13/06/2025
🌵🎉 กลับมาอีกครั้ง! กับกิจกรรมสุดน่ารักที่ทุกคนรอคอย
Happy Pot, Happy Plant
กิจกรรมที่จะชวนเด็ก ๆ มาเพ้นต์กระถางสุดสร้างสรรค์
พร้อมปลูกต้นกระบองเพชรน้อยกลับบ้านไปดูแลด้วยใจ 💚
📆 วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน
⏰ เวลา 10.00–12.00 น.
👧🏻 สำหรับเด็กอายุ 5–9 ปี
📍 Baandekdee Creative Club
สมัครได้แล้ววันนี้! ที่นั่งมีจำนวนจำกัดนะคะ 😊
#ปลูกต้นไม้ปลูกใจ #กิจกรรมเด็ก
ัยประถม #กิจกรรมวันเสาร์ #กิจกรรมวันหยุดของเด็กๆ #กิจกรรมเชียงใหม่
04/06/2025
ครูอ้นขอเชิญ น้องๆ เด็กเก่าของบ้านเด็กดี และน้องๆ วัย 5-9 ขวบร่วมทำกิจกรรมฟรี กับเรา ลงชื่อหรือทักข้อความสอบถามได้เลยนะคะ จำนวนที่ใกล้เต็มแล้วค่ะ☺️
🎉 มาเพ้นท์กระถางต้นไม้สุดน่ารักกัน! 🎉
✨กิจกรรม Happy pot, Happy plant สำหรับเด็กๆ 5-9 ขวบ✨
สร้างสรรค์กระถางต้นไม้สุดพิเศษ ในแบบฉบับของตัวเอง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย!
ที่บ้านเด็กดีเนอร์สเซอรี่โฮม
🗓️ วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 10.00-12.00 น.
📍 บ้านเด็กดีเนอร์สเซอรี่โฮม
🧒🏻👧🏻 จำนวนจำกัดเพียง 10 คนเท่านั้น! รีบลงทะเบียนด่วนน้า
💖 เตรียมความสนุกสนานและความคิดสร้างสรรค์มาให้เต็มที่เลย! 💖
👀สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ผ่าน inbox facebook หรือ scan QR code line
📞:0962535195 (ครูอ้น)
#กิจกรรมเด็ก #บ้านเด็กดี #เด็กๆ #กระถางต้นไม้ #งานฝีมือ #วันเสาร์ #มิถุนายน #ลงทะเบียนเร็ว #สนุกสนาน #เด็กๆน่ารัก
11/04/2025
กิจกรรมวันสงกรานต์ของพวกเรา เด็กๆได้เรียนรู้กิจกรรมในวันสงกรานต์และลงมือทำ เล่นน้ำกันสนุกสนาน
เด็กๆเดินทางไปเที่ยวกันหลายครอบครัวแล้ว เจอกันวันที่ 17 นะคะ
ขอให้ทุกครอบครัวเดินทางปลอดภัย และมีความสุขในวันปี๋ใหม่เมืองกันถ้วนหน้านะคะ 🙏☺️
30/03/2025
วันที่ 30 มีนาคม 2568
ครูอ้นเข้าร่วมอบรม และรับเกียรติบัตร เพื่อนำความรู้พัฒนาและดูแลเด็กๆ ต่อไป
ขอขอบคุณคณะผู้จัดการอบรมในครั้งนี้ด้วยนะคะ🙏☺️
10/03/2025
🦅 เลี้ยงลูกให้แกร่ง… อย่างนกอินทรี 🌿✨
นกอินทรีเป็นพ่อแม่ที่สอนลูกให้ "แกร่ง" และ "เอาตัวรอด" ได้ตั้งแต่เกิด 🦅💪
พวกมันไม่ได้เลี้ยงลูกให้อยู่ใน "รังที่สบายตลอดไป" แต่เตรียมลูกให้พร้อมเผชิญโลกกว้าง 🌎
🔹 วิธีเลี้ยงลูกของพ่อแม่นกอินทรี 🔹
1️⃣ สร้างรังอย่างมั่นคง 🏡
พ่อแม่นกช่วยกันทำรังด้วย แผ่นหิน กิ่งไม้ หนาม และขนนก
ชั้นสุดท้ายคือขนนุ่ม ๆ ให้ลูกนอนสบาย
2️⃣ เมื่อโตขึ้น… แม่ค่อย ๆ ทำให้รังไม่น่าอยู่ 🛑
เอาขนนุ่ม ๆ ออก → ลูกต้องนอนบนใบไม้แข็ง ๆ
เอาใบไม้ออก → ลูกต้องทนหนามแหลม
เอาหนามออก → ต้องทรงตัวอยู่บนกิ่งไม้
สุดท้าย… เอาหินออก เหลือแค่กิ่งไม้ ไม่มีที่ให้อยู่สบายอีกต่อไป
3️⃣ ฝึกให้บิน แม้ยังบินไม่ได้ ✈️
แม่นกจับลูกไปที่สูง… แล้ว ปล่อยลงมา 😱
ลูกนกพยายามกางปีก แต่บินไม่เป็น
ก่อนตกถึงพื้น… แม่จะคว้าขึ้นไปปล่อยใหม่ 🔄
ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ จนลูกนกเริ่มบินได้เอง
4️⃣ ฝึกหากินเอง จนเอาตัวรอดได้ 🍂
เมื่อบินได้แล้ว… พ่อแม่พาออกหากินทุกวัน
พอถึงจุดหนึ่ง พ่อแม่นกก็จากไป… ไม่กลับมาอีก
เพราะพวกมันรู้ว่า ลูกต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง! 💪🌎
💡 ข้อคิดจากนกอินทรี 🦅
✅ อย่าทำให้ลูก "สบาย" ตลอดไป 🏡❌
เด็กที่เติบโตมาแต่ในความสะดวกสบาย จะอ่อนแอเมื่อเจอโลกจริง
การสอนให้ลูกช่วยเหลือตัวเอง คือ ของขวัญที่ดีที่สุด 🎁
✅ สอนให้ลูกเผชิญปัญหา ตั้งแต่ยังเล็ก 💪🔥
ค่อย ๆ ให้ลูกเจอกับความท้าทายทีละนิด
เพราะโลกความจริง… ไม่ได้มีพ่อแม่คอยปกป้องตลอดไป
✅ พ่อแม่จากไป ลูกต้องอยู่รอด 🌍💖
ไม่มีใครอยู่ตลอดไป… วันหนึ่งเราจะจากไป
สิ่งสำคัญคือ ลูกต้องเอาตัวรอดได้ แม้ไม่มีเรา
🚫 อย่าเลี้ยงลูกแบบ "นกกระจาบ" 🐦
🐦 นกกระจาบสร้างรังใหญ่ อยู่รวมกันเป็นฝูงตลอดชีวิต
🐦 ไปไหนก็ไปเป็นขบวน… ไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้
🐦 เวลาตกใจ วิ่งแตกตื่น… ไม่มีการควบคุมตัวเอง
💡 ลูกที่ถูกเลี้ยงแบบ "นกกระจาบ" มักอ่อนแอ
❌ ต้องพึ่งพาคนอื่นตลอด
❌ เจอปัญหาแล้วตื่นตระหนก
❌ ไม่มีความกล้า… ไม่อดทน
🎯 สรุปข้อคิด:
🦅 จงเลี้ยงลูกให้เป็น "นกอินทรี" ไม่ใช่ "นกกระจาบ"
ให้ลูกรู้จัก "ความลำบาก" ตั้งแต่เด็ก 🔥
ฝึกให้ลูกช่วยตัวเอง… ไม่ใช่พึ่งพาพ่อแม่ตลอด 💪
ปล่อยให้ลูกรู้จักแก้ปัญหาเอง ไม่ใช่แก้ให้ทุกเรื่อง 🛠️
เมื่อถึงวันหนึ่ง… ลูกจะบินได้เอง ไม่ต้องรอให้ใครมาจับมือพาไป ✈️
🌟 "อย่าให้ลูกอยู่ในรังที่สบายตลอดไป… เพราะโลกความจริงไม่มีที่ให้อยู่แบบนั้น" 🌟
เรียบเรียง โดย #ฟังนะ
18/02/2025
"5 สิ่งที่เด็กอนุบาลควรฝึกช่วยเหลือตัวเอง”
(1) กินข้าวเอง
‣ เด็กเล็กมากๆ จะเริ่มต้นจากการ
ใช้มือหยิบอาหารเข้าปากได้เอง
จากนั้นใช้ช้อน (มือเดียว)
และสุดท้ายใช้อุปกรณ์สองมือพร้อมกัน
เช่น ช้อน-ส้อม มีด-ส้อม พร้อมกัน
‣ในเด็กวัย 3-4 ปี สามารถเรียนรู้การใช้ตะเกียบได้
เริ่มจากตะเกียบเด็กก่อนจะไปสู่ตะเกียบผู้ใหญ่
การฝึกฝนเริ่มต้นบนโต๊ะอาหาร
เด็กควรใช้ตามองอาหาร
ไม่ใช่ตามองจอ เล่นของเล่น อ่านนิทานใดๆ
กินอาหารจึงควรกินอาหาร
ไม่ทำหลายอย่างไปพร้อมกัน
เพราะเด็กจะไม่ได้ฝึกทักษะ
"การใช้มือกับตาทำงานร่วมกัน"
"การจดจ่อกับงานตรงหน้า"
ผู้ใหญ่ในบ้านควรเป็นตัวอย่างที่ดี
กินไปด้วยกัน กินเหมือนกัน
ยกเว้นรสชาติที่ปรุงน้อยของลูก
ใช้เวลาร่วมกันตรงนั้น
แม้จะหกเลอะเทอะไปบ้าง
หาผ้ามาปูรองใต้โต๊ะ
เมื่อกินเสร็จสอนเขาเก็บและเช็ดได้
ที่โรงเรียนอนุบาล
เด็กน้อยต้องนั่งกินข้าวร่วมกับเพื่อนๆ
ไม่มีหน้าจอ ไม่มีของเล่น ไม่มีใครป้อน
นอกจากอาหารตรงหน้าเขากับอุปกรณ์ช้อนส้อม
หากเด็กๆ ได้รับการฝึกจากในบ้าน
เขาจะกินอาหารของตัวเองได้
*****
(2) การถอด-ใส่รองเท้าและเสื้อผ้าเอง
ตามพัฒนาการของเด็กแล้วสามารถไล่ระดับจากง่ายไปยาก
‣เด็ก 1-2 ปี
รูดซิปขึ้น-ลง ถอดถุงเท้า
รองเท้าแบบสวมเข้าอย่างง่ายหรือมีเวลโครได้ (ไม่มีเชือกผูก)
‣เด็ก 2.6-3 ปี
ถอดเสื้อยืด เสื้อผ่าหน้า
โดยมีผู้ใหญ่ช่วยปลดกระดุมให้
กระโปรงยางยืด กางเกงยางยืดขาสั้น
ใส่กางเกงยางยืดได้เอง
โดยต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้าง
‣เด็ก 3-4 ปี
ถอดเสื้อผ้าได้เองทั้งหมด
ใส่เสื้อผ้าที่มีกระดุมที่มีขนาดใหญ่
(2 เซนติเมตรขึ้นไป ประมาณ 3 เม็ด)
โดยต้องการความช่วยเหลือเพียงเล็กน้อย
‣เด็ก 4-5 ปี
แต่งตัวเองได้ ใส่เสื้อสวมหัว
โดยดูหน้า-หลังเป็น
ติดกระดุมที่มีขนาดเล็กได้
ที่โรงเรียนอนุบาล
เด็กๆ จะได้ถอดรองเท้า-ถุงเท้า
เวลาเข้าห้องเรียนหรือไปเล่นที่ต่างๆ
ถอด-ใส่เสื้อผ้า เวลานอนกลางวัน
เขาจะมีความมั่นใจในการทำด้วยตัวเอง
ที่สำคัญการถอด-ใส่เสื้อผ้าได้ด้วยตัวเอง
ทำให้เด็กๆ ปลอดภัยมากกว่าการให้ใครมาช่วยทำให้
*****
(3) เข้าห้องน้ำ
เด็กแต่ละคนทำได้ช้าเร็วแตกต่างกันไป
แต่เริ่มต้นจากการฝึกง่ายๆ
เด็กๆ ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องไปตอนไหนถึงจะทัน
ดังนั้นเราใช้ “ตารางเวลา” ในการช่วยเขา
ไปเป็นเวลา พาไปนั่ง ทำความคุ้นเคย
ทำซ้ำๆ เป็นประจำ เวลาเดิม
สอนเขาผ่านนิทาน
เช่น หนังสือนิทาน...
-ห้องน้ำกลางดึก
-กางเกงตัวเก่งของปุ๊กจัง
-หนูนั่งกระโถนเป็นแล้ว
การเข้าห้องน้ำเริ่มต้นจากการ "รู้ตัว"
และเริ่ม "สื่อสาร" พูดบอก
เมื่อเด็กพร้อมเขาจะเริ่ม "บอกปวดฉี่/อึ"
แม้จะยังไปไม่ทันการณ์อย่าเพิ่งตำหนิหรือท้อใจ
ให้ชื่นชมว่า "เยี่ยมเลยที่รู้ว่าปวดแล้ว"
"ครั้งหน้าเรามาลองเข้าให้เร็วขึ้นกันนะ"
ที่โรงเรียนอนุบาล
เด็กจะกล้าขอไปเข้าห้องน้ำ
หรือ ไปเข้าได้ทันเวลา
แม้จะมีไม่ทันการณ์ไปบ้าง
ขอผู้ใหญ่อย่าตำหนิหรือทำให้เด็กอับอาย
เพราะกว่าจะกลั้นได้ดีและรู้ตัวได้ทันเวลาต้องฝึกฝน
ซึ่งเด็กก่อนขึ้นประถมวัย 5-6 ปี เริ่มทำได้อย่างดีเยี่ยม
*****
(4) ล้างมือ-อาบน้ำ-แปรงฟัน-เช็ดก้น
การทำความสะอาดร่างกาย
ทำให้เด็กเรียนรู้ร่างกายตัวเอง
การทำให้สะอาดก็ใช้เวลาและการฝึกฝน
แม้จะแปรง-ล้างได้ไม่สะอาด
ค่อยๆ สอน ค่อยๆ ฝึกฝน
เขาแปรง-ล้างเองจบ
ผู้ใหญ่เช็ค/ทำซ้ำเพื่อความสะอาดได้
เข้าห้องน้ำเสร็จ
สอนเขาดึงกระดาษทิชชู่มาใช้เช็ด
หรือ สอนเขาชำระล้างให้สะอาด
ตอนแรกอาจจะไม่ถนัด เงอะๆ งะๆ
แต่ทำไปเรื่อยๆ เด็กๆ จะทำได้เอง
ที่โรงเรียนอนุบาล
เด็กๆ จะได้ดูแลความสะอาด
เมื่อเข้าห้องน้ำเองได้
ไม่ปล่อยให้มีฟองสบู่ติดมือ
เช็ดสิ่งๆ สกปรกให้สะอาด
เด็กๆ จะได้ไม่เจ็บป่วยง่าย
*****
(5) ฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงทนทานพร้อมใช้งาน
กล้ามเนื้อมัดใหญ่และแกนกลาง (หลัง-หน้าท้อง) ที่แข็งแรงนำไปสู่การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กที่พร้อมใช้งาน
เด็กที่ร่างกายแข็งแรงทนทานจะหกล้ม
หรือเกิดอุบัติเหตุได้ยากกว่า
เพราะจะเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว
หลบหลีกสิ่งกีดขวางและทรงตัวได้ดีกว่า
ที่สำคัญตอบสนองได้ทันเวลา
เมื่อต้องตอบสนองทันที
เด็กวัยนี้ควรเคลื่อนไหวร่างกาย
จนเหงื่อเปียกชุ่มอย่างน้อยวันละ 2-3 ชั่วโมง
อาจจะแบ่งเฉลี่ยเช้า-กลางวัน-เย็น
ครั้งละ 30-60 นาที
การเล่นที่ช่วยพัฒนาร่างกายกล้ามเนื้อมัดใหญ่
ปีนเครื่องเล่น-ต้นไม้
วิ่งออกกำลังกายต่อเนื่อง
เช่น วิ่งไล่จับ และการวิ่งเพื่อวิ่ง
กระโดดขาเดียว ขาคู่
เช่น เล่นกระต่ายขาเดียว ตังเต กระโดดยาง
ร่างกายที่แข็งแรงทนทาน
คือฐานทางใจที่แข็งแรง
เด็กที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
และใช้ร่างกายเป็นประจำ
จะเรียนรู้ว่าต้องกะแรงกะระยะ
ในการทำสิ่งต่างๆ ได้ดี
รวมทั้งนั่งเรียนได้นาน เขียนได้นาน
โดยไม่เมื่อย ทำให้คงสมาธิได้ต่อเนื่อง
ในวัยประถมต่อไป
**********
เด็กทุกคนมีความแตกต่างกัน
บางคนเรียนรู้ได้เร็ว
บางคนเรียนรู้ได้ช้า
แต่เด็กทุกคนเรียนรู้ได้
ร่างกายที่แข็งแรง
และการดูแลตัวเองได้
คือก้าวแรกที่ทำให้
เด็กสร้างความมั่นใจในตัวเอง
และการควบคุมตัวเองได้
การลงมือทำด้วยตัวเอง
ยิ่งมาก ยิ่งดี ยิ่งมั่นใจ
เมื่อเด็กๆ มีความมั่นใจในตัวเอง
เขาจะรับรู้ความสามารถและคุณค่า
สิ่งนี้ทำให้เด็กกล้ายืนหยัดปกป้องตัวเองได้
และก้าวออกไปสู่โลกภายนอกอย่างไม่ลังเล
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา
เราฝึกฝนเด็กที่อยู่กับเราทุกวันเพื่อพัฒนาการที่ดีของน้องๆค่ะ #รับดูแลเด็กก่อนวัยเรียน #รับดูแลเด็กย่านแม่โจ้ #รับดูแลเด็กเล็ก #ดูแลเด็ก #พัฒนาการเด็ก