15/06/2026
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไชยยะ คงมณี รักษาการแทน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมัน ได้เข้าร่วมงานสัมมนา “EUDR Updates 2026: นับถอยหลัง ใช้จริงกฎระเบียบ EUDR” จัดโดยบริษัท แอคเซส-ยุโรป (Access-Europe) จำกัด
ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ณ โรงแรม ดิ แอทธีนี โฮเทล แบงค็อก
ขอบคุณภาพจาก บริษัท แอคเซส-ยุโรป (Access-Europe) จำกัด ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
12/06/2026
น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ขอพระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัยอย่างสงบ ณ สรวงสวรรค์
และจะขอน้อมรำลึกถึงพระจริยวัตรอันงดงาม
และพระวิริยะอุตสาหะในการทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อประชาชนเสมอไป
ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและบุคลากร สถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ขอน้อมถวายความอาลัยอย่างสุดซึ้ง
12/06/2026
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 สถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มได้ลงสัมภาษณ์เกษตรกรและลงพื้นที่ติดตามการใช้ชีวภัณฑ์ B-Palm ณ สวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ใช้ชีวภัณฑ์ B-Palm ควบคุมโรคลำต้นเน่าปาล์มน้ำมัน พบว่ามีการระบาดลดลง ดอกเห็ดฝ่อเล็กลงและมีรากงอกเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ทางสถาบัน ฯ ได้ในคำแนะนำในการทำสวนปาล์มน้ำมันเพิ่มเติม
ทั้งนี้ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และบริษัท ที่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบจากการระบาดของกาโนเดอร์มา (โรคลำต้นเน่าปาล์มน้ำมัน) สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
__________________________________________
Facebook: สถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ม.อ.
Website: http://www.oppori.psu.ac.th
Email: [email protected]
ID LINE: OPPORI-PSU
โทรศัพท์: 0-7428-9381
10/06/2026
เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 สถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มได้ลงสัมภาษณ์เกษตรกรและลงพื้นที่ติดตามการใช้ชีวภัณฑ์ B-Palm ณ สวนปาล์มน้ำมันในพื้นที่ อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ใช้ชีวภัณฑ์ B-Palm ควบคุมโรคลำต้นเน่าปาล์มน้ำมัน พบว่ามีการระบาดลดลง ปาล์มน้ำมันมีการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ขึ้นและมีรากงอกเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ทางสถาบัน ฯ ได้ในคำแนะนำในการทำสวนปาล์มน้ำมันเพิ่มเติม
🔸 ทั้งนี้ เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และบริษัท ที่ได้รับความเสียหายหรือผลกระทบจากการระบาดของกาโนเดอร์มา (โรคลำต้นเน่าปาล์มน้ำมัน) สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
__________________________________________
Facebook: สถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ม.อ.
Website: http://www.oppori.psu.ac.th
Email: [email protected]
ID LINE: OPPORI-PSU
โทรศัพท์: 0-7428-9381
02/06/2026
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 อาจารย์ธีระพงศ์ จันทรนิยม ที่ปรึกษาสถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมัน ได้รับเกียรติจากสหกรณ์การเกษตรบ้านป่ากอ จำกัด ให้เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ หลักสูตร "การปลูกปาล์มน้ำมัน" ณ สหกรณ์การเกษตรบ้านป่ากอ จำกัด จังหวัดตรัง โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 35 คน
ขอขอบคุณภาพประกอบจากสหกรณ์การเกษตรบ้านป่ากอ จำกัด
02/06/2026
หนูปาล์มน้ำมันมีการเข้าทำลาย วิธีป้องกันและวิธีกำจัดอย่างไร
สถาบันปาล์มฯ มีคำตอบให้ค่ะ 👇
___________________________________________
Facebook: สถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ม.อ.
Email: [email protected]
โทรศัพท์: 0-7428-9380
See less See less
02/06/2026
📌จับกระแส ปาล์มน้ำมัน : อินโดนีเซียเดินหน้าปฏิรูปอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันสู่ระบบ “ส่งออกประตูเดียว” และ เกษตรกรรายย่อยเริ่มเรียกร้อง “อำนาจในอุตสาหกรรม”
อุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ หลังรัฐบาลอินโดนีเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์เชิงยุทธศาสตร์ โดยเริ่มต้นจาก “น้ำมันปาล์ม” ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่อินโดนีเซียครองส่วนแบ่งตลาดสูงที่สุดของโลก นโยบายใหม่นี้ถูกเรียกว่า “ระบบส่งออกผ่านประตูเดียว” หรือ Single-Gate Export ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนทั้งในวงการปาล์มน้ำมัน ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ และภาคเกษตรกรรมของอาเซียน
แม้รัฐบาลอินโดนีเซียจะอธิบายว่านโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของรัฐและป้องกันการรั่วไหลทางภาษี แต่หลายฝ่ายมองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอาจเป็นมากกว่าการปฏิรูปด้านการค้า เพราะนี่อาจคือการ “ดึงอำนาจควบคุมอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันกลับคืนสู่รัฐ” อย่างเป็นระบบที่สุดในรอบหลายสิบปี
✅กลไก “ส่งออกผ่านประตูเดียว” จุดเปลี่ยนของตลาดปาล์มโลก
ภายใต้แนวทางใหม่ รัฐบาลอินโดนีเซียเตรียมกำหนดให้การส่งออกน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ปาล์มบางส่วน ต้องดำเนินการผ่านกลไกกลางของรัฐ โดยมีบริษัท Danantara Sumberdaya Indonesia (DSI) ภายใต้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ “Danantara” เป็นผู้บริหารจัดการหลัก
แนวคิดสำคัญของรัฐบาลคือ การลดปัญหาการสำแดงราคาส่งออกต่ำกว่าความเป็นจริง การโยกกำไรระหว่างบริษัทในเครือ และการสูญเสียรายได้จากระบบการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียเชื่อว่าเป็นช่องโหว่สำคัญที่ทำให้ประเทศสูญเสียรายได้มหาศาลตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ในมุมของรัฐบาล นี่คือความพยายามยกระดับ “อำนาจต่อรองของประเทศ” ในตลาดน้ำมันปาล์มโลก เพราะอินโดนีเซียไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด แต่ยังเป็นผู้กำหนดทิศทางราคาของตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ การควบคุมการส่งออกจึงเท่ากับการเพิ่มอำนาจในการบริหารอุปทานของโลกไปพร้อมกัน
หลายฝ่ายเริ่มเปรียบเทียบบทบาทใหม่ของอินโดนีเซียกับประเทศผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่ที่ใช้ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์เป็นเครื่องมือสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจ ไม่ต่างจากที่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบใช้การควบคุมปริมาณส่งออกในการกำหนดทิศทางตลาดพลังงานโลก
✅ตลาดตอบสนองทันที ความกังวลเริ่มขยายตัว
ทันทีที่นโยบายเริ่มถูกเปิดเผย ตลาดน้ำมันปาล์มโลกตอบสนองอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในตลาดประมูลภายในอินโดนีเซียปรับตัวลดลงแรง ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สในมาเลเซียเริ่มผันผวนจากความกังวลเกี่ยวกับทิศทางการค้าใหม่ของประเทศผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก
ผู้ประกอบการจำนวนมากกังวลว่า ระบบส่งออกผ่านศูนย์กลางของรัฐอาจลดความยืดหยุ่นของตลาด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงกับผู้ซื้อทั่วโลกอย่างซับซ้อน บริษัทส่งออกหลายแห่งมีเครือข่ายลูกค้าเฉพาะ ตลาดเฉพาะ และระบบบริหารความเสี่ยงของตนเอง การรวมศูนย์ผ่านหน่วยงานเดียวอาจทำให้ขั้นตอนการค้าเคลื่อนตัวช้าลง เพิ่มต้นทุน และลดความคล่องตัวในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง
นักวิเคราะห์บางส่วนยังมองว่า หากรัฐเข้าแทรกแซงกลไกตลาดมากเกินไป อาจนำไปสู่ความเสี่ยงใหม่ เช่น ระบบราชการที่ล่าช้า การเมืองแทรกแซงราคา หรือแม้แต่การผูกขาดรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนจาก “ทุนเอกชน” ไปสู่ “ทุนรัฐ” แทน
✅แรงกดดันจากยุโรป เบื้องหลังที่ซ่อนอยู่ของการปฏิรูป
อีกปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการจัดระเบียบอุตสาหกรรมปาล์มของอินโดนีเซีย คือแรงกดดันจากกฎหมาย EUDR ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดให้สินค้านำเข้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างละเอียด
น้ำมันปาล์มเป็นหนึ่งในสินค้าที่ถูกจับตามองมากที่สุด ทำให้อินโดนีเซียจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับระดับประเทศ ทั้งในด้านข้อมูลแปลงปลูก การถือครองที่ดิน และเส้นทางการค้า
ดังนั้น ระบบ “ส่งออกผ่านประตูเดียว” จึงอาจไม่ใช่เพียงเครื่องมือด้านภาษีหรือการค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นความพยายามสร้างระบบควบคุมข้อมูลการส่งออกแบบรวมศูนย์ เพื่อรักษาความสามารถในการเข้าถึงตลาดยุโรปในระยะยาว
หากอินโดนีเซียสามารถสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับที่มีประสิทธิภาพได้สำเร็จ ก็อาจกลายเป็นต้นแบบใหม่ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันโลกในอนาคต
✅เมื่อเกษตรกรรายย่อยเริ่มเรียกร้อง “อำนาจในอุตสาหกรรม”
ขณะที่รัฐบาลกำลังรวมศูนย์อำนาจด้านการส่งออก กลุ่มเกษตรกรรายย่อยกลับใช้จังหวะนี้ในการผลักดันการปฏิรูปอีกด้านหนึ่ง นั่นคือแนวคิด “Plasma 80%”
องค์กรเกษตรกรอย่าง SPKS หรือ Serikat Petani Kelapa Sawit มองว่า อุตสาหกรรมปาล์มอินโดนีเซียในอดีตเติบโตภายใต้โครงสร้างที่ผลประโยชน์กระจุกตัวอยู่ในมือของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ขณะที่เกษตรกรรายย่อยซึ่งเป็นฐานการผลิตสำคัญกลับมีอำนาจต่อรองต่ำและถือครองที่ดินในสัดส่วนจำกัด
แนวคิด Plasma 80% จึงเป็นข้อเสนอที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนพื้นที่สวนปาล์มของเกษตรกรรายย่อยในระบบความร่วมมือระหว่างบริษัทและชุมชนให้สูงขึ้นอย่างมาก โดยถูกมองว่าเป็น “จุดเริ่มต้นของการปฏิรูปที่ดินในอุตสาหกรรมปาล์ม”
สำหรับเกษตรกร นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องรายได้ แต่คือการต่อสู้เพื่อสิทธิในการถือครองทรัพยากรและการมีส่วนแบ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศมานานหลายทศวรรษ
สถานการณ์จึงเริ่มสะท้อนภาพความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่าง “รัฐ” ที่ต้องการควบคุมอุตสาหกรรม “บริษัทขนาดใหญ่” ที่ต้องการรักษาความคล่องตัวทางธุรกิจ และ “เกษตรกรรายย่อย” ที่ต้องการกระจายอำนาจและผลประโยชน์ให้เป็นธรรมมากขึ้น
✅อินโดนีเซียกำลังสร้าง “ระเบียบใหม่” ของอุตสาหกรรมปาล์มโลก
สิ่งที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียวันนี้ อาจไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนนโยบายส่งออกธรรมดา แต่คือความพยายามสร้าง “ระเบียบใหม่” ของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันโลก
ในอดีต ตลาดปาล์มโลกขับเคลื่อนโดยกลไกเอกชนและการค้าเสรีเป็นหลัก แต่ปัจจุบัน อินโดนีเซียเริ่มส่งสัญญาณชัดเจนว่า รัฐต้องการกลับมาเป็นผู้กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมมากขึ้น ทั้งในด้านการส่งออก การถือครองทรัพยากร และการควบคุมห่วงโซ่อุปทาน
หากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จ อินโดนีเซียอาจกลายเป็นประเทศแรกที่สามารถรวม “อำนาจรัฐ” “การควบคุมตลาด” และ “ระบบตรวจสอบย้อนกลับ” เข้าไว้ในอุตสาหกรรมปาล์มได้อย่างเต็มรูปแบบ
แต่หากการรวมศูนย์อำนาจมากเกินไปสร้างแรงต้านจากตลาด นักลงทุน และภาคเอกชน ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความผันผวนครั้งใหม่ในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันโลกเช่นกัน
✅ไทยและอาเซียนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
สำหรับประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงของอินโดนีเซียถือเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอินโดนีเซียคือผู้กำหนดทิศทางราคาน้ำมันปาล์มของโลกโดยตรง ทุกการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายของอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการส่งออก การจัดการสต็อก หรือการเปลี่ยนระบบการค้า ล้วนส่งผลต่อราคาน้ำมันปาล์มและราคาทะลายปาล์มในภูมิภาคทันที
ในระยะสั้น หากนโยบายใหม่ทำให้อุปทานน้ำมันปาล์มในตลาดโลกตึงตัว ไทยอาจได้รับอานิสงส์จากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในระยะยาว ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบและการแทรกแซงตลาดที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้อุตสาหกรรมปาล์มทั้งภูมิภาคเผชิญความผันผวนที่คาดการณ์ได้ยากกว่าเดิม
สิ่งที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงข่าวของประเทศเพื่อนบ้าน แต่คือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มโลก ที่ทั้งเกษตรกร นักลงทุน โรงสกัด และผู้กำหนดนโยบายทั่วอาเซียน จำเป็นต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงต่อจากนี้
18/05/2026
ด้วงแรดปาล์มน้ำมันมีการเข้าทำลาย วิธีป้องกันและวิธีกำจัดอย่างไร
สถาบันปาล์มฯ มีคำตอบให้ค่ะ 👇
___________________________________________
Facebook: สถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ม.อ.
Email: [email protected]
โทรศัพท์: 0-7428-9380
See less
05/05/2026
ด้วงกุหลาบปาล์มน้ำมันมีการเข้าทำลาย วิธีป้องกันและวิธีกำจัดอย่างไร
สถาบันปาล์มฯ มีคำตอบให้ค่ะ 👇
___________________________________________
Facebook: สถาบันวิจัยและนวัตกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ม.อ.
Email: [email protected]
โทรศัพท์: 0-7428-9380