #วารสารมนุษย์กับสังคม #มนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #มนุษย์กับสังคมปี11ฉบับ2
13/03/2026
บทความ “การศึกษาภาพแทนของชนชั้นปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นผ่านตัวละคร “วงศ์อสัญแดหวา” ในวรรณคดีเรื่องอิเหนา” ของ ณัฐวุฒิ คล้ายสุวรรณ และ เธียรณพัฒน์ เมืองหลวง จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68) บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคติชนที่ปรากฏในงานประกวดธิดาดวงดีศรีสวรรคโลกและวิธีการสร้างสรรค์กิจกรรมการประกวดโดยใช้ทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยกรอบแนวคิดเรื่อง คติชนสร้างสรรค์ (Creative Folklore) ผลการศึกษาพบคติชนที่ปรากฏในกิจกรรมการประกวด 3 ประเภท ได้แก่ 1) ความเชื่อ 2) ประเพณีและพิธีกรรม 3) วรรณกรรมมุขปาฐะ ส่วนวิธีการสร้างสรรค์กิจกรรมการประกวดโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นพบลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) วิธีคิดเชิงสร้างสรรค์ที่อิงจากรากวัฒนธรรม 2) วิธีการออกแบบกิจกรรมที่ผสมผสานคติชนเข้ากับบริบทร่วมสมัย และ 3) วิธีการถ่ายทอดและผลลัพธ์ของการสร้างสรรค์
ข้อมูล: “การศึกษาภาพแทนของชนชั้นปกครองสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นผ่านตัวละคร “วงศ์อสัญแดหวา” ในวรรณคดีเรื่องอิเหนา” ของ ณัฐวุฒิ คล้ายสุวรรณ และ เธียรณพัฒน์ เมืองหลวง จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68)
ภาพ:
📌สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal
📱: 095-1674698 (เลขานุการฯ)
📝พบกับ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #วารสารมนุษย์กับสังคม ในวันศุกร์ เวลา 18.00 น.
#แนะนำบทความ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #วารสารมนุษย์กับสังคม #มนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #มนุษย์กับสังคมปี11ฉบับ2
06/03/2026
บทความ “คติชนในเวทีการประกวด “ธิดาดวงดีศรีสวรรคโลก”:การสร้างสรรค์กิจกรรมการประกวดนางงามด้วยทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น” ของ สุรเชษฐ์ คูหาเลิศ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68) บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาคติชนที่ปรากฏในงานประกวดธิดาดวงดีศรีสวรรคโลกและวิธีการสร้างสรรค์กิจกรรมการประกวดโดยใช้ทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการสังเกตแบบมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยกรอบแนวคิดเรื่อง คติชนสร้างสรรค์ (Creative Folklore) ผลการศึกษาพบคติชนที่ปรากฏในกิจกรรมการประกวด 3 ประเภท ได้แก่ 1) ความเชื่อ 2) ประเพณีและพิธีกรรม 3) วรรณกรรมมุขปาฐะ ส่วนวิธีการสร้างสรรค์กิจกรรมการประกวดโดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นพบลักษณะสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) วิธีคิดเชิงสร้างสรรค์ที่อิงจากรากวัฒนธรรม 2) วิธีการออกแบบกิจกรรมที่ผสมผสานคติชนเข้ากับบริบทร่วมสมัย และ 3) วิธีการถ่ายทอดและผลลัพธ์ของการสร้างสรรค์
ข้อมูล: “คติชนในเวทีการประกวด “ธิดาดวงดีศรีสวรรคโลก”:การสร้างสรรค์กิจกรรมการประกวดนางงามด้วยทุนวัฒนธรรมท้องถิ่น” ของ สุรเชษฐ์ คูหาเลิศ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68)
ภาพ: https://www.facebook.com/media/set/?set=a.122147172074454026&type=3
📌สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal
📱: 095-1674698 (เลขานุการฯ)
📝พบกับ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #วารสารมนุษย์กับสังคม ในวันศุกร์ เวลา 18.00 น.
#แนะนำบทความ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #วารสารมนุษย์กับสังคม #มนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #มนุษย์กับสังคมปี11ฉบับ2
27/02/2026
บทความ “บทบาทของสภาองค์กรชุมชนในการสร้างเครือข่ายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก: กรณีศึกษา ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง” ของ วิศนุกร อุทัยศรี และ จเร สิงหโกวินท์ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68) การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาบทบาทของสภาองค์กรชุมชนในการสร้างเครือข่ายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และ 2. เพื่อศึกษาการสร้างเครือข่ายของสภาองค์กรชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยอิงกรอบแนวคิดเศรษฐกิจฐานราก ทุนทางสังคม การจัดการทรัพยากรร่วม และทฤษฎีเครือข่ายทางสังคม เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง พบว่า สภาองค์กรชุมชนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกชุมชน ส่งเสริมอาชีพ พัฒนาทรัพยากรท้องถิ่นและสนับสนุนวิสาหกิจชุมชน เป็นศูนย์กลางประสานงานกลุ่มกิจกรรมและสร้างเครือข่ายแท้ ในการดำเนินงานมีโมเดล 5 ห่วงโซ่ ได้แก่ การผลิต การแปรรูป การตลาด การท่องเที่ยวโดยชุมชน และการสื่อสารกับสังคม ช่วยให้ชุมชนมีเป้าหมายในการพัฒนา ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของเครือข่าย ได้แก่ การกำหนดเป้าหมายร่วมกันที่ชัดเจน การสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการเชื่อมโยงผลประโยชน์ระหว่างสมาชิกเครือข่าย ผลการศึกษาในครั้งนี้ให้ข้อเสนอเชิงปฏิบัติสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนอื่น ๆ รวมทั้งมีนัยสำคัญต่อการกำหนดนโยบายในด้านการพัฒนาชุมชนและสังคม
ข้อมูล: “บทบาทของสภาองค์กรชุมชนในการสร้างเครือข่ายการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก: กรณีศึกษา ตำบลเนินฆ้อ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง” วิศนุกร อุทัยศรี และ จเร สิงหโกวินท์ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68)
ภาพ: https://www.facebook.com/photo/?fbid=5151074001586808&set=pcb.5151087358252139
📌สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal
📱: 095-1674698 (เลขานุการฯ)
📝พบกับ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #วารสารมนุษย์กับสังคม ในวันศุกร์ เวลา 18.00 น.
#แนะนำบทความ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #วารสารมนุษย์กับสังคม #มนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #มนุษย์กับสังคมปี11ฉบับ2
20/02/2026
บทความ “พืชผักพื้นบ้านในตำรายาใบลานอีสาน” ของ ณรงค์ศักดิ์ ราวะรินทร์จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68) การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสรรพคุณผักพื้นบ้านที่ปรากฏในเอกสารใบลานอีสาน เพื่อศึกษาความถี่สรรพคุณผักพื้นบ้านที่ปรากฏในเอกสารใบลาน และเพื่อศึกษาบทบาทของสมุนไพรในสังคมอีสานยุคโบราณ โดยศึกษาจากเอกสารใบลานอีสาน จำนวน 12 ฉบับ ผลการศึกษาพบว่า พบพืชผักพื้นบ้าน 66 ชนิด และสรรพคุณทางยา 588 ประการ ผักที่มีการใช้มากที่สุด ได้แก่ ขิง (59 สรรพคุณ, 10%) ย่านาง (54 สรรพคุณ, 9%) และพริก (43 สรรพคุณ, 7%) สรรพคุณหลักแบ่งตามกลุ่มโรค ได้แก่ โรคผิวหนัง (20.06%) ระบบอาหาร/ขับถ่าย (14.79%) และไข้/ไอ (10.03%) การวิจัยนี้ยังสะท้อนบทบาทของสมุนไพรในสังคมอีสานยุคโบราณ 5 มิติ ได้แก่ การแพทย์พื้นบ้าน เศรษฐกิจและวิถีชีวิต นิเวศวัฒนธรรม ความเชื่อและพิธีกรรม และการส่งต่อภูมิปัญญา ผลการศึกษาช่วยเปิดเผยองค์ความรู้ดั้งเดิมและเสนอแนวทางต่อยอดในการวิจัยทางเภสัชวิทยาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนจากพืชผักพื้นบ้านต่อไป
ข้อมูล: “พืชผักพื้นบ้านในตำรายาใบลานอีสาน” ของ ณรงค์ศักดิ์ ราวะรินทร์จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68)
ภาพ: https://www.nat.go.th/mow/th-th/รายละเอียดข่าว/ArticleId/1183/-National-Collection-of-Palm-Leaf-Manuscripts-of-Phra-That-Phanom-Chronicle
📌สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal
📱: 095-1674698 (เลขานุการฯ)
📝พบกับ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #วารสารมนุษย์กับสังคม ในวันศุกร์ เวลา 18.00 น.
#แนะนำบทความ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่1 #วารสารมนุษย์กับสังคม #มนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่1 #มนุษย์กับสังคมปี11ฉบับ1
13/02/2026
บทความ “คติชนในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์” ของ สิริกานดา อุดรแผ้ว และ นิตยา วรรณกิตร์ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68) บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาข้อมูลคติชนในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์ ประพันธ์โดยอัยย์ (นามปากกา) ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 3 ภาค ได้แก่ ภาคหัวใจสีดำ ภาคสลักบิดเบือนกรรม และภาคพิเศษ จำนวน 21 เล่ม การศึกษาข้อมูลคติชนในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์นี้ ผู้ศึกษาพบว่า คติชนในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์ แบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ คือ 1. คติชนด้านการใช้ถ้อยคำ นำเสนอเกี่ยวกับเพลงพื้นบ้าน สำนวนสุภาษิต และภูมินาม 2. คติชนด้านวัฒนธรรมวัตถุ นำเสนอเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมพื้นบ้าน 3. คติชนด้านศิลปะการแสดง นำเสนอเกี่ยวกับการละเล่นพื้นบ้านในรูปแบบของการละเล่นที่ต้องใช้วัตถุสิ่งของ 4. คติชนด้านขนบธรรมเนียมประเพณี นำเสนอเกี่ยวกับความเชื่อ รวมไปถึงประเพณี และพิธีกรรมต่าง ๆ โดยคติชนที่ปรากฏมากที่สุดในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์ คือ คติชนด้านขนบธรรมเนียมประเพณี ปรากฏ 7 ลักษณะ รองลงมาคือ คติชนด้านการใช้ถ้อยคำปรากฏ 6 ลักษณะ คติชนด้านวัฒนธรรมวัตถุปรากฏ 5 ลักษณะ และคติชนด้านศิลปะการแสดง ปรากฏ 1 ลักษณะตามลำดับ ซึ่งคติชนที่ปรากฏทุกประเภทนี้สะท้อนให้เห็นถึงพื้นฐานความเชื่อในสังคมไทยในทุก ๆ ด้าน ซึ่งทำให้นวนิยายนั้นมีความน่าสนใจ อันเนื่องมาจากผู้อ่านมีพื้นฐานความเชื่อภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมไทย ทำให้เข้าถึงความรู้สึกที่ผู้ประพันธ์ต้องการจะสื่อสารถึงผู้อ่านได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การนำเสนอข้อมูลคติชนวิทยาในนวนิยายดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการสร้างมิติแฟนตาซีอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคติชน ด้านขนบธรรมเนียมประเพณีที่เกี่ยวข้องกับความเหนือธรรมชาติ ได้แก่ ความเชื่อเรื่องผีสางนางไม้ ไสยศาสตร์ พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์ และการนำอาถรรพ์ทั้งเวทมนตร์คาถาเข้ามาใช้ในการสร้างโครงสร้างเรื่องราว ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้ ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนตัวบทในเรื่องเท่านั้น หากยังสร้างเอกลักษณ์ของนิยายแฟนตาซีไทยผ่านการผสมผสานระหว่างแนวคิดสมัยใหม่กับภูมิปัญญาพื้นบ้าน ส่งผลให้เกิดบรรยากาศลึกลับ ความน่าสะพรึงกลัว และการสร้างโลกภายนอกความจริงที่ผู้อ่านสามารถเข้าถึงและสัมผัสได้ด้วยพื้นฐานทางวัฒนธรรมร่วม
ข้อมูล: “คติชนในนวนิยายการิน ปริศนาคดีอาถรรพ์” ของ สิริกานดา อุดรแผ้ว และ นิตยา วรรณกิตร์ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 2 (ก.ค. 68 – ธ.ค. 68)
ภาพ: https://www.blackaholicshop.com/category/15/หนังสือ/นิยาย/การิน-ปริศนาคดีอาถรรพ์
📌สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal
📱: 095-1674698 (เลขานุการฯ)
📝พบกับ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #วารสารมนุษย์กับสังคม ในวันศุกร์ เวลา 18.00 น.
#แนะนำบทความ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #วารสารมนุษย์กับสังคม #มนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่2 #มนุษย์กับสังคมปี11ฉบับ2
30/01/2026
บทวิจารณ์หนังสือ: นิเวศวิทยาการเมืองแนวสตรีนิยม (FEMINIST POLITICAL ECOLOGY)
นักเขียน: กนกวรรณ มะโนรมย์
ผู้วิจารณ์: บรรจง บุรินประโคน
การเคลื่อนไหวด้านการจัดการทรัพยากรของผู้หญิงในประเทศไทยยังมีจุดมุ่งหมายเพื่อปากท้องตามบทบาทหน้าที่ทางสังคมที่คาดหวังภายใต้ระบบปิตาธิปไตยมากกว่าการเคลื่อนไหวเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย” (ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี, 2552)
หนังสือ “นิเวศวิทยาการเมืองแนวสตรีนิยม” (FEMINIST POLITICAL ECOLOGY) ผู้เขียน รองศาสตราจารย์ ดร.กนกวรรณ มะโนรมย์ (ว่าที่ ศาสตราจารย์ ตามที่สภามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มีมติเห็นชอบผลการประเมินผลงานทางวิชาการ และอนุมัติให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ ตำแหน่งศาสตราจารย์ สาขาวิชา สังคมวิทยา อนุสาขาวิชาการพัฒนาสังคม ในการประชุมครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 27มกราคม 2567 ทั้งนี้ อยู่ระหว่าง อว.เสนอเรื่องเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป) จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยในประเด็นการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมืองของทรัพยากรในภาคอีสานและลุ่มแม่น้ำโขง งานวิจัยด้านความยากจน เพศสภาวะ การจัดการทรัพยากรแบบธรรมาภิบาล และการจัดการชายแดนจากมุมมองเศรษฐศาสตร์การเมืองและการพัฒนาสังคม โดยผู้เขียนจบปริญญาตรี (2532) คณะศิลปศาสตรบัณฑิต (พัฒนาชุมชน) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปริญญาโท (2536) วิทยาศาสตรมหาบัญฑิต (การวางแผนการพัฒนาภูมิภาคและท้องถิ่น) จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย และปริญญาเอก (2541) Doctor of Philosophy (Rural Sociology) University of Missouri-Columbia, USA
หนังสือ “นิเวศวิทยาการเมืองแนวสตรีนิยม”กล่าวถึงการศึกษานิเวศวิทยาการเมืองแนวสตรีนิยมและภาคปฏิบัติการของแนวคิดผ่านเรื่องราวของผู้หญิงในประเด็นที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ความเชื่อมโยงระหว่างกระบวนการกลายเป็นเมือง ผู้หญิง และภาคเกษตรกรรม และการทำความเข้าใจการเมืองของสิ่งแวดล้อมที่สัมพันธ์กับชีวิตผู้หญิง โดยผู้เขียนเริ่มต้นจากมรดกทางปัญญาของแนวคิดนิเวศวิทยาการเมืองแนวสตรีนิยม แนวคิดจากสำนักคิดต่างๆ แนวคิดนิเวศวิทยาการเมือง นักคิดนิเวศวิทยาการเมืองแนวสตรีนิยม รวมถึงการนำเสนอในมิติเพศภาวะ ความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับสิ่งแวดล้อม ผู้หญิงกับธรรมชาติ ผู้หญิงกับการถูกกระทำ และกลไกการต่อสู้/ต่อรองกับอำนาจรัฐ นักนิเวศวิทยาแนวสตรีนิยมจึงพยายามชี้ให้เห็นความซับซ้อนแตกต่างหลากหลายของตัวตนและการเป็นผู้กระทำของผู้หญิงที่ขึ้นกับตำแหน่งแห่งที่ของผู้หญิงในมิติประวัติศาสตร์ ความรู้ ประสบการณ์ ชนชาติ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ศาสนา เพศวิถี สถานะทางเศรษฐกิจสังคมการเมือง และพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ความซับซ้อนของตัวตนของผู้หญิงส่งผลต่อบทบาทของผู้หญิงในฐานะผู้กระทำการและผู้ได้รับผลกระทบจากการจัดการทรัพยากรที่แตกต่างกัน
ข้อมูลจาก: วารสารมนุษย์กับสังคม ปี 11 ฉบับที่ 1 (ม.ค.-มิ.ย. 2568)
#มนุษย์กับสังคมปี11ฉบับ1 #มนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่1
#แนะนำบทวิจารณ์หนังสือ #วารสารมนุษย์กับสังคม
09/01/2026
บทความ “ชีวิต” และ “การเดินทาง” ของเทพสตรีจีน: การศึกษาเทวประวัติของเทพสตรีจีนตามแนวคิดการเดินทางของวีรบุรุษ ของ นรุตม์ คุปต์ธนโรจน์, สุนทรา ธรนากร และ สุกัลยา วงศ์ชมบุญ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 1 (ม.ค. 68 – มิ.ย. 68) เทพสตรีปรากฏเป็นตำนานในทุกสังคม ทั้งที่เป็นเทพในยุคบุพกาล ให้กำเนิดสรรพสิ่ง กำหนดความอุดมสมบูรณ์ เป็นมารดาแห่งโลกและสวรรค์ จากความสำคัญของเทพสตรี บทความนี้จึงมุ่งศึกษา “ชีวิต” และ “การเดินทาง” ของเทพสตรีจีน โดยใช้แนวคิดโครงสร้างการเดินทางของวีรบุรุษในตำนานของคริสโตเฟอร์ โวกเลอร์ (Christopher Vogler) โดยศึกษาเทพสตรีจีนจำนวน 6 องค์ ซึ่งรู้จักและเผยแพร่ในสังคมไทย ได้แก่ เจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิม ฮ้อเซียนโกว (แปดเซียน) เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ฉางเอ๋อ (เทพีแห่งดวงจันทร์) หนี่หวา (ให้กำเนิดมนุษย์) ผลการวิจัยพบว่า โครงสร้างการเดินทางของวีรบุรุษในตำนานสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์เทพสตรีของจีนได้แต่ต้องตีความ ตัดทอน เพิ่มขั้นตอนที่ปรากฏซ้ำ และสลับขั้นตอนในบางส่วน ซึ่งสะท้อนให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจ เช่น ชีวิตในโลกสามัญ (Ordinary World) ของเทพสตรีจีนต้องเผชิญกับปัญหาและคู่ขัดแย้งซึ่งเป็นคนในครอบครัว การพบผู้ช่วยเหลือ (Meeting with the Mentor) เป็นบุคคลตามลัทธิศาสนาของเทพสตรีนั้น ๆ นอกจากนี้อนุภาคเหตุการณ์สำคัญยังสะท้อนสังคมวัฒนธรรมจีนซึ่งเป็นข้อแตกต่างสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งในพื้นที่ส่วนตัวซึ่งก็คือครอบครัว และการประสบความสำเร็จคือการก้าวออกสู่การเป็นผู้วิเศษในพื้นที่สาธารณะสะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ของผู้หญิงคือบ้าน ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเรื่องเพศ การถูกกดจากครอบครัวหรือจารีตประเพณี
ข้อมูล: “ชีวิต” และ “การเดินทาง” ของเทพสตรีจีน: การศึกษาเทวประวัติของเทพสตรีจีนตามแนวคิดการเดินทางของวีรบุรุษ ของ นรุตม์ คุปต์ธนโรจน์, สุนทรา ธรนากร และ สุกัลยา วงศ์ชมบุญ จากวารสารมนุษย์กับสังคม ปีที่ 11 ฉบับที่ 1 (ม.ค. 68 – มิ.ย. 68)
ภาพ: https://www.mahamongkol.com/m/content.php?id=638
📌สำหรับผู้ที่สนใจสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husocjournal
📌สำหรับผู้ที่สนใจส่งบทความสามารถอ่านรายละเอียดและส่งบทความได้ที่ https://human.msu.ac.th/husocjournal/hsjn-journal.html
📱: 095-1674698 (เลขานุการฯ)
📝พบกับ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #วารสารมนุษย์กับสังคม ในวันศุกร์ เวลา 18.00 น.
#แนะนำบทความ #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคม #แนะนำบทความวารสารมนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่1 #วารสารมนุษย์กับสังคม #มนุษย์กับสังคมปีที่11ฉบับที่1 #มนุษย์กับสังคมปี11ฉบับ1