01/06/2026
#เก็บตกภาพบรรยากาศและสิ่งที่ได้เรียนรู้
💙 สิทธิสุขภาพที่ควรรู้ของแรงงานข้ามชาติไทใหญ่
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 กลุ่ม “เสริม แรง เรียน” มูลนิธิโกมลคีมทอง ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่อง “สิทธิในการเข้าถึงระบบสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ” ณ แคมป์แรงงานกาญจน์กนก 21 ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจากประธานอาสาสมัครสุขภาพ ตำบลสุเทพ ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน
ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้สิทธิประกันสุขภาพและประกันสังคม การเข้ารับบริการตามหน่วยบริการที่ระบุสิทธิ การดูแลโรคเรื้อรัง การขอใบส่งตัวเพื่อรับบริการใกล้บ้าน การใช้บริการสายด่วนฉุกเฉิน 1669 รวมถึงความสำคัญของ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ในการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
นอกจากนี้ ยังมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนช่วยเหลือสำหรับผู้ที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนหรืออยู่ระหว่างรอพิสูจน์สัญชาติ รวมถึงช่องทางการขอความช่วยเหลือด้านค่ารักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลของรัฐ
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความรู้เรื่องสิทธิ” เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แรงงานข้ามชาติและครอบครัวสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างเหมาะสม ลดภาระค่าใช้จ่าย และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
🙏 ขอบคุณ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealthสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) และมูลนิธิโกมลคีมทอง ที่ร่วมสนับสนุนการสร้างพื้นที่เรียนรู้และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนชาติพันธุ์และประชากรข้ามชาติ
#เสริมแรงเรียน #สิทธิสุขภาพแรงงานข้ามชาติ #สุขภาวะที่เป็นธรรม #ชาติพันธุ์และประชากรข้ามชาติ #สสส #เราเท่ากัน #มูลนิธิโกมลคีมทอง
31/05/2026
# เรียนรู้เรื่องสุขภาพและระบบส่งต่อผู้ป่วย ณ บ้านม้ง ดอยปุย
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 กลุ่ม “เสริม แรง เรียน” ภายใต้โครงการ “ชุมชนสุขภาวะที่เป็นธรรมและเป็นมิตรต่อกลุ่มชาติพันธุ์และประชากรข้ามชาติในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่”
ได้จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพเบื้องต้นและการส่งต่อผู้ป่วย ณ โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 1 บ้านม้งดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่
กิจกรรมครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้าน อาสาสมัครสุขภาพ กลุ่ม #กลุ่มชาติพันธ์ุม้ง ณ บ้านม้ง ดอยปุย โดยได้รับความร่วมมือจากคณะวิทยากร #เทศบาลสุเทพ สร้างกระบวนการร่วมเรียนรู้และฝึกปฏิบัติจริงเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเบื้องต้นในชีวิตประจำวัน การสังเกตอาการเจ็บป่วย การปฐมพยาบาลเบื้องต้น อาทิ เช่น การป้องกันโรคไขมันอุดตัน รวมถึงแนวทางการประสานงานและส่งต่อผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการสุขภาพอย่างถูกต้องและทันท่วงที ผ่านระบบส่งต่อผู้ป่วย 1669
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้ฝึกทักษะการช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินที่สามารถพบได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) การปฐมพยาบาลผู้ป่วยเบื้องต้น การช่วยเหลือผู้ที่มีภาวะสำลักอาหารทั้งในเด็กเล็กและผู้ใหญ่ รวมถึงการประเมินอาการเบื้องต้นก่อนการส่งต่อ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการช่วยเหลือผู้ป่วยและลดความเสี่ยงจากเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในชุมชน
อีกหนึ่งช่วงสำคัญของกิจกรรมคือการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหา และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนในชุมชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีความรู้ด้านสุขภาพ การสื่อสารที่เข้าใจบริบททางภาษาและวัฒนธรรม รวมถึงการมีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างชุมชนและหน่วยบริการสุขภาพ
ขอบคุณโรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 1 วิทยากรทีมพยาบาลวิชาชีพ และคณะทำงาน 1669 จากเทศบาลสุเทพ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และทุกภาคส่วนที่ร่วมกันสร้างพื้นที่การเรียนรู้ในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
กิจกรรมในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) และมูลนิธิโกมลคีมทอง ที่ร่วมสนับสนุนการสร้างพื้นที่ดี ๆ ให้กับชุมชน ❤️
เพราะ “สุขภาพที่ดี” ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของทุกคนในชุมชน 🌿✨
#ชุมชนสุขภาวะที่เป็นธรรม
#เสริมแรงเรียน
#สำนัก9 #สสส
#สุขภาพชุมชน
#สิทธิด้านสุขภาพ
#ดอยปุย
#เชียงใหม่
#โกมลคีมทอง
#เราเท่ากัน #สำนัก9
27/05/2026
บันทึกการเรียนรู้
25 พฤษภาคม 2569
ถอดบทเรียนเครือข่าย Learning Station (Connect.SYSI)
“เสริมแรงเรียน” คือการรวมตัวของทีมงาน 3 คน และกลุ่มครูอาสา ที่ทำงานเพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ พัฒนาทักษะชีวิต และส่งเสริมศักยภาพให้กับลูกหลานแรงงานข้ามชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ในตัวเมืองเชียงใหม่
🛖 พื้นที่การเรียนรู้ของเสริมแรงเรียน
⚘️ ครูอาสาเสริมแรงเรียน
เปิดรับสมัครครูอาสาเพื่อสอนเด็กๆ ใน 4 พื้นที่ทั่วเมืองเชียงใหม่ มีอาสาสมัครเข้าร่วมทั้งหมด 34 คน จากเป้าหมาย 37 คน ประกอบด้วยนักเรียน นักศึกษา อาจารย์ และคนวัยทำงาน ในพื้นที่ตำบลช้างคลาน สุเทพ และท่าศาลา
🌺 ทริปปอยสางลอง
กิจกรรมเรียนรู้ผ่านการถ่ายภาพ เพื่อบอกเล่าเรื่องราวประเพณีและวัฒนธรรมของพี่น้องชาติพันธุ์ไทใหญ่
🌻 Night with Santa Claus
กิจกรรมเรียนรู้วิถีชีวิตของแรงงานเก็บของเก่าในชุมชนช้างคลาน เพื่อทำความเข้าใจชีวิต การทำงาน และความท้าทายในเมืองเชียงใหม่
✨️ สิ่งที่เสริมแรงเรียนพยายามขับเคลื่อน
🌱 สร้างพื้นที่ปลอดภัย
ให้เด็กและเยาวชนได้แสดงตัวตน เรียนรู้คุณค่าของตัวเอง และเติบโตบนความหลากหลายทางวัฒนธรรม
🤝 สร้างสังคมที่เป็นมิตรและเป็นธรรม
ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคนในเมือง ทั้งในเรื่องสุขภาพ การศึกษา และอาชีพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน
💬 สื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ
อยากให้สังคมเห็นชีวิต เห็นความเป็นมนุษย์ และเกิดความเข้าใจต่อกันมากขึ้น เพื่อลดอคติที่เป็นกำแพงของการอยู่ร่วมกัน
ขอบคุณทุกคนที่ติดตาม สนับสนุน เข้าร่วมกิจกรรม และส่งกำลังใจให้กับการทำงานของเสริมแรงเรียนเสมอ ❤️
#เสริมแรงเรียน
#พื้นที่การเรียนรู้
#สสส
26/05/2026
กสศ. รายงานผลการดำเนินงานแก่ประชาชน ประจำปี 2568
ปี 2568 เป็นปีแรกแห่งการดำเนินงานภายใต้แผนกลยุทธ์ 3 ปี ฉบับใหม่ (พ.ศ. 2568-2570) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ด้วยวิสัยทัศน์ “เด็ก เยาวชน และประชาชน ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้เต็มตามศักยภาพ”ท่ามกลางวิกฤตทุนมนุษย์ที่ประเทศไทยเผชิญทั้งความผันผวนทางเศรษฐกิจและปัญหาโครงสร้างสังคมที่ซับซ้อน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนเชื่อมโยงหลายมิติ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการ
กสศ. ได้ประมวลข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อสะท้อนสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น พร้อมแสดงผลการดำเนินงานตลอดปี 2568 ที่ตอบโจทย์ความท้าทายต่าง ๆ ด้วยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
📖 อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/EEF-AnnualReport-2568.pdf
#กสศ
#กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
#รายงานประจำปี
25/05/2026
‘เสริมแรงเรียน’ ชวนรู้จักเมือง ผ่านคนที่เคยถูกมองข้าม
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 กลุ่ม ‘เสริมแรงเรียน’ ชวนผู้คนออกสำรวจเชียงใหม่หลังพระอาทิตย์ตก ผ่านกิจกรรม Night with Santa Claus ที่พาผู้เข้าร่วมเดินทางไปบนถนนสายเดียวกับคนทำงานที่หลายครั้งถูกมองข้าม ฟังเรื่องเล่าของเมืองในอีกช่วงเวลา และชวนมองเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางความเงียบของค่ำคืนเชียงใหม่
‘แหวน’ สุภาคินี ตาทา หนึ่งในทีมงานเสริมแรงเรียน เล่าว่า เสริมแรงเรียนทำงานเกี่ยวกับการลดอคติที่สังคมมีต่อกลุ่มชาติพันธุ์และแรงงานข้ามชาติ ผ่านการสร้างพื้นที่เรียนรู้และกิจกรรมร่วมกับชุมชนในเชียงใหม่
ก่อนหน้านี้ กลุ่มเสริมแรงเรียนทำกิจกรรมกับลูกหลานแรงงานข้ามชาติเป็นหลัก แต่เมื่อทำงานต่อเนื่อง ก็พบว่าคุณภาพชีวิตของเด็กไม่สามารถแยกออกจากครอบครัวได้
“ถ้าพ่อแม่เขามีสุขภาพที่ดี มีวิถีชีวิตที่ดี สิ่งที่ดีที่เขาได้รับมันก็จะส่งต่อไปถึงลูก”
ระหว่างการทำงานกับชุมชน ทีมงานจึงได้รู้จักกับกลุ่มแรงงานที่ทำอาชีพเก็บของเก่าและขับรถพ่วงข้างตระเวนทั่วเมืองเชียงใหม่ ก่อนพัฒนาเป็นกิจกรรม Night with Santa Claus เพื่อชวนคนภายนอกออกมาเห็นอีกด้านหนึ่งของเมือง ที่นอกเหนือจากภาพจำของเมืองท่องเที่ยวและจุดเช็กอิน
แหวนมองว่า คนเก็บของเก่าเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เชียงใหม่สะอาดและน่าอยู่ แม้อาชีพของพวกเขาจะไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก หรือบางครั้งอาจถูกมองผ่านสายตาแบบเหมารวม
กิจกรรมนี้จึงถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ลองนั่งรถพ่วงข้าง เดินสำรวจเมืองยามค่ำคืน และพูดคุยกับคนทำงานจริง เพื่อทำความเข้าใจชีวิตของผู้คนผ่านประสบการณ์ตรง มากกว่ามองผ่านอคติหรือภาพจำเดิมๆ
“เราไม่ได้อยากให้คนมองเขาแบบน่าสงสาร แต่อยากให้เห็นว่าเขาก็คือคนธรรมดาที่กำลังทำงานและดูแลครอบครัวของตัวเอง”
https://www.facebook.com/share/1EDeeoBEKg/?mibextid=wwXIfr
ในชุมชนมุสลิมย่านช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ แรงงานข้ามชาติจากเมียนมาจำนวนไม่น้อยใช้การรับซื้อและเก็บของเก่าเป็นอาชีพหลัก รถพ่วงข้างที่ดัดแปลงขึ้นเองจึงไม่ใช่เพียงพาหนะ แต่เป็นทั้งเครื่องมือทำมาหากิน พื้นที่เก็บของ และเพื่อนร่วมทางที่พาพวกเขาเคลื่อนตัวไปพร้อมจังหวะของเมืองยามค่ำคืน
สำหรับคนทำงานกลุ่มนี้ ขวดพลาสติก กระดาษลัง หรือเศษโลหะ ไม่ใช่เพียงของเหลือทิ้ง แต่คือมูลค่าที่ถูกค้นพบใหม่อีกครั้งในทุกคืน
หนึ่งในเเรงงานที่ออกตระเวนเก็บขวดในคืนนี้ เล่าให้เราฟังว่า เขาย้ายจากประเทศเมียนมาเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในเชียงใหม่กว่า 28 ปี ก่อนหน้านี้เคยทำงานร้านล้างรถ กระทั่งช่วงการระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องตกงาน และเริ่มต้นอาชีพใหม่ด้วยการเก็บของเก่าเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน
“ตอนโควิดเราตกงาน ไม่มีงาน ก็เลยเปลี่ยนมาเก็บขวด”
ทุกวันช่วงประมาณหกโมงเย็น เขาจะขับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างออกจากบ้าน ตระเวนไปตามซอกซอย และจุดทิ้งขยะทั่วเมืองเชียงใหม่ เก็บขวดพลาสติก กระดาษ กระป๋องเบียร์ และของเก่าที่พอขายได้ ก่อนกลับเข้าบ้านราวตีหนึ่งหรือตีสอง
หลายคืนต้องขับรถผ่านเส้นทางเดิมซ้ำๆ เพื่อคอยดูว่าร้านอาหาร ร้านเหล้า หรือบ้านเรือนต่างๆ นำขยะออกมาทิ้งหรือยัง เพราะสำหรับคนเก็บของเก่า ‘จังหวะเวลา’ คือสิ่งสำคัญไม่ต่างจากปริมาณของที่เก็บได้ในแต่ละคืน
รายได้ในแต่ละวันไม่แน่นอน บางวันได้ประมาณ 300-400 บาท บางวันอาจถึง 500 บาท ขึ้นอยู่กับว่าคืนนั้นเก็บอะไรได้บ้าง โดยเฉพาะกระป๋องเบียร์ที่มีราคาดีกว่าของประเภทอื่น อยู่ที่ประมาณ 65 บาทต่อกิโลกรัม
แม้รายได้จะไม่ได้มากนัก แต่สำหรับเขา มันยังเพียงพอให้ครอบครัวเดินต่อไปได้
เบื้องหลังเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ แสงไฟ และนักท่องเที่ยว ยังมีแรงงานอีกกลุ่มที่ทำงานอยู่ในช่วงเวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังพักผ่อน พวกเขาอาจไม่เคยถูกพูดถึงในแผนพัฒนาเมือง หรือแทบไม่เคยถูกมองเห็นในภาพประชาสัมพันธ์ของเชียงใหม่ แต่ในทุกคืน คนกลุ่มนี้กำลังช่วยจัดการเศษซากจากการบริโภคของเมืองอย่างเงียบๆ
อ่านในรูปแบบเว็บไซต์ที่ Comment
เรื่องและภาพ: วรรณวิษา พะเลียง
#แรงงานข้ามชาติ #คนเก็บของเก่า #เชียงใหม่ #สื่อออนไลน์ภาคเหนือเพื่อคุณภาพชีวิตของทุกคน
14/05/2026
ทีม “เสริม แรง เรียน เชียงใหม่” ขอขอบคุณคณะอาจารย์และนักศึกษาระดับปริญญาโท สาขาวิชาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมทำกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน และอาจารย์พิสิษฐ์ นาสี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย สำหรับการชักชวนพวกเราเข้าร่วมทำกิจกรรมในครั้งนี้
การพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และมุมมองด้านการศึกษา สังคม และการทำงานกับชุมชนในครั้งนี้ เป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับการพัฒนาการเรียนรู้ร่วมกันต่อไป โดยเฉพาะพวกเราทีมเสริม แรง เรียน
ทีมงานออกแบบกระบวนการที่เราเคยทำกับน้องๆ ในชุมชน ผ่านการเชคอินจากไพ่แม่นน้อย, ถุงถั่วฝึกกล้ามเนื้อ สมาธิ, เกมจำลองเส้นความเหลื่อมล้ำ
ขอบคุณสำหรับพลังแห่งการเรียนรู้ และหวังว่าจะได้ร่วมสร้างเครือข่ายทางสังคมร่วมกันอีกนะคะ
#เสริมแรงเรียนเชียงใหม่ #เครือข่ายการเรียนรู้
13/05/2026
#ชวนอ่าน #ผลงานข่าวเจาะ จากครูอาสาเสริมแรงเรียน "มายา สุทธิวงศ์" ถึงปัญหาระบบการศึกษาของไทย
--------------
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของลูกหลานแรงงานข้ามชาติ ยังเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย แม้เด็กทุกคนควรมีสิทธิได้รับการศึกษาเท่าเทียมกัน แต่เด็กจำนวนมากยังเผชิญอุปสรรคจากความยากจน กำแพงภาษา ระบบเอกสาร และข้อจำกัดของโรงเรียนที่ยังไม่พร้อมรองรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม
องค์กร “เสริมแรงเรียน” ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทำงานกับลูกหลานแรงงานข้ามชาติกว่า 160 คน สะท้อนว่า เด็กหลายคนไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ ทำให้เรียนไม่ทัน ขาดความมั่นใจ และบางส่วนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ขณะเดียวกัน อคติและมุมมองแบบ “พวกเรา-พวกเขา” ในสังคม ยังทำให้เด็กเหล่านี้ถูกลดทอนคุณค่า ทั้งที่ครอบครัวแรงงานข้ามชาติก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคมและระบบเศรษฐกิจไทยเช่นกัน
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “เด็กข้ามชาติควรได้เรียนหรือไม่” แต่คือ “ทำไมยังมีเด็กจำนวนมากเข้าไม่ถึงการศึกษา” เพราะการศึกษาไม่ควรถูกแบ่งแยกด้วยสัญชาติ เด็กทุกคนล้วนมีศักดิ์ศรีและสมควรได้รับโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน
อ่านต่อที่
https://www.facebook.com/share/p/1a29MQFhZJ/
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ของลูกหลานแรงงานข้ามชาติ
----------
มายา สุทธิวงศ์
----------
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังซบเซาและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น “ลูกหลานแรงงานข้ามชาติ” ยังคงเป็นกลุ่มเด็กที่ต้องเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบการศึกษา แม้ประเทศไทยจะรองรับสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กทุกคน แต่ในทางปฏิบัติ เด็กจำนวนไม่น้อยยังคงหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะกำแพงภาษา ความยากจนและข้อจำกัดของโรงเรียนที่ยังไม่สามารถรองรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ได้อย่างเต็มที่
องค์กรเสริมแรงเรียน (Serm Raeng Rian) ซึ่งเป็นกลุ่มครูอาสาสมัครที่ทำงานกับลูกหลานแรงงานข้ามชาติในจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า ปัญหาการเข้าถึงการศึกษาของเด็กข้ามชาติเริ่มปรากฏชัดในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 เมื่อเด็กจำนวนมากไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ เนื่องจากขาดแคลนทรัพยากรและไม่สามารถอ่านเขียนภาษาไทยได้ กลุ่มครูอาสาจึงเริ่มลงพื้นที่ชุมชนเพื่อสอนภาษาไทยและวิชาพื้นฐานให้เด็กมีความพร้อมเข้าสู่ห้องเรียนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้วิกฤติการณ์โควิดจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่สภาวะเศรษฐกิจที่ยังเปราะบางกลับทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กข้ามชาติยังคงดำรงอยู่ต่อเนื่อง
“ปัจจุบันเราดูแลเด็กอยู่ประมาณ 160 คน ในพื้นที่ชุมชนช้างคลาน ชุมชนท่าศาลาและตามแคมป์แรงงานในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกหลานแรงงานข้ามชาติ ทั้งชาวพม่า ไทยใหญ่หรือชาติพันธุ์อื่นๆ ถึงโควิดจะผ่านไปแล้วแต่ปัญหาหลักที่เรายังเจอคือเรื่องความยากจน การเข้าถึงการศึกษาและความพร้อมของโรงเรียนในการรองรับเด็กที่มีพื้นฐานทางด้านภาษาและวัฒนธรรมแตกต่างกัน” ตัวแทนองค์กรเสริมแรงเรียนกล่าว และว่า ปัญหาด้านภาษาเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญของเด็กข้ามชาติ เพราะเด็กบางส่วนไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้และไม่สามารถเรียนในระบบปกติ ขณะที่โรงเรียนส่วนใหญ่ยังไม่มีระบบเตรียมความพร้อมด้านภาษาไทยสำหรับเด็กต่างชาติที่ย้ายเข้ามาใหม่
“เด็กบางคนเรียนอยู่ในโรงเรียนสอนศาสนาที่ไม่มีภาษาไทยเลย พอเข้ามาเรียนในระบบโรงเรียนไทยก็สื่อสารไม่ได้ เรียนไม่ทัน บางคนอายุมากแล้วแต่ต้องกลับไปเริ่มเรียนกับเด็กเล็ก มันทำให้เขาไม่มั่นใจ สุดท้ายก็ออกจากโรงเรียน ครูหลายคนมีความตั้งใจจะช่วยเด็ก แต่โรงเรียนมันมีข้อจำกัด ทั้งเวลากับทรัพยากร แล้วก็ไม่มีครูที่พูดภาษาแม่ของเด็กได้ อย่างภาษาพม่าหรือภาษาไทยใหญ่ เด็กหลายคนเลยตามบทเรียนไม่ทัน”
นอกจากข้อจำกัดด้านภาษาและทรัพยากรแล้ว ทัศนคติทางสังคมของคนไทยบางกลุ่มยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการศึกษาของลูกหลานแรงงงานข้ามชาติ
“บางโรงเรียนไม่มีการจัดสวัสดิการอาหารกลางวันให้กับเด็กชาติพันธุ์ มันก็สะท้อนให้เห็นถึงอคติกับการแบ่งแยก คนไทยบางส่วนก็ยังมีมุมมองแบบ พวกเรา – พวกเขา ต่อแรงงานข้ามชาติ ทำให้เราได้ยินคำถามอยู่เสมอว่า ทำไมรัฐต้องใช้ภาษีของคนไทยเพื่อสนับสนุนการศึกษาของเด็กต่างชาติด้วย ทั้งๆที่ครอบครัวแรงงานข้ามชาติเขาก็จ่ายภาษีค่าแรงงานหรือประกันสุขภาพเหมือนกัน ความเข้าใจแบบนี้เลยทำให้เด็กๆถูกลดทอนคุณค่าและถูกมองว่าไม่ควรได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งมันไม่ควรเกิดขึ้นเลยจริงๆ”ผู้แทนองค์กรเสริมแรงเรียน สะท้อนความรู้สึกของคนทำงาน
ขณะที่นักศึกษาชั้นปีที่ 3 จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการครูอาสาเสริมแรงเรียนมองว่า แรงงานข้ามชาติและลูกหลานต้องเผชิญข้อจำกัดจากระบบเอกสารและขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานหลายด้าน ทั้งการศึกษา การรักษาพยาบาล ขณะเดียวกัน โครงสร้างของรัฐและเงื่อนไขด้านสถานะบุคคลยังกลายเป็นกำแพงสำคัญที่ทำให้คนกลุ่มนี้เข้าถึงโอกาสทางสังคมได้ยาก
“คำถามสำคัญที่เราควรนำมาถกกันจริงๆ ไม่ใช่คำถามว่าเด็กข้ามชาติควรได้เรียนหรือไม่ แต่ควรถามว่าระบบการศึกษากำลังล้มเหลวกับเด็กจำนวนมากแค่ไหน ทำไมถึงยังมีเด็กเข้าไม่ถึงระบบการศึกษาอยู่ ทั้งๆที่การศึกษาควรเป็นสิทธิของเด็กทุกคน ไม่ใช่สิทธิที่ถูกแบ่งแยกตามสัญชาติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการมองเด็กเหล่านี้ในฐานะ ‘คน’ ที่มีคุณค่าและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน รัฐมีบทบาทในการสร้างวัฒนธรรมและทัศนคติของสังคม ถ้ารัฐยังสร้างความรู้สึกแบ่งแยก คนในสังคมก็จะเรียนรู้ที่จะมองคนอื่นแตกต่างจากตนเอง สังคมควรถูกสร้างบนแนวคิดที่ว่ามนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกันมากกว่าการแบ่งแยกด้วยเชื้อชาติหรือสัญชาติ” ครูอาสากล่าว
แม้ภาคประชาสังคมหลายองค์กรพยายามสนับสนุนเด็กข้ามชาติผ่านการสอนเสริม การจัดหาอุปกรณ์การเรียนและการทำงานร่วมกับชุมชนแรงงานในพื้นที่ แต่ปัญหาด้านภาษา ความยากจนและข้อจำกัดของระบบการศึกษายังคงเป็นอุปสรรคต่อเด็กจำนวนมาก
ประเทศไทยกำลังเผชิญการเป็นสังคมผู้สูงวัย นับวันอัตราการเกิดยิ่งน้อยลง สัดส่วนของกำลังแรงงานต่อจำนวนผู้สูงวัยมีนัยยะที่น่าเป็นกังวล ดังนั้นการส่งเสริมคุณภาพให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาและพัฒนาคุณภาพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนไทยหรือคนสัญชาติไหน แต่เด็กและเยาวชนเหล่านี้ก็คืออนาคตของสังคมบนโลกใบนี้
-----------
05/05/2026
🎨 ศิลปะและดอกไม้: พื้นที่เยียวยาใจของชุมชนชาติพันธ์ุ 🌸
กิจกรรม “พื้นที่เยียวยาผ่านศิลปะและการจัดดอกไม้” โดยทีมกลุ่มเสริมแรงเรียน ภายใต้โครงการชุมชนสุขภาวะที่เป็นธรรมและเป็นมิตรต่อกลุ่มชาติพันธุ์และประชากรข้ามชาติ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ณ โรงเรียนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 1 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยและเป็นจุดตั้งต้นของการสร้างชุมชนสุขภาวะร่วมกับพี่น้องชาติพันธ์ุม้ง ณ บ้านม้ง ดอยปุย
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น รอยยิ้ม และความประทับใจจากการที่ผู้เข้าร่วมได้เปิดใจผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ ได้แก่
• ศิลปะระบายสีพาสเทล
ผู้เข้าร่วมได้ถ่ายทอดความรู้สึกและจินตนาการผ่านสีสันบนกระดาษ ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย ฝึกสมาธิ และได้กลับไปสัมผัสความเป็นเด็กอีกครั้ง
• กิจกรรมจัดดอกไม้ “จัดดอกไม้ จัดใจ”
เรียนรู้การจัดดอกไม้เพื่อชื่นชมความงามของธรรมชาติ พร้อมทั้งใช้กระบวนการนี้เป็นเครื่องมือในการดูแลและเยียวยาจิตใจ
กิจกรรมในครั้งนี้ เปิดโอกาสให้พี่น้องม้งในชุมชนบ้านม้งดอยปุยได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนกำลังใจ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “สุขภาวะที่ดี” ไม่ได้หมายถึงเพียงสุขภาพกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมีจิตใจที่เข้มแข็ง และการได้อยู่ในสังคมที่เปิดรับและเคารพความหลากหลายของกันและกัน
ขอขอบคุณ สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9) และมูลนิธิโกมลคีมทอง ที่ร่วมสนับสนุนการสร้างพื้นที่ดี ๆ ให้กับชุมชน ❤️
#พื้นที่เยียวยาผ่านศิลปะ #บ้านม้งดอยปุย #ชาติพันธ์ุม้ง #ชุมชนสุขภาวะ #เชียงใหม่ #กลุ่มชาติพันธุ์ #สุขภาวะที่เป็นธรรม #เสริมแรงเรียน #สำนัก9
01/05/2026
สวัสดีวันแรงงาน MAY DAY ✊✨
เสริม แรง เรียน เชียงใหม่ ขอมาเล่า “เก็บตกบรรยากาศ” จากกิจกรรม
Night with Santa Claus 🎄
คืนวันที่ 30 เม.ย. ที่ผ่านมา
เป็นอีกคืนที่เราได้ออกไป “เห็นเมือง” ในแบบที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น
เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ
เรานัดรวมตัวกันแถวคูเมืองเชียงใหม่
บรรยากาศยังคงคึกคัก นักท่องเที่ยว เดินเล่น ถ่ายรูป แสงไฟสวยๆ เต็มไปหมด
แต่พอเราเริ่ม “เดินลึกเข้าไปอีกนิด”
ภาพของเมืองก็เริ่มเปลี่ยน…
เราเดินสำรวจจุดพักของพี่น้องคนไร้บ้าน
บางคนนอนอยู่เงียบๆ ริมฟุตบาท
บางคนนั่งคุยกันใต้แสงไฟสลัวๆ
มันเป็นระยะห่างที่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวเลย
แต่หลายครั้งเราก็ไม่เคยสังเกต
แล้วช่วงที่หลายคนรอ…ก็มาถึง 🚲
เราได้ไปนั่ง “รถซาเล้งซานต้าครอส”
ออกตระเวนเก็บของเก่ากับพี่น้องแรงงานมุสลิมชาวพม่า
ภาพที่เห็นคือ
รถซาเล้งคันหนึ่ง ค่อยๆ เคลื่อนผ่านซอยเล็กซอยน้อย
ไฟฉายส่องกองขยะ
เสียงขวดกระทบกัน
มือที่คุ้นชินกับการคุ้ยหา “ของที่ยังมีค่า”
เราได้ลองลงไปช่วยหยิบ ช่วยคัด
ได้คุย ได้ฟังเรื่องชีวิต
บางคนเล่าว่าทำงานตั้งแต่หัวค่ำยันเช้า
บางคนส่งเงินกลับบ้านทุกเดือน
บางคนมีลูก มีครอบครัวที่รออยู่
มันไม่ใช่แค่ “อาชีพเก็บของเก่า”
แต่มันคือความพยายามในการประคองชีวิตทั้งครอบครัว
น้องๆ ที่เข้าร่วมหลายคนบอกว่า
ตอนแรกไม่คิดว่ามันจะ “ใกล้ตัว” ขนาดนี้
และไม่คิดว่าคนที่เราแทบไม่เคยเห็น
จะมีเรื่องราวมากขนาดนี้
บางคนเริ่มตั้งคำถาม
บางคนเริ่มอยากลงมือทำอะไรบางอย่าง
บางคนอยากกลับมาเป็นอาสาสมัครอีก
ส่วนเด็กๆ ที่มาด้วย 🙂
จากความงงๆ ในตอนแรก
สุดท้ายกลายเป็นความตื่นเต้น
วิ่งซอกแซก ถ่ายรูป ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ
และที่น่ารักมากคือ
เขาไม่ได้รู้สึกว่า “คนเหล่านี้แตกต่างจากเรา”
เชียงใหม่ยามค่ำคืน
ไม่ได้มีแค่ความสวยงาม
แต่มันมีอีกโลกหนึ่งที่กำลัง “ทำงานอยู่”
เพื่อให้พรุ่งนี้ยังไปต่อได้
🎅 ซานต้าครอสของเรา
อาจไม่ได้ใส่ชุดแดง
แต่คือคนที่ออกมาเก็บของเก่าตอนกลางคืน
เพื่อแลกกับรายได้เล็กๆ ที่มีความหมายมาก
ขอบคุณทุกคนมากๆ นะคะ ที่มาร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันในคืนนั้น
พื้นที่เล็กๆ นี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจที่ใหญ่ขึ้น 🌱
ขอขอบคุณทีม บ้านเตื่อมฝัน กลุ่มคนไร้บ้านเชียงใหม่ - Chiang Mai Homeless Center, Burma Concern และผู้สนับสนุน Learning Station นี้ SYSI : Society of Young Social Innovators, สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth
แล้วเจอกันกิจกรรมหน้าค่ะ
#เสริมแรงเรียน #เชียงใหม่ #เมืองเดียวกันคนละจังหวะชีวิต