ประวัติเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ชุมแสง
จำเนียรกาลเกือบร้อยปี เมื่อชาวจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินด้วยอาชีพค้าขายในตลาดชุมแสง พร้อมสร้างทางรถไฟจากกรุงเทพ ไปจังหวัดเชียงใหม่ ทำให้ความเจริญไหลบ่าสู่ตลาดชุมแสง เพราะการคมนาคมทางบกและทางน้ำเหมาะแก่การขนส่งสินค้าไปสู่เมืองหลวง
ชาวจีนมีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นที่พิ่งทางใจให้สักการะบูชาโดยเฉพาะศาลเจ้าพ่อ จะมีปรากฎทุกแห่งที่ชาวจีนทำมาค้าขายอยู่ทุกถิ่นฐาน ชาวจีนที่อยู่ในตลาดชุมแสง จึงสร้างศาลเล็กเป็นไม้ไผ่อยู่ในบริเวณกอไม้ไผ่มีอสรพิษมาก ติดกับปากคลองจระเข้เผือกด้านใต้ เรียกขานกันว่า "ศาลเจ้าคลองจระเข้เผือก" ศาลนี้มีตำนานเล่าขานกันว่า "มีขอนไม้ลอยตามลำน้ำน่าน วนเวียนอยู่หน้าศาล เจ้าพ่อได้ประทับฝันให้ชาวบ้านนำขอนไม้นี้มาแกะสลัก เพื่อปกป้องภัยพิบัติให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรืองในอาชีพค้าขาย"
ตำนานเจ้าพ่อคลองจระเข้เผือก ยังเล่าขานสืบต่อไปว่า "เจ้าพ่อประทับทรงให้ชาวบ้านไปสู่ขอเจ้าแม่เกยไชย ให้ได้แต่งงานกับเจ้าแม่ รับเจ้าแม่เกยไชยเป็นเจ้าแม่ชุมแสง ศาลเจ้าพ่อคลองจระเข้เผือกจึงเรียกขานว่า ศาลเจ้าพ่อ - เจ้าแม่ชุมแสง"
ศาลเจ้าพ่อ - เจ้าแม่ชุมแสง ได้มีการปรับปรุงใหม่หลายครั้งด้วยแรงศรัทธาของชาวตลาดชุมแสง ให้ศาลเป็นอาคารถาวรมีความสวยงามเป็นที่เชิดชูและเป็นศรีสง่าแก่ชาวชุมแสง ศาลเจ้าพ่อ - เจ้าแม่ชุมแสงจึงบ่งบอกความสมัครสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันบูรณะศาลแห่งนี้อยู่ตลอดเวลา
ในแต่ละปีชาวชุมแสงจะจัดงานสมโภชเจ้าพ่อ - เจ้าแม่ชุมแสง เป็นการจัดงานประจำปีที่ใหญ่ยิ่งของชาวชุมแสง นับเนื่องเป็นเวลาเกือบ ๘0 ปี งานสมโภชนี้มีมหรสพหลายชนิดมาแสดงบริเวณงาน ระยะเวลาจัดงานชาวชุมแสงว่างงานจึงมีผู้มาเที่ยวงานนี้อย่างคับคั่ง แม้ผู้อยู่ต่างถิ่นก็ถือโอกาสมาเยื่ยมญาติเที่ยวงาน เจ้าพ่อ - เจ้าแม่ชุมแสงนี้ด้วย ถือได้ว่าชาวชุมแสงจะไปทำมาหากินในถิ่นอื่นใดแม้จะไกลสักเพียงใดก็เป็นลูกหลานเจ้าพ่อ - เจ้าแม่ชุมแสงด้วยกัน ฉะนั้นเจ้าพ่อ - เจ้าแม่ชุมแสงจึงเป็นศูนย์รวมน้ำใจของชาวชุมแสงโดยแท้ โดยเฉพาะชาวชุมแสงจะมีวัตถุมงคลเหรียญเจ้าพ่อ - เจ้าแม่ชุมแสงติดตัวให้เป็นศิริมงคลทั่วหน้กัน
....นิวัติ พรหมศร......เรียบเรียง
------------------------------------------------------------------------
ประวัติ เองกอชุมแสง
เองกอชุมแสง เป็นการแสดงอันโดดเด่นและเป็นประเพณีท้องถิ่นชุมแสง ที่มีการสืบทอดมากว่าครึ่งศตวรรษ
ตัวแสดงเอ็งกอ มาจากวรรณกรรมเรื่อง "ซ้องกั๋ง" วีรบุรุษแห่งเขาเหลียงซาน ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวรรณกรรมจีน ร่วมกับ สามก๊ก ไซอิ๋ว และความฝันในหอแดง
เขาเหลียงซาน คือสถานที่รวมตัวหรือฐานทัพของผู้กล้าหาญ ทั้ง 108 ท่าน ที่มีประวัติความเป็นมาก่อนที่จะมารวมตัวกัน และกลายมาเป็นบุคคลนอกกฏหมาย เพราะถูกขุนนางกลั่นแกล้ง จนต้องมารวมตัวกันที่เขาเหลียงซาน ร่วมกันสร้างวีรกรรมเป็นที่เลื่องลือจนกลายเป็นกองทัพที่ใหญ่โต เป็นที่พึ่งของคนที่ยากไร้ได้รับความอยุติธรรม เป็นเสี้ยนหนามของทางราชการในสมัยราชวงศ์ซ่ง รัชสมัย จักรพรรดิซ่งฮุยจง ครองราชย์ระหว่างปี ค.ศ. 1101-1125
นักประวัติศาสตร์ในยุคปัจจุบันยอมรับว่า เรื่อง วีรบุรุษเขาเหลียงซาน อิงอยู่บนความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์ ได้ถูกแต่งเติมเป็นนิยายพื้นบ้าน นำไปจัดแสดงในเทศกาล โรงงิ้ว โรงละคร ต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 14 ท่านซื่อไหน่อัน กับท่านเล่ากวนจง ได้นำมารังสรรค์เป็นวรรณคดี ชื่อ สุ่ยหูจ้วน (พงศาวดารตำบลชายน้ำ) และได้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นนวนิยายเรื่อง ซ้องกั๋ง วีรบุรุษเขาเหลียงซาน อันเป็นที่หลงใหลของชาวจีนมานานกว่า 100 ปี
เองกอ เป็นระบำพื้นบ้านของชาวจีนที่แสดงในลานกว้าง เป็นการผสมผสานลีลาการเต้นรำ มวยหนานฉวน และการแสดงงิ้ว เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน การแสดงจะรำเป็นคู่ๆ อย่างน้อย 12 คน มากที่สุด 108 คน มีท่ารำพื้นฐานคือ
การควงไม้ นักแสดงจะก้าวเดินด้วยท่าทีขี่ม้า แกว่งไม้ไปทางซ้ายและขวาหน้าและหลัง เดินหน้ากลับหลัง ตามจังหวะเสียงกลอง จังหวะของเองกอมี 3 ประเภทคือ ช้า ปกติ และเร็ว จุดมุ่งหมายของการแสดง เพื่อสรรเสริญวีรบุรุษ เป็นสัญญลักาณ์เชิดชูสิ่งดีงาม ขับไล่ความอัปมงคล
เองกอเริ่มมีในชุมแสง ในปี พ.ศ. 2495 เจ๊กแช แซ่แห , แป๊ะกวาง, เฮงเต๊กคู เป็นผู้นำเอ็งกอโผวเล้ง เข้ามาทำการฝึกสอน เดิมมีเพียง 8 ทุ้ย (พลองสั้น) 8 โก้ว (กลองเล็ก) ต่อมาพัฒนาเป็น 12 ทุ้ย 12 โก้ว และ 16 ทุ้ย 16 โก้ว ในปัจจุบันมีผู้นิยมแสดงเองกอมากขึ้นจึงทำให้มีผู้แสดงเองกอมากกว่านี้
การแสดงเองกอในชุมแสง ยังคงสืบทอดการใช้สัญญาณเสียง จากการเป่าเปลือกหอยสังข์ ในช่วงเริ่มทำการแสดง และให้จังหวะการแสดง ร่วมกับเสียงกลอง ล้อ ฉาบ อีกทั้งยังมีตัวแสดงแต่งกายคล้ายงู ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นสายลับ สอดแนม หาข่าว
-เองกอชุมแสง หนวดแดงคนแรกคือ นายพินิจ ชอบทางศิลป์ (เฮงเต๊กคู) หนวดแดงคนที่สองคือ นายสุเทพ กิจอุดมผล
-เองกอชุมแสง หนวดดำคนแรก คือ นายง่วนสูน แซ่เจี่ย หนวดดำคนที่สอง คือ นายบุ่งกุย แซ่อึ้ง
- เองกอชุมแสง ผู้แสดงงูคนแรก คือ นายปิยะ บุญประโลม (เจกไปท์)
เองกอชุมแสง ไม่ใช่เป็นการแสดงในขบวนอัญเชิญเจ้าพ่อ-เจ้าแม่ชุมแสงเท่านั้น หากแต่เองกอชุมแสง สะท้อนถึงจิตวิญญาณของคนชุมแสง ที่มีพลังศรัทธา ในความศักดิ์สิทธิ์ ต่อองค์เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ชุมแสง มาอย่างยาวนาน
-ก้าวเดินด้วยท่าทีขี่ม้า
-กวัดแกว่งไม้ซ้ายขวาหน้าหลัง
-เดินหน้ากลับหลังตามเสียงกลอง
-เปล่งเสียงตะโกนก้อง
-เป่าเปลือกหอยสังข์ดังก้องฟ้า